Sengomaru
Twitter-icon

งานอาจจะมีคำผิดบ่อยหรือเว้นวรรคไม่สวยก็ต้องขอโทษด้วยนะครับนี่เป็นเรื่องที่ผมเขียนขอให้สนุกกับการอ่านครับภาพประกอบโดย NOLIGG1

บทที่ 20 Welcome to Nimbus

ชื่อตอน : บทที่ 20 Welcome to Nimbus

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 7

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2563 23:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 20 Welcome to Nimbus
แบบอักษร

18.00 น. 14/12/08 HB 

           หลังจากนอนหลับในห้องสมุดมาพักใหญ่แล้วตัดสินใจจะกลับบ้าน ผมที่ถูกชวนเชิงบังคับด้วยจดหมายของริเวียให้มาช่วยงานพวกคุณดราเรนก็กำลังนั่งอยู่บนรถยนต์ที่ดูท่าทางหรูหร่าสีน้ำเงิน แสงแดดอ่อนที่ส่องเข้ามาในรถทำให้รู้สึกผ่อนคลาย มันกระทบกับใบหน้าของเด็กสาวที่นั่งอยู่ในท่าสำรวมด้านข้างของผมอย่างสงบนิ่งโดยที่ใบหน้าไม่ขยับแม้แต่น้อย ดวงตาที่เหมือนกับนกล่าเหยื่อที่กำลังง่วงนอนถ้าเปลี่ยนตรงจุดนั้นได้คงจะเป็นสาวงามน่าดูเลย

               เมื่อเธอรู้สึกได้ว่าผมกำลังจ้องมองเธออยู่เธอก็หันมาหาผมช้าสุภาพ

                               “มีอะไรรึป่าวคะ”

                               “ไม่มีไรหรอก โทษทีนะ”

               หลังตอบคำถามไปแบบไม่ได้คิดอะไรเธอก็หันกลับไปโดยราวกับไม่สนใจคำตอบของผมแม้แต่น้อย

                               “มองมากเด็กคนนั้นก็อายนะ”

               เสียงพูดล้อเล่นดังมาจากทางด้านหน้ารถ

               ผู้ใหญ่ชาวเอเชียที่บอกว่าเป็นพ่อบุญธรรมของคาระ คุณสมชาย

                               บอกว่าประสิทธิ์

               ท่าทางที่ดูใจดีและนิสัยขี้เล่นทำให้เขาเป็นคนที่ดูเข้าหาได้ง่าย ผิวที่ถูกแดดเผาจนเป็นสีคล้ำถูกซ่อนไว้ใต้ชุดโค้ทหนังสัตว์ ดูจากภายนอกน่าจะอายุเกือบจะ 30 แล้ว ทำหน้าที่เป็นคนขับรถให้กับองค์กรติดอาวุธอิสระ Nimbus  ที่มีเป้าหมายไม่แน่ชัด

                               “คาระเองก็ลองพูดคุยกับเขาให้มากกว่านี้ก็ได้หนิ บางที่อาจจะเหมาะเป็นเนื้อคู่กันก็ได้นะ ว่าไปนั่น”

                               “เอ๋!”

                               “ฉันล้อเล่นน่า ไม่ยกลูกสาวให้หรอก ฮ่าๆ”

               หลังคำพูดล้อเล่นของประสิทธิ์จบลงคาระก็เบือนหน้าหนีราวกับไม่สนใจกับคำพูดเหล่านั้น ทางด้านของรอฟก็ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆให้กับท่าทางของเธอ

 

               หลังจากนั่งรถมากว่า 20 นาทีก็เข้าสู่เขตที่ 2 รถจอดลงที่หน้าตึกซึ่งคล้ายกับตึกสำนักงาน เมื่อเข้ามาด้านในกลับเต็มไปด้วยกล่องเอกสารจำนวนมาก ผมเดินตามคุณประสิทธิ์เข้าไปเรื่อยจนกระทั่งถูกประตูที่เขียนว่าเฉพาะผู้เกี่ยวข้องซึ่งด้านหน้าถูกล็อคด้วยล็อคไฟฟ้าต้องใช้ระบบแสกนม่านตาเพื่อเข้าไป

                               “พาตัวมาแล้ว”

               ประสิทธิ์เปล่งเสียงออกมาอย่างสบายใจเมื่อเข้ามาในห้องแล้ว ภายในเป็นห้องที่ถูกตกแต่งจนให้ความรู้สึกสบายๆต่างกับภายนอกซึ่งเป็นตึกสำนักงาน

                               “ง่ายกว่าที่คิดนะ เจอกันอีกแล้วนะ”

