จรสจันทร์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แฟนเก่าของเธอ - 100% -

ชื่อตอน : แฟนเก่าของเธอ - 100% -

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 305

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มี.ค. 2563 16:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แฟนเก่าของเธอ - 100% -
แบบอักษร

“คิดอะไรอยู่ นั่งนิ่งเชียว” เสียงทุ้มของไตรภัทร ปลุกคนที่นั่งจมอยู่ในภวังค์ให้ตื่นตัวขึ้น พิมพิกาหันมองเขาครู่หนึ่งก่อนหันกลับไปมองถนนเบื้องหน้าตามเดิม 

“ปกติพิมก็เงียบแบบนี้อยู่แล้ว” เธอตอบไปตามตรง เพราะไม่รู้จะคุยอะไรกับเขา เธอถนัดเป็นผู้ฟังที่ดีมากกว่า 

ไตรภัทรคลี่ยิ้มราวกับว่าคำตอบของเธอเมื่อครู่เป็นสิ่งที่เขาคาดเดาไว้อยู่แล้ว พลันเขานึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงรีบพูดออกมาก่อนที่เธอจะร่ำร้องขอให้เขาพากลับบ้าน 

“พิมชอบดูการ์ตูนแอนิเมชั่นไหม เรื่องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วพี่ว่าน่าดูมากเลยละ” 

ก่อนหน้านี้เขาโทร. ไปคุยกับจิราภาเพื่อถามว่าพิมพิกาชอบดูภาพยนตร์แนวไหน แทบไม่อยากเชื่อเลยว่าเขากับเธอชอบการ์ตูนแอนิเมชั่นเหมือนกัน 

พิมพิกาหันไปมองคนพูดทันที ประกายตาแสดงความสนใจอย่างปิดไม่มิด “ใช่หนังไดโนเสาร์อะไรนั่นรึเปล่า” 

“ใช่! เห็นหนังตัวอย่างแล้วท่าทางจะสนุก แต่ถ้าพิมไม่ชอบดูการ์ตูนก็ไม่เป็นไรนะ เราดูเรื่องอื่นกันก็ได้” 

เขาจงใจขุดหลุมพรางไว้หลอกล่อ จิราภาบอกว่าพิมพิกาชอบดูการ์ตูนแอนิเมชั่นมาก เพราะเจ้าตัวมักใช้จินตนาการจากฉากสีสันสดใสในเรื่องและตัวการ์ตูนเหล่านั้นในการสร้างสรรภาพเขียน 

“พี่ไตรชอบดูการ์ตูนหรือคะ” เธอย้อนถามเขา คนถูกถามก็พยักหน้าตอบอย่างแข็งขัน 

“ชอบสิ ชอบมากเลยล่ะ แต่ปกติแล้วพี่ไม่ค่อยได้เข้าไปดูในโรงหนังเท่าไร ส่วนใหญ่รอให้เป็นดีวีดีแล้วซื้อมาดูที่บ้านน่ะ” เพื่อนในกลุ่มเขาไม่มีใครชอบดูการ์ตูนแอนิเมชั่น สาวที่เขาเคยควงก็ไม่มีใครชอบดูเลยสักคน 

“ถ้าพี่ได้กลับไปนอนที่บ้านก็จะซื้อแผ่นไปดูกับน้องสาว รายนั้นเขาก็ชอบการ์ตูนเหมือนกัน เป็นสิ่งเดียวที่พี่กับยายต้องเข้าขากันได้ นอกเหนือจากนั้นมักจะขัดคอกันตลอด” 

ไตรภัทรพูดไปยิ้มไปเมื่อนึกถึงต้องตา ผู้เป็นน้องสาว ก่อนจะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าพิมพิกามักไม่ค่อยชอบให้เอ่ยถึงเรื่องครอบครัวเท่าไรนัก กำลังจะเปลี่ยนเรื่องพูดเพื่อหลีกเลี่ยงหัวข้อสนทนานี้ แต่หญิงสาวกลับเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาเสียก่อน 

