Chely

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 1 อัญญาวี

ชื่อตอน : บทที่ 1 อัญญาวี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 67

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2563 18:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 อัญญาวี
แบบอักษร

บทที่ 1 อัญญาวี 

 

พาร์ท อัญ 

“ขอบคุณ​อาทิตย์​ที่มาส่งอัญนะ”​ ฉันเอ่ยขึ้นพร้อม​กับ​ปลดเข็มขัดและคว้าเอากระเป๋า​มา​ถือไว้​ 

อาทิตย์​เป็น​เพื่อน​ของ​ฉันตั้งแต่​สมัยเรียน​มหาลัย พอเรียนจบเราก็ได้​งานที่บริษัท​เดียวกัน ​และเพราะบ้านของฉันอยู่ระหว่าง​บ้านของ​อาทิตย์​กับ​ที่ทำงาน ​อาทิตย์​ก็​เลยมารับและมาส่งฉันทุกวัน และวันนี้​ก็​เช่นกัน​ที่อาทิตย์​มาส่งฉันถึงหน้าบ้าน​เหมือน​เช่นทุกครั้ง​ 

“พูด​แบบ​นี้​ทุกวัน​ไม่​เบื่อรึไงอ่ะ”​ 

อาทิตย์​เย้าแหย่​ฉัน​ 

“อาทิตย์​เบื่อฟังแล้วเหรอ?”​ ถ้าเพื่อน​เบื่อ​ฉัน​จะได้เปลี่ยนคำพูด​ใหม่ไง​ 

“ไม่​เบื่อก็ได้”​ 

มีก็ได้ด้วย..ยังไง​ของเขาเนี่ย​ 

“ตกลงเบื่อหรือไม่​เบื่อ?” ฉันถามย้ำ​ 

“ไม่​เบื่อ..” 

อาทิตย์ยิ้มให้ฉัน​ 

“แน่นะ”​ 

“อืม”​ 

อาทิตย์​พยักหน้า ทำเสียงจริงจัง​ 

“งั้นอัญลงไปละนะ..บาย”​ ฉันยกมือขึ้น​โบกไปมา 

“บายครับ”​ 

ฉันเปิดประตู​รถ ก่อนจะก้าวลงไปแล้วปิดประตู​รถ รอจนอาทิตย์​ออกรถจึงเปิดประตู​รั้วเข้าบ้าน 

ฉันมีเพื่อนสนิท​สองคน..คืออาทิตย์​กับยี่หวา ฉันกับอาทิตย์​รู้จัก​และ​สนิทกันตอนเรียนมหาลัย ส่วนยี่หวาเรารู้​จัก​และสนิทกันตั้งแต่เรียน​มัธยม​แล้ว สนิท​กัน​มาก​เพราะ​เรียน​มัธยม​ด้วยกัน เข้ามหาลัยก็เรียน​คณะ​เดียวกัน ​เรียนจบ​แล้ว​ก็​ยัง​ทำงาน​ที่เดียวกัน​อีก​ 

 

ฉัน​เดิน​เข้าไป​ในบ้านตรงไปยังห้องกินข้าวของบ้านก็เจอคุณ​แม่และน้องสาวนั่ง​อยู่ ​ทั้งคู่กำลัง​ทานข้าวกันอยู่​ 

