เมซัง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เปย์ครั้งที่ 6

ชื่อตอน : เปย์ครั้งที่ 6

คำค้น : #คุณอาพร้อมเปย์ #นิยายวาย #นิยายวาย18+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 613

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2563 15:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เปย์ครั้งที่ 6
แบบอักษร

“ อาถอดกางเกงทำไม ” 

“ ก็อาจะช่วยเพย์อาบน้ำไง ” 

“ เมื่อวานไม่เห็นต้องถอด ” 

“ อ่อ อาคิดว่าจะอาบพร้อมเพย์เลย จะได้ไม่เปลืองน้ำ ” ผมถลึงตาใส่คนแก่ที่เหลือแต่บ็อคเซอร์ไม่ต่างกัน 

อาพร้อมเดินเข้ามาภายในอ่าง และให้ผมนั่งริมขอบเหมือนเมื่อวาน แต่เมื่อวานคืออายังใส่เสื้อผ้าปกติไง ยังอาบทีหลังได้ไง 

แต่วันนี้อยู่ดีๆก็อยากจะประหยัดน้ำขึ้นมาเลยนะตาเฒ่า! 

“ ยกแขนขึ้นเร็วเดี๋ยวเปียก ” ผมเบ้ปากอย่างหมั่นไส้ ก่อนยกแขนตามที่อีกคนบอก 

น้ำจากฝักบัวไหลชโลมทั่วร่าง ครีมอาบน้ำกลิ่นเดิมถูกฝ่ามือใหญ่ลูบไล้เข้ากับผิวเนียนจนเกิดฟองนุ่มฟู  

ร่างเล็กอดรู้สึกเกร็งไม่ได้กับสัมผัสที่ยังคงไม่คุ้นชิน ร่างสองร่างห่างเพียงคืบ ไอร้อนผ่าวจากร่างกายคละคลุ้งจนรับรู้ได้  

คนอายุมากกว่าโอบมือไปด้านหลัง ยื่นใบหน้าผ่านช่วงไหล่แบนบาง ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ฟองสบู่กับแผ่นหลังนวลเนียนอย่างเบามือ 

ร่างเล็กยิ่งหายใจติดขัดเมื่อตอนนี้ใบหน้าเกือบจะแนบไปกับหน้าท้องแกร่ง เขาทำได้เพียงบังคับลมหายใจให้เป็นปกติที่สุด  

ปลายนิ้วยาวลากไล้ร่องกลางหลังอย่างเพลินอารมณ์ ลมหายใจร้อนรินรดข้างใบหู ปลายจมูกโด่งสูดดมกลิ่นหอมจากกายคนเด็กกว่าอย่างถือวิสาสะ 

  

“ อืออ ” ร่างเล็กสะดุ้งตัวหดคอหนีลมหายใจร้อนที่เป่ารด ฝ่ามือที่ใช้งานได้เพียงข้างเดียวยกขึ้นดันแผ่นท้องแกร่งตรงหน้าออก แต่สิ่งที่ตอบกลับมากลายเป็นแรงโอบกระชับ และมันยิ่งทำให้ร่างกายทุกส่วนแนบเข้าไปด้วยกัน 

“ จะไปไหน ยังอาบไม่เสร็จเลย ” เสียงทุ่มต่ำเอ่ยชิดข้างใบหู ใบหน้าหวานบัดนี้ทำได้เพียงก้มหน้าหนีอีกคน 

“ ไม่อาบแล้ว ” เสียงงึมงำตอบกลับทั้งที่ยังไม่ยอมเงยหน้า หมดสิ้นคราบแมวป่าที่เคยเชิดหน้าเถียงเขาฉอดๆ  

“ เหม็น ” 

“ ไม่เหม็น ”  

“ นั้นขอพิสูจน์หน่อย ” สิ้นเสียงของคนเจ้าเลห์ แก้มนุ่มนิ่มถูกทาบทับด้วยปลายจมูกโด่ง สูดดมผิวเนื้อหอมกรุ่นจนพอใจ 

คนอายุมากกว่าถอนจมูกออกจากแก้มนุ่มนิ่มอย่างห้ามใจ ขยับสายตามองคนตรงหน้าที่บัดนี้ผิวเนื้อเนียนกลับแดงไปทั้งตัว 

รอให้แขนหายก่อนเถอะเพย์  

“ ไม่เหม็นจริงด้วย ”  

“ ไม่ต้องพูดเลย จะอาบต่อมั้ยเนี่ย ” ร่างบางมองค้อนอีกคนอย่างขัดใจ  

ฉวยโอกาสตลอด อย่างให้ไอเพย์ถอดเฝือกนะ!! 

