จรสจันทร์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

น้ำหยดลงหิน - 35% -

ชื่อตอน : น้ำหยดลงหิน - 35% -

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 291

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มี.ค. 2563 20:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
น้ำหยดลงหิน - 35% -
แบบอักษร

“หายไปไหนนะ” หัวคิ้วของพิมพิกาขมวดเป็นปม เบื้องหน้าคือกระเป๋าสะพายคู่ใจที่ถือไปไหนมาไหนด้วยเสมอ แต่ตอนนี้ของข้างในถูกเทออกมากระจัดกระจาย แม้กระทั่งกระเป๋าสตางค์ก็ถูกรื้อออกมาด้วยเช่นกัน บัตรสำคัญต่าง ๆ วางรวมกับธนบัตรและเหรียญกองอยู่บนเตียง 

“ก็จำได้ว่าเอาใส่ไว้ในกระเป๋าสตางค์นี่นา แล้วมันจะไปไหนได้” นิ้วเรียวแหวกดูตามช่องใส่บัตรแทบทุกช่องของกระเป๋าสตางค์อีกครั้ง เธอไม่เคยหลงลืมขนาดที่ว่าตัวเองเก็บอะไรไว้ตรงไหนแล้วจะจำไม่ได้สักหน่อย 

เมื่อจนปัญญาที่จะหาสิ่งนั้น หญิงสาวจึงได้แต่ถอนหายใจออกมา แม้ไม่อยากยอมรับว่าตัวเองสะเพร่าที่ทำนามบัตรของชลัมพลหาย แต่ในเมื่อหาเท่าไรก็ไม่เจอเธอก็ต้องยอมรับในที่สุด 

หญิงสาวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทร. หาจิราภาทันที วันนี้เจอใครบางคนที่ไม่คิดว่าจะได้มาพบหน้ากันอีกแล้วก็อดไม่ได้ที่จะถ่ายทอดให้เพื่อนสนิทรับรู้ 

“ว่าไงจ๊ะ แม่แฟนซุปตาร์” เสียงปลายสายทักมาอย่างอารมณ์ดี แต่พิมพิกาไม่ได้สนใจกับคำล้อเลียนของเพื่อน 

“จิ๊บ วันนี้ฉันเจอพี่ธารที่สตูดิโอด้วยละ” 

“ถามจริง! พี่เขาไปอัดรายการวันนั้นพอดีหรือ...เออใช่ รายการที่พี่เขาเป็นพิธีกรอยู่ก็เป็นเครือเดียวกันกับรายการที่แกแสดงกับพี่ไตรนี่นา แล้วเป็นอย่างไรบ้าง ได้คุยกันรึเปล่า” 

“คุยนิด ๆ หน่อย ๆ น่ะ เพราะพี่เขาต้องไปอัดรายการต่อ แต่เขาให้นามบัตรฉันมาด้วย บอกให้ฉันโทร. หาเขาให้ได้” พิมพิกาพูดพลางมองสิ่งของที่วางระเกะระกะเบื้องหน้า ก่อนถอนหายใจออกมาเล็กน้อย 

“อย่าบอกนะว่าพี่ธารเขาคิดจะรีเทิร์นกับแก ต๊าย...เสน่ห์แรงนะเธอ ช่วงนี้มีแต่ตัวท็อปทั้งนั้นเลยมาสนใจ” เสียงกรี๊ดกร๊าดของจิราภาทำให้คนฟังอดยิ้มตามไม่ได้ แม่กระต่ายตื่นตูมคนนี้มักชอบตื่นเต้นเกินเหตุเสมอ 

“ไม่ต้องกรี๊ดหรอกย่ะ นามบัตรที่เขาให้มา ฉันทำหายไปไหนก็ไม่รู้ หาเท่าไรก็ไม่เจอเนี่ย” พิมพิกาพูดเนือย ๆ ไม่ได้มีทีท่าเสียดายหรือเห็นว่านามบัตรใบนั้นสำคัญอะไรนัก 

“อ้าว! โธ่เอ๊ย...เสียดายแทน จะว่าไปพี่ธารเขาก็นิสัยดีนะแก ถึงแม้เขาจะมีข่าวกับคนนั้นคนนี้ แต่ฉันก็ไม่เคยเห็นเขาควงใครจริงจัง หรือมีข่าวเสีย ๆ หาย ๆ ถ้าสมมติพี่เขาจะมาขอคืนดีด้วย แกคิดจะกลับไปไหม” 

“ฉันไม่เถียงว่าพี่เขานิสัยดี แต่เขาเคยนอกใจฉันนะ แกจำไม่ได้หรือ ฉันเข็ดผู้ชายหน้าตาดีแล้วละ” 