“คุณ​แม่​สวัสดี​ค่ะ” ฉันยกมือไหว้คุณ​ฉัตร​สุดาหรือคุณ​แม่ของฉัน​ 

แต่ท่านไม่ใช่แม่แท้ๆของฉันหรอกนะ​ ท่าน​เป็น​ผู้มีพระคุณ​ที่ฉันนับถือเหมือนแม่แท้ๆ ​สามีของท่านเป็นพ่อบุญธรรม​ของฉัน​ คุณ​พ่อชาญชัย..ท่านอุปการะเลี้ยงดูฉันตั้งแต่ฉันจำความได้ แต่ตอนนี้ท่านไม่อยู่​แล้ว ​คุณ​พ่อของฉันเสียไปเมื่อปีที่แล้วด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ฉันยังจำได้ดีในตอนที่รู้ข่าวว่าคุณพ่อเสียชีวิต วันนั้นฉันกำลังจะเข้าเรียนและขณะที่กำลังเดินเข้าห้องเรียนก็มีเบอร์แปลกโทรเข้ามา พอฉันกดรับจึงรู้ว่าเป็นสายจากทางโรงพยาบาลแจ้งว่าคุณพ่อชาญชัยเสียชีวิตแล้ว ฉันแทบล้มทั้งยืน หัวใจมันหวิวเหมือนจะขาดใจและน้ำตาก็ไหลพรากออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ฉันรีบวิ่งออกมาจากห้องเรียนไปยังหน้ามหาลัยแล้วโบกแท็กซี่ไปโรงพยาบาล เมื่อไปถึงก็พบคุณแม่นั่งอยู่ตามลำพัง ใกล้ๆกับที่คุณแม่นั่งอยู่เป็นร่างของคุณพ่อ ท่านนอนนิ่งสนิท ฉันโผเข้ากอดร่างของท่านร้องไห้ฟูมฟายน้ำตาไหลไม่หยุด ส่วนคุณแม่ท่านไม่ได้ร้องไห้ ท่านไม่มีอาการเสียใจใดๆให้เห็นเลย คิดแล้วก็เสีย​ดายจังที่คุณพ่อจากฉันไปเร็วเกินไป ท่านไม่ได้​เห็นความสำเร็จ​ของ​ฉัน​ในวัน​ที่​ฉันเรียน​จบ ​บุคคล​ที่ฉันอยากให้​ยืนอยู่ด้วยมากที่สุดในวัน​นั้น​ก็​คือ​คุณ​พ่อ ​แต่มันก็เป็นเพียง​แค่​ความฝัน​ 

“อืม..”​ 

คุณ​แม่​ทำเพียง​พยักหน้าให้ฉันแล้วทานข้าวต่อ ท่านไม่ได้ทักทายหรือไถ่ถามฉัน ฉันจึงหันมาทักทายเมนี่น้องสาวของฉัน ลูกสาวของคุณพ่อชาญชัยและคุณ​แม่​ฉัตรสุดา น้องสาวที่อ่อนกว่าฉันแค่สองเดือน 

“หวัดดีจ้ะเมนี่ ไม่​ได้เจอกันหลายวันเลยนะ​” 

“ก็ฉันไม่อยู่บ้าน..จะเจอกันได้ไง” 

เมนี่ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียง​ห้วนเหมือน​ฉันพูดอะไรผิดหรือว่าเธอไม่พอใจอะไรฉัน แต่ไม่ใช่หรอก..นี่คือคำพูดที่เมนี่พูดกับฉันเป็นปกติอยู่แล้ว ฉันชินเสียแล้ว เพราะนี่ไม่ใช่​ครั้งแรก​ที่​เมนี่พูดราวกับไม่อยากสนทนากับฉันแบบนี้​ แต่เกือบทุกครั้งที่เรามีโอกาส​ได้พูดคุย​กัน​เลยต่างหาก และก็ไม่​บ่อยนักหรอกที่เราจะได้พูดคุย​กัน​ เราเป็นพี่น้องกันก็จริงแต่ก็ไม่สนิทกันเอาเสียเลย​ เมนี่ไม่ค่อยชอบหน้าฉัน..ฉันรู้ เธอไม่ได้คิดว่าฉันเป็นคนในครอบครัวเช่นเดียวกับ​คุณ​แม่ของเธอ คุณ​แม่​ก็​ไม่​ได้รักและเอ็นดู​ฉันเหมือน​ที่​คุณ​พ่อรักและเอ็นดู​ฉัน แต่เพราะ​คุณ​พ่อฝากฝังไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ฉันจึงยังได้อาศัย​อยู่ใน​บ้านหลังนี้ แต่ยังไง​ฉันก็รักคุณ​แม่ แค่นี้ก็ถือว่าท่านเมตตาฉันมากแล้ว ยังไง​ท่านก็คือผู้​มีพระคุณ​ 

“อ้าว..นั่งลงสิ จะกินไหมข้าวหน่ะ”​ 

คุณ​แม่เอ่ย​ด้วยน้ำเสียง​หงุดหงิด​ จ้องหน้าฉันเขม็ง 

“ค่ะ..กินค่ะ”​ ฉันนั่งลงข้างเมนี่ พี่แตนแม่บ้านก็เดินมาตักข้าวให้ฉัน​ 

“ขอบคุณ​ค่ะ”​ ฉันขอบคุณ​เธอ ก่อนที่เธอจะเดินออกไป​ 

“ฉันได้ยินเสียงรถมาส่งเธอ”​ 

เมนี่เอ่ยขึ้น เธอพูดกับฉันงั้นเหรอ วันนี้มาแปลกแฮะเมนี่ยอมเอ่ยพูดกับฉันก่อน​ แต่ก็ดีแล้ว..เธอพูดด้วยก็ดีแล้ว 

“อ๋อ..ใช่จ้ะ เพื่อนอัญมาส