               หญิงสาวสวมแว่นพูดอย่างเหนื่อยใจก่อนจะเดินเข้ามาหาช้า ๆภายนอกของเธอแต่งตัวด้วยชุดสบาย ๆจนดูเหมือนกับผู้ชายเนื่องจากไม่มีหน้าอก ทรงผมบ๊อบสั้นๆที่เห็นครั้งก่อนถูกมัดเอาไว้อย่างดูดี

                               “สวัสดีครับคุณมิเลน่า”

                               “อื้อ ยินดีต้อนรับสู่ Nimbus นะนี่แหละที่ทำงานของพวกเราทำตัวตามสบายได้เลยตอนนี้ดราเรนกำลังทำอะไรพิเรน ๆอยู่ที่ชั้นใต้ดินเดี๋ยวก็ขึ้นมาแล้วแหละ”

                               “ครับ”

                               “เป็นห่วงอยู่ก็ลงไปดูสิ”

                               “ไม่ได้ห่วงย่ะ”

                               “ทำตัวไม่น่ารักระวังจะโดยริเวียแย่งไปนะ”

                               “พูดมากน่า”

               ระหว่างที่มิเลน่าและประสิทธิ์กำลังหยอกล้อกันคาระก็เดินเข้ามาในห้องเงียบ ๆก่อนจะหยิบหนังสือเล่มนึงขึ้นมาอ่านโดยไม่สนใจรอบข้าง

                               “กลับมาแล้วหรอครับพี่สมชาย อ่าวพี่รอฟยอมมาด้วยหรอ หวัดดีครับ”

               เด็กหนุ่มท่าทางร่าเริงเดินเข้ามาหลังคาระไม่นาน ใบหน้าของเขากับคาระนั้นแทบจะไม่ต่างกันเลย ที่ต่างกันนั้นคือทรงผมที่ถูกมัดรวบเอาไว้ด้านหลังและแววตาที่ดูอบอุ่นต่างกับแววตาของคาระที่เหมือนกับนกล่าเหยื่อ

                               “อ้าวคุรินี่พี่เขยนายไง”

                               “โห ผมล่ะปลื้มใจ”

                               “ไม่ใช่สักหน่อย”

                               “นั่นสินะครับ ฮ่าๆ”

                              หมอนี่เหมือนผู้หญิงแหะ

               ขณะที่รอฟกำลังคุยกับความคิดของตัวเองประสิทธิ์ก็เข้ากอดคอของรอฟจากด้านหลังแล้วก็กระซิบเบา ๆ

                               “กำลังคิดอยู่ล่ะสิว่าหมอนี่เหมือนผู้หญิงน่ะ ฉันมีภาพหมอนี่แต่งหญิงอยู่เดี๋ยวส่งให้”

                               “จัดไปครับท่าอาจารย์ ข้าน้อยขอคารวะด้วยยาพิษ 1 จอก”

                               “ไม่ต้องหรอกศิษย์ข้า ขอแค่เจ้าเข้าสู่วิถีที่ถูกและควรก็พอ”

                               “ครับท่านอาจารย์กระผมพร้อมจะเข้าสู่ด้านมืดแล้ว”

                               “very good ศิษย์ข้า”

               ปั๊ป!  ทั้งสองจับมือกันอย่างรวดเร็วพร้อมกับเปลี่ยนเป็นใบหน้าอันชั่วร้ายโดยมีคุริและมิเลน่ามองด้วยสายตาสุดจะเอือมละอา

                               “จะว่าไปคุณยูจีนล่ะครับ”

                               “ชิ”

                               “อ๊ะ”

               มิเลน่าส่งเสียงชิออกมาทันทีหลังจากที่รอฟถามออกมา ประสิทธิ์ที่มองดูอยู่จึงเป็นฝ่ายตอบแทน

                               “หมอนั่นอยู่โรงพยาบาลน่ะ เจอมอฝีนปักทะลุน้องชายตั้งแต่วันที่เราไปฟัดกับดูมแล้ว”

                               “ทะลุเลยหรอ”

                               “yes”

               รอฟเริ่มรู้สึกแปลก ๆที่หว่างขาสายตาของเขามองไปยังมิเลน่าทำหน้าตาไม่พอใจ

                               น่ากลัวโครต

                               “เอาล่ะฉันไปนอนล่ะ ตามสบายเลยนะรอฟที่นั่งข้าง ๆคาระว่างอยู่น่ะรึอยากนั่งกับมิเลน่าก็ไม่เป็นไรนะ”

               หลังจากประสิทธิ์ออกจากห้องไปพร้อมกับคุริมิเลน่าก็กลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง รอฟค่อย ๆนั่งลงโซฟาข้างๆคาระที่ว่างอยู่ เด็กสาวไม่หันมองแม้แต่น้อย เธอยังคงอ่านหนังสือต่อโดยไม่แสดงท่าทีสนใจเขาแม้แต่น้อย

                               “ขอนั่งด้วยนะ”

                               “....”