“พิมก็ชอบดูการ์ตูนมากค่ะ แทบจะเรียกว่าเติบโตมากับมันเลยก็ว่าได้” ตอนเด็ก ๆ บิดามารดาปล่อยให้เธออยู่กับโทรทัศน์แทบทั้งวัน เพราะต่างคนต่างก็ยุ่งอยู่กับเรื่องของตัวเอง เธอไม่มีพี่น้องคนอื่น กับเพื่อนข้างบ้านเธอก็ไม่เคยไปเล่นกับพวกเขาเพราะท่านทั้งสองไม่เคยพาไปรู้จัก เพื่อนในเวลานั้นของเธอจึงมีเพียงการ์ตูนจากโทรทัศน์เท่านั้น 

ชายหนุ่มหันมองหญิงสาวครู่หนึ่ง แม้มุมปากเธอจะมีรอยยิ้ม ทว่าน้ำเสียงและความรู้สึกที่เขาสัมผัสได้กลับแฝงความเศร้าและเดียวดายจนอดไม่ได้ที่จะเอื้อมไปคว้ามือเธอมากุมไว้แล้วบีบเบา ๆ เพื่อปลอบประโลม 

“ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย ในที่สุดพี่ก็มีคนดูการ์ตูนเป็นเพื่อนสักที ไม่ต้องซื้อแผ่นไปนอนดูคนเดียวที่บ้านอีกแล้ว” เขาหันไปยิ้มให้จึงทันได้เห็นความโดดเดี่ยวอ้างว้างจากใบหน้าสวย ๆ ของเธอ ทั้งที่ปกติมักฉาบไปด้วยความเย็นชาอยู่เป็นนิจ 

เขาชักอยากรู้แล้วสิว่าพิมพิกามีปมอะไรในใจ และเธอเติบโตมาแบบไหนถึงได้กลายเป็นคนที่ปิดกั้นตัวเองจากคนรอบข้างได้ขนาดนี้ 

“ไปดูกันตอนนี้มันจะดีหรือคะ” แค่นึกถึงบรรดาแฟนคลับของเขาที่ล้อมหน้าล้อมหลังเดินตาม อีกทั้งเสียงกรี๊ดกร๊าดไม่ขาดระยะแล้วก็ทำให้เธออดขนลุกไม่ได้ 

“ทำไมละ หรืออยากดูรอบมิดไนต์ คนน้อยดี” สำหรับเขาแล้ว ไม่ว่าจะดูเวลาไหนก็ย่อมได้ทั้งนั้น เขาชินเสียแล้วกับการที่มีแฟนคลับจำได้แล้วทักทายตลอดเวลา เพราะนั่นคือสิ่งที่เป็นเครื่องยืนยันว่าวงดนตรีของเขายังได้รับความนิยมอยู่มาก 

พิมพิกาพยักหน้าเห็นด้วย แต่พอมองไปที่กล้องติดหน้ารถแล้วก็นึกขึ้นได้ว่า หากเธอกับไตรภัทรไปดูภาพยนตร์รอบดึก ตากล้องคนใดคนหนึ่งก็ต้องติดตามไปด้วยแน่นอน เธอไม่อยากสร้างความลำบากให้ทีมงานเท่าไรนัก 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ดูตอนบ่ายนี่ก็ได้” 

“จริงสิ ตอนนี้ทีเซอร์ของรายการเริ่มออกแล้วนะ เพราะพรุ่งนี้ก็ออกอากาศตอนแรกแล้ว ตื่นเต้นไหม” ไตรภัทรหันไปมองหญิงสาวพร้อมรอยยิ้ม พิมพิกายิ้มตอบไปอย่างจืดเจื่อน เมื่อคืนจิราภาโทร. บอกแล้วเช่นกัน แต่เธอยังไม่มีโอกาสได้ดูโทรทัศน์จึงยังไม่เห็นทีเซอร์ที่ว่า 

เสียงโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋าสะพายทำให้หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย เธอหยิบออกมาเพื่อดูชื่อคนที่โทร. เข้า ครั้นพอเห็นว่าใครโทร. มา ร่างกายพลันแข็งค้างไปทันที 

พ่อ... 

