บรล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ท้องฟ้ากับน้ำทะเล ตอนที่ 1

ชื่อตอน : ท้องฟ้ากับน้ำทะเล ตอนที่ 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 939

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 30 มี.ค. 2563 22:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ท้องฟ้ากับน้ำทะเล ตอนที่ 1
แบบอักษร

[ท้องฟ้ากับน้ำทะเล]

 

 

เสียงขลุกขลักจากการยกกระเป๋า และกล่องพลาสติกที่ด้านในเต็มไปด้วย ข้าวของจำเป็นของลูกสาวคนเล็กของบ้าน ใช้แรงงานโดยผู้เป็นพ่อและพี่ชายสุดที่รักที่ตีรถกลับภูเก็ต เพื่อมารับน้องสาวขึ้นกรุงเทพฯ เตรียมตัวศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในมหา’ลัยเดียวกัน แต่คนละคณะ

 

“ยัยอ้วน หยุดกินแล้วขึ้นไปดูว่าลืมอะไรไว้อีกหรือเปล่าได้แล้ว”คลื่นยกกระเป๋าเดินทางใบโตลงจากบันไดขั้นสุดท้าย สายตาเหลือบไปมองน้องสาวจอมตระกะ ที่ไม่ว่าจะหันไปมองอีกครั้ง มือเจ้าตัวก็ไม่เคยจะวางเลยสักนาทีเดียว เพิ่งทานข้าวไปยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ ไม่รู้กระเพาะหรือหลุมดำกันแน่ เอวหนาขึ้นทุกวันแล้วนั่น

 

“เราดูแล้วเถอะว่าครบ ไม่ลืมอะไรแน่นอน”คนเจ้าเนื้อทำมืออย่างมั่นใจ พลางแลบลิ้นเลียไอศกรีมรสเลมอนอย่างเอร็ดอร่อย เสื้อไหมพรมสีม่วงตัวใหญ่ที่สวมอยู่ทำให้เจ้าตัวดูอวบ แต่จริงๆแล้วทะเลไม่ได้อ้วนอะไร เรียกว่าคนหุ่นเจ้าเนื้อ มีพุ่งนิดหน่อยเท่านั้นเอง แต่เพราะนิสัยเห็นของกินไม่ได้ น้ำย่อยในกระเพาะจะเริ่มทำงานทันที ทำให้คลื่นอดที่จะเรียก ‘ยัยอ้วน’ ไม่ได้ เห็นแก้มป่องๆ กับปากแดงๆเหมือนเยลลี่เคี้ยวหนุบหนับแล้วมันเขี้ยวจนอยากกัดให้ร้องไห้ ถ้าไม่กลัวไม้เรียวของหม่าม๊าฟาดลงที่หลังซะก่อนน่ะนะ

 

“แน่ใจนะ ถ้าออกจากบ้านแล้วมานึกได้ พี่ไม่ย้อนกลับมาแล้วนะ”ชายหนุ่มพูดย้ำ ทะเลที่จัดการรูดส่วนที่เหลือเข้าปากจนหมด ความเย็นวิ่งจี๊ดขึ้นสมองทำเอาต้องหลับตาปี๋ ตัวสั่นเหมือนโดนไฟช็อต อมไว้จนแก้มป่อง พยักหน้าหงึกหงัก ผมยาวถูกมัดเป็นหางม้า ผูกด้วยโบว์สีขาวสลับชมพู ดูน่ารักน่าแกล้งไปพร้อมๆกันในสายตาของพี่ชาย และคลื่นเองก็เชื่อว่าคนอื่นที่เห็นน้องสาวของเขาก็คิดไม่ต่างกัน

 

“งั้นก็ไปเตรียมตัวขึ้นรถได้แล้ว”

 

“คร้าบ”ทะเลตอบรับด้วยน้ำเสียงทะเล้น ยิ้มโชว์ฟันกระต่ายก่อนจะยันตัวลุกจากพื้นพรมเดินไปหาหม่าหม๊ากับป่าป๊าหน้าบ้าน คลื่นมองตามแผ่นหน้าร่างอวบของน้องสาวแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