  

  

  

ผมนอนเน่าดูซีรี่ต์อยู่บนเตียงที่ตื่น อาบน้ำก็ขี้เกียจอาบ ข้าวก็ขี้เกียจกิน  

ไม่รู้เมื่อเช้าคนแก่ตื่นไปทำงานตั้งแต่เมื่อไร ผมตื่นมาทีก็จะเที่ยงแล้ว 

  

กว่าผมจะพาสังขารตัวเองลงมากินข้าวก็บ่ายสามกว่า พอลงมาชั้นล่างก็เจอพี่นายที่คอยอยู่ 

“ เย็นนี้คุณพร้อมให้ผมพาไปเจอที่ร้านอาหารครับ ” ผมพยักหน้าตอบรับอีกคน  

จะพาไปกินอะไรครับคุณอา ไอเพย์จะยัดให้หมดตัวเลย! 

  

  

  

รถคันหรูถูกจอดนิ่งหน้าประตูทางเข้าร้านอาหาร ประตูด้านหลังถูกเปิดออกด้วยบริกรของทางร้าน  

ร่างแบนบางก้มหัวน้อยๆพร้อมรอยยิ้มเป็นเชิงขอบคุณ  

เมื่อแจ้งชื่อผู้จองโต๊ะ เขาก็ถูกพาเดินเข้าไปบริเวณโซนที่ทางร้านกั้นไว้เป็นห้อง และขนาดที่กำลังจะผลักประตูเข้าไป มือบางกับต้องชะงัด เมื่อไหล่ด้านหลังถูกรั้งจากใครบางคน 

 “ เพย์ ใช่เพย์จริงๆด้วย ”  

“ พี่อัย... ” ริมฝีปากบางเรียกชื่อคนตรงหน้าออกมาอย่างแผ่วเบา เขามองคนตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา.... กลับมาแล้วหรอ 

“ พี่ไม่คิดว่าจะเจอเพย์ที่นี่ ”  

“ ครับ ” ผมพยักหน้าตอบรับอีกคนอย่างไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี และเหมือนคนตรงหน้าจะรับรู้ได้ถึงความอึดอัดระหว่างเรา 

“ แขนไปโดนอะไรมาครับ ” 

“ พอดีชิวมันขับรถล้มครับ ” 

“ ซ่าจริงๆไอชิว แล้วอาการเป็นไง ถอดเฝือกเมื่อไรครับ ”  

“ แค่ร้าวครับ เข้าเฝือกสามสัปดาห์ก็ถอดแล้ว ” ผมตอบอีกคนทั้งทียังคงก้มหน้ามองแขนตัวเอง มีคำถามมากมายที่วนอยู่ในหัว แต่มันควรมั้ยที่ผมจะถามออกไป 

“ เพย์ พี่กลับมาแล้วนะ ” ผมเงยหน้ามองอีกคนด้วยหัวใจที่สั่นไหว พี่อัยมองตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นดังเช่นวันวาน  

“ ครับ เพย์เห็นแล้ว ” ผมตอบกลับขำๆ พี่อัยขำตอบผมน้อยๆ เราทั้งคู่เหมือนกับพยายามจะทำลายความรู้สึกอึดอัดตรงนี้ให้ออกไป 

“ เพย์.... เรา- ”  

“ รอนานมั้ย ทำไมไม่เข้าไปในห้อง ” ขนาดที่พี่อัยพูดยังไม่ทันจบ ผมก็ต้องสะดุ้งเมื่อรอบเอวถูกใครบ้างคนดึงรั้ง  

“ อา ” ผมหันมองคนอายุมากกว่าที่กำลังโอบแขนกับรอบเอวตัวเอง  

อาพร้อมยกยิ้มมุมปากส่งมา ฝ่ามือใหญ่ถูกวางบนผมหนานุ่มอย่างเอื้อเอ็นดู 

“ ครับ รอนานมั้ย ”  

