จรสจันทร์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แฟนเก่าของเธอ - 35% -

ชื่อตอน : แฟนเก่าของเธอ - 35% -

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 327

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2563 18:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แฟนเก่าของเธอ - 35% -
แบบอักษร

“ใช่พิมจริง ๆ ด้วย” 

พิมพิกาตัวแข็งทื่อยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่ยอมหันกลับมามองคนเรียก น้ำเสียงของเขาฟังคล้ายดีใจที่เจอเธอ ทว่าเธอกลับไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิด เพราะในบรรดาคนที่เธออยากหลบลี้หนีหน้าไม่ต้องพบเจอกันอีกนั้นรวมชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างหลังนี่ด้วย 

ร่างสูงโปร่งของชลัมพลเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าหญิงสาวเพราะรู้นิสัยของพิมพิกาดีว่าเธอไม่มีทางหันมาหาเขาก่อนเป็นแน่ “พิมมาทำอะไรที่นี่น่ะ” 

พิมพิกาถอนหายใจแผ่วก่อนเงยหน้ามองเขาเต็มตา ยอมรับว่าเขาดูดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก ใบหน้าหล่อเหลาของเขาดูมีเสน่ห์ยิ่งขึ้นเมื่อมีไรเคราจาง ๆ ที่กรามและคางเหลี่ยม 

“มาทำงานค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ แล้วผินหน้ามองไปทางอื่น ในขณะที่ชลัมพลเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัยระคนแปลกใจ 

“ทำงาน...ทำที่นี่เนี่ยนะ” ชายหนุ่มแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง พิมพิกาที่เขารู้จัก เป็นคนที่ไม่ชอบทำงานท่ามกลางคนหมู่มาก ยิ่งถ้าเกี่ยวกับวงการบันเทิงแล้วยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ 

“อ้อ...พี่รู้แล้ว พิมทำเกี่ยวกับฉากใช่ไหม เป็นฝ่ายศิลป์หรือ แล้วทำกับรายการอะไรล่ะ” เขาพยายามชวนคุย หวังดึงความสนิทสนมที่เคยมีร่วมกันให้กลับมา 

“เปล่าค่ะ ไม่ได้ทำตรงนั้น” เธอยังคงปิดปากเงียบไม่ยอมบอกว่ามาทำอะไรที่นี่ ชลัมพลคุ้นเคยกับนิสัยดื้อเงียบของเธอดีจึงไม่คิดเซ้าซี้ต่อ 

“พี่มาอัดรายการอยู่ห้องนั้นน่ะ” เขาพูดพลางชี้ไปยังสตูดิโอที่อยู่เยื้องไปด้านหลัง พิมพิกาไม่ได้หันมองตามมือที่เขาชี้ไปซึ่งเขาเองก็ไม่ได้ถือสากับอาการปั้นปึ่งเย็นชาที่เธอแสดงออกมาอย่างโจ่งแจ้ง 

“ไม่เจอกันตั้งหลายปี พิมสวยขึ้นนะ” ชลัมพลมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความชื่นชม ในสายตาของเขา พิมพิกาเป็นผู้หญิงที่สวยและดูดีโดยไม่ต้องเพิ่มเติมเสริมแต่งอะไรทั้งสิ้น เขาเชื่อว่าหากเธอไม่ใช่คนเก็บตัวและมีโลกส่วนตัวสูง ป่านนี้เธอคงได้เป็นดาราหรือนางแบบเหมือนเขาไปแล้ว 

“พิมก็เหมือนเดิมนั่นแหละค่ะ คงเพราะเราไม่ได้เจอกันนานหรือเปล่า กี่ปีแล้วนะ” หญิงสาวแค่นยิ้มให้ 

“สี่ปี เราเลิกกันมาสี่ปีแล้ว” ชายหนุ่มตอบได้ทันทีพลางจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาของคนตรงหน้า 