“แน่ใจนะว่าไม่ให้ม๊ากับป๊าไปด้วย”คนเป็นแม่ถามอีกครั้งหลังขนข้าวของขึ้นรถเสร็จ ทะเลพยักหน้าด้วยท่าทางมุ่งมั่น เธอโตแล้ว ขึ้นปีหนึ่งแล้วด้วย ขืนให้หม่าม๊ากับป่าป๊าไปส่ง เธอก็ไม่รู้จักโตสักทีสิ เพื่อเป็นการพิสูจน์ในความเป็นผู้ใหญ่ก้าวแรกเลย ต้องไปด้วยตัวเอง!

 

“ทะเลไปกับพี่ได้ค่ะ ป๊ากับม๊าไม่ต้องเป็นห่วงนะ ทะเลจะใช้ชีวิตอย่างระวัง”ประโยคที่คนทั่วไปไม่ค่อยพูด มักจะได้ยินมันจากทะเลเสมอ ซึ่งเป็นอะไรที่ค่อนข้างปกติสำหรับทุกคนในบ้าน รอยยิ้มและแววตามุ่งมั่นของลูกสาวคนเล็ก ทำเอาบิดามารดาผินหน้ามองกันด้วยความหนักใจ

 

“ทะเลจำคำสอนของป่าป๊าได้มั้ยครับ”

 

“ได้ค่ะ ป่าป๊าบอกว่า ห้ามเชื่อใจใครง่ายๆ ไม่มีใครทำดีให้เราแบบไม่หวังผล”คนตัวขาวยิ้มกว้าง จำได้ขึ้นใจเพราะป่าป๊าพูดกรอกหูทุกวัน

 

“ใช่ ถ้ามีอะไรทะเลต้องโทรหาป๊ากับม๊าทุกครั้ง หรือไม่ก็โทรหาพี่คลื่นเข้าใจมั้ยครับ”สำหรับลูกสาวคนเล็ก ต่อให้โตมากแค่ไหนก็ยังน่าเป็นห่วง ทะเลไม่ใช่คนกร้านโลก หรือรู้จักชีวิตดี ตลอดทั้งชีวิตอยู่ติดกับบ้าน อยู่ในสายตาผู้ใหญ่มาตลอด พอวันหนึ่งต้องปล่อยให้ลูกได้เรียนรู้ชีวิตจริงๆ คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็อดกังวลต่างๆนานาไม่ได้อยู่ดี  เจ้าตัวพยักหน้ารับก่อนจะโถมกอดป่าป๊ากับหม่าม๊าเพื่อลา

 

“ดูแลตัวเองดีๆนะลูกสาวม๊า พี่คลื่นดูน้องด้วยนะคะลูก”

 

“ครับม๊า คลื่นจะดูแลน้องอย่างดี…ไปได้แล้วอ้วน”คลื่นรับปากมารดาพลางพูดเร่งน้องสาว ทะเลผละออกจากกอด โบกมือลาหยอย ๆ ก่อนจะเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งข้างคนขับ ซึ่งก็คือพี่ชายสุดที่รักของเธอ หญิงสาวเกาะขอบประตูรถมองพ่อกับแม่ด้วยแววตาวูบไหว ก้อนสะอื้นแล่นขึ้นมาจุกที่ลำคอ แต่พยายามกลั้นน้ำตาไว้ ไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วง โดยเฉพาะหม่าม๊า

 

“บ้ายบาย”

 

มือขาวโบกไปมาจนรถค่อยๆเคลื่อนออกจากรั้ว ตากลมเลี้ยวมองหลังตลอด ยิ่งเห็นหม่าม๊าปาดน้ำตา บ่อน้ำตาก็ยิ่งตื้นขึ้นเรื่อยๆ คลื่นเหลือบมองน้องสาว ก่อนจะดึงทิชชู่ยื่นให้

 

“อยากร้องก็ร้อง ไม่ต้องกลั้น”สิ้นประโยค เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นก็ดังลั่นรถ ทะเลเบะปากน้ำตาร่วงผล็อยไม่หยุด ดึงทิชชู่ในมือคลื่นมาเช็ดน้ำตาพร้อมสั่งน้ำมูกใส่แรงๆ