“ ไม่นาน พึ่งถึง ” ผมตอบกับคนอายุมากกว่าก่อนดึงสายตากลับไปมองใครอีกคนที่อยู่ตรงหน้า 

“ เพื่อนหรอ ” 

“ เอ่อ... ” ในขนาดที่กำลังคิดว่าควรจะตอบอายังไง ใครอีกคนก็กลับตอบขึ้นมาแทน 

“ แฟนเก่าครับ ” พี่อัยมองตรงมาที่อา รอยยิ้มตามมารยาทฉาบอยู่ที่ริมฝีปาก  

อาพร้อมพยักหน้าตอบกลับคำพูดอีกคน ก่อนหันมาทางผม 

“ นั้นเพย์จะคุยต่อมั้ย แต่อาหิวจัง ” 

“ เราเข้าไปเลยก็ได้ พี่อัยเพย์ขอตัวก่อนนะครับ ” ผมบอกลาพร้อมส่งยิ้มให้คนตรงหน้า  

พี่อัยดูเหมือนมีอะไรจะพูดแต่สุดท้ายก็เลือกที่จะยิ้มเฉยๆ เพียงเสี้ยววินาทีที่เราบังเอิญได้สบตากัน ก่อนเอวผมจนโดนใครอีกคนรั้งให้เข้าไปในห้อง 

  

  

เก้าอี้ถูกบริกรเลื่อยออกให้ทั้งสองฝั่ง ผมและอานั่งลงก่อนรับเมนูมาเปิดดู  

ผมพลิกเมนูในมือพลางแอบมองคนตรงข้าม อาพร้อมใบหน้าเรียบนิ่งไม่แสดงความรู้สึก สายตายังคงไล่มองเมนูที่อยู่ในมือ ก่อนเงยหน้าขึ้น และผมก็ต้องสะดุ้งเมื่อโดนใครอีกคนจับได้ว่าแอบมอง 

คนอายุมากกว่าเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามว่าผมมองอะไร 

“ อาสั่งอะไร ” 

“ เพย์อยากกินอะไร ” ผมก้มมองเมนูในมืออีกครั้งอย่างไม่รู้จะเลือกอะไรดี  

จากที่ตอนแรกกะว่าจะมายัดให้คนแก่หมดตัว แต่ตอนนี้กับกินไม่ลงแล้ว 

“ ล็อตเตอร์อบชีสมั้ย อร่อยนะ ”  

“ ก็ได้ นั้นอาสั่งเลย เอาอันที่อร่อยที่สุดเลยนะ ไม่อร่อยเพย์ไม่กิน เอาเยอะๆด้วย ” 

“ หึ กินให้หมดแล้วกัน ได้ข่าวเมื่อกลางวันกว่าจะลงไปกินข้าว ” 

“ ก็มันขี้เกียจลุก ” แค่ลงไปกินข้าวช้าก็ต้องฟ้องด้วยหรอวะ 

“ ถ้าไม่อยากลุกก็ให้แม่บ้านเอาขึ้นไปให้บนห้อง ” ผมเบ้ปากใส่คนอายุมากกว่าอย่างไม่รู้จะตอบอะไร  

อาพร้อมเห็นผมไม่พูดอะไรต่อเลยหันไปสั่งอาหารกับบริกร รายชื่อเมนูอาหารเกือบสิบอย่างถูกคนอายุมากกว่าสั่งไป 

มาสองคนสั่งขนาดนี้ ไม่ได้ประชดไอเพย์ใช่มั้ยครับ! 

  

หลังจากพนักงานรับเมนูเรียบร้อย ภายในห้องจึงเหลือเพียงความเงียบและเราสองคน 

บรรยายกาศชวนอึดอัดอย่างที่ไม่เคยเป็นระหว่างเรา ทำผมต้องหันหน้ามองนั้นมองนี้อย่างทำตัวไม่ถูก ส่วนคนตรงข้างนั้น กำลังมองตรงมาที่ผม 

เราเหมือนเล่นสงครามประสาท ว่าใครจะทนไม่ได้ก่อนกัน และมันก็เป็นคนอายุมากกว่าที่เปิดปากก่อน 

“ เพย์อยากจะพูดอะไรมั้ย ” 

“ อาจะให้เพย์พูดอะไร ” 

“ อาแล้วแต่เพย์ ” ผมยู้ปากอย่างใช้ความคิด  

ผมควรต้องพูดอะไร? 

