Coralgladiolus

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ ๘ คืบคลาน

ชื่อตอน : บทที่ ๘ คืบคลาน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 8

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2563 17:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ ๘ คืบคลาน
แบบอักษร

กันเกรามุ่งหน้าสู่เรือนฝึกงานเพื่อทำกิจวัตรตามปกติ หลังจากกลับจากการสำรวจประตูท้ายวังและแยกย้ายกับออกญาวังหนุ่มผู้ที่อ่านใจหญิงสาวได้อย่างปรุโปร่งแล้ว

ประตูท้ายวังสร้างจากเหล็กกล้าไม่มีร่องรอยการงัดแงะหรือทำลายกุญแจ โอกาสที่จะเป็นคนในที่ออกไปข้างนอกมีสูงขึ้น

...หรืออาจจะเป็นคนนอก ที่สุมหัวกับคนในเพื่อลักลอบเข้ามาก็เป็นได้

‘ขนาดรอยเท้าของคนน่าสงสัย มีขนาดเล็กกว่าท่าน...คงเป็นผู้หญิงแน่’

‘แต่ลายพื้นรองเท้าไม่เหมือนกัน นางอาจจะใส่แค่รองเท้าแตะ’

‘ช่วงนี้คงต้องคอยระแวดระวังเป็นพิเศษ คุณท้าวต้องคอยสังเกตคนเข้านอกออกในให้ดี แล้วอย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้แก่ใคร เดี๋ยวจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น’

หญิงสาวสะบัดศีรษะน้อยๆ เพื่อไล่เสียงของวารณที่ยังดังในห้วงความคิดออกไป

...แหม ตั้งแต่ที่ถูกท่านไกวัลเห็นเงาเมื่อคืน ป่านนี้งูคงตื่นไปนานแล้วล่ะเจ้าค่ะ...

กันเกราคิดในใจว่าต่อไปนี้ คงต้องระมัดระวังในการวางตัวและสนทนากับออกญาวังหนุ่มให้มากขึ้นสักหน่อย เพราะที่ถูกต้อนเรื่องของไกวัล ดูท่าทางเขาจะมีความสามารถในการอ่านสีหน้าและความรู้สึกได้ดีทีเดียว พอคิดเรื่อยเปื่อยไปได้ครู่เดียว ก็มาหยุดตรงหน้าเรือนฝึกเสียแล้ว เรือนไม้ชั้นเดียวขนาดใหญ่ที่อยู่มานานเกือบร้อยปี มีรองเท้าหลายสิบคู่ทั้งรองเท้าหุ้มส้นอย่างชาวตะวันตก รองเท้าส้นเตี้ยสีสันสวยงามที่คาดว่าจะเป็นของเหล่านางสนม รวมถึงรองเท้าแตะสีพื้นเรียบง่ายถูกถอดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ

สายตาที่กำลังมองหาที่ว่างไว้วางรองเท้าตนมิให้เกะกะ ก็ดันไปเห็นรองเท้าคู่หนึ่งที่ดูผิดแปลกไปจากปกติที่ควรจะเป็น

เม็ดมีหนามแหลมคมติดแน่นอยู่ที่ขอบตรงส้นรองเท้า เพราะขนาดที่เล็กมากและยังมีแค่เม็ดเดียว หากไม่สังเกตดีๆ คงจะมองเห็นได้ยาก

...นั่นมัน หญ้าเจ้าชู้...

ในวังหลังก็มีแค่บริเวณเรือนสุคันธชาติเท่านั้น ที่มีหญ้าชนิดนี้ขึ้นอยู่ ตรงพุ่มไม้หลังเรือน ทั้งพื้นใต้รองเท้าก็เปื้อนดินที่ยังดูใหม่ๆ ขนาดรองเท้าเล็กกว่าของเธออย่างเห็นได้ชัด และดูจะใกล้เคียงกับขนาดรอยเท้าที่ทิ้งไว้อีก

...เจ้าของรองเท้าคู่นี้เป็นใครกัน...

