email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

05 คุณธีร์ ทำผมตื่นอีกแล้ว

ชื่อตอน : 05 คุณธีร์ ทำผมตื่นอีกแล้ว

คำค้น : yaoi, boylove, ชายรักชาย, นิยายวาย, Mpreg, พ่อเลี้ยง , ลูกเลี้ยง, แนะนำนำยายวาย, นิยายแนวผู้ชายท้องได้, ผู้ชายท้องได้

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.7k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มี.ค. 2563 11:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
05 คุณธีร์ ทำผมตื่นอีกแล้ว
แบบอักษร

​​แจ้งข่าว : สามารถดาวน์โหลดอีบุ๊กเรื่องนี้ได้ทั้งทาง Meb และธัญวลัยนะคะ อัปไว้ให้แล้วจ้า  

e-book จบแล้ว รวมเนื้อหาที่ลงในเว็บ+ตอนพิเศษที่มีเฉพาะในหนังสือและอีบุ๊กเท่านั้น  

Meb : https://bit.ly/39PPFj2 

ธัญวลัย : http://www.tunwalai.com/ebook/detail?ebookId=7417 

************************  

ผมกลับมาใช้ชีวิตปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็คุณธีร์ พ่อเลี้ยงผมนี่แหละ เขาไม่กล้าสบตาผมเลย หลีกเลี่ยงที่จะอยู่ใกล้ๆ กันด้วย ทั้งที่แต่ก่อนเขาชอบตบหลังตบบ่า หรือขยี้หัวผมเหมือนพ่อลูกกันทั่วไป

แต่ยังทำหน้าที่พ่อเลี้ยงได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ตื่นเช้ามาทำอาหารให้ผมทาน ดูแลทุกเมนูอย่างละเอียดรอบคอบ ซักผ้า กวาดบ้านถูบ้าน ดูแลบ้านช่อง ทำทุกอย่างอย่างไร้ที่ติ ในขณะที่ผมก็ไปเรียน เย็นกลับบ้าน ไม่ว่าจะกลับช้าหรือกลับเร็ว ผมจะโทรบอกเขาก่อนเสมอ ถ้ากลับเร็ว เขาจะทำมื้อเย็นไว้รอ ถ้ากลับช้า เขาจะไม่ทำ

แต่คุณธีร์จะมีพวกสารพัดซุป หรือขนมปังติดบ้านไว้เสมอ เพราะบางคืนผมกลับดึกมากๆ แล้วหิว เขาจะอุ่นซุปให้ผมทาน หรือถ้าเขานอนก่อน ผมจะอุ่นทานเอง แต่ส่วนใหญ่ถ้าผมยังไม่หลับ เขาจะไม่ยอมนอนเหมือนกัน นั่งเขียนนิยายรอ จนเห็นว่าผมเข้าห้องตัวเองแล้วนั่นแหละ เขาถึงได้เข้านอนบ้าง ดูแลดียิ่งกว่าพ่อแท้ๆ ของผมดูแลเสียอีก

ผมไม่พูดหรือทำอะไรที่ทำให้เขานึกไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอีก เขาจะได้ทำใจได้เร็วๆ

วันนี้ผมเข้าเรียนทั้งวัน เลิกเรียนก็ไปรับน้องต่อ หน้าที่พี่ว้ากไม่ได้ง่ายเลย เหนื่อยโคตรๆ ผมโทรบอกคุณธีร์ให้ทำมื้อเย็นรอ แต่ไม่รู้ว่าจะกลับไปกินได้กี่โมง ทำรอไว้ก่อน พอแล้วเสร็จถึงได้แยกย้ายกับเพื่อนๆ

จริงๆ คุณธีร์ซื้อรถให้ผมขับไปเรียนคันหนึ่ง แต่ผมไม่ได้ขับบ่อย เบื่อรถติด หาที่จอดก็ยาก กว่าจะเวียนหาที่จอดในมอได้ ผมว่าเดินจากสถานีรถไฟฟ้าเข้าคณะยังเร็วกว่าอีก ดีว่าบ้านกับมหา’ ลัยอยู่ใกล้รถไฟฟ้า ผมถึงเลือกเดินทางโดยรถไฟฟ้ามากกว่ารถยนต์ ไม่ได้อยากมีรถเอาไว้อวดสาวที่ไหนด้วย แฟนก็ยังไม่มี

บางคนถาม โตขนาดนี้แล้วยังไม่มีแฟนอีกเหรอ

ใช้คำว่าเคยมีดีกว่าครับ

ผมไวไฟ มีแฟนคนแรกตั้งแต่มอต้นแล้ว คบๆ เลิกๆ ตามประสาวัยรุ่นทั่วไป ถูกใจคนไหนก็จีบ มีปัญหาก็เลิกรากันไป สาเหตุก็มาจากฝั่งผมบ้าง ฝั่งนู้นบ้าง ยังไม่มีใครที่ผมรู้สึกว่าอยู่ด้วยแล้วสบายใจสักคน