“พิมยังโกรธพี่อยู่ใช่ไหม” มิเช่นนั้นเธอคงไม่ทำเย็นชาใส่เขาอย่างนี้แน่ สี่ปีที่ผ่านมา พิมพิกาเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารู้สึกผิดอยู่ในใจมาโดยตลอด เขาหลอกให้เธอรักและหักหลังเธอด้วยการ...นอกใจ 

“หึ...เรื่องมันตั้งนานมาแล้ว พิมไม่เก็บเอาเรื่องแย่ ๆ แบบนั้นมาใส่ใจหรอก พิมก็แค่ไม่รู้จะคุยอะไรกับพี่เท่านั้นเอง” พิมพิกาพูดออกไปอย่างที่ใจคิด สี่ปีที่เลิกรากันไป มันนานพอที่จะทำให้ความคุ้นเคยเก่าก่อนสูญสลายไปตามกาลเวลา 

“งั้นก็เล่าให้พี่ฟังหน่อยสิว่าพิมมาทำงานอะไรอยู่ที่นี่ เผื่อเราจะได้เจอกันบ่อย ๆ ไง เพราะพี่ต้องมาอัดรายการที่นี่อาทิตย์ละครั้งน่ะ” ชายหนุ่มยิ้มกว้าง แต่ยังไม่ทันที่พิมพิกาจะพูดอะไรออกมา เสียงเรียกของใครบางคนก็ขัดบทสนทนาของทั้งคู่ขึ้นเสียก่อน “ธาร! จะเริ่มถ่ายช่วงต่อไปแล้วนะ มัวทำอะไรอยู่” 

ชลัมพลกับพิมพิกาหันมองไปทางต้นเสียงพร้อมกัน ก่อนที่หญิงสาวจะเป็นฝ่ายหันหน้ากลับมาก่อน ชายหนุ่มที่เรียกชลัมพลเมื่อกี้เดินมาหาทั้งคู่พลางส่งสายตาเป็นคำถามไปยังเจ้าของชื่อ 

“เม่น...นี่พิม เอ่อ...” ระหว่างที่ชลัมพลกำลังนึกว่าจะแนะนำพิมพิกาว่าเป็นเพื่อนเก่าหรือคนรักเก่าดี อีกฝ่ายก็ชิงพูดขึ้นเสียก่อน “อ๋อ! ที่นายเคยเล่าให้ฟังใช่ไหมว่าเป็นแฟนเก่าที่เคยคบสมัยเรียนปีสุดท้าย” 

พิมพิกาตวัดสายตามองไปยังชลัมพลทันที ในขณะที่คนถูกเขม่นมองได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ พลางแนะนำอีกฝ่ายให้เธอรู้จัก 

“พิม นี่เม่น เป็นผู้จัดการส่วนตัวของพี่เอง” 

“สวัสดีครับ เม่นครับ” เมทนี หรือเม่นพอรู้สึกถึงสถานการณ์อึมครึมตรงหน้าดี จึงรีบหาทางคลี่คลายโดยไว 

“ไม่ทราบว่าพิมสนใจเข้าวงการไหมครับ ผมว่าหน่วยก้านใช้ได้เลยนะ ตัวจริงสวยกว่าในรูปอ...” ยังไม่ทันจะพูดจบประโยค ปากของเมทนีก็ถูกมือใหญ่ของชลัมพลปิดไว้เสียก่อน 

พิมพิกาขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าอดีตแฟนเก่าจะเอารูปของเธอให้ผู้จัดการส่วนตัวดูด้วย 

“เอานามบัตรมาหน่อยสิ ปากกาด้วย” ชลัมพลปล่อยมือออกจากปากของเมทนี พลางแบมือขอนามบัตร เมทนีจึงหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาแล้วหยิบกระดาษใบเล็ก ๆ ส่งให้ ชลัมพลรับมาแล้วเขียนตัวเลขสิบหลักลงไปที่ด้านหลัง 