                               อึดอัดโว้ย!!!

                              <ไม่ใช่ว่านายอยากเจออยู่แล้วไม่ใช่หรอ>

                               ที่คิดไว้ไม่ใช่แบบนี้นี่หว่า

                               “นี่ ๆอ่านอะไรอยู่หรอ”

                               “...”

                               ไม่ตอบเลยแม้แต่น้อย

                               <ถามคำถามบ้าอะไรของนายออกไปน่ะ>

                               จะรู้หรอ

               มิเลน่าที่ทำงานอยู่ผุดยิ้มออกมาเล็กน้อยพลางบิดขี้เกียจไปด้วย

                               “คาระน่ะตอบแล้วแหละ แต่แค่เสียงมันไม่ออกมาจากในใจของเธอเท่านั้นเอง”

                               “ไม่ออกมาจากในใจ?”

                               “เด็กคนนี้แสดงอารมณ์ออกมาแทบจะไม่ได้เลย การสื่อสารก็เช่นกัน เธอต้องใช้ความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าเลยล่ะในการตอบคำถามต่าง ๆไม่งั้นคำพูดเหล่านั้นก็จะไม่ออกมา เพราะงี้แหละเธอเลยไม่ค่อยมีเพื่อน”

                               เป็นคนที่ใจดีกว่าที่คิดแหะคุณมิเลน่า

                               “ตอนนี้เธอก็คงจะเถียงออกมาแล้วล่ะนะแต่แค่คำพูดไม่ได้ออกมาจากเธอ ส่วนมากก็จะได้ยินเธอพูดออกมาเวลาทำงานไม่ก็เวลาเธอถามคำถามสั้น ๆที่อยากรู้เท่านั้นแหละ ยังไงก็ช่วยดูแลเธอด้วยก็แล้วกันเป็นรุ่นน้องนายหนิ”

                               “จะว่าไปเรื่องนั้นเธอไม่ได้ใส่เครื่องแบบของโรงเรียนผมไม่ใช่หรอ”

               ถึงจะบอกว่าเป็นเครื่องแบบแต่จริงแล้ว ๆก็เป็นแค่เสื้อคลุมด้านนอกเอง

               คาระในตอนนี้ยังคงนิ่งเฉยแม้ว่าคนรอบตัวเธอจะพูดถึงเธอกันออกมาก็ตาม

                               “ป่าวเลย ๆ จริงๆแล้วเธอใส่นะ”

                               “หาผมเห็นเธอใส่กิโมโนไว้อย่างเดียวหนิ”

                              “หรอเธอเห็นเป็นแบบนั้นสินะ”

               มิเลน่าหัวเราะออกมาอย่างเต็มที่ในขณะที่รอฟทำสีหน้างุนงงจนกระทั่งเขาก็คาดเดาได้

                               “อ๊ะ รึว่า...”

                               “เธอสวมกิโมโนทับเอาไว้น่ะ”

                               “ทำไมถึงยึดติดขนาดนั้นล่ะครับ”

                               “เสพติดน่ะ”

               มิเลน่ายิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนจากนั้นจึงหันกลับไปพิมพ์งานในโน๊ตบุ๊คต่อ

                               “เป็นของสำคัญจากคุณแม่ต่างหากล่ะคะ”

                               “หืม”

               เสียงเบา ๆดังออกมาจากปากของเด็กสาวที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ มันเป็นเสียงนิ่มๆที่ทำให้รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

               ผมหันหน้าไปมองเจ้าของเสียงช้า ๆเธอละสายตาจากหนังสือมาเถียงเรื่องไร้สาระแบบนี้ถ้าเรื่องที่คุณมิเลน่าพูดเป็นเรื่องจริงชุดนั่งคงเป็นสิ่งสำคัญมากสินะ ลึกๆในใจผมตอนนี้รู้สึกว่าถ้าถามออกไปมากกว่านี้เธอจะถอยห่างออกไปก็ได้

                               ไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองตอนนี้จริง ๆมันยังไงกันแน่นะ

                              ยังไงเราก็มาฟังรายละเอียดงานของคุณดราเรนเท่านั้นคงต้องรอเวลาไปก่อน

               ผมที่ตัดใจเรื่องที่จะคุยกับคาระแล้วจึงนั่งลงตรงที่ว่างบนโซฟาข้าง ๆเธอ แล้วในตอนนั้นเองสติของผมก็ดับไปพร้อมกับสัมผัสอุ่น ๆ

 

 

                              “อ่าวตื่นแล้ว ๆ”