ถ้าให้เลือกคบกับพวกเธอเหล่านั้น ผมว่าผมเป็นโสด แล้วอยู่กับพ่อเลี้ยงอย่างคุณธีร์ไปเรื่อยๆ แบบนี้ดีกว่า

ผมลงจากสถานีรถไฟ เดินจากถนนใหญ่เข้าซอยแล้วเลี้ยวเข้าหมู่บ้าน บ้านหลังนี้คุณธีร์กับแม่ซื้อหลังทั้งคู่ตกลงแต่งงานกัน เป็นสินสมรสที่ทั้งคู่ใช้เงินของตัวเองซื้ออย่างละครึ่ง ตอนแรกเป็นชื่อแม่ พอแม่เสีย คุณธีร์ก็ทำเรื่องเพื่อยกให้เป็นชื่อผม รวมถึงทรัพย์สินอื่นๆ ในชื่อแม่ด้วย

บ้านหลังนี้มูลค่าเกือบสิบล้าน แพงเพราะมันอยู่ใจกลางเมือง จริงๆ คนอื่นซื้อได้แพงกว่านี้ แต่พอดีคุณธีร์รู้จักกับเจ้าของโครงการ ได้ส่วนลดมาค่อนข้างเยอะ

ยามตะเบ๊ะมือใส่ผมทันที ผมยิ้มให้อย่างคุ้นชิน ยื่นขนมที่ผมมักซื้อติดไม้ติดมือมาเสมอให้ ห้าบาทสิบบาทก็ว่าไป พี่แกชื่อสมบัติ นิสัยน่ารักดี ผมเดินไปตามทางของหมู่บ้านกระทั่งถึงบ้านตัวเอง เปิดประตูรั้วเล็กเข้าไปภายใน

ไม่ต้องกลัวว่าจะกลับบ้านแล้วเจอฉากแบบนั้นอีก จ้างให้คุณธีร์ก็ไม่ทำ ดีไม่ดีไม่กล้าช่วยตัวเองอีกด้วยซ้ำ เพราะยังนึกถึงเหตุการณ์นั้นอยู่

ที่บ้านมีรถสองคัน คันหนึ่งของคุณธีร์ อีกคันของผม รถผมจะใหม่เอี่ยมพร้อมใช้งานอยู่เสมอ มีมอ’ ไซค์หนึ่งคัน เขาเคยถามผมว่าไม่อยากได้บิ๊กไบค์บ้างเหรอ เห็นวัยรุ่นชอบกัน เขาจะได้ซื้อให้ ผมส่ายหัวปฏิเสธ ไม่อยากวัดความกว้างคูณความยาวของถนน เห็นการจราจรในกรุงเทพแล้วผมไม่อยากเสี่ยง

ได้ยินเสียงแควกๆ ดังมาจากทางหลังบ้าน ผมเดินเงียบเข้าไปหา แอบตื่นเต้นเหมือนกัน เผื่อเขานึกคึกช่วยตัวเองอีก

แอบผิดหวังนิดหน่อยเพราะคุณธีร์กำลังนั่งอยู่บนตั่งเล็กๆ ซักรองเท้าผ้าใบให้ผมอยู่ คู่นี้เป็นคู่โปรดผม เมื่อวันก่อนผมใส่ไปลุยโคลนมา บอกให้เขาซักให้ ปกติเขาจะซักก่อนแดดออก ทำไมถึงมาซักตอนเย็นได้ก็ไม่รู้

ปกติผมไม่เคยสนใจหรอกว่าเขาจะทำงานบ้านยังไง รู้แค่ว่าวันรุ่งขึ้นผมจะมีเสื้อผ้าหอมๆ และรองเท้าสะอาดๆ ใส่เท่านั้น

คุณธีร์นั่งกางขาข้างกะละมัง สวมถุงมือยางสีครีมยาวไปจนเหนือข้อศอก ก้มหน้าก้มตาใช้แปรงขัดๆ ถูๆ ตั้งอกตั้งใจจนไม่ได้ยินว่าผมมาถึงแล้ว มีแมลงอะไรสักอย่างบินมาเกาะข้างแก้ม เขายกมือปัด แต่เพราะมือซักผ้า ทำให้แก้มถูกฟองผงซักฟอก เจ้าตัวใช้หัวไหล่เช็ดเบาๆ ตั้งอกตั้งใจขัดรองเท้าต่อ