 

“ฮืออออ หม่าม๊า…อึก…ป่าป๊า..ฮืออ”

 

คลื่นถูหูตัวเองไปมา ปล่อยให้น้องสาวร้องไห้อยู่แบบนั้น ขณะที่ตัวเองก็ตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อไป ทะเลแหกปากจนเริ่มเจ็บคอ ก็เปิดกระเป๋าหยิบขวดน้ำเก็บความเย็นเปิดดื่มอึกใหญ่ ตากลมแดงก่ำ น้ำตาเปรอะไปทั่วใบหน้า มันตลกเสียจนคลื่นขำในลำคออย่างอดไม่ไหว

 

“พี่หัวเราะทำไม…อึก…ไม่เห็นน่าตลก”ปากงุ้ยๆเพราะยังสะอื้นอยู่ พูดออกมาอย่างไม่พอใจ คนกำลังเสียใจ แทนที่จะปลอบ ดันมาหัวเราะกันอยู่ได้!

 

“ใครหัวเราะ พี่ไอต่างหากน่า”บอกปัดแต่ปากยังยิ้มกว้างอยู่ ใครเชื่อก็โง่แล้ว หึ้ย! ทะเลสะบัดหน้าหนี หยิบตุ๊กตากระต่ายตัวโปรดกอดแน่น

 

“โตป่านนี้ยังติดตุ๊กตาอยู่อีก เพื่อนรู้โดนล้อตาย”

 

“ไม่ต้องมายุ่ง ทะเลงอนอยู่!”คนมองออกไปข้างรถพูดเสียงสะบัด คลื่นเลิกคิ้วไม่ได้ซีเรียสอะไร ออกจะขำเสียมากกว่า

 

“งั้นพี่เปิดเพลงให้ฟังนะ ทะเลจะได้นอน อีกนานกว่าจะถึงดีมั้ย”สเต็ปการง้อ ต้องเริ่มจากการเอาใจ คลื่นรู้ดีเพราะทำบ่อย ทะเลไม่ตอบเดี๋ยวหลุดมาด หญิงสาวเอนพิงขอบประตู กอดตุ๊กตาสีขาวไว้ในอก เสียงเพลงจังหวะสบายๆ ฟังแล้วพานให้เคลิ้มหลับดังคลอเบาๆ จนเปลือกตาเริ่มหนักอึ้ง ไม่นานศีรษะเล็กก็ตกกระทบกับกระจกรถจนเกิดเสียง คลื่นระบายยิ้มเอ็นดู จอดรถข้างทางปรับเบาะให้น้องสาว มือหนาลองดึงตุ๊กตาตัวโปรดของเจ้าตัวที่เพิ่งเคยเห็นเมื่อไม่นานมานี้ออก แขนขาวก็ยิ่งรัดแน่น

 

“ท่าทางจะรักจริงแฮะ”พึมพำเบาๆ ก่อนจะกลับมานั่งดีๆแล้วออกรถอีกครั้ง  ขับออกจากภูเก็ตเข้าสู่เมืองกรุงฯ แวะพาเด็กขี้แงกินข้าวเที่ยงก่อนจะพาไปคอนโดของเจ้าตัวที่หม่าม๊าจัดการเช่าไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

 

“ออมมาหรือยัง”ทะเลเอ่ยถามเพื่อนที่สอบติดทั้งมหา’ลัยและคณะเดียวกัน เราจึงตกลงเป็นรูมเมทกันซะเลย เนื่องจากมหา’ลัยที่เราสองคนเรียน ไม่ได้บังคับให้ปีหนึ่งต้องอยู่หอใน

 

[มาถึงแล้ว กำลังจัดของอยู่ แกล่ะถึงหรือยัง]

 