“พี่รู้ว่าถ้าพี่ขอเบอร์ พิมต้องไม่ให้พี่แน่นอน เพราะฉะนั้นเอานามบัตรพี่ไว้ก็แล้วกันนะ เดี๋ยวพี่ต้องเข้าไปอัดรายการต่อแล้ว” ชลัมพลพูดพลางคว้ามือของหญิงสาวขึ้นมารับนามบัตรของเขาเอาไว้ ก่อนมองหน้าเธอนิ่งแล้วพูดต่อ 

“ต้องโทร. หาพี่นะพิม พี่ขอร้อง พี่มีหลายเรื่องที่อยากคุยกับพิม” เขาบีบมือเธอแน่นครู่หนึ่งก่อนผละจากไปพร้อมผู้จัดการส่วนตัว 

พิมพิกาอดมองตามหลังเขาไปไม่ได้ ภาพวันคืนเก่า ๆ ที่เคยปิดผนึกเอาไว้ลึกที่สุดของความทรงจำได้หวนกลับมาอีกครั้ง ชลัมพลในวันวานกับชลัมพลในวันนี้แทบไม่ต่างกัน เขาเคยสุภาพอ่อนโยน และดูใจดีอย่างไร ตอนนี้ก็ยังคงเป็นอย่างนั้นอยู่ 

หญิงสาวก้มลงมองนามบัตรในมือ ข้อมูลที่อยู่บนนั้นไม่มีส่วนไหนที่เป็นของชลัมพลเลยแม้แต่นิดเดียว ทุกอย่างเป็นของผู้จัดการส่วนตัวคนนั้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชื่อ เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัว อีเมล และเฟสบุ๊ก ซึ่งเธอก็พอเข้าใจอยู่ว่าพระเอกหนุ่มรูปหล่อที่กำลังขึ้นหม้ออย่างชลัมพลนั้น หากต้องการติดต่อเขาก็คงต้องผ่านผู้จัดการส่วนตัวอย่างเมทนีเสียก่อน เมื่อกี้เขาจึงต้องเขียนเบอร์ส่วนตัวเอาไว้ที่หลังบัตร แล้วกำชับให้เธอโทร. ไปหาให้ได้ 

เรียวปากของพิมพิกายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนละสายตาจากกระดาษแผ่นเล็กนั่นแล้วเดินกลับเข้าไปในสตูดิโอตามเดิม แต่หญิงสาวไม่มีโอกาสรู้เลยว่าบทสนทนาระหว่างเธอกับอดีตคนรักเมื่อครู่นั้นได้อยู่ในสายตาของไตรภัทรตั้งแต่ต้นจนจบ 

ไตรภัทรก้าวยาว ๆ มานั่งที่เก้าอี้แถวหลังสุดทันที ตอนที่เขาอัดรายการอยู่บนเวที เขาเห็นเธอลุกออกไปข้างนอก กระทั่งเขาอัดเสร็จแล้วหญิงสาวก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเข้ามา เขาจึงตัดสินใจจะเดินออกมาตาม ทว่าพอเขาเปิดประตู กลับได้ยินเสียงพิมพิกากำลังคุยกับใครบางคนอยู่ คราแรกเขาไม่เห็นว่าเป็นใคร กระทั่งได้ยินเสียงผู้ชายอีกคนเรียกชื่อคน ๆ นั้นขึ้นมา เขาจึงได้รู้ว่าเธอกำลังคุยอยู่กับชลัมพล พระเอกเบอร์หนึ่งของสถานีโทรทัศน์ที่มีเรตติ้งละครหลังข่าวสูงกว่าช่องอื่น ๆ 

แต่นั่นก็คงไม่ทำให้เขาช็อกมากไปกว่าการที่ได้รู้ว่าพิมพิกากับชลัมพลนั้นเคยคบหากันมาก่อน 

หงุดหงิดชะมัด! เป็นคนอื่นเขาจะไม่ว่าเลย ทำไมต้องเป็นไอ้พระเอกหน้าหล่อคนนี้ด้วย... 