ผมยิ้มกับท่าทางแบบนั้น

“ทำไมมาซักตอนนี้ล่ะครับ”

คุณธีร์สะดุ้งโหยงเงยหน้ามอง ผมยกมือไหว้ เดินตรงเข้าไปหา เขาดูขวัญอ่อนขึ้นเยอะ

“เขียนนิยายเพลินไปหน่อย”

ผมเดินไปนั่งยองๆ ตรงหน้า เช็ดคราบฟองบนแก้มออกให้ แก้มขาวซับสีเลือดทันที

ปกติคุณธีร์ไม่ใช่คนขี้อาย อยู่กับแม่ก็ไม่เคยแสดงท่าทีเขินแบบนี้มาก่อน ผมให้เครดิตว่าเหตุการณ์นั้นทำให้เขารู้สึกกระดากอายกับทุกสัมผัสของผมละกัน

“หิวรึยัง กับข้าวอยู่บนโต๊ะ ถ้าเย็นเอาเข้าเว็บอุ่นได้เลย”

“คุณธีร์กินรึยัง”

อ้อ หลังจากวันนั้นผมก็ไม่เรียกเขาว่าพ่ออีก ยกเว้นต่อหน้าเพื่อนบ้าน

“เรียบร้อย”

“งั้นผมไปกินก่อนละกัน รับน้องเหนื่อยมาก มีรายงานต้องทำด้วย”

คุณธีร์พยักหน้า ผมลุกไปหาข้าวกิน ไม่องไม่อุ่นมันแล้วล่ะครับ เสียเวลา

คุณธีร์เดินกลับมาอีกครั้ง คงซักรองเท้าเสร็จแล้ว รินน้ำอะไรสักอย่างใส่แก้วยื่นให้ สีน้ำเงินเข้ม น่าจะน้ำดอกอัญชันนะ

“น้ำดอกอัญชัน ต้นหลังบ้านเรา ออกดอกแล้ว”

กิจกรรมยามว่างของคุณธีร์อีกอย่างนอกจากอ่านหนังสือหรือดูหนังก็ปลูกต้นไม้นี่แหละ ทั้งต้นไม้ใหญ่ต้นไม้เล็ก พืชผักสวนครัว ไม้ดอกไม้ประดับ แน่นสวนเป็นกำแพงธรรมชาติจนมองไม่เห็นหน้าค่าตาเพื่อนบ้านเราแล้ว

ผมยกดื่ม

“อร่อย ชื่นใจสุดๆ” ผมมองคนตรงหน้า ทำสายตาแวววาวใส่ คุณธีร์เสหลบ ผมหัวเราะในลำคอ กินข้าวต่อ

คุณธีร์เอาโน้ตบุ๊กมานั่งทำงานอยู่ฝั่งตรงข้าม เยื้องไปทางด้านขวา (โต๊ะกินข้าวบ้านเรามี 4 ที่นั่ง) ผมกินไป ตาก็เหลือบพิจารณาคนตรงหน้าเป็นพักๆ โดยไม่ให้เขาสังเกตเห็น

ทั้งที่เขาชอบอ่านหนังสือและพิมพ์งานทั้งวัน แต่ผมไม่เคยเห็นเขาใส่แว่นเลย

“มีอะไร” คงรู้ว่าผมมองอยู่ถึงได้เงยหน้าขึ้นถาม

อันนี้ผมตั้งใจมองจริงๆ ครับ

“ปกติพวกนักเขียนหรือคนที่ชอบอ่านหนังสือเยอะๆ จะสายตาสั้น ทำไมสายตาคุณธีร์ยังดีอยู่ ไม่เห็นใส่แว่นหรือคอนแทคเลนส์” อันนี้ผมอยากรู้จริงๆ (เด็กชายจำไมเข้าสิงผมอีกแล้ว)

เขายิ้ม วิญญาณคนเป็นพ่อเข้าสิงพอกัน

“บำรุงเอาน่ะ ตั้งแต่การนอนหลับพักผ่อน อาหารในแต่ละวันก็ให้มีพวกบำรุงสายตาและบำรุงปลายประสาทเยอะๆ ออกกำลังกาย รวมถึงบริหารสายตาบ่อยๆ ด้วย มันมีท่าบริหารพวกนี้อยู่” เขาชี้ไปที่ดวงตาตัวเอง “อีกอย่างเวลาทำงานก็ควรต้องพักสายตาทุกๆ 45 นาทีไม่เกินชั่วโมง แล้วเบรกอย่างน้อย 15 นาทีค่อยกลับมาทำใหม่ ของพ่อจะเบรกไปเดินเล่นบ้าง ทำงานบ้านหรือทำสวน”