“เราถึงแล้วอยู่ข้างล่างกับพี่คลื่น งั้นเดี๋ยวเจอกันข้างบนนะ”เสียงใสเอ่ยบอกเพื่อนสนิทก่อนจะตัดสาย แล้ววิ่งไปท้ายรถเพื่อช่วยพี่ชายยกของ หากสงสัยว่าทำไมทะเลไม่อยู่กับคลื่น ก็เพราะว่าคลื่นเองก็มีรูมเมทแถมหอนั้นก็ห้องเต็มแล้ว สองพี่น้องจึงต้องแยกกันอยู่ แต่ระยะทางก็ไม่ได้ไกลกันเท่าไหร่ คลื่นสามารถดูแลน้องสาวได้สบายๆ เมื่อยกของขึ้นมาชั้นที่พักของตัวเองได้ ทะเลก็บิดประตูเปิด ลมแอร์เย็นๆจากในห้องชโลมตัว พานให้คลายร้อนได้บ้าง ออมที่จัดของอยู่ในห้องนอนเดินออกมาทักทายคลื่นก่อนจะสวมกอดทะเลด้วยความดีใจระคนตื่นเต้น

 

“โอ้ยย ทำไมแกน่ารักขึ้นวะทะเล ดูสิดูตรงไหนก็น่าบีบ น่ากอดแรงๆไปหมดเลย”ออมพูดอย่างมันเขี้ยวเพื่อน อยากกัดแขนอวบขาวผ่องให้เป็นรอยฟัน หน้าก็แบ๊ว ตัวก็ขาวโอโม่ แถมแต่งตัวเหมือนตุ๊กตาญี่ปุ่นอีกต่างหาก นี่ถ้าทะเลยอมลดน้ำหนักสักห้ากิโลนะ เชื่อเถอะหนุ่มๆวิ่งตามเป็นพรวน

 

“สงสัยเรากินโมจิเยอะไปหน่อยน่ะ”เจ้าของแก้มกลมยิ้มกว้าง ไม่ได้เขินอะไรเพราะเธอเชื่อว่าออมแค่ยอตัวเองเล่นเท่านั้น อีกอย่างปิดเทอมคุณน้าที่ไปญี่ปุ่นก็ขนขนมอร่อยๆมาให้เธอเยอะแยะเลย อย่าถามว่าตอนนี้ไปไหนหมด นี่…สะสมกลายเป็นไขมันอยู่ในร่างกายของเธอหมดแล้ว คิคิ

 

“จะให้พี่ช่วยจัดของมั้ยทะเล”ขณะเดียวกัน คลื่นที่ยกของเข้าไปไว้ในห้องนอนก็เดินออกมาถาม ทะเลส่ายหน้าปฏิเสธ

 

“พี่กลับเลยก็ได้ ที่เหลือทะเลจัดการเอง”

 

“เอางั้นเหรอ”

 

“เอางั้นแหละ”ทะเลพยักหน้ายืนยัน คลื่นจึงฝากทะเลกับออมแล้วกลับทันที ตอนนี้ทั้งห้องเหลือเพียงสองเพื่อนซี้ ทั้งสองสบตาก่อนอย่างมีเลศนัย จากนั้นก็วิ่งไล่เอาหมอนฟาดกันไปมา ทะเลหัวเราะลั่น หลบหมอนที่ปลิวมาตรงหน้าได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะปาคืนแต่ออมเองก็หลบได้เช่นกัน

 

“โอ้ยยย หิว” หลังเปิดศึกกันได้พักใหญ่ สองสาวก็ยกมือยอมแพ้เดินไปล้มตัวนอนที่โซฟา เมื่อร่างกายนิ่ง น้ำย่อยก็ทำงานอีกครั้ง อีกอย่างตอนนี้ก็เย็นแล้วด้วย สองสาวจึงชวนกันออกไปหาอะไรกิน ส่วนของค่อยจัดอีกทีหลังกลับมาแล้วกัน ทะเลคว้ากระเป๋าเดินตามออมลงมาด้านล่าง ยังคงมีคนขนของย้ายเข้ามาอีกเรื่อยๆ ทั้งสองเดินผ่านออกไปแถวหน้าปากซอย จนเจอร้านข้าวสองสามร้าน

 

