วาโยเย

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 12 ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป

คำค้น : February of love, เนสกับบอส, รักเพื่อนไม่ผิด, ทีมกับดิน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 85

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2563 11:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป
แบบอักษร

ตอนที่ 12 ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป 

Ness talk 

Rrrrrrr Rrrrrrr Rrrrrrr

ผมควานมือไปตามหัวเตียงเพื่อหาเจ้าโทรศัพท์เจ้าปัญหาที่บังอาจมาส่งเสียงดังตอนผมหลับ ถึงจะยังตื่นไม่เต็มตาแต่ความปวดหัวนี่มาเต็มมาก ปวดอย่างกับว่ามันพร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ

“ฮัลโหล อยู่ห้อง นี่ใครพูดครับ”

ผมคงง่วงมากหรืออีกฝั่งโทรมาผิดก็ไม่รู้นะแต่เหมือนเขากับผมจะคุยกันไม่รู้เรื่อง ที่พอจะจับๆ ใจความได้ก็อะไรไม่รู้ซ้อมๆ ว๊ากๆ แล้วก็ชุมๆ หรือประชุมอะไรสักอย่าง

“โทรผิดแล้วครับ” มั่นไปอีก

ผมกดวางสายโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้นก็คนมันง่วงปวดหัวก็ปวด ผมพลิกตัวหาท่าสบายก่อนจะหันมาเจอใครบางคนที่มานอนอยู่ข้างๆ ผมค่อยๆ ปรือตาขึ้นมองทั้งที่หนังตานี่หนักอย่างกับไม่ได้นอนมาสามปี

หน้าคมๆ ผิวขาวๆ แก้มเนียนๆ ปากแดงๆ คุ้นว่ะ ใจก็เริ่มเต้นแรงแล้วด้วย

แต่เอาจริงๆ ไม่ต้องรอให้รู้สึกคุ้นหรอกครับเพราะผมรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเป็นใคร แต่ประเด็นคือผมมาอยู่กับเขาได้ยังไง

ตาพริ้มๆ ตอนที่เขาหลับทำให้ผมอยากนอนมองอยู่อย่างนี้ไปนานๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันก็ไม่ได้ไหม

ผมค่อยๆ ลุกขึ้นไม่ให้เขารู้ตัวหัวก็โคตรจะปวด พอสติเริ่มจะกลับมาผมก็ถึงบางอ้อว่าไอ้โทรศัพท์ที่ดังน่ะของเขาไม่ใช่ของผม ที่โทรมาก็น่าจะเพื่อนเขา แล้วคิดว่าผมจะกล้าบอกบอสไหมว่าไปรับโทรศัพท์เขาน่ะ ไม่ครับก็เลยชิ่งหนีดีกว่า ผมไม่รอเคลียอะไรทั้งนั้นเพราะไม่รู้ว่าตอนเมาผมทำอะไรไปบ้าง

 ผมออกจากห้องบอสมาได้โดยที่เขาไม่ตื่นในสภาพหัวยุ่งๆ หน้ามุ่ยๆ ไม่ได้ล้าง เสื้อผ้าคือชุดใหม่ด้วยครับ ชุดบอสแหละไม่ต้องเดาเดี๋ยวค่อยหาทางเอามาคืนแล้วกัน

“โหลมึง มารับกูหน่อย” ผมโทรหาดินที่มันโทรหาผมสิบกว่าสายได้แต่ผมดันไปปิดเสียงไว้ตอนไหนไม่รู้

‘มึงทำไมไม่รับสายกูวะ เมื่อคืนกูแบตหมดลืมชาร์ตมึงโทรมาตอนตีสองกว่าๆ มีไร แล้วทำไมต้องให้ไปรับตอนนี้มึงอยู่ไหน’

“เมื่อคืนอะไรกูไม่ได้โทรไปหามึง” ไอ้อาการปวดหัวนี่ก็เต้นตุบๆ จนผมเริ่มรำคาญ ไม่น่าดื่มข้าไปเยอะเลยไม่รู้ด้วยว่าซัดไปกี่แก้วจำไม่ได้แล้ว

‘มึงโทรมาไม่งั้นข้อความมันจะเข้าเหรอ ตกลงมึงมีเรื่องอะไร’

เหรอวะ ผมโทรตอนไหน แต่ผมก็ปวดหัวเกินกว่าที่อยากจะคิดหาคำตอบ ผมต้องรีบไปเรียน และที่สำคัญไปกว่านั้นต้องรีบกลับไปปั่นรายงานให้เสร็จทันสิบโมงเช้า ซึ่งเวลาตอนนี้ก็เหลือไม่มากแล้ว

“เออช่างมันเถอะมารับกูก่อน”

 