กันเกราวางรองเท้าข้างนั้นไว้ที่เดิม พยายามเรียบเรียงความคิดสักครู่ก่อนก้าวขึ้นเรือนฝึก ตั้งใจว่าจะต้องหาเจ้าของรองเท้าคู่นั้นให้เจอเพื่อซักถามไขข้อข้องใจเสียหน่อย

“มีผีจริงๆ นะ ที่เรือนธารธรรมน่ะ ผีผูกคอตาย...แม่เยื้อนที่เห็นเมื่อคืน จับไข้หัวโกร๋นไปเลย”

เสียงแหลมที่คุ้นเคยดังกระทบโสตประสาท พอจับใจความได้ กันเกราชักสีหน้าแปลกใจที่ได้ยินอย่างนั้นก่อนจะก็เร่งฝีเท้าเพื่อเข้าไปด้านใน

...ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรกอีก

“ฉันเองก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะโผล่ออกมาจริงๆ น่ะสิ”

“อย่าเล่าเลยน่ากลัวจะตาย”

“ผีนางกำนัล ที่ผูกคอตายเพราะต้องการพิสูจน์ว่าตนเป็นผู้บริสุทธิ์น่ะหรือ”

“แล้วๆ เมื่อคืนแม่เยื้อนเห็นอะไรบ้าง ผีจริงๆ หรือ ไม่ได้ดูผิดไปหรอกนะ”

“ได้ยินมาว่า...”

ว้าย! ว้าย! ว้าย!  

ยังไม่ทันที่จะได้เล่าความ ก็มีเสียงร้องดังขึ้นมาก่อน พร้อมกับสมาชิกในวงสนทนาแตกกระเจิงกันไปคนละทิศละทาง ถาดใส่ดอกไม้ใช้กรองมาลัยล้มคว่ำไม่เป็นท่า อุปกรณ์เย็บปักกระจายเกลื่อนกลาดบนพื้นไม้ขัดเงา ครั้นที่นางกำนัลคนต้นเสียง ร้องขึ้นเพราะเห็นเท้าขาวๆ ของกันเกรามาปรากฏข้างกายอย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียง

“ตกใจอันใด นี่ฉันเอง”

“โธ่ คุณท้าวเจ้าขา...ปรางก็นึกว่าผี” ปรางเงยหน้าขึ้นมอง สองมือยังยกไหว้ปลกๆ ท่วมหัว

“ผีเผออะไร มีที่ไหนกัน” กันเกราขมวดคิ้วตีหน้าเข้มใส่ ไล่สายตามองเหล่านางกำนัลที่นั่งเกาะกลุ่มกัน บ้างก็กอดเข่าด้วยความหวาดกลัว แถมพวกกลุ่มนางสนมที่อยากรู้อยากเห็นเลยมานั่งผสมโรงด้วย ดูจากที่หลับตาปี๋ ยกเอามือปิดสองหูแล้ว สงสัยว่าพอได้ฟังเรื่องราวก็คงหวาดกลัวไปตามๆ กัน

“ที่เรือนธารธรรมเจ้าค่ะ มีคนเห็นผีผูกคอเมื่อคืน” คุณท้าวเกศรินที่ร่วมวงอยู่ด้วยชูหน้าขึ้นตอบ

“ใช่ๆ เจ้าค่ะ แม่เยื้อนเป็นคนเห็น” คนสนิทของคุณท้าวฝ่ายพระตำหนักพูดเสริม

...คุณท้าวก็เป็นไปกับเขาด้วยหรือนี่...

“แล้วตอนนี้แม่เยื้อนอยู่ไหน” กันเกราถาม

“อยู่ที่เรือนเจ้าค่ะ นอนกลัวตัวสั่น จับไข้สูง พูดไม่เป็นภาษาแล้วเจ้าค่ะ”

“ฉันคงต้องไปดูอาการนางก่อน...” กันเกราว่า “...คนที่พอจะรู้เรื่องราว ก็เดินตามมาเล่าให้ฉันฟังที”

สิ้นคำสั่ง ทุกคนในที่นั้นพร้อมใจหันหน้าขวับไปทาง ชมพู นางกำนัลพำนักอยู่ห้องเดียวกันกับเยื้อน โดยทันที

กันเกราเดินนำมายังหน้าเรือนฝึก ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากติดตามมา หญิงสาวหยุดแล้วหันขวับไปเผชิญหน้าทันที “ถ้าตามมาทุกคนแบบนี้ แล้วใครจะทำงานเล่า”

“โธ่ คุณท้าวเจ้าขา พวกเราก็เป็นห่วงแม่เยื้อนกันหมด ให้พวกเราตามไปด้วยนะเจ้าคะ” ปรางเสนอหน้าตอบ

“นะเจ้าคะ คุณท้าว” มุกดาเอ่ยวิงวอนบ้าง

กันเกราถอนหายใจ เหนื่อยหน่ายกับพฤติกรรมแบบนี้เหลือเกิน...แต่ตนก็เป็นพวกใจอ่อน หากไม่เห็นว่าเสียหายอะไรก็ยอมตามใจพวกนางอยู่ร่ำไป

“เอ้าๆ รีบไปรีบกลับ เดี๋ยวงานจะไม่เดินกันพอดี”

ครั้นจะหยิบรองเท้าของตนขึ้นมาสวมใส่ สายตาก็ลอบสังเกตว่าใครเป็นเจ้าของรองเท้าคนน่าสงสัยเมื่อคืน แต่ทว่า...