“อาหารตามสั่งแล้วกัน”ออมว่าพลางเดินนำเข้าไปในร้าน มองหาโต๊ะว่างก่อนจะหย่อนตัวนั่ง ร้านอาหารแถวนี้ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษามอเดียวกับที่พวกเธอเรียน มีคนวัยทำงานไม่เยอะ แถมตอนนี้ก็ได้เวลามื้อเย็น คนเลยค่อนข้างแน่นขนัด โชคดีที่ยังพอมีโต๊ะเหลืออยู่บ้าง

 

“รับอะไรคะ”

 

“เอา…เอ่อ กระเพาหมูสับพิเศษ กับกระเพาหมูกรอบพิเศษอย่างละจานค่ะ”

 

“น้ำสามารถบริการตัวเองได้เลยนะ”พนักงาน? หรือเจ้าของร้านก็ไม่รู้ เอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มก่อนจะเอาเมนูไปส่งให้แม่ครัวด้านหน้า ทะเลจึงลุกไปตักน้ำมาสองแก้ว มองไปรอบๆอย่างสำรวจระหว่างรอ

 

“พรุ่งนี้ไปซื้อพวกเครื่องเขียนกันมั้ยทะเล”ออมเอ่ยชวน

 

“เอาสิ เราเองก็ยังไม่ได้ซื้อไว้เลย นี่ถ้าออมไม่ชวนเราก็กะจะชวนแล้วนะ”

 

“ว่าแต่ ตั้งแต่ปิดเทอมมานี่ได้ตามข่าวเจตบ้างปะเนี่ย”เรื่องของทะเล ไม่มีเรื่องไหนที่ออมไม่รู้ ยิ่งเรื่องของเจตรักแรกของเพื่อนรักแล้วด้วยยิ่งรู้ลึกรู้จริงเลยล่ะ ทะเลอมลมทันทีเมื่อได้ยินชื่อของเจต

 

“เราไม่ได้ตามเลย เราตัดสินใจแล้วว่าจะตัดใจ อย่างไงเรากับเจตก็ไม่มีโอกาสได้เจอกันแล้วล่ะ ขืนแอบชอบต่อไปเรื่อยๆ เราเองนี่แหละที่จะเจ็บ”เจตหล่อ แถมเก่งขนาดนั้นป่านนี้มีแฟนไม่รู้กี่คนแล้วมั้ง ของดีแบบนั้นร้อยทั้งร้อยไม่เหลือรอดหรอก

 

“ได้ข่าวว่าเจตสอบติดกรุงเทพฯด้วยนะ แต่ไม่รู้ว่ามอไหน นี่ทะเล..ถ้าแบบว่าโชคชะตาลิขิตให้แกกับเจตกลับมาเจอกันอีก แกจะจีบเจตปะ”ออมถามด้วยความอยากรู้ คิดดูสิทะเลแอบชอบหมอนั่นตั้งแต่ม.4 ถึงม.6 ไม่ยอมทำอะไรสักอย่างแม้แต่จะเอาตัวไปอยู่ในสายตาเขายังไม่ทำ มัวแต่หลบๆ ซ่อนๆ จนแยกย้ายจากกันไปแล้วก็ยังไม่มีโมเม้นอะไรกับเขาเลย

 

“ไม่มีทางหรอก มหา’ลัยเป็นร้อยในประเทศ ถึงจะติดในกรุงเทพฯเหมือนกันก็ไม่มีทางที่เดียวกันแน่นอน”ทะเลพูดอย่างมั่นใจ ออมตั้งท่าจะพูดอีกแต่ข้าวมาเสิร์ฟเสียก่อน สองสาวจึงหันมาโฟกัสกับอาหารของตัวเองแทน บทสนทนาก่อนหน้านี้จึงถูกปัดตกไป

 