ผมส่งรายงานได้ทันแบบเฉียดฉิว เกือบตายเลยเหอะผมรีบกลับห้องไปพิมพ์จนมือหงิก ดีที่ไอ้ดินเลือกที่จะทำตัวมีประโยชน์ช่วยผมหาข้อมูลเครื่องผ้าสมัยอยุธยาตอนต้น อย่างที่เราก็รู้ๆ กันว่ามันหัวดีมาก มันช่วยผมทำจนเกือบจะเป็นมันที่ทำมากกว่าผม พอถามหางานมันมันบอกไม่ส่งคะแนนเท่าขี้มด แต่พอถึงเวลาคือมีชื่อมันส่งไปแล้ว

“แต่กูไม่ได้ทำจริงๆ นะ มีชื่อกูได้ไงวะ” มันพูดพร้อมกับยัดขนมเบื้องสูตรโบราณของพี่รหัสมันเข้าปาก

“นั่นดิพี่ เมื่อคืนโทรไปพี่ก็หลับแล้ว พี่แอบทำแล้วไม่บอกพวกผมล่ะสิ” น้องทีมทำเนียนหยิบขนมเบื้องของไอ้ดินไปกินบ้างซึ่งก็ถูกไอ้ดินแย่งคืน

“ของกูอย่าเสือก”

“ของฟรีก็แบ่งๆ กันมั่งสิพี่”

“ของสายรหัสกู ไม่ใช่ใครจะกินก็ได้”

“พี่รหัสมึงนี่ก็ใจดีเนอะ มึงไม่เคยตามหาแต่ก็ฝากของกินมาให้ทุกวันเช้าเย็นๆ” ทีของผมนะได้น้ำเปล่าขวดเดียวหายเงียบไปเลย

“เออว่ะ อาจจะเป็นพี่ผู้หญิงก็ได้นะเปย์กูดีขนาดนี้”

“สู้พี่รหัสผมไม่ได้หรอกให้ชีทสรุปข้อสอบกับหนังสือมาเพียบเลย” น้องทีมอยากอวดบ้าง

“ก็ดีนี่ งั้นมึงก็แดกชีทมึงไปไม่ต้องมาแย่งขนมกู” ไอ้ดินมันก็กวนน้อง

“แล้วสรุปเรื่องรายงานของมึงนี่มันยังไง มึงไม่ได้ทำจริงเหรอ”

ผมนี่แหละครับสงสัย เพราะอยู่กับมันมานานลองมันบอกไม่ทำก็คือไม่ทำ ดินมันพวกบ้าชอบเหนื่อยตอนสอบเพราะคะแนนเก็บน้อย

“ไม่ได้ทำ ใครทำแล้วเขียนชื่อผิดป่าววะ”

“หรือเขาจะตั้งใจทำให้ดินหรือเปล่า” เป็นเสียงผู้หญิงครับ

ผู้หญิงตัวเล็กผมยาวถึงบั้นเอวยิ้มหวานๆ คนนั้นคือพริกขิงบั๊ดดี้ของผมเอง ผมลืมเล่าเรื่องบั๊ดดี้ไป พอบอสจับได้ว่าน้องทีมกับไอ้ดินโกงก็เลยให้พวกมันจับบั๊ดดี้ทีหลังสุดคู่ก็เลยกระจัดกระจายอย่างที่มันควรจะเป็น และบั๊ดดี้ของผมก็คือเธอคนนี้

“อ้าวขิงไปหาข้าวกินด้วยกันไหม” ผมชวนครับ

“ไปสิ ว่าจะเลี้ยงขนมเนสด้วย” เธอส่งยิ้มหวานมาให้ผม พริกขิงไม่ขอเรียกผมว่าพี่เธอบอกว่าอยากเป็นเพื่อนมากกว่า เรียกแค่ชื่อจะได้ดูสนิทกัน

“เฮ้ยไม่ต้อง เราสิต้องเลี้ยงขิง”

“แต่ผมว่าไม่น่าจะได้กินง่ายๆ นะ พี่กานต์เดินมานู่นแล้ว”

น้องทีมยักคิ้วหลิ่วตาให้พวกเราหันไปตามทางที่พี่กานต์เดินมา กานต์ปีสองคณะโบราณคดีพี่ว๊ากที่โหดที่สุด โหดกว่าเฮดคนก่อนและโหดกว่าเฮดคนปัจจุบัน

ปีหนึ่งกลัวพี่แกทุกคน และถ้าพี่แกเดินมาหาใครคนนั้นเป็นอันต้องโดนแกล้ง

“น้องรั่วมึงจำกูได้ไหม”

น้องรั่ว น้องไหน ใครครับ

“มึงนั่นแหละน้องเนส”

ขนลุกซู่เลยครับผมรู้กระทั่งชื่อผมด้วย เอาสิคนที่โดนเล่นคือผมครับทุกคน

เจริญมันเข้าไปชีวิต

แล้วน้องรั่วคืออะไร ทำไมมาเรียกผมแบบนี้ ขยายความทีคืออะไร หรือที่จริงผมเคยเจอพี่เขานอกรอบแล้วไปทำตัวรั่วๆ ใส่ก็ไม่นะ