จริงๆผมกับอาเราทั้งคู่ไม่ได้เป็นอะไรกันด้วยซ้ำ ที่เรามานั่งกินข้าวด้วยกันแบบนี้ ที่อาดูแลกันแบบนี้มันไม่มีสถานะด้วยซ้ำ ส่วนเรื่องอีหนูกับเสี่ยบ้าบอนั้นผมไม่เคยคิดเป็นจริงเป็นจังหรอก 

“ ก็แฟนเก่า... ” ผมพูดออกมาเบาๆ พลางมองอีกคน อายกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มก่อนเปลี่ยนท่ามานั่งกอดอกฟัง  

“ พี่อัยเป็นรุ่นพี่ ตอนเพย์ปีหนึ่งพี่เขาปีสี่ รู้จักกันช่วงรับน้อง ต่อมาก็เริ่มคบกัน ” ผมพูดไปก็คอยเหล่มองคนตรงข้าม แต่ใครอีกคนก็รับฟังผมโดนที่ไม่พูดอะไร 

“ พอเรียนจบที่บ้านพี่อัยอยากให้ไปเรียนต่อต่างประเทศ และพี่อัยก็เลือกที่จะไป ” ผมย้อนคิดไปถึงความรู้สึกวันนั้น ยอมรับว่าเสียใจ แต่ผมก็ไม่ได้เจ็บปวดอะไรมาก เรียกว่าจบกันด้วยดีมากกว่า 

“ พี่อัยต้องไปหนึ่งปี เขาไม่ได้ขอให้เพย์รอ และเพย์ก็เลือกที่จะไม่รอ ” 

“ ทำไมถึงไม่รอ ” 

“ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรอ เพย์ไม่ชอบมีความหวังโดนที่มองไม่เห็นจุดหมาย อาจจะต้องพูดว่าไม่เชื่อใจด้วยแหละ เพย์ไม่เชื่อว่าหนึ่งปีที่เราห่างกับใครสักคน มันจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ สู้เราต่างแยกย้ายกันไปมีอนาคตของตัวเองดีกว่าจะมารั้งกันไว้ ” ผมเงยหน้าส่งยิ้มบางๆให้กับคนอายุมากกว่าที่มองตรงมา 

“ จริงๆ ก็คงเรียกได้ว่าเรารักกันไม่มากพอ ”  

อย่างที่ผมเคยบอกว่าชีวิตผมทั้งต้องทำงานทั้งเรียน จะมีเวลาก็แค่วันอาทิตย์เท่านั้นที่จะอยู่กับพี่อัยได้ ซึ่งมันกับเป็นวันที่อีกคนต้องอยู่กับครอบครัว  

จึงกลายเป็นว่าเราได้คุยกันทางโทรศัพท์ส่วนใหญ่ แต่พี่อัยก็ยังคงพยายามที่จะหาเวลามาหากันให้ได้ ไม่ว่าจะช่วงพักกลางวันที่มหาลัย หรือวันอาทิตย์ที่ไม่ได้มีนัดกับครอบครัว 

พอพี่อัยรู้ว่าต้องไปต่างประเทศ เขาให้โอกาสผมเป็นคนตัดสินใจกับความสัมพันธ์ของเรา และผมเลือกที่จะจบ  

หลังจากวันนั้นเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย ผมตัดสินใจลบเพื่อนในเฟสบุ๊ค เปลี่ยนเบอร์เปลี่ยนไลน์ 

ถึงจะไม่ได้เจ็บปวดมาก แต่การที่เคยมีใครอีกคนมาตลอดระยะเวลาหนึ่งปี มันสร้างความเคยชินกับการมีตัวตนของเขา และพอวันนี้มันไม่มี มันย่อมเสียใจ และผมต้องการตัดมันให้ขาดจริงๆ 

ความสัมพันธ์ตอนนั้นจริงๆมันก็ดี แต่มันคงไม่มากพอที่จะรั้งเราทั้งคู่ให้รอกันได้ 

“ ว่างจริงๆแล้วใช่มั้ย ”  

“ ครับ? ” ผมเลิกคิ้วมองอีกคนอย่างไม่เข้าใจในคำถาม ก่อนอาพร้อมจะยกมือตัวเองขึ้นแล้วชี้เข้าที่หน้าอกข้างซ้ายของตัวเอง 