อ้อ ผมทำปากอ้อแบบไม่มีเสียง

กินข้าวอิ่มพอดี เขารีบลุกมาเก็บจานชามไปล้างให้ จนบางครั้งผมรู้สึกว่าเขาเป็นพ่อบ้านมากกว่าพ่อเลี้ยงนะ

“ผมไปอาบน้ำทำรายงานก่อนนะ”

คุณธีร์พยักหน้า

ผมเดินขึ้นห้องไปอาบน้ำ นั่งทำรายงานต่ออีกสองชั่วโมงถึงได้ลุกขึ้นบิดขี้เกียจคลายความเมื่อยขบ เดินลงไปข้างล่าง

คุณธีร์ย้ายมานั่งเขียนนิยายอยู่ในห้องรับแขกแล้ว วางโน้ตบุ๊กไว้บนตัก เขาเงยหน้ามองผม

“เอานมอุ่นไหม”

“ครับ” ผมรับน้ำใจ เขาวางโน้ตบุ๊ก เดินไปอุ่นนมในไมโครเวฟเอามาให้ ผมยกดื่ม ก่อนอายุ 20 ผมกินนมเยอะมากเพราะอยากตัวสูง หลังหมดช่วงยืดแล้วถึงได้ลดปริมาณลง

คุณธีร์วางโน้ตบุ๊กไว้ข้างๆ

“วันนี้เป็นไงบ้าง”

“เจอพวกเกรียนรุ่นพี่ตอนรับน้อง” ผมเริ่มต้นเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ให้เขาฟังอย่างสนุกสนาน

คุณธีร์จะต่างกับแม่หรือพ่อผมตรงที่เขาจะรับฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ ไม่ว่าเรื่องที่ผมเล่าจะไร้สาระแค่ไหนก็ตาม สำหรับพ่อ อาจเพราะเขาต้องทำงาน ทำให้มีเวลารับฟังน้อย ส่วนแม่คงไม่เข้าใจ หรือไม่สนใจเรื่องที่ผมเล่า ความอดทนเธอจึงน้อย ในขณะที่คุณธีร์ บางครั้งผมก็ยังงงว่าทำไมความอดทนเขาถึงได้มากขนาดนี้ ผมถึงได้กล้าพูดกล้าเปิดเผยกับเขาทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องสาวๆ ที่ผมเคยจีบ

“อย่าแกล้งรุ่นน้องมากนักล่ะ เดี๋ยวโดนแก้แค้นคืนทีหลัง” แล้วเขาก็เล่าประสบการณ์ของตัวเองให้ผมฟังบ้าง

ที่เขาเตือนแบบนี้เพราะเขาก็เป็นพี่ว้ากมาก่อนเหมือนกัน แถมยังโดนแก้แค้นคืนจนพูดอะไรไม่ถูก ดีแต่ว่าพอหมดช่วงรับน้อง น้องๆ เข้าใจรุ่นพี่มากขึ้น พวกนั้นถึงได้เข้ามาขอโทษ รักและนับถือกันมาจนถึงทุกวันนี้

เรานั่งคุยกันด้วยเรื่องสัพเพเหระกันต่อ

“ขอล้างแก้วก่อน” เขาหยิบแก้วนมผมเดินเข้าไปในครัว แก้วนมทิ้งไว้นานๆ นมจะแห้งจนล้างยาก

ผมมองตามหลัง คุณธีร์อาบน้ำแล้ว ใส่กางเกงนอนแบบขายาวกับเสื้อยืดสีเทา ทั้งที่มันก็ไม่ได้ยั่วยวนอะไร แต่ผมกลับจินตนาการทะลุไปถึงสิ่งที่อยู่ภายในเนื้อผ้าได้

ผมเริ่มหายใจผิดจังหวะ น้องตุงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

คุณธีร์เดินย้อนกลับมาอีกครั้ง หยิบโลชั่นทามือบนโต๊ะทาผิวหลังล้างจานเสร็จ

นี่แหละเคล็ดลับผิวพรรณเต่งตึงและดูเด็กอยู่เสมอ

ผมมองการกระทำเหล่านั้น

“ดู...” เขาคงจะถามผมว่าดูหนังไหม แต่ชะงักไปเพราะสบตากับผม

…ใช่ ตอนนี้ผมเกิดอารมณ์แล้ว สายตาผมคงฟ้อง

เขากลืนน้ำลายลงคอดังอึก เลื่อนสายตาต่ำลงไปด้านล่าง น้องผมตุงกางเกงนอนขึ้นมาเป็นกระโจม

คุณธีร์ส่ายหน้า เหมือนรู้ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่

“อย่าคิดอะไรแบบนั้นอีก”

ความคิดเห็น