Energy

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่3 คืนสติ

ชื่อตอน : ตอนที่3 คืนสติ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 51

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2563 15:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่3 คืนสติ
แบบอักษร

ตัวเอกมีชื่อว่าจี้เซียนตงนะครับหากตอนไหนมีผิดแจ้งได้เลย

____________

เวลา 1 ก้านธูปผ่านไป(ราวๆ30นาที)

 

"เจ้าว่าเซียนผู้นี้เกิดโทสะอะไรขึ้นเพราะเหตุใดจึงต้องปลดปล่อยปราณที่น่ากลัวเช่นเมื่อครู่ออกมา"

 

หงส์​แดงที่ใช้กรงเล็บ​สีทองคมวาวเชกเช่นกระบี่ล้ำค่าเกี่ยวกิ่งก้านของต้นไม้โบราณที่อยู่ไม่ไกลจากเหล่าเทพพิทักษ์​ที่ดูแลจี้เซียนตงถามขึ้นอย่างสงสัย

 

"ข้าว่าท่านเซียนผู้นี้อาจจะพึ่งสูญเสียผู้เป็นที่รักเป็นแน่"

 

เต่าดำกล่าวตอบสหายเก่าของตนด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย​

 

"เจ้ารู้ได้อย่างไรกันว่าเซียนผู้นี้พึ่งสูญเสีย​ผู้เป็นที่รักเจ้ามีอะไรพิสูจน์"

 

พยัคฆ์​ขาวที่ได้ฟังก็ถามขึ้นอย่างสงสัยรวมถึงหงส์​แดงและมังกรเขียวที่พยักหน้าเห็นด้วยกับพยัคฆ์​ขาวที่ตอนนี้กำลังนอนให้จี้เซียนตงพิงอยู่

 

"ก็ได้ๆข้ามีข้อพิสูจน์​ในตอนแรกที่พวกเรามาถึงข้าได้สังเกตุ​แววตาของท่านเซียนผู้นี้และข้าก็ได้เห็นแววตาที่ว่างเปล่า​ไร้ซึ่งชีวิตชีวาเข้านี้คือสัญญาณว่าท่านเซียนผู้นี้พึ่งจะสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไปแน่ส่วนสิ่งที่ข้าคิดได้นั้นก็คือสูญเสีย​ผู้เป็นที่รัก"

 

เสียงเอื่อยเฉื่อยของเต่าดำทำให้เหล่าสัตว์เทพทั้งสามต่างคิดตามกับสิ่งที่ได้ฟัง

 

"มันก็อาจจะเป็นไปได้อย่างเจ้าว่า"

 

มังกรเขียวเอ่ยขึ้นก่อนจะเหลือบไปมองจี้เซียนตงที่ตอนนี้กำลังจะฟื้นคืนสติ

 

"พวกเจ้าเทพเซียนจะฟื้นสติแล้ว!"

 

เมื่อพยัคฆ์​ขาวเห็นว่าเปลือกตาของจี้เซียนตงขยับก็ได้คำรามออกมาบอกสหายของตนให้เตรียมเข้าที่โดยที่เหล่าสัตว์เทพทั้งสามตัวยกเว้นพยัคฆ์​ขาวได้มาอยู่ด้านหน้าของจี้เซียนตงส่วนพยัคฆ์​ขาวทำหน้าที่เป็นเก้าอี้ชั่วคราวให้เขา

 

"อึก!บ้าเอ้ย!"