แต่ก็แอบคุ้นหน้าคุ้นตาเหมือนเคยเจอกันในแสงสลัวตอนที่มีเสียงดังแก๊งของแก้วที่กระทบกันเป็นพักๆ

ฉิบหาย! เจอเมื่อคืนตอนเมา แล้วพี่แม่งจะมากับเขาทำมายยย

ไม่เอาคนนี้ ไม่เอาคนโหด ฮืออออ

“ผม...เหรอครับ” เอาจริงๆ ก็ยังอยากไปกินข้าวแบบสงบๆ กับพวกมัน

“อือมึงนั่นแหละ พี่รหัสมึงเขาฝากมา”

“พี่รหัสผม ฝากอะไรครับ”

“เขาฝากภารกิจมาให้มึงทำ ไม่ยากหรอก”

ทำไมคำว่าไม่ยากของพี่มันทำผมเสียวสันหลังวะ ยิ้มให้ผมอีกแน่ะ ฮึ! ตายสถานเดียวคราวนี้

“เป็นภารกิจที่โคตรจะกิ๊กก๊อก ถ้าเป็นกูนะไม่ให้ทำอะไรปัญญาอ่อนแบบนี้หรอก”

“แล้วมันคืออะไรครับ” ทีมเป็นคนอดใจไม่ไหวถามออกไป

“เสือก มึงอยากโดนมั่งหรือไง”

“เปล่าครับพี่ ผมไม่ยุ่งแล้วครับ” น้องทีมหลบไปอยู่หลังไอ้ดินเฉย

“ไปขอกินข้าวเที่ยงกับเดือนคณะที่พ่วงตำแหน่งเดือนมหาลัยปีที่แล้วให้ได้”

“เดือนมหาลัย” ผมเป็นเอ๋อที่ไม่เคยสนใจเรื่องดาวเดือนมาก่อน

ไม่สนจริงๆ นะครับ คือเงยหน้ามองป้ายยังไม่เคยเลย สมัครสอบเข้าก็ให้พี่ที่ทำงานสมัครให้มีหน้าที่มาสอบอย่างเดียว แล้วพอเข้ามาก็ไม่เคยใส่ใจเรื่องนี้ นี่เขาจะคัดตัวกันผมก็ยังไม่มีความตื่นเต้นเลย

แล้วเดือนมหาลัยนี่ใครครับ

อย่าบอกนะว่าเป็นพี่กานต์เนี่ยขนลุก ขอให้ไม่ใช่เถอะ

“อ้อแล้วอย่าลืมถ่ายรูปลงเฟสด้วยพี่รหัสมึงเขาดูอยู่”

จ้ะ เนสจะทำให้ทุกอย่างเลย

บ้าไปแล้วเป็นถึงเดือนแล้วผมจะเข้าถึงตัวเขาได้ยังไง ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนผมก็ไม่รู้

“อ้ออีกเรื่อง พี่เขาให้เวลามึงครึ่งชั่วโมงต้องส่งรูปคู่ให้เขาดู โอเค้”

โอเคพ่องพี่สิครับ อยากด่ามากแต่ก็ทำได้แค่ยิ้มแห้งๆ ตอบกลับไป

“โอเคครับ”

“ดี พี่รหัสมึงรอดูอยู่ งานนี้เพื่อนห้ามช่วยพวกมึงเข้าใจนะ” กานต์หันไปชี้หน้าย้ำไอ้ดินกับน้องทีมที่ยังเกาะหลังไอ้ดินอยู่ พี่กานต์ส่งยิ้มมุมปากให้แล้วเดินหายไปในกลีบเมฆทิ้งความงงงวยไว้ให้ผมโดยที่ไม่ได้ช่วยแนะนำอะไรให้เลย

สามสิบนาทีทันไหมวะกับการตามหาคนคนหนึ่งที่เรายังไม่รู้เลยว่าเขาอยู่ส่วนไหนของมหาวิทยาลัยอันแสนกว้างใหญ่แห่งนี้

เอาสิ เดือนคือใครก่อนครับอันดับแรก

“พี่ว๊ากที่เป็นเฮดคนใหม่เป็นเดือนมหาลัย”

ฮะ! ใครนะ ใครพูดถึงบอสหรือเปล่า หรือหูผมมโนไปเอง

 “พริกขิงบอกว่าพี่บอสเป็นเดือนคณะเราแล้วก็เป็นเดือนมหาลัยด้วย”

“ใช่ มันเพิ่งมาบอกให้กูไปคัดตัวเดือน มันนั่นแหละเดือนคณะปีที่แล้ว” ดินบอกน้ำเสียงเซ็งๆ