“ หัวใจ ” 

และภาพนั้นมันก็ทำให้คนที่มองอดจะยิ้มออกมาไม่ได้ 

“ ครับ ”  

แบบนี้ เรียกว่าผมกำลังเปิดใจให้คนแก่หรือเปล่านะ 

  

  

อาหารมากมายตรงหน้าสามารถดึงความสนใจของผมได้ อาพร้อมตักอาหารให้ผม พร้อมกับพรีเซ้นแต่ละเมนูไม่ต่างกับวันแรกที่ชวนผมไปกินข้าว  

อาจจะต่างกันหน่อยที่วันนี้ใครอีกคนเสนอตัวที่จะป้อนผมแทบทุกคำ ด้วยเหตุผลที่แขนผมยังใช้ได้เพียงข้างเดียว  

ซึ่งจริงๆมันไม่จำเป็น แต่ผมจะยอมให้หน่อยก็ได้ 

  

มื้อาหารผ่านไปอย่างที่เดาไว้ไม่ผิด ใครจะไปกินหมดละครับคุณ สุดท้ายเลยให้ทางร้านห่อกลับบ้าน ตอนแรกอาพร้อมจะไม่ห่อ แต่ผมจะห่อ! 

เหลือแต่ละจานไม่ใช่น้อยๆ และของมันเอามาอุ่นกินต่อได้เถอะ ทิ้งทำไมเสียดายของ 

  

พอเรากลับถึงเพ้นเฮ้าท์คนแก่จอมเจ้าเล่ห์ก็อาสาที่จะช่วยอาบน้ำให้เหมือนอย่างทุกวัน จนตอนนี้กลายเป็นผมชินไปแล้วกับการที่จะมีคนช่วยอาบ ตอนเช้าก็เป็นคุณแม่บ้าน ตอนดึกก็ตาเฒ่า! 

ยังดีหน่อยที่วันนี้ตาเฒ่าไม่เหลือแต่บ็อคเซอร์และอยากจะประหยัดน้ำขึ้นมา 

อาบให้ผมเสร็จ พามาใส่เสื้อผ้าจนเรียบร้อยแล้วเจ้าตัวถึงเข้าไปอาบต่อ 

  

ผมนอนเล่นมือถือดูซีรี่ย์ที่ยังดูค้างจากเมื่อกลางวัน พอใครอีกคนอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็มาบังคับให้นอน 

ผมก็ไม่ได้อยากจะยอมหรอก ตอนแรกก็เคยเถียง แต่มันไม่ไหวจริงๆเมื่อตาเฒ่าชอบขู่! 

“ ถ้าเพย์ไม่นอนก็อาจไม่ได้นอนยันเช้านะ ” 

แม่งพรุ่งนี้ค่อยดูต่อก็ได้วะ 

  

ผมวางมือถือข้างโต๊ะหัวเตียง คนอายุมากกว่าปิดไฟ ก่อนแทรกตัวเข้ามาในผ้าห่มผืนเดียวกัน  

อาพร้อมยื่นหน้าเข้ามากดจูบที่เปลือกตาของผมทั้งสองข้าง ก่อนเท้าค้างมองกดดันให้ผมต้องหลับตา  

และผมมักจะสนิทในเวลาต่อมา 

  

เมื่อใครอีกคนหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ คนอายุมากกว่าจึงเอื้อมตัวไปปิดไฟหัวเตียงที่อยู่ด้านร่างเล็ก  

แต่แล้วหน้าจอโทรศัพท์มือถือคนที่หลับสนิทก็เกิดสว่างขึ้นมา 

เพย์เรากลับมาคบกันได้มั้ย พี่คิดถึงเพย์นะ 

  

  

  

  

  

“ ไอชิว! เชี้ยๆๆๆๆๆ ” 

“ อะไรไอห่า วิ่งมาสะบ้านกูเกือบพัง ” ไอชิวหน้าตาตื่นเมื่อผมวิ่งลนลานเข้าไปหามัน 

“ มึง! พี่อัยกลับมาแล้ว ” 

“ เฮ้ย จริงดิ พี่อัยเขามาหามึงหรอหรือยังไง ” 