 

ในขณะที่สัตว์เทพทั้งสี่ได้เข้าที่กันแล้วนั่นเองจี้เซียนตงก็ได้กลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ก่อนจะสบถออกมาพร้อมกับเปลือกตาที่เปิดขึ้นอย่างช้าๆ

 

"ท่านได้สติแล้วรึท่านเทพเซียน"

 

เสียงทุ้มต่ำของพยัคฆ์​ขาวเอ่ยขึ้นถามจี้เซียนตงที่ตอนนี้กำลังนอนพิงลำตัวของมันอยู่

 

"เสียงนี้มันของใครกัน"

 

จี้เซียนตงเอ่ยขึ้นเบาๆก่อนที่ม่านตาของเขาจะเปิดสนิทจนกระทั่งพบเข้ากับหงส์​แดง​เต่าดำมังกรเขียนที่อยู่เบื้องหน้าของเขา

 

'เดี๋ยวนะ!นี้มันเรื่องจริงงั้นหรอ....บ้าเอ้ยดูจากที่มันกำลังก้มหัวให้เราแบบนี้งั้นก็แปลว่าพวกมันกำลังให้ความเคารพ​เราอยู่ เราต้องใช้โอกาสนี้แหละถามทุกอย่างเกี่ยวกับที่ที่เราอยู่'​

 

"เสียงของข้าน้อยเอง"

 

เสียงของพยัคฆ์​ตอบจี้เซียนตงเมื่อเขาได้ยินอย่างนั่นก็ไม่รอช้าหันขวับไปมองด้านหลังของตัวเองทันที

'​เชี่*!นี้ตูนอนพิงไปเสือขาวตัวโตแบบนี้ตลอดเลยหรอวะ.. เดี๋ยวนะเจ้านี้เรียกแทนตัวเองว่าข้าน้อยงั้นหรอ.... หึหึหึงั้นก็หมายความว่าเจ้านี้ก็เคารพ​เรางั้นหรอเนี่ยถึงจะสงสัยก็เถอะแต่ต้องแสดงซักหน่อยแล้วไม่งั้นพวกนี้จับตูกินแน่'​

 

"อืม.. เจ้ากลับไปนั้งกับสหายของเจ้าได้แล้ว"

 

จี้เซียนตงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำอย่างผู้มีอำนาจจนพยัคฆ์​ขาวที่ได้ฟังก็ต้องผงะเพราะกลัวว่าตนจะไปทำให้เซียนผู้นี้ไม่พอใจ

 

"ข้าผู้น้อยเข้าใจแล้วข้าผู้น้อยจะไปเดี๋ยวนี้"

 

"อืม"

 

จี้เซียนตงเค้นเสียงขึ้นในลำคอก่อนที่จะมองพยัคฆ์​ที่ค่อยๆลุกและเดินไปหมอบอยู่ด้านหน้า

 

"พวกเจ้ามาที่นี่ด้วยเหตุผลอะไร"

 

เสียงทุ้มต่ำของจี้เซียนตงเอ่ยถามออกไป

 

"เหล่าข้าผู้น้อยสัมผัส​ได้ถึงปราณของท่านที่รุนแรง​จนเกิดผลกระทบต่อทั่วทั้งยุทธ​ภพสัตว์น้อยใหญ่ต่างโดนปราณของท่านกดทับจนร่างเกือบแหลกสลายพื้นปฐพีเกิดการสั่นไหวท้องนภาแยกออกจากกันจนเกือบจะเกิดภัยพิบัติ​ครั้งใหญ่พวกข้าผู้เป็นสี่เทพพิทักษ์​จึงออกมาระงับโทสะของท่านหากท่านไม่พอใจอะไรได้โปรดมาลงที่ข้าผู้น้อยได้เลย"

 

เสียงเอื่อยเฉื่อยของเต่าดำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อมระวังทุกกริยาเพื่อป้องกันไม่ให้เซียนที่อยู่ด้านหน้าของตนไม่พอใจ

 

'หะ!?นี้ตูแค่สติแตกมันมีผลกระทบขนาดนั้นเลยหรอเดี๋ยวนะ?เมื่อกี้เจ้าเต่าตัวสุดบิ๊กนี้เรียกเราว่าเป็นเซียนหรอ.. ร่างกายนี้ไม่ใช่ของเราเซียนหรือว่า!?'​

 

"เอ่อ...ท่านเทพเซียนท่านมิพอใจอะไรพวกข้าน้อยรึไม่เหตุใดท่านจึงเงียบไป"

 

พยัคฆ์​ขาวที่เห็นท่าไม่ดีจึงเอ่ยถามจี้เซียนตงออกไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก​เล็กน้อย

 

"ป่าว....แล้วพวกเจ้ามีกระจกกันรึไม่"

 

"กระจก?"