“ถ้าอย่างนั้นพี่เนสก็ต้องรีบตามพี่กานต์ไปนะครับเพราะพี่เขาอยู่กลุ่มเดียวกันผมเคยเห็นเขาเดินด้วยกันบ่อยๆ”

น้องทีมทำตัวมีประโยชน์ แต่ใจผมนี่แบบไม่ทำได้ไหมวะ เรื่องเมื่อคืนก็ยังไม่เคลียร์เลยพี่รหัสยังจะมาแกล้งผมอีก

“กูว่าพี่รหัสมึงต้องอยู่ในกลุ่มนั้นไม่งั้นไม่กล้าสั่งอะไรแบบนี้หรอก”

“เหรอวะ”

“แต่ผมว่าเป็นใครก็ได้มั้ง พี่รหัสพี่เนสอาจจะเป็นผู้หญิงที่ปลื้มพี่บอสหรือเปล่าครับ” ทีมเนียนหยิบขนมเบื้องไอ้ดินเข้าปากจนได้

“ตอนนี้อย่าเพิ่งไปสนใจเลย เนสรีบไปเถอะพี่กานต์จะไปพ้นลานแดงแล้วนะ”

“กูไม่ไปได้ไหมวะ” ใจผมมันแบบไม่ไปอ่ะครับ ยังไงก็สู้หน้าไม่ได้ เมื่อเช้าก็หนีเขามาด้วย

“มึงไปเถอะแค่แดกข้าว ทำเหมือนไม่เคยไปได้ หรือมึงอยากให้พวกมันมาแกล้งเพื่อนร่วมรุ่นมึงอีก ทีกูกวนตีนด่ากูเอาๆ ทีงี้ทำมาเป็นหงอ”

อ้าวด่าผมเฉย ไอ้ดินมันแปลกๆ อ่ะ ผมสัมผัสได้ มันไม่เคยญาติดีกับบอส เจอครั้งแรกก็ไปกวนตีนเขาแล้วทำไมอยู่ๆ มาผลักไสไล่ส่งให้ผมไปหาบอสได้

“ยังไม่รีบไปอีก สองคนนี้เดี๋ยวกูดูเองมึงง่ะไปได้แล้ว”

“เออๆ”

นั่นรับปากไปอีก ผมก็เลยต้องอัญเชิญตัวเองให้ลุกวิ่งตามกานต์สุดโหดไปเพื่อที่จะไปขอรับประทานอาหารกลางวันกับเดือนคณะผู้ที่ผมพยายามหลบหน้าหลบตามาตลอด

นี่โลกกลมหรือเป็นผมที่มีกรรมกันแน่เนี่ย

“บอสไปกินข้าวกับกูนะ”

พูดไปแล้วครับคนอย่างเยอะ กลุ่มบอสมีอย่างต่ำหกเจ็ดคนรวมไอ้พี่กานต์ด้วย ถ้าทฤษฏีที่ว่าพี่รหัสผมอยู่ในกลุ่มนี้นะ ผมไม่อยากได้ใครไปเลยสักคนกวนตีนทั้งนั้น ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมผมได้แค่น้ำเปล่าแถมยังโดนแกล้งอีก

“อ้าวน้องรั่วกูนึกว่ามึงจะหามันไม่เจอซะอีก” ไอ้พี่กานต์มันกวนตีนผมครับดูออก

“ไอ้กานต์มึงแกล้งมันเหรอ” บอสถามเพื่อนแต่ตาจ้องผมเขม็ง

“เออ กูเห็นเมื่อคืนมึงเป็นห่วงมันดูแลมันอย่างดี ก็เลยอยากรู้ว่ามันจะได้สิทธิพิเศษในการได้กินข้าวเที่ยงกับมึงไหม เพราะหนึ่งปีที่ผ่านมาเพื่อนอย่างพวกกูเนี่ยยังไม่เคยได้แดกกับมึงสักทีเลย”

“ทำไมวะ มึงไม่กินข้าวเที่ยงเหรอ” แล้วผมก็ถามคำถามปัญญาอ่อนออกไป ปากมันไปเร็วมากเพราะอยากรู้

“ไม่ใช่ มันไปกินกับผู้หญิง ครึ่งมหาลัยได้แล้วมั้ง”

ทำไมมันชาๆ เหมือนโดนน้ำเย็นแบบจัดๆ ราดหน้า ราดตัวซึมเข้าไปถึงหัวใจยังไงก็ไม่รู้

เอาสิไปกินกับผู้หญิงครึ่งมอ หล่อไปอีก ก็สมกับตำแหน่งเดือนของเขาดี

แล้วเมื่อวานมาบอกว่าคิดถึงผมทำไม

งงไหม ไม่เป็นไร ทำเป็นลืมๆ มันไปเหอะ

“วันหลังได้ไหมวันนี้กูมีนัดแล้ว” เสียงบอสฟังดูอ่อนอยู่นะครับแต่ผมไม่มีเวลาสนใจ

เหมือนผมน้อยใจทั้งที่ไม่มีสิทธิ์

“ไม่ได้! กูต้องทำภารกิจ”

