overtherainbow

สลับไปอ่านหมอฟินด้วยนะคะ...อิอิ

14. มุมมืดของหมอไพรซ์ (1)

ชื่อตอน : 14. มุมมืดของหมอไพรซ์ (1)

คำค้น : นิยายรักโรแมนติก หมอ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 400

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2563 21:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
14. มุมมืดของหมอไพรซ์ (1)
แบบอักษร

14. มุมมืดของหมอไพรซ์ (1) 

“ไม่อยากไปทำงานเลย” เกือบสิบนาทีที่หมอไพรซ์ไม่ยอมให้ฉันลงจากรถ ร่างสูงกอดฉันไว้แน่นงอแงเหมือนเด็กๆ 

“เดี๋ยวตอนเที่ยงพั้นซ์ไปหานะ” ฉันใช้มือลูบเรือนผมที่ดำสนิทเบาๆ  

“ก็ไพรซ์คิดถึง..” หมอหนุ่มไม่พูดเปล่า ฝังจมูกลงไปบนแก้มฉันแรงๆหลายที ตลอดสองวันที่หัวหินยังตัวติดกันไม่พออีกเหรอ? ถ้ามากกว่านี้คือเข้าสิงกันแล้วนะ หลังจากอาหารมื้อนั้นฉันก็ไม่มีโมเม้นท์ได้นอนยาวอีกเลย นึกไม่ถึงว่าน้องชายที่เพิ่งจะเลื่อนสถานะเป็นแฟนคนนั้นจะร้อนแรงและทำเรื่องอย่างนั้นได้ตลอดคืน ใช่คนเดียวกันกับน้องชายที่น่ารักยิ้มตาใสไร้เดียงสาเมื่อครั้งที่เรายังเล่นขายของ คนนั้นจริงเหรอ? น้องโตเป็นหนุ่มแล้วจริงๆ ไพรซ์ขับรถออกมาจากหัวหินตอนเช้ามืด กะว่ามาถึงกรุงเทพฯ ราวๆเจ็ดโมงจะได้มาราวน์วอร์ดผู้ป่วยทันและตอนนี้น้องก็ยังไม่ยอมปล่อยฉัน  

“ไพรซ์ เราจะทำตัวติดกันแบบนี้ไม่ได้ ไพรซ์ต้องไปทำงานเข้าใจใช่ไหม?”  

“ก็ไพรซ์ต้องเข้าเวรดึกหนิ คืนนี้ก็ไม่ได้นอนกอดพั้นซ์” ฉันแทบจะกลั้นขำเมื่อหมอหนุ่มทำตาละห้อยซะน่าสงสาร  

“เดี๋ยวตอนเที่ยงจะรีบไปหานะคะ” ฉันจูบที่มุมปากไพรซ์เบาๆ ก่อนจะรีบลงจากรถ ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้ลงแน่ๆ  

พอเดินเข้าไปในร้านสายตาของเพื่อนรักก็มองด้วยความสงสัย มองฉันตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า  

“เห็นรถจอดหน้าร้านตั้งนาน แอบทำอะไรในรถรึเปล่า?”  

“บ้า ใครจะไปทำอะไรในรถ แคบจะตาย”  

“แสดงว่าพื้นที่กว้างๆทำได้ล่ะสิ” ยัยมะนาวยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ  

“ก็ใช่ไง อุ๊บ!!!” นี่เราพูดอะไรกันอยู่เนี่ย!!  