พิมพิกาเม้มปากแน่นระหว่างกดรับสาย เสียงที่กรอกลงไปแผ่วเบาไม่ต่างจากเสียงกระซิบ “ค่ะพ่อ” 

ไตรภัทรอดไม่ได้ที่จะลอบมองหญิงสาว ดูเธออึดอัดไม่น้อยตอนคุยกับบิดา ทำให้เขามั่นใจว่าความสัมพันธ์ระหว่างพิมพิกากับพ่อของเธอไม่ค่อยดีเท่าไร เพราะคำพูดทุกคำแสดงออกถึงความห่างเหินจนแม้แต่เขายังรู้สึกได้ 

“ไม่ได้หรอกค่ะพ่อ หนูทำงานนะคะ คนอื่นก็ต้องทำเหมือนกัน... แค่นี้ก่อนนะคะ หนูยังไม่สะดวกคุย เสร็จจากงานแล้วหนูจะโทร. ไปหาค่ะ” เธอกดวางสาย ปิดเสียงโทรศัพท์แล้วหย่อนลงในกระเป๋าทันที 

หญิงสาวเอนศีรษะพิงกับเบาะแล้วหลับตาลงเพื่อปิดกั้นความรู้สึกบางอย่างที่ผุดพลุ่งขึ้นในใจ แต่ไม่ต้องการให้ผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างกันได้รับรู้ และบอกเขาเป็นนัย ๆ ด้วยภาษากายว่าเวลานี้เธอต้องการนั่งคิดอะไรเงียบ ๆ คนเดียว 

เป็นเพราะบิดาของเธอได้เห็นโฆษณาทีเซอร์ของรายการ ทันทีที่บุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนของท่านกับภรรยาใหม่รู้ว่าเธอต้องร่วมงานกับนักร้องซุปเปอร์สตาร์อย่างไตรภัทร ก็รีบโทร. มาบอกให้พาเขาไปกินข้าวด้วยกันที่บ้าน เพราะน้องแพร น้องสาวต่างมารดาของเธอชื่นชอบไตรภัทรมาก... อยากรู้เหลือเกินว่าถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องนี้ ท่านคิดจะโทร. หาเธอบ้างหรือไม่ 

หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อรู้สึกได้ถึงความอุ่นร้อนของอุ้งมือใหญ่ที่เข้ามาเกาะกุมมือ ครั้นพอลืมตาขึ้นแล้วก้มมอง เห็นเขากำลังประสานมือแนบแน่นกับเธอพอดี แรงบีบเบา ๆ ราวกับให้กำลังใจนั้น ส่งผลให้ก้อนเนื้อข้างซ้ายเต้นรัวขึ้นมาทันที ความอบอุ่นจากเขาส่งผ่านจากกลางฝ่ามือลามเลียขึ้นมาโอบล้อมหัวใจไว้อย่างไม่ทันได้ตั้งตัว 

พิมพิกาละสายตาไปทางอื่นทันที พยายามสลัดความรู้สึกหวานล้ำนั้นทิ้งไป พร่ำบอกตัวเองในใจว่านี่คือการแสดง สิ่งที่เขาทำไม่ใช่สิ่งที่ออกมาจากใจ หากเผลอไปตกหลุมเสน่ห์ของเขาเข้า คนที่เจ็บปวดก็คงไม่พ้นตัวเธอเอง 

โรงภาพยนตร์ที่ไตรภัทรพาพิมพิกามานั้นไม่ได้อยู่ในห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองที่ใครหลายคนนิยมไปกัน คนจึงไม่พลุกพล่านอย่างที่หญิงสาวนึกกังวลไว้ตั้งแต่ทีแรก แถวนี้มีแต่อาคารสำนักงานตั้งเรียงราย ช่วงบ่ายอย่างนี้คนส่วนใหญ่จึงทำงานกันอยู่เพราะเลยพักเที่ยงมาแล้ว 

พิมพิกาหันไปมองเขาแล้วยิ้มให้บาง ๆ อย่างขอบคุณ พอดีกับที่ชายหนุ่มคว้ามือของเธอไปกุมไว้อีกครั้งพลางรั้งให้เดินเข้าไปที่ช่องขายตั๋วโรงภาพยนตร์ด้วยกันโดยมีตากล้องคนหนึ่งเดินตามมา ส่วนอีกคนยืนถ่ายอยู่ด้านข้างช่องขายตั๋วแล้ว 