“แต่กูก็มีนัดแล้วไงเนส” เสียงอ่อนมากทำใจผมนี่ยวบยาบไปด้วย ไม่ได้ปะ

แล้วเพื่อนมันก็ยืนยิ้มอยู่ข้างหลัง สนุกมากมั้ง

“แต่กูก็ต้องกินข้าวกับมึงไง” อยู่ๆ ใจผมก็ไม่อยากยอมแพ้ขึ้นมาเฉยๆ

“งั้นมึงไปกับกูไหมล่ะ ไปกินกันสามคน”

ความรู้สึกหมาหัวเน่า เศษหนึ่งส่วนเหงา ส่วนเกินเหี้ยๆ เลยนะถ้าผมไปอ่ะ

“เออกูไปเพื่อพี่รหัสกู”

เอาสิปากพาเจ็บ ทั้งที่รู้ว่าไปแล้วจะต้องทนเห็นอะไรแต่ก็อยากไปกับเขา

“เออเดี๋ยวกูโทรไปยกเลิกเขาแล้วไปกับมึง ทำไมไม่มาให้เร็วกว่านี้วะ” 

อ้าว...สรุปคือมันจะไปกับผม แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ เท่ากับว่าตอนนี้ผมเป็นคนเลวเลยนะที่มาทีหลังแต่ได้ตัวมันไป เรื่องมันชักจะยังไงๆ แล้วนะ ผมงง

อย่าว่าแต่ผมที่งงเลยครับเพื่อนมันที่ยืนอยู่ข้างหลังก็เป็นงงเหมือนกัน

นี่หมายถึงมันเลือกผมเหรอ...

ไอ้ความรู้สึกสำคัญทุกครั้งที่อยู่ใกล้เขามันกลับมาอีกแล้ว

“เฮ้ยไอ้บอสมึงจะยกเลิกกินข้าวกับดาวคณะบัญชีเหรอวะ” น่าจะชื่อพี่แทน พี่ว๊ากขาเดี้ยงที่ต้องออกจากตำแหน่งกลางคันเพราะขาเป็นคนพูด

“เออเคยกินแล้ว” บอสตอบตายังมองผมไม่กระพริบ

“ฮะ! มึงเคยกินกันแล้วเหรอวะ” พี่กานต์คนกวนตีนเป็นคนพูดครับ

“เสือก” บอสสวนกลับเพื่อนๆ ก็เลยหุบปากฉับพลัน

“เฮ้ยมึงไม่ต้องยกเลิกเขาหรอก...”

ผมยังพูดไม่จบเลยมั้งครับบอสก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาปฏิเสธปลายสายหน้าตาเฉย

“อิงฟ้าเหรอ วันนี้เราไม่ว่างแล้วนะขอโทษด้วย วันหลังก็ไม่ว่างแล้วเหมือนกัน”

แล้วมันก็กดวางสายอย่างหล่อ เลวสมบูรณ์แบบเลยครับผมทีนี้ เหมือนเป็นตัวร้ายที่แย่งพระเอกในละครหลังข่าวเลยอ่ะ สงสารผู้หญิงคนนั้นมากแต่คือก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว

“ไปดิกูให้มึงเลือกร้านตามใจเลย”

เสียงนุ่มไปอีก ผมเหลือบตามองเพื่อนในกลุ่มเขาที่อ้าปากค้างอึ้งพอกันแล้วอยากจะวิ่งทะลุกำแพงหนีเหมือนไปชานชาลาที่เก้าเศษสามส่วนสี่ใน Harry Potter เลย

อย่าดีกับผมมากเดี๋ยวก็กลับไปหลงหัวปักหัวปำอีกหรอก

“เนสได้ยินกูไหมเนี่ย ไปดิจะกินร้านไหน” เสียงนุ่มมากแบบมาก

ไอ้เชี่ยยยย กูจะตายไหมเนี่ยทำไมรู้สึกเหมือนโดนจีบใหม่ๆ เลยวะ

“เอ่อ...ปะไป โรงอาหารเรานี่แหละ”

“ไปดิ” ง่ายเลยครับ ภารกิจของพี่รหัสผม ง่ายเกินไปแล้ว หรือบอสเป็นพี่รหัสผมครับน่าคิดนะ

“ไอ้บอสกูไปด้วยกูก็อยากกินแถวนี้” เพื่อนเขาที่ผมไม่รู้จักเดินมากอดไหล่เขา

“เสือก กูไม่แดกกับมึง”

“ไม่แดกกับมันแต่กูไปด้วยดะ...”