“หายไปฮันนีมูนตั้งสองวันแลดูอิ่มเอิบนะหล่อน”  

“ก็ดี ฮันนีมูนบ้าอะไร ไปเที่ยวทะเลเฉยๆ” ฉันหลบสายตาของเพื่อนสาว 

“ไม่เนียนไปเรียนมาใหม่ แล้วนี่ป้องกันรึเปล่า?” ป้องกันเหรอ? ก็ไพรซ์บอกว่าวันปลอดภัยก็คงไม่น่าเป็นห่วงอะไร  

“เปล่า ไพรซ์บอกว่าวันปลอดภัย”  

“ประจำเดือน เดือนก่อนมาวันไหน” ยัยมะนาวถามเหมือนหมอไพรซ์เลย 

“กลางเดือน” เพื่อนสาวนับนิ้ว ยกมือทาบอกทำหน้าตกใจ  

“สองวันก่อนวันไข่ตกเลยนะนั่น น้องไพรซ์หลอกแกว่ะ รีบไปซื้อยาคุมฉุกเฉินมากินเลย ยังพอทันไม่เกิน 72 ชั่วโมง” ฉันโดนหมอไพรซ์หลอกเหรอเนี่ย? น้องบ้า!! จริงๆถ้าพลาดพลั้งแล้วแต่งงานกับไพรซ์มันก็ไม่ได้แย่หรอก แต่ฉันอยากลองคบกันให้แน่ใจซะก่อน เพราะก่อนหน้าที่เขาจะมาคบกับฉันก็ทำตัวเจ้าชู้มีความสัมพันธ์แบบวันไนท์สแตนด์จนแม่แพรให้ฉันต้องมาดูแลและแล้วฉันก็กินน้องซะเอง ฉันยังไม่ได้บอกครอบครัวเรื่องที่คบกับน้องไพรซ์ไม่รู้ว่าทุกคนจะว่ายังไง แม่แพรอาจจะไม่ชอบใจเพราะอยากให้เราเป็นพี่น้องกันเหมือนที่เคยเป็นมามากกว่า 

“น้องมันตั้งใจจะให้แกท้องแน่ๆ เค้าคงรักแกมาก อยากแต่งงานกะแก”  

“ฉันยังไม่แน่ใจอ่ะ เฮ้อ!!” ตอนนี้ฉันยอมรับว่าชอบน้องแบบคนรักแต่มันมีหลายเหตุผลที่ทำให้ยังแต่งงานตอนนี้ไม่ได้  

“เอาน่าศึกษากันไป ถ้ามันจะไม่ใช่ แกกลับมาเป็นพี่น้องได้สนิทใจไหมล่ะ” นั่นสิ ในเมื่อฉันล้ำเส้นคำว่าพี่น้องมาแล้ว ถ้าจะกลับไปเป็นพี่น้องเราจะมองหน้ากันคุยกันได้อย่างเดิมรึเปล่า? ไม่อยากคิดอะไรตอนนี้เลย ถ้ามันจะเดินมาถึงทางตันก็ต้องทำใจยอมรับแค่นั้นเอง.. 

Mim talks 

“หมอไพรซ์ อธิบายตรงนี้ให้ฟังหน่อยสิ” ฉันถือข้อมูลวิจัยที่ฉันไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่มาแชร์ไอเดียกับหมอไพรซ์ ถ้าเป็นเรื่องงานเขาจะดูใจดีและตั้งใจให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ถ้าคุยเรื่องส่วนตัวหรือมีท่าทีชอบเขา เขาจะถามคำตอบคำหรือไม่คุยด้วยเลย  

“ตรงนี้เหรอ? มันคือ....” นิ้วเรียวยาวขาวใส ชี้มือไปตามเอกสาร เสียงทุ้มนุ่มฟังดูลื่นไหลอยากท้าวคางนั่งฟังนานๆ คนอะไรก็ไม่รู้หล่อจัง ดวงตาสีเข้มล้อมกรอบด้วยขนตาที่หนาเป็นแพ ผิวขาวเนียนจนแทบมองไม่เห็นรูขุมขน ไม่บอกก็รู้ว่าฉันนั่งใกล้เขาแค่ไหน สายตาฉันมองไปหน้าห้อง ร่างเล็กๆของพี่พั้นซ์กำลังจะเดินเข้ามา ฉันขยับเข้าไปนั่งใกล้หมอไพรซ์อีกนิดทำเป็นมองไม่เห็นเอกสาร  