หลังจากกวาดข้าวในจานเรียบไม่เหลือแม้แต่ใบกระเพาก็เช็คบิลจ่ายเงินก่อนจะเดินออกจากร้าน แต่แล้วในจังหวะที่ทะเลหลุดออกมานั้นก็สวนกับร่างสูงของใครอีกคนที่เดินเข้าไปในร้านพร้อมกับเพื่อนสนิท โดยที่ทั้งสองไม่ทันมองเห็นกัน ทะเลจูงมือออมเข้าร้านสะดวกซื้อ ตุนขนมสำหรับกลางคืนก่อนจะกลับห้อง จัดการจัดเสื้อผ้า ข้าวของเข้าที่ ห้องที่ทั้งสองอยู่ด้วยกันก็คือคอนโดดีๆนี่เอง เพราะมีถึงสองห้องนอน ทำให้สองสาวมีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง ห้องนอนของทะเลถูกตกแต่งด้วยสีพาสเทล โทนออกไปทางขาวม่วงอ่อน หญิงสาวเป่าลมอย่างหมดแรงหลังจัดห้องเสร็จ

 

ล้มตัวลงนอนเตียงพร้อมคว้าเจ้าตุ๊กตาหน้าตาประหลาดที่ได้จากมือของคนๆนั้นเมื่อตอนปัจฉิมมากอด สูดกลิ่นหอมอ่อนเข้าปอด ริมฝีปากบางระบายยิ้มกว้างเมื่อนึกถึงหน้าคนให้ ถึงอีกฝ่ายจะบอกว่าเป็นของเพื่อนก็เถอะ อย่างไงทะเลก็มโนไปแล้วว่าเป็นของเจตที่ตั้งใจเอามาให้เธอ

 

“เจ้าบื้อ ตอนนี้พ่อของแกทำอะไรอยู่น่ะ”เสียงใสพูดกับเจ้าตุ๊กตากระต่ายแต่จมูกหมู สองมือจับส่วนหูยาวๆปล่อยให้ตัวห้อยแกว่งไปมาอยู่บนอากาศ ยอมรับว่าตั้งแต่วันนั้นก็ไม่กล้าส่องเฟซสืบว่าอีกฝ่ายเรียนต่อไหน หรือทำอะไรอยู่บ้างเลย ทำให้ต้องมานั่งบ่นกับเจ้าตุ๊กตาหน้าประหลาดแทนแบบนี้ทุกครั้งที่คิดถึงคนให้

 

“หรือเราจะแกล้งๆส่องดู คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง เราก็ตัดใจจากเจตได้แล้วนี่นา”ทะเลกำลังตรองอยู่ในใจ ตากลมเหล่โทรศัพท์ที่นอนอยู่บนลิ้นชักข้างเตียงอย่างครุ่นคิด ยันตัวนั่งนิ่งอยู่แบบนั้นสักพักก็ตัดสินใจหยิบมือถือเปิดหน้าเฟซบุ๊คของตัวเองที่เอาไว้แชร์อะไรตลกๆ ไม่ค่อยได้โพสต์อะไรมากมาย พิมพ์ชื่อเฟซของเจตที่จำแม่นขึ้นใจก่อนจะกดเข้าไปหน้าโปรไฟล์ หัวใจเต้นแรงๆเมื่อเห็นรูปโปรไฟล์ที่ยังเป็นรูปเดิมตอนม.6 ทะเลจำได้ว่ารูปนี้คืองานกิจกรรมของโรงเรียนที่เจตขึ้นไปเล่นกีต้าร์ วันนั้นเธอยืนปักหลักดูจนเจตเล่นจบเลยล่ะ คนอะไรก็ไม่รู้ทั้งหล่อ ทั้งเท่ เสียงกรี๊ดงี้ดังสนั่นเลย ปลายนิ้วค่อยๆเลื่อนหน้าจอขึ้นดูเรื่อยๆ หน้าเฟซของเจตไม่ค่อยมีอะไร นอกจากข่าวสารและโพสต์ที่เพื่อนๆแท็กมาให้เจ้าตัว ทะเลส่องไปเรื่อยๆจนเจอเข้ากับรูปที่ถูกแท็กมาจากโปเต้ เพื่อนสนิทของเจตที่เล่นดนตรีอยู่ด้วยกัน ถ้าจำไม่ผิดโปเต้เล่นคีย์บอดด้วยล่ะ

 