“สักตัว” บอสตัดโอกาสเพื่อนจนคนพูดต้องถอยกรูดไปรวมกับเพื่อนที่เหลือ

“ไอ้เหี้ยกูเพื่อนมึงนะ”

“เพื่อนกูมีหลายคน แต่คนที่อยู่ตรงหน้ากูเนี่ยมีคนเดียว”

ปั้ง! โดนยิงเข้าหัวใจตายไปเลยครับ

วันนี้ใจผมเต้นผิดจังหวะไปกี่รอบแล้วก็ไม่รู้ เพื่อนมันข้างหลังนะมองหน้ากันเลิกลัก

“ปะไป ไปเถอะว่ะ กูรีบเดี๋ยวพี่รหัสจะทำโทษกู”

ผมรีบหันหลังเดินแนบออกมาจากตรงนั้นลืมดูไปเลยว่าบอสเดินตามมาหรือเปล่า เขินแหละครับไม่ต้องแก้ตัวเลย

แต่คืออยู่ๆ มาหยอดผมทำไมวะ เมื่อวานยังทำตัวปกติแกมน้อยใจใส่ผมอยู่เลย หรือเมื่อคืนตอนที่เมาผมเผลอทำอะไรไปหรือเปล่า

ผมเดินมาจนถึงโรงอาหารคนเยอะพอสมมาพาควรเลยครับ แต่แค่เข้ามานะคนก็หันมามองเป็นตาเดียว ปีหนึ่งออกจะหวาดๆ เพราะบอสเป็นพี่ว๊ากด้วย ส่วนสาวๆ ปีสูงๆ หน่อยมองด้วยความประหลาดใจ สงสัยเรื่องที่เพื่อนมันบอกว่าบอสไปกินข้าวกับผู้หญิงทุกวันคงจะจริง น่าจะไปกินกันข้างนอกคนเลยแปลกใจกันขนาดนี้

ถึงว่าผมไม่เคยเห็นเขาที่นี่ทั้งที่มากินข้าวตลอด

“มึงนั่งเลยเดี๋ยวกูไปซื้อข้าวกับน้ำให้” บริการครับก็เป็นคนไปขอเขามาไง

ทำไมใจมันสั่นๆ ไม่หยุดเลยวะ

“ตื่นเต้นทำไมทำเหมือนไม่เคยไปได้”

“มึงว่าอะไรนะ”

อ้าวฉิบหาย! ผมเผลอพูดออกไปเหรอครับ ผมแค่คิดในใจไม่ใช่เหรอ

“เปล่า มึงนั่งนี่นะรอแปป”

ผมไม่รอให้เขาเค้นอะไรไปมากกว่านี้เดินไปซื้อข้าวซื้อน้ำ ตรรกะในการเลือกร้านของผมไม่มีอะไรมากร้านไหนแถวสั้นเข้าร้านนั้นเพราะผมอยากให้ไอ้ภารกิจบ้าบอนี่จบเร็วๆ

กลัวใจจะวายตายก่อน

แต่พอเดินถือข้าวกลับมาที่โต๊ะก็พบว่ามีบรรดาสาวสวยจากปีไหนก็ไม่รู้มานั่งยิ้มหวานอยู่ด้วยสามคน ไม่ใช่ปีหนึ่งแน่ๆ เพราะไม่มีป้ายชื่อ

เสน่ห์แรงจริง ผมว่าข้าวไม่น่าจะอร่อยแล้วครับ

“ทำไมวันนี้น้องบอสมากินข้าวที่นี่ได้คะ” คนที่ผมสั้นๆ ถาม

“มีคนชวนก็เลยมาครับ”

“ผู้หญิงคนไหนถึงชวนน้องบอสมาโรงอาหารได้ พี่อยากเห็นหน้า” คราวนี้คนผมยาวถักเปียสวย

“คนนั้นครับ”

โคตรดีชี้มาที่ผมทันทีเลยครับ จะซวยไหมครับผม

“อ้าวน้องปีหนึ่งเหรอ ทำไมถึงชวนพี่บอสมาได้มีเคล็ดลับอะไรบอกพี่หน่อยสิ” คนผมสั้นคนเดิมครับ ยิ้มหวานให้ผมด้วยแน่ะ

“ผมมาทำภารกิจให้พี่รหัสครับ”

“พี่ได้ยินแล้วนะครับ ผมขอกินข้าวกับเนสก่อนแบบส่วนตัวคงไม่ว่าอะไรนะครับ”

“ได้สิจ๊ะ เดี๋ยวคืนนี้พี่ไลน์ไปหานะ”

สามสาวยิ้มหวานทิ้งท้ายก่อนจะหิ้วกระเป๋าเดินออกไป ฮอตมาก ฮอตจริง ผมนี่ขอซูฮกให้เลย เอาตำแหน่งเดือนไปกินน่ะสมศักดิ์ศรีแล้ว

นี่ผมไม่ได้หวงเลยนะ ไม่ได้หวงเลยยยยยย

แต่ตอนมัธยมก็ไม่ได้โดนรุมจ้องจะงาบขนาดนี้นี่หว่า

“นั่งดิ จะยืนกินเหรอครับเนส”

ปั้งที่สองของวัน คำพูดคำจาที่พูดกับผมเหมือนตอนที่คบกันไม่มีผิด

พูดแบบนี้ผมหวั่นไหวนะเว้ย!