“ บังเอิญเจอกัน โคตรบังเอิญเกิ๊น อาพร้อมพากูไปกินข้าว เจอกันที่ร้าน... ” และเรื่องเมื่อวานถูกถ่ายทอดให้ชิวฟังหมดทุกอย่าง 

ผมตื่นมาอาก็ออกไปทำงานเช่นเคย และพอผมจับโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็แทบช็อคกับข้อความที่ถูกส่งเข้ามาตั้งแต่เมื่อคืน 

ผมรีบอาบน้ำแล้วขอให้พี่นายพามาหาไอห่าชิวที่ยังนอนพักอยู่ที่บ้านทันที มันอยากระบายไม่รู้จะปรึกษาใครเหมือนสมองไอเพย์จะระบิด! 

แม่งไอเพย์อยากจะบ้าตาย! 

  

“ เยส ขอกลับมาคบเลยหรอวะ ” 

“ เออดิแม่งเอ่ย แล้วเอาเบอร์กูมาจากไหนวะ ” ผมเปลี่ยนเบอร์ตั้งแต่เราเลิกกัน แล้วคนที่รู้เบอร์ผมก็มีห่าชิว แล้วก็พวกพี่ที่ร้าน 

“ ไปขอจากไอพี่ปอนเปล่า ” เออ ไอห่าพี่ปอนอีกตัว 

“ แม่งแล้วกูจะทำไงดีวะชิว ” 

“ มึงอยากกลับไปคบกับพี่อัย? ” ผมส่ายหน้าปฏิเสธทันทีอย่างที่ไม่ต้องคิด 

มันไม่มีเรื่องนี้อยู่ในหัวตั้งแต่วันที่ผมตัดสินใจให้ทุกอย่างจบแล้ว 

“ แล้วมึงจะคิดมากทำไม มึงไม่กลับไปพี่อัยก็ทำอะไรไม่ได้ปะวะ ” 

“ ก็จริงของมึง แต่... ” 

“ เครียดเรื่องอาพร้อมผัวใหม่หรือไง ” ชิวมันยิ้มกรุ่มกริ่มทำล้อเลียนผม ถ้าไม่เห็นว่าขาหักกูจะตบให้ร่วง 

“ ผัวห่าไรไอสัส ” 

“ แหนะ มีเขิน ไปอยู่กับเขาแล้วเป็นไง แซ่บลืมพี่อัยคนดีเลยดิ ฮ่าๆๆๆ ” 

“ แซ่บห่าไรไร้สาระ ไม่ได้มีไรกันเถอะ ” 

“ ที่ไม่มีก็เพราะแขนมึงเดี้ยง ” 

“ โว๊ะ เลิกพูด ” ผมถลึงตาให้มันไปที พูดแต่ละเรื่องจังไรชิพหาย 

“ เออๆ ต่อๆ สรุปเครียดเรื่องไร อาพร้อมทำไม ” 

“ อาก็ไม่ได้ทำไมหรอก คือกู กูรู้สึกเหมือนมีชู้เลยวะ ทั้งที่กูกับอาก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน ” ผมพูดไปก็อดถอดหายใจไม่ได้  

“ ยังไงวะ ” 

“ ก็แบบ จริงๆกูไม่ได้อยากเล่าเรื่องพี่อัยให้อาฟัง แต่ที่กูเล่าก็เพราะไม่อยากให้อามารู้ทีหลัง กูไม่อยากให้พี่อัยติดต่อมา กูกลัวอารู้ แต่จริงๆคือกูไม่ควรมานั่งคิดอะไรแบบนี้เลยไงชิว มันเป็นเรื่องส่วนตัว มันไม่เกี่ยวกับอาสักนิด และเรื่องนี้แม่งก็วนอยู่ในหัวจนสมองกูจะระเบิดแล้วเนี่ย ” 

“ ไอเพย์ ที่มึงพูดมาเนี่ย มึงแน่ใจนะว่ามึงยังอยากได้คำตอบจากกู ” ชิวมองหน้าผม ยกมือขึ้นมาจับไหล่ผมก่อนบีบเบาๆ 

“ แต่กูว่ามึงเองมีคำตอบอยู่ในใจแล้ว ” 

“ กู... ” 

“ มึงลองลดอคติที่เคยตั้งไว้ลง คำตอบมันไม่ได้ยากเลยเพย์ ” 

  

  

TBC 

ความคิดเห็น