พิมพิกายอมรับว่าชลัมพลเป็นผู้ชายที่เข้าถึงจิตใจของเธอมากที่สุด ทุกการกระทำ ทุกคำพูดของเขาราวกับเข้ามานั่งอยู่กลางใจเธออย่างไรอย่างนั้น 

“ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้เกิดมาสวยยะ ชิ!” จิราภาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนพูดขึ้นอีก 

“พิม...ฉันไม่อยากให้แกปิดกั้นตัวเองมากเกินไปนะ แกลองเปิดใจมองคนอื่นดูบ้างเถอะ อย่างน้อยการได้มีคนรู้ใจอยู่ข้าง ๆ เวลาที่ไม่มีใครหรือเวลาที่แกรู้สึกแย่ ฉันว่ามันก็ดีกว่าการที่แกขังตัวเองเงียบ ๆ อยู่ในห้องคนเดียวนะ” 

“ฉันก็มีแกเป็นเพื่อนรู้ใจแล้วอย่างไรล่ะ” พิมพิกายิ้มเฝื่อน รู้อยู่แก่ใจว่าเพื่อนหวังดี แต่กระนั้นเธอก็ยังไม่กล้าเปิดประตูให้ใครก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว ประสบการณ์ที่ได้พบเจอมา มันเจ็บปวดมากพอแล้ว และเธอไม่ปรารถนาจะเอาหัวใจตัวเองไปเสี่ยงอย่างนั้นอีก ทางเดียวที่จะป้องกันได้มีเพียงปิดประตูใจเสีย และมีความสุขอยู่ในโลกของตัวเองแค่นั้นก็พอ 

“เพื่อนกับคนรู้ใจน่ะ มันไม่เหมือนกันหรอกนะ เอาเป็นว่าถ้าพี่ธารเขาคิดจะรีเทิร์นกลับมาหาแกอีกครั้ง แกรับปากฉันได้ไหมว่าแกจะลองพิจารณาเขาดูอีกที ฉันอยากให้แกมีความสุขและมีชีวิตชีวากว่านี้นะพิม” 

“ฉันกับพี่ธารน่ะ จบกันไปตั้งนานแล้ว เชื่อฉันเถอะว่าฉันกับเขาไม่มีวันกลับไปเป็นอย่างเดิมได้อีก แต่ถ้าคบกันอย่างเพื่อนหรือพี่น้องแบบนั้นฉันยินดี” หญิงสาวพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกไป ยอมรับว่าครั้งแรกที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง เธออดประหม่าไม่ได้ ครั้นพอได้พูดคุยกันแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม ความโกรธเคืองที่เคยมีต่อเขาก็เบาบางลงจนแทบไม่รู้สึกถึงมันอีก 

“แล้วถ้าเป็นพี่ไตรละ” ปลายสายโพล่งถามขึ้นมา ส่งผลให้พิมพิกาเลิกคิ้วขึ้นสูงแล้วถามออกไป 

“พี่ไตรทำไม เกี่ยวอะไรกับเขา” 

“ถ้าพี่ไตรเขาสนใจแก และอยากจีบแก แกไม่คิดจะลองคบกับเขาดูบ้างหรือ ฉันว่าพี่เขาก็...เอ่อ...เฮฮาดีนะ อย่างน้อย ๆ เขาก็ทำให้แกยิ้มได้ ฉันเห็นรายการบันทึกเทปวันนี้แล้วละ ฉันว่าเขาดูเป็นสีสันให้แกไม่น้อยเลยนะพิม” 

“เพ้อเจ้อ!” พิมพิกากลอกตาขึ้นมองเพดานก่อนแค่นหัวเราะอย่างขบขัน 

“แกก็รู้ว่าทุกอย่างมันคือการแสดง มันคือสคริปต์ เพราะฉะนั้นแกอย่ามาชงเสียให้ยาก ฉันไม่ถนัดรับมือกับผู้ชายกะล่อนเจ้าชู้อย่างเขา แกก็น่านะรู้ และอีกอย่างนะ ฉันไม่อยากไปตบตีกับแฟนคลับ หรือบรรดาสาว ๆ ของเขาหรอก” 

พูดแล้วก็อดปรายตามองไปทางประตูห้องไม่ได้ ป่านนี้คนที่อยู่อีกฝั่งจะทำอะไรอยู่ ให้เดาก็คงไม่แคล้วอ่านบทที่ต้องใช้พรุ่งนี้ หรือไม่ก็ดูตารางงานโชว์ตัวกระมัง ช่างเป็นนักร้องคิวทองเสียจริง 

“แหม...มันก็ไม่แน่นะแก ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่...” ปลายสายเงียบไปราวกับรู้ตัวว่าเกือบเผลอพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด 