“กูขอถ่ายรูปด้วยนะ พี่รหัสกูสั่งมา”

สั่น...สั่น เสียงผมเนี่ยสั่น บ้าเอ๊ย

“ได้ดิ พี่รหัสมึงนี่ทำดีเหมือนกันนะเนี่ย”

จะพูดให้ใจผมสั่นเล่นทำไมวะ ผมถ่ายไปรูปหนึ่งด้วยความรวดเร็วเบลอหรือเปล่าไม่รู้ช่างหัวมัน รู้แค่มีส่งพี่เขาก็พอแล้ว

“แต่ไม่ใช่มึงใช่ไหมที่เป็นพี่รหัสกู”

“มึงเล่นถามอย่างนี้เลยเหรอ”

“แล้วใช่ปะล่ะ”

“หึ ไม่ใช่หรอก ถึงกูจะอยากเป็นใจจะขาดก็เถอะ”

หยอดอีกแล้ว หยอดมันทุกโอกาส ทำหน้าไม่ถูกแล้วครับตอนนี้

“เออรีบๆ กินเถอะจะได้รีบไปสักที”

“แล้วนี่มึงเป็นไงมั่ง ไม่แฮงค์มากใช่ไหม”

จะถามทำไมครับแค่นี้ก็ขายขี้หน้าจะแย่อยู่แล้ว

“อือ”

“ก็ดี ทีนี้จะได้มาคุยกันว่ามึงจะรับผิดชอบสิ่งที่ทำไว้เมื่อคืนยังไง”

บอสปลดกระดุมออกสองเม็ด แหวกเสื้อนักศึกษาให้ดูตรงลาดไหล่ รอยแดงจางๆ ตรงต้นคอนั่นคืออะไรทำไมผมเริ่มเหงื่อแตกวะ ก่อนที่เขาจะติดกระดุมคืน

“อะ อะไร”

“มึงเป็นคนทำไงเมื่อคืนนี้”

เชรดดดดด ผมทำอะไร! ผมไม่ได้ไปปล้ำเขาใช่ไหมบอกหน่อย

ไอ้ประโยคที่ว่าอย่าถือคนบ้าอย่าซาคนเมานี่ใช้กับสถานการณ์นี้ได้ไหมครับ ถ้ามันได้ผมขอใช้นะ

ใช้ได้ก็เหี้ยแล้ว แค่เมาคืนเดียวเละได้ขนาดนี้เลยเหรอวะ

“กูเหรอ...”

“อืมมึงแหละ รับผิดชอบกูมา”

ให้ทำไงครับยกขันหมากไปขอเลยไหมล่ะผมพร้อมนะแต่ยังไม่มีสินสอดแค่นั้นเอง

จะบ้าเหรอ ไม่ใช่ละ

“รอยยุงกัดหรือเปล่า” โอ้โหแถร แถรมากเลยครับผม

ไม่เนียนไปเรียนมาใหม่

“อืมยุง ยุงที่ชื่อเนสเนี่ย”

“มึงจะพูดอะไรตรงนี้คนเยอะจะตาย” เลิกลักกว่าผมไม่มีแล้วครับตอนนี้

“ทำไมอ่ะ มึงอายเหรอ ทีเมื่อคืนนะกูบอกให้หยุดๆ มึงยังไม่ยอม...”

“ก็บอกอย่าพูดไง!”

คือมือผมไปเร็วกว่าปาก นู่นมือของผมปิดอยู่ที่ปากบอสแล้วครับ ความละครไปอีก พอรู้ตัวผมก็เลยดึงมือกลับทำตัวให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้

“เมื่อคืนกูเมามากขนาดนั้นเลยเหรอวะ” เสียงผมนี่อ้อมแอ้มมากเลยครับ

เรื่องนี้ลองเล็ดลอดออกไปขายหน้าไปห้าชาติบอกเลย

“ใช่ มึงกินไปตั้งเยอะ โดนมอมไงมึงจำไม่ได้เลยเหรอ”

จำได้กูจะนั่งเอ๋ออยู่ตรงนี้ไหม

“แล้วไงอีกวะ”

“มึงก็จำทางกลับห้องไม่ได้ กูก็เลยพามึงไปห้องกู”

“อืมแล้วไงอีก...”