...หายไป...รองเท้าข้างที่มีหญ้าเจ้าชู้ติดอยู่หายไปเสียแล้ว...

...ใครกัน มีใครเดินสวนออกมาขณะที่ฉันเดินเข้าไปด้วยงั้นหรือ...

ขณะที่สาวงามทั้งหลายแห่กันไปเรือนที่พักรวมของนางกำนัลและโขลนฝ่ายในนั้น ก็มีหญิงสาวในเครื่องแบบอย่างชาววังผู้หนึ่งซึ่งหลบอยู่ตรงพุ่มไม้ในอุทยานวังหลัง แอบเนียนเดินเข้ามารวมกลุ่มกับเหล่านางกำนัล โดยที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็น

------- 

ความวุ่นวายภายนอกมิได้ส่งผลอะไรกับหญิงสาวที่ยังคงนอนหลับตาพริ้มทอดกายเหยียดยาวบนเตียงนุ่มในห้องพักเล็กแคบสำหรับนางสนม แม้จะเป็นเวลาสายโด่งแล้วก็ตาม

เปลือกตาบางค่อยๆ ขยับเปิดขึ้น แววตาอันว่างเปล่าทอดมองเพดานสีขาวอย่างเลื่อนลอย เพราะมัวแต่เฝ้าคำนึงถึงรสสวาทจากรัฐบุรุษรูปงาม ที่คอยตามติดแม้กระทั่งตอนหลับ ทั้งรอยแห่งเสน่หาที่ทรงจูบประทับไว้ทั่วเรือนร่าง จังหวะลีลาที่ปรนเปรอวัยสาวจนอิ่มเอมเปรมปรีดิ์อย่างมิเคยได้สัมผัสมาก่อน 

ขัตติยนารี...บัดนี้มีค่าเพียงแค่นางสนมคอยถวายงาน ความเป็นจริงทุกอย่างเด่นชัด...นางแพ้ให้แก่ผู้ทำลายบ้านเกิดเมืองนอนตนอย่างไม่เหลืออะไรเลย

ศิรินทราค่อยๆ ขยับกายลงจากเตียง มานั่งหน้าคันฉ่องแล้วลงมือสางผมให้ทุกเส้นเรียงเป็นระเบียบ พลางนึกสังเวช

ก่อนหน้านี้ไม่นาน ทุกๆ กิจวัตรเธอจะต้องมีนางกำนัลคอยปรนนิบัติรับใช้ใกล้ชิดเสมอ ไม่ว่าจะเรื่องเล็กน้อยเพียงใด ก็มิต้องได้ถึงมือเธอทำเองสักอย่าง มีคนคอยเอาอกเอาใจรายล้อม ไม่ว่าสิ่งใดที่ต้องการก็ย่อมได้ดั่งใจ แล้วนี่กระไร...ทุกอย่างกลับตาลปัตร อย่าว่าแต่คนคอยเอาใจเลย ไม่มีใครเข้าใจหัวอกเธอเลยด้วยซ้ำ

คิดถึงตรงนี้ ใบหน้าหล่อเหลาที่สะกดใจเธอจนอยู่หมัดก็เด่นชัดขึ้นมา หัวใจดวงน้อยจึงแอบหวังว่า องค์เจ้าครองนครที่พระราชทานความอบอุ่นและโอบอ้อมอารีให้แก่เธอเมื่อคืน จะเป็นคนเดียวในกษินคราที่ทรงสามารถเข้าพระทัยถึงก้นบึ้งของหัวใจเธอได้

เมื่อตกลงปลงใจต่อความรู้สึกตนเองได้ ศิรินทราจึงรีบแต่งองค์ทรงเครื่องเพื่อออกไปรอรับเสด็จเจ้าองค์เหนือหัว แม้จะไม่รู้ว่าประทับที่ใด ก็จะออกไปวังหน้าเพื่อตามหา และถึงแม้จะถูกขัดขวางโดยคุณท้าวทั้งหลายไม่ให้เข้าเฝ้าใกล้ชิด ก็ไม่เป็นปัญหา เวลานั้นเธอก็ต้องการเพียงเยื้องกรายอยู่ไกลๆ ให้ทอดพระเนตรเห็น จะต้องไม่ทำประเจิดประเจ้อให้น่าดูแคลน เพราะหวังให้ทรงคะนึงหาเธอในยามค่ำคืน

...ถ้าจะให้สมเกียรติ พระราชธิดาแห่งจารบุรี ก็ต้องตำแหน่งพระมเหสีเท่านั้น!...

ความคิดเห็น