 

"ใช่กระจกข้าต้องการกระจก"

 

"เหตุใดท่านจึงต้องการมันกันเล่าท่านเซียน"

 

"ข้าจะทำมันไปใช้อะไรนั้นก็เรื่องของข้านำกระจกมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!"

 

ด้วยความสมจริงถึงจี้เซียนตงจะกลัวว่าหงส์​แดง​ผู้เป็นคู่สนทนา​จะเกิดโทสะเขาจึงต้องทำน้ำเสียงให้เหมือนกับกำลังไม่พอใจเพื่อข่มขู่

 

"ใจเย็นๆก่อนท่านข้ามีกระจกเดี๋ยวข้าจะนำมันออกมาให้ท่านเดี๋ยวนี้"

 

เมื่อมังกรเขียวเห็นสหายทำให้ท่านเซียนดูไม่พอใจมันจึงต้องนำกระจกออกมาจากรอยแยกมิติส่วนตัวเพื่อบรรเทา​ความไม่พอใจของเซียนลง

 

"อืม"

 

จี้เซียนตงเค้นเสียงออกมาในลำคอก่อนจะหยิบกระจกบานเท่าลูกบอลที่ลอยอยู่บนอากาศมา

 

'นี้มัน!'​

 

หลังจากที่จี้เซียนตงเห็บใบหน้าของตนเองเขาก็ต้องผงะเพราะใบหน้าที่เขาเห็นนั้นก็คืออวตาร​ที่เขาใช้ในเกมปราณเซียนนั้นเอง

 

'เรามีรูปร่างหน้าตาแบบตัวละคร​ในเกมของเรานั่นก็หมายความว่าเราถูกส่งมาที่นี้เพราะ​เมลล์​คำเชิญนั้นสินะ...ที่นี้คงจะเป็นโลกแบบในเกมผู้มีพลังแข็งแกร่งคือผู้อยู่จถดสูงสุดสินะส่วนเจ้าเต่าดำนั้นเองก็เคยพูดใว้ด้วยว่าตัวเรามีปราณระดับเซียนนั้นก็หมายความว่าปราณของเราก็เหมือนกับในเกมสินะ!หึหึหึถึงตอนแรกจะกลัวที่นี้จนสติแทบแตกก็เถอะแต่หากเราอยู่ในร่างอวตารนี้ละก็เราก็ไร้เทียม​ทาน​แล้วละฮ่าๆชักน่าสนุกและสิโลกใบนี้'

 

"นี้เจ้าว่าท่านเซียนเป็นอะไรรึป่าวเหตุใดจึงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ในขณะที่กำลังมองกระจกกัน"

 

หงส์​แดง​ที่อยู่ข้างพยัคฆ์​ขาวได้กระซิบกระซาบ​ข้างหูของพยัคฆ์​ขาว

 

"นั้นสิแต่ข้าคงไม่กล้าที่จะถามเราก็คงต้องรอดูต่อไป"

 

"อะแฮ่ม!เอาละข้าขอถามอีกหน่อยที่นี้คือที่ใดกัน"

 

หลังจากที่จี้เซียนตงได้สติเขาก็ทำหน้าจริงจังอีกครั้งก่อนจะเอ่ยถามสัตว์เทพทั้งสี่ออกไป

-------

หากน่าเบื่อต้องขออภัยเพราะด้วยเรื่องนี้พระเอกเก่งอยู่แล้วจึงจะขอดำเนินเรื่องช้าๆ

 

ความคิดเห็น