“ไม่อะไร” พิมพิกาขมวดคิ้วที่จู่ ๆ จิราภาก็หยุดพูดไปเสียดื้อ ๆ 

“ไม่...เอ่อ...ก็วันนั้นที่เขาขับรถมารับแกถึงบ้านเพื่อจะพาแกไปคอนโดฯ ด้วยกันไง” ปลายสายหลุดถอนหายใจออกมาเสียงดัง แต่พิมพิกาก็ไม่ได้ใส่ใจกับน้ำเสียงร้อนรนของเพื่อนนัก 

“โธ่เอ๊ย...นึกว่าอะไร เขาก็แค่อยากทำความรู้จักฉันให้มากขึ้นอีกนิดเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรหรอกน่า คิดมาก” 

พูดจบ ที่เครื่องของเธอก็มีสัญญาณสายซ้อนขึ้นมา หญิงสาวเอาโทรศัพท์ออกจากหูเพื่อดูชื่อคนโทร. เข้า แล้วก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นสูงเมื่อเห็นว่าเป็นชายหนุ่มที่อยู่ห้องฝั่งตรงข้าม 

รักที่สุด... 

ให้ตายเถอะ! เห็นชื่อที่เขาบันทึกไว้ทีไร อดคันยุบยิบที่หัวใจไม่ได้ทุกที 

“จิ๊บ แค่นี้ก่อนนะ มีสายเข้าน่ะ” พิมพิกากดสลับสายเพื่อรับสายจากไตรภัทร 

“ค่ะ” เธอกรอกเสียงลงไปสั้น ๆ เสียงทุ้มของเขาก็ดังมาเข้าหู 

“พิมทำอะไรอยู่ ยังไม่นอนใช่ไหม” ฟังคำถามของเขาแล้วหญิงสาวก็ได้แต่ขมวดคิ้วมุ่น ตาคู่สวยเหลือบมองนาฬิกาบนผนัง เพิ่งสามทุ่มเท่านั้น ใครจะมาหลับเวลานี้ได้ เธอไม่ใช่เด็กอนามัยขนาดนั้น 

“เพิ่งคุยกับจิ๊บเสร็จค่ะ พี่ไตรมีอะไรรึเปล่าคะ” 

“ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย อีกสักสิบนาทีพิมมาเจอพี่ที่ห้องนั่งเล่นหน่อยสิ พี่มีอะไรจะให้ดู” พูดจบเขาก็วางหูทันที ทิ้งให้หญิงสาวได้แต่สงสัยกับความลับลมคมในของเขา 

ขณะเดียวกัน ไตรภัทรนั่งยิ้มร่าอยู่หน้าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก เขาเปิดเว็บไซต์ของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งเอาไว้ เพราะมีแผนการณ์บางอย่าง ตอนนี้เขารู้แล้วว่าหากต้องการเข้าถึงตัวของพิมพิกา นอกจากคุยเรื่องการ์ตูนแอนิเมชั่นแล้วก็คือการแบ็คแพ็คท่องเที่ยว ดื่มด่ำกับธรรมชาติ 

ตาคมเหลือบมองกระเป๋าสตางค์ของตัวเองที่วางอยู่ข้างกัน จำได้ว่าเขาเอานามบัตรของชลัมพลไว้ในนั้นจึงหยิบออกมาดูแล้วกวาดสายตาไล่อ่านรายละเอียดที่อยู่ในบัตร มีตัวเลขสิบหลักที่เขียนด้วยปากกาเอาไว้ต่างหาก ทำให้เขารู้ทันทีว่าตัวเลขเหล่านี้คือเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของไอ้พระเอกหน้าหล่อคนนั้น 

“อย่าหวังเลยว่าจะได้เข้าใกล้พิมอีก ไอ้ขี้เก๊ก!” 

มือใหญ่ขยำนามบัตรจนเป็นก้อนกลมแล้วเอาไปทิ้งถังขยะในห้องน้ำ จากนั้นก็ถือคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กติดมือมาก่อนเดินออกจากห้องเพื่อไปรอพิมพิกาที่โซฟาในห้องนั่งเล่น 

ไตรภัทรมองกล้องที่ติดไว้ตามมุมต่าง ๆ ของห้องแล้วจึงพยายามหาที่นั่งที่สามารถหลบเลี่ยงไม่ให้กล้องมองเห็นภาพที่อยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ หากทีมงานรู้ว่าเขากำลังคิดจะทำอะไร มีหวังโดนบ่นยาวแน่นอน 

 

************************************************* 

 

รักคนอ่านทู๊กกกกคน จุ๊บๆ 

ความคิดเห็น