ไตรภัทรยิ้มหวานใส่พนักงานที่ยืนยิ้มร่าอยู่หลังเคาน์เตอร์ก่อนบอกชื่อเรื่องที่ต้องการดู รอบถัดไปจะเริ่มฉายในอีกครึ่งชั่วโมง ชายหนุ่มจึงตัดสินใจเลือกรอบนี้ จากนั้นก็หันหน้าไปหาพิมพิกา 

“นั่งตรงไหนดีพิม ตรงกลางนี่ดีไหม” เขาชี้ไปที่ชั้นบนสุดของหน้าจอสำหรับเลือกที่นั่ง เธอพยักหน้าเห็นด้วย ชายหนุ่มจึงเงยหน้าบอกกับพนักงาน 

“ตรงนี้ครับ” พูดจบก็รอรับตั๋วโดยที่ไม่ต้องจ่ายเงิน เพราะทีมงานจัดการเอาไว้ให้เรียบร้อยหมดแล้วรวมถึงตั๋วสำหรับตากล้องทั้งสองคนด้วย แต่พิมพิกาลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท 

“ยังไม่ได้จ่ายเงินค่าตั๋วเลยนะคะ” เธอกระซิบบอกเขาเบา ๆ เพราะนึกว่าเขาลืม แต่ชายหนุ่มกลับยิ้มกว้างพาเธอมานั่งที่โซฟาแล้วตัวเองก็นั่งเบียดจนสะโพกชิดกัน ก่อนยื่นหน้าไปกระซิบที่ข้างหูของเธอบ้าง 

“สปอนเซอร์รายการ ทีมงานเขาจัดการให้หมดแล้ว อย่าลืมสิ เดี๋ยวเราจะได้ป๊อปคอร์นกับน้ำไปกินฟรีด้วย” 

พิมพิกาเบิกตากว้างเมื่อนึกขึ้นได้ เธอลืมไปจริง ๆ ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในรายการนี้เป็นอภินันทนาการจากสปอนเซอร์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่มหรือของกินในตู้เย็น เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งของใช้ในชีวิตประจำวันอย่างน้ำยาล้างจานหรือกระดาษทิชชู 

หญิงสาวขยับตัวยุกยิกเมื่อรู้สึกว่ากำลังถูกเขานั่งเบียดจนชิดกันเกินไป ครั้นพอหันหน้าไปเพื่อจะบอกเขา แก้มของเธอก็เฉียดผ่านจมูกของชายหนุ่มแบบเส้นยาแดงผ่าแปด 

“เฮ้ย!” เธออุทานเบา ๆ ด้วยความเคยชิน แต่ไตรภัทรกลับทำหน้านิ่งราวกับไม่ได้รู้สึกอะไรกับเหตุการณ์เมื่อครู่ หนำซ้ำยังเลิกคิ้วขึ้นสูงเป็นเชิงถามอีกด้วย 

“ช่วยขยับไปอีกนิดได้ไหมคะ พี่เบียดจนแทบจะนั่งตักพิมอยู่แล้ว” พูดพลางจ้องหน้าเขาเขม็ง ทว่าคนถูกจ้องกลับไม่สะทกสะท้าน และไม่มีทีท่าว่าจะขยับตัวแม้แต่นิดเดียว 

“จะเปลี่ยนเป็นพิมมานั่งตักพี่แทนก็ได้นะ พี่ชอบ” เรื่องนอกบทขอให้บอก เขาละถนัดนัก! 

 

**************** 

 

เรื่องกะล่อนนี่ อิพี่ไตรไม่เป็นสองรองใครนะคะ หุหุ  

อยากรู้เหลือเกินว่า ตอนที่คนอ่านได้อ่านนิยายเรื่องนี้ มโนหน้าของพี่ไตรเป็นพระเอกคนไหนกันบ้างเอ่ย อย่างหนิงนี่...หน้าของดีเจพุฒิลอยมาเลยค่ะ หล่อกรุ้มกริ่ม สายตาแพรวพราว ยิ้มทีละลาย แอร๊ยยย >.< คิดเหมือนกันไหมตัวเอง คริคริ 

ความคิดเห็น