อยากไปห้องเขาตอนที่มีสติครบ เฮ้ย! ไม่ใช่ ผมต้องใจแข็งดิ ไม่ชอบเขาแล้ว...ไม่ชอบแล้วท่องไว้เนส

“มึงหลับกูเลยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ แต่มึงโวยวายแล้วก็ดึงกูไปจูบ เล่าขนาดนี้แล้ว พอจะเห็นภาพลางๆ ไหม”

พอเขาพูดเหมือนภาพมันลอยมาเลยครับ ตอนนั้นผมว่าผมร้อน ร้อนมากๆ

 

‘เนสอยู่นิ่งๆ จะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้’

เสียงใครวะหนวกหูคนจะหลับจะนอน

‘อย่ามายุ่งจะนอน!’

แล้วเสียงกูเป็นอะไรยานคางเชียว แล้วแอร์คือเสียเหรอวะร้อน!

‘ก็จะให้นอนแต่จะเปลี่ยนชุดให้ก่อนไงครับ’

‘หื้มมมม พูดเพราะยอมให้เปลี่ยนก็ได้’

ยอมครับอยู่ๆ ก็อยากยอม มีอะไรยุบยับๆ อยู่รอบตัวเต็มไปหมด ผมโดนจับพลิกซ้ายพลิกขวาอยู่สองสามทีแล้วทุกอย่างก็สงบ

นอนได้ห้องเย็นสบายยยย

แล้วอะไรมายุกยิกอยู่ที่คอผม จั๊กจี้เว้ย!

‘หื้อไรวะ จั๊กจี้’

เหมือนจะได้ยินเสียงใครจากที่ไกลๆ หรือเขาอยู่ใกล้ๆ แต่ผมจับใจความอะไรไม่ได้เลย

‘ทำไมมึงหายไปบอกกูได้ไหม’

ใคร...แล้วมาบ่นอะไรวะจะนอน

‘หายไปไหนมารู้ไหมเป็นห่วงแทบบ้า’

โอ๊ย! รำคาญมางุ้งงิ้งๆ ใกล้หู มึนขนาดนี้ผมจับใจความไม่ได้สักอย่าง แต่เหมือนจะถามว่าไปไหนมาล่ะมั้ง

‘ไปทำงานมา ไกลมาก เหนื๊อยเหนื่อย’

‘แล้วทำไมต้องไป’

‘เสียใจก็ไปสิ ถามมากจังจะนอนปวดหัว’

‘บอกมาก่อนได้ไหมเสียใจเรื่องอะไร’

ทำไมถามเยอะจังวะก็บอกว่าจะนอน แล้วไอ้เรื่องเสียใจของผมน่ะไม่เคยอยากพูดถึงมันเลยนะ

‘เนส...บอกได้ไหมเสียใจเรื่องอะไร’

หน้าผมถูจับให้หันไปสบตากับใครบางคนที่ผมคุ้นมากๆ ผมไม่รู้อะไรแล้วตอนนี้ ความจริงความฝัน สติอะไรไม่เหลือสักอย่าง

รู้แค่อย่างเดียวอยากจูบ...

ร่างกายมันไปเองโดยอัตโนมัติ มือของผมเอื้อมไปจับใบหน้าอันแสนคุ้นเคยนั้นดึงเขาลงมาแล้วโน้มตัวขึ้นไปประกบปากกับเขา

จากที่ตอนแรกร้อนอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งร้อนรุ่ม ทุกอย่างมันคุ้นเคยไปหมด และผมรู้สึกได้ว่าลึกๆ แล้วผมโหยหาจูบนี้มานาน

ผมบดเคล้ากับปากนุ่มอยู่นานไม่ยอมปล่อย ก็อีกฝ่ายให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีมันก็เลยเลยเถิดไปไกล

‘เนสเมาแล้วก็นอนเถอะ’

ใครห้าม น่ารำคาญก็คนอยากจูบอ่ะ

ผมไม่ฟังหรอก

‘ถ้าไม่หยุดคนที่จะเสียใจจะเป็นเนสนะ’

โอ๊ยรำคาญกัดคอไปทีนึงหมั่นเขี้ยว! นอนก็นอนวะหมดอารมณ์ปวดหัวด้วย

 

วาโยเย 

เป็นครั้งที่เราได้คุยกันหลังจากที่ผ่านมาสิบกว่าตอน เขียนไปเขียนมาเหมือนนิยายคอมเมดี้เลย 555 ยินดีที่ได้รู้จักนักอ่านทุกคนที่เข้ามาอ่านถึงตรงนี้นะคะ ตอนที่เขียนก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีคนชอบเยอะหรือไม่เยอะเพราะมีคนเขียนนิยายาวายเยอะมาก แล้วเขาก็เขียนดีกันด้วย เอาเป็นว่าถ้าอ่าานตั้งแต่ตอนแรกมาจนถึงตอนนี้เราคือเพื่อนกัน มาช่วยกันลุ้นไปกับความรักของพวกเขาไปพร้อมๆ กันนะคะ

ความคิดเห็น