ไตรภัทรกับชลัมพลอยู่คอนโดมิเนียมที่เดียวกัน แต่กลับเขม่นกันทุกครั้งที่เจอหน้า หลายครั้งที่เขาพาผู้หญิงมาค้างแล้วบังเอิญเจอชลัมพล รายนั้นมักส่งสายตาแทะโลมผู้หญิงที่เขาพามาอย่างเปิดเผยราวกับต้องการประกาศสงคราม ฉะนั้น เวลาที่ชลัมพลพาผู้หญิงมาที่คอนโดฯ บ้าง ถ้าหากเขาเจอ เขาจึงไม่พลาดที่จะแก้แค้นกลับคืนไป 

ชายหนุ่มมองพิมพิกาที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ สายตาเลื่อนลงไปที่มือเล็กข้างนั้นอย่างอดไม่ได้ ชลัมพลให้เบอร์โทรศัพท์ไว้ หนำซ้ำยังบอกให้เธอโทร. ไปให้ได้ คงหวังจุดถ่านไฟเก่ากระมัง 

เอาเถอะ! ตราบใดที่เขายังอยู่กับพิมพิกา ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้มาเกาะแกะผู้หญิงที่เขาเล็งไว้ 

“หายไปไหนมาตั้งนาน พี่นึกว่าพิมหลงจนหาทางกลับไม่ถูกเสียแล้ว” ไตรภัทรแกล้งกระเซ้า ขณะที่พิมพิกานั่งลงที่เก้าอี้ตัวถัดจากเขาแล้วหยิบกระเป๋าสะพายใบใหญ่มาวางบนตัก 

“เดินเล่นแถวนี้น่ะค่ะ” เธอตอบพลางหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาแล้วสอดนามบัตรที่ชลัมพลให้ไว้ในนั้นโดยมีสายตาของไตรภัทรเฝ้ามองแทบไม่กะพริบ 

“หิวหรือยัง พี่เหลืออัดอีกช่วงหนึ่งก็เสร็จแล้วละ รออีกนิดนะ จริงสิ...เดี๋ยวพี่มานะ รอแป๊บ” พูดจบเขาก็ลุกขึ้นเดินไปยังโต๊ะที่ทางทีมงานวางอาหารว่างเอาไว้ แล้วหยิบขนมปังมาหนึ่งชิ้นพร้อมน้ำเปล่าอีกหนึ่งขวดมายื่นให้พิมพิกา 

“กินรองท้องไปก่อน เดี๋ยวคนอื่นเขาจะหาว่าพี่ดูแลแฟนไม่ดี” ไตรภัทรพูดยิ้ม ๆ พลางนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิม 

“ตกลงคิดได้รึยังว่าเราจะดูหนังเรื่องอะไรกัน” เขามองหญิงสาวที่กำลังกัดขนมปังเข้าปาก เห็นดังนั้นเขาจึงจับข้อมือของเธอตรึงไว้ที่เดิมก่อนโน้มหน้าเข้าไปกัดขนมปังอีกฝั่ง ส่งผลให้ตอนนี้ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงคืบ 

“อื้ม...อร่อยจัง เป็นขนมปังที่หวานที่สุดเท่าที่เคยกินมาเลย” ทันทีที่พูดจบ เสียงเป่าปากวี้ดวิ้วจากเพื่อนร่วมวงของเขาก็ดังลั่นไปทั้งห้องส่ง และยิ่งดังขึ้นกว่าเดิมเมื่อทีมงานที่อยู่บริเวณนั้นก็ร่วมสนุกไปด้วย 

 

*********************************************** 

 

เอาล่ะสิ อิพี่ไตรมีคู่แข่งเป็นถ่านร้อนๆ ที่รอติดไฟ แถมคู่แข่งยังเป็นพวกศรศิลป์ไม่กินกันซะด้วย งานนี้ใครจะอยู่ ใครจะไป เดี๋ยวได้รู้กัน 

ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่ะ ^^ 

ความคิดเห็น