                              เสียงโหวกเหวกอะไรกัน

                               “แหม่ ๆฉันเผลอนิดเดียวก็เป็นซะขนาดนี้เลยหรอ”

                               “นั่นสินะ แต่คาระให้หนุนตักนี่เป็นไปได้ด้วยหรอ”

                              พูดเรื่องอะไรกันน่ะ

               ผมค่อย ๆลืมตาขึ้นที่เบื้องหน้าของผมมีคุณประสิทธิ์และคุริกำลังถือกล้องถ่ายรูปเอาไว้อยู่ อาการวิงเวียนศีรษะเป็นสิ่งยืนยันต์ว่าผมหลับไป

                               มึนเป็นบ้าเลย

               ผมค่อยใช้มือพยุงตัวขึ้นเมื่อมองลงไปด้านล่างนั้นเป็นผ้าสีแดงสดที่ถูกทออย่างประณีต

                               รึว่า...ไม่หรอกมั้ง

                               <ไม่บ้าอะไร เงยหน้ามองดูดี="" ๆสิ="">

               รอฟดันตัวเองขึ้นนั่งตัวตรงอย่างรวดเร็ว ตรงหน้าของเขาคือคาระที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ บริเวณท่อนล่างของกิโมโนที่เธอใส่อยู่นั้นยับมันเป็นรอยที่เหมือนกับว่าถูกบางอย่างทับเอาไว้

                               “ขอโทษนะเผลอหลับไป”

               ผมก้มขอโทษคาระอย่างรวดเร็วแม้กระนั้นก็ไม่มีคำตอบอะไรออกมาจากปากของเธอ

                               หลับสบายก็ดีแล้วค่ะ

                               เอ๋!? เสียงเมื่อกี้

                               <ไม่เกี่ยวนะโว้ย>

                              “นี่ ๆรอฟ ฉันถ่ายไว้เป็นอัลบั้มเลยล่ะ สนใจเก็บไว้ดูป่าว”

               คุณประสิทธิ์ยื่นกล้องมาให้ผมพร้อมกับรูปที่ถ่ายไว้นับร้อยซึ่งทั้งหมดนั้นคือรูปของผมที่กำลังนอนหลับแบบไม่สนโลก

                               “เอ๋!”

                               “นี่ ๆเมื่อกี้ตอนนายนอนอยู่คาระยิ้มออกมานิดนึงด้วยลองดูนี่สิ”

               ขณะที่กำลังเลื่อนดูรูปจู่ ๆกล้องก็ถูกมือของเด็กสาวที่นั่งอ่านหนังสืออยู่หยิบไป

                               “เดี๋ยวสิคาระจังอย่าลบนะ”

                               “ไม่ทันแล้วค่ะ”

               คุณสมชายอวดครวญออกมาอย่างเสียดายในขณะที่คาระเบือนหน้าหนีออกไปราวกับไม่อยากมอง

                               น่าเสียดายจริงๆนั่นแหละ

                               <นั่นสิ>

               ขณะที่ทุกคนกำลังหัวเราะกับอาการของประสิทธิ์ ประตูห้องก็เปิดออกพร้อมกับชายหนุ่มผู้สวมเสื้อกั๊กทหารที่ดูท่าทางขึงขังในขณะที่เจ้าตัวนั้นกำลังอ่อนล้า

               สายตาของทุกคนจับจ้องไปยังเขา

                               “คุณดราเรน...”

                               “มาแล้วหรอ ขาอ่อนคาระหนุนสบายไหม”

                               “...”

                               โครตนิ่มเลยครับ

               ดราเรนยิ้มออกมาเล็ก ๆที่มุมปาก

                               “เข้าเรื่องเลยล่ะกัน งานที่เราจะไปทำกันคือการหาคน”

ติดตามตอนต่อไป

 

จากผู้เขียน

               สวัสดีครับผมSengomaruผู้ชอบลงงานเผาคนเดิม ในที่สุดเรื่องราวก็ผ่านบทแรกมาแล้วจากนี้ไปจะเข้าสู้เนื้อหาบทใหม่แล้ว ขอโทษที่ทำให้รอนานนะครับ

               บทนี้จะมีเนื้อเรื่องที่เข้มข้นกว่าเดิมแน่นอน พร้อมกับบทของตัวละครอื่น ๆที่จะกระจายกันเป็นอย่างครบถ้วนยังไงก็ขอขอบคุณที่ยังคงอ่านกันอยู่นะครับสำหรับจ้าวประจำ(ฮา)

               เนื้อหาในบทใหม่นี้จะใช้ชื่อภาคว่า อิคารัสและหมาป่าแห่งเงามืดยังไงก็ฝากติดตามกันด้วยนะครับ.

                 

ความคิดเห็น