 “นี่มัน..”ตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจ คาดไม่ถึงว่าเจตจะได้รับมันจริงๆ วันนั้นคนให้ของเจตเยอะจะตาย แค่ดอกกุหลาบดอกเดียวอาจจะหล่นพื้นหายไปหรือไม่เจตก็ไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่ เพราะนอกจากเธอแล้วก็ยังมีคนให้ดอกกุหลาบเจตตั้งเยอะ ไม่คิดเลยว่าเจตจะเก็บมันไว้ แถมยังดมมันอีกต่างหาก ดูจากองศาของภาพแล้วอีกฝ่ายน่าจะถูกแอบถ่ายโดยไม่รู้ตัว ทะเลมองภาพนั้นด้วยหัวใจพองโต

 

“ดีใจจัง อย่างน้อยเจตก็คงได้อ่านข้อความในการ์ด” ข้อความที่ไม่ได้เขียนสารภาพความในใจ หรือพรรณนาอะไรมากมาย แต่ทะเลก็ตั้งใจเขียนอวยพรอีกฝ่ายจากใจจริง หญิงสาวลูบภาพในมือถือผะแผ่วแล้วกดออก หยิบผ้าเช็ดตัวเข้าไปอาบน้ำอย่างอารมณ์ดี ยิ้มไม่หุบจนใกล้จะนอนแล้วตาก็ยังค้างอยู่ แขนขาวรวบเจ้าบื้อ ลูกรักเข้ามากอดลูบหูยาวๆไปเรื่อยๆจนเคลิ้มหลับไปในที่สุด

 

ช่วงสายของอีกวัน สองเพื่อนซี้เดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางไปยังห้างใกล้ๆ ทะเลในชุดโทนสีสดใสเหมือนเคย ปล่อยผมยาวสยายด้านหน้าถูกถักเปียเล็กๆเหมือนที่คาดผมไว้ด้วยฝีมือออม เมื่อมาถึงก็เดินไปในห้าง หาของกินก่อนเพราะไม่ได้กินข้าวเที่ยงมาเลย สองสาวตกลงว่าจะกินบุฟเฟ่ต์ ออมจึงเข้าไปเขียนจองก่อนจะกลับออกมานั่งรอด้านนอกกับทะเล ในมือของทั้งสองมีชานมไข่มุกคนละแก้ว

 

“อีกนานมั้ยอ่ะ”ทะเลเอ่ยถาม ท้องเริ่มร้องประท้วงแล้ว

 

“อีกไม่นาน นั่นไงพี่เขาเรียกแล้ว”สองสาวรีบเดินเข้าไปหาพนักงาน ตามไปยังโต๊ะว่างแล้วจัดการแยกย้ายกันไปตักอาหารทันที ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงในการจัดการกับชาบูหม้อนี้ก็อิ่มแปล้ จากนั้นก็ได้เวลาซื้อของที่ตั้งใจไว้แต่แรกเสียที ทั้งคู่จูงมือกันเข้าร้านของเครื่องเขียน ทะเลหยิบตะกร้าเดินแยกไปดูพวกสมุดโน้ตกับโพสอิท ส่วนออมก็ดูพวกปากกาอยู่อีกด้าน

 

พลั่ก!

 

“อะ..ขอโทษค่ะ”มัวแต่เลือกลายโพสอิทจนไม่ได้ดูว่าถอยหลังไปชนใครเข้า ทะเลรีบก้มหัวขอโทษอย่างรวดเร็ว ก่อนจะค่อยๆเงยหน้ามองคนที่เธอเผลอถอยไปชน

 

!!

 

“…..”

 

ริมฝีปากบางเผยอออกพร้อมกับดวงตากลมโตที่เบิกกว้างเมื่อเห็นคนด้านหลังที่ตัวเองถอยไปชนเต็มตา คนตัวสูงเองก็มองทะเลด้วยแววตาราบเรียบแฝงไปด้วยความแปลกใจ

 

“ทำหน้าน่าเกลียด”เสียงทุ้มพูดออกมาด้วยท่าทางนิ่งๆ ทะเลสะดุ้งรีบหุบปากหมับ แต่สายตายังจับจ้องไปที่เจตอย่างคาดไม่ถึง คำพูดของออมเมื่อวานตอนเย็นดังย้อนกลับเข้ามาในหัวทันที