“ตรงนี้ล่ะ มิ้มอ่านไม่เข้าใจเลย” ฉันทำตาซื่อๆใสๆเหมือนคนที่ไม่รู้เรื่องอะไร  

“ไพรซ์ อาหารมาแล้ว” เสียงใสๆคุ้นเคยดังขึ้น ฉันทำทีรีบลุกขึ้นและเซเอียงไปซบไหล่หมอไพรซ์  

“ขอโทษนะคะ พอดีรีบลุกไปหน่อย” ฉันแอบเอามือจับไหล่หมอไพรซ์เพื่อพยุงตัวเองให้ยืนขึ้น หมอไพรซ์จิ๊ปากด้วยความไม่พอใจ แล้วไงใครสน !! พี่พั้นซ์มองฉันด้วยแววตาเรียบเฉย เดินมาที่โต๊ะเปิดกล่องข้าวที่มีอาหารประมาณห้าหกอย่างรวมถึงเครื่องดื่มเย็นด้วย   

“วันนี้อาหารน่ากินจังเลยนะคะ” เดี๋ยวพี่พั้นซ์ก็ต้องชวนฉันตามมารยาทและฉันก็จะนั่งเป็น กขค.ตามมารยาท คนอย่างพี่พั้นซ์ไม่มีทางสู้มารยาของหมอมิ้มได้หรอก  

“วันนี้ไม่ได้เตรียมมาเผื่อใครน่ะค่ะ” พี่พั้นซ์ยกยิ้มหันมาสบตาฉันในแววตานั้นมีความไม่พอใจซ่อนอยู่ 

“อาหารตั้งเยอะแยะกินสองคนไม่หมดหรอกค่ะ เดี๋ยวมิ้มจะช่วยกินนะคะ” ฉันถือวิสาสะนั่งลงที่เก้าอี้ ฉันต้องเริ่มแผนเชิงรุกต้องหน้าด้านเหมือนปูนตราม้าไม่งั้นไม่ได้เคลมหมอไพรซ์แน่  

“ไม่ได้เตรียมช้อนส้อมมาเผื่อน่ะค่ะ รบกวนน้องมิ้มไปทานที่โรงอาหารนะคะ” พี่พั้นซ์ยิ้มตาใส พลางใช้ส้อมจิ้มไส้กรอกส่งให้หมอไพรซ์ แล้วสองคนนั้นก็ทำเหมือนกับฉันไม่มีตัวตน..ตั้งแต่เป็นแฟนหมอไพรซ์ก็ร้ายขึ้นมาเชียว..ฉันเกลียดสองคนนี้จัง.... 

Punch talks 

เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังกรุ๊งกริ๊ง หนุ่มผิวขาวตัวสูงหน้าตาดี เดินเข้ามาในร้านเขาสอดส่ายสายตามองหาที่ว่าง ทำไมฉันคุ้นหน้าผู้ชายคนนี้จัง... 

“รับอะไรดีคะ” เพื่อนสาวของฉันพุ่งตัวเข้าไปรับออเดอร์ ต้องใช้คำว่าพุ่งตัวเหมือนจรวจมิสไซล์ที่ล๊อกเป้าหมายชัดเจน  

“ผมขอมอคค่าเย็นหวานน้อยครับ” พอเสียงทุ้มๆนั้นพูดจบ ฉันก็จำเขาได้ทันที  

“บอส” ฉันเดินมาตรงหน้าผู้ชายคนนั้น  

“พั้นซ์ใช่ไหม?” เขาเองก็จำฉันได้ทันที  

“รู้จักกันเหรอ?” ยัยมะนาวถามยิ้มๆ ฉันพยักหน้ารับ 

“รู้จักดีเลยล่ะ บอสเคยเรียนมัธยมปลายด้วยกันตั้งสามปีแหน่ะ” ตอนสมัยเรียนชั้นมัธยมปลาย บอส เป็นประธานนักเรียนที่ฮอตในหมู่รุ่นเพื่อนรุ่นน้องด้วยความเป็นกันเองและเป็นคนอัธยาศัยดีแถมยังหน้าตาดี ตอนนั้นฉันเป็นรองประธานนักเรียนเราทำกิจกรรมร่วมกันตลอดจนเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่วันปัจฉิมนิเทศกลับไร้เงาของเขาทั้งๆที่เขาได้เป็นตัวแทนนักเรียนชั้นมอหกกล่าวแสดงความรู้สึก ในวันนั้นฉันซึ่งเป็นรองประธานจึงได้เป็นตัวแทนกล่าวความรู้สึกแทนเขา  