 

พรมลิขิตงั้นเหรอ....บ้าน่า ไม่เชื่อหรอก

 

“เจต”เสียงแผ่วราวกระซิบ หัวใจเต้นโครมคราม มือไม้เย็นเยียบไปหมด

 

“อืม ทะเลใช่ปะ”ร่างสูงเอ่ยกลับเหมือนไม่แน่ใจ ก่อนจะก้าวมายืนข้างๆหยิบโพสอิทชั้นเดียวกับที่ทะเลยืนเลือกอยู่ขึ้นดู ทะเลอึกอักเก้อเขินไปหมดจนทำอะไรไม่ถูก หันกลับมาทางเดียวกับร่างสูง ช้อนตามองคนข้างๆเหมือนอยากเก็บรายละเอียดให้ได้มากที่สุด

 

“ใช่ คนที่เจตให้ของขวัญตอนปัจฉิม”

 

“เพื่อนฝากมาให้เฉยๆ”เสียงทุ้มแก้ทันควัน โดยไม่ได้หันมาสนใจกันเลยสักนิด มือขาวกำสายกระเป๋าแน่นด้วยความประหม่า จะวิ่งหนีไปหาออมก็ไม่อยากละทิ้งโอกาสแบบนี้ไป

 

“เราถามได้มั้ย ที่บอกว่าเพื่อนน่ะ คนไหนเหรอ”เท่าที่จำได้ทะเลไม่เคยรู้จักกับเพื่อนของเจตสักคน โป้เต้เองก็ไม่เคยคุยด้วยเลย แล้วเพื่อนเจตจะเอาของขวัญมาให้เธอทำไมกัน

 

“อยากรู้ไปทำไม”

 

“เราอยากขอบคุณเขาน่ะ”เอาของเขามาก็ต้องขอบคุณสิถึงจะถูก เจตวางโพสอิทลงแล้วสาวเท้าเดินไปอีกล็อค ทำให้คนอยากรู้ต้องเดินตามไป ตากลมมองแผ่นหลังของร่างสูงอย่างรอคำตอบ

 

“เดี๋ยวบอกให้”

 

“บอกเราไม่ได้เหรอ ให้เฟซหรือไลน์มาก็ได้ เราอยากขอบคุณเขาด้วยตัวเอง”เท้าเล็กก้าวตามคนด้านหน้าไปติดๆ ส่วนเจตก็เดินเลือกของต่อไป ไม่เห็นจะเลือกได้สักที หยิบๆ วางๆ อยู่แบบนั้นไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ แต่แล้วคนด้านหน้าก็หยุดเดินกะทันหันจนทะเลไม่ทันสังเกต ชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างจังๆ จนถอยร่นออกห่างแทบไม่ทัน แก้มขาวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ แอบตำหนิตัวเองที่เผลอดมกลิ่นน้ำหอมอีกฝ่ายเข้า เจตหันกลับมามองก่อนจะเคาะหน้าผากมนด้วยสมุดโน้ตเบาๆสองสามที ทะเลยืนตัวแข็งทื่อ หลับตาปี๋

 

“มาขอเฟซผู้ชายแบบนี้มันน่าเกลียดรู้มั้ย เอาไปซะแล้วเลิกถามได้แล้ว รำคาญ”สมุดโน้ตถูกยัดใส่มือก่อนร่างสูงจะเดินตัวปลิวหายไป ทะเลลืมตามองสมุดโน้ตในมือด้วยแววตาฉงนระคนมึนงง จับต้นชนปลายไม่ถูก มือขาวลูบปอยๆ บริเวณที่โดนเคาะเบาๆพลางหลุบตามองของในมือ

 

“อะไรของเจตน่ะ..เงินก็ยังไม่ได้จ่าย”แต่เอาเถอะ ถือว่าเจตเลือกให้แล้วกัน

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++

อัปตอนที่สอง เป็นไงบ้างรีวิวหน่อย ฮ่าๆๆ เรื่องนี้ฟีลกู้ดน้า คอมเม้นต์ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ

ความคิดเห็น