“วันปัจฉิมฯทำไมบอสไม่มา เราได้กล่าวแสดงความรู้สึกแทน ไม่ได้เตรียมเลยฉุกละหุกมาก” ฉันเล่าถึงเหตุการณ์ในอดีตซึ่งวันนั้นฉันพูดถูกพูดผิดจนคนในห้องประชุมหัวเราะอย่างสนุกสนาน คิดแล้วยังอายไม่หาย 

“เราเป็นไข้เลือดออก เลยไม่ได้ไปร่วมงาน” บอสตอบ เขาดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นที่สำคัญหล่อมาก โครงหน้าได้รูปรับกับดวงตาเรียวรีสีเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน ผิวขาวเนียนละเอียด ยัยเพื่อนสาวตัวดีของฉันเอามือท้าวคางนั่งมองเพื่อนสมัยมอปลายของฉันอย่างเคลิบเคลิ้ม  

“บอสทำงานที่ไหน”  

“เราเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แถวนี้แหละ ดีใจที่ได้เจอพั้นซ์อีกครั้งนะ เราคงได้เจอกันบ่อยๆ” บอสขอเบอร์มือถือและแลกไลน์กับฉัน ก่อนจะขอตัวกลับ  

“แก อยากเป็นแฟนอาจารย์อ่ะ” ยัยมะนาวทำหน้าตาชวนฝัน  

“ทีแต่ก่อนอยากเป็นเมียหมอไม่ใช่เหรอ?” ก่อนหน้านั้นคำก็น้องไพรซ์สองคำก็น้องไพรซ์  

“รอแกเลิกกับน้องไพรซ์ฉันเสียบแน่” มะนาวคงแค่อยากจะล้อฉัน แค่สมมติว่าเลิกกับไพรซ์หัวใจฉันก็เจ็บขึ้นมาทันที แค่คิดว่าจะเลิกยังเจ็บขนาดนี้ถ้าต้องเลิกกันจริงๆฉันจะทำใจได้ไหมนะ?  

“ฉันล้อเล่นเฉยๆ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ”  

“ฉันไม่ได้เป็นอะไร” ฉันโบกมือปฏิเสธทั้งๆที่น้ำตาซึมอยู่ที่ขอบตา...ทำไมฉันรักไพรซ์ได้ขนาดนี้นะ.... 

Prize talks 

ผมมารับพั้นซ์กลับคอนโด ยังมีเวลาอีกสองชั่วโมงก่อนจะเข้าเวรดึก ผมกะว่าจะอาบน้ำทานข้าวเย็นกับพั้นซ์แล้วค่อยไปโรงพยาบาล ร่างสูงเดินออกมาจากร้านเป็นเวลาเดียวกับที่ผมกำลังจะเปิดประตูเข้าไป เราสบตากันนิ่งนาน หัวใจผมกระตุกวูบ  

“ไอ้บอส” ผมมองหน้ามันแทบจะกินเลือดกินเนื้อ   

“สวัสดีหมอไพรซ์” รอยยิ้มชั่วร้ายเจืออยู่บนหน้าไอ้ตัวร้าย รอยแผลบนหน้าผากของมันจางลงมากน่าจะเพราะฝีมือของแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า แต่ผมไม่มีทางลืมแววตาคู่นี้ของมันเด็ดขาด ชาตินี้ชาติหน้าหรือชาติไหนๆก็ไม่มีทางลืม.....  

    

  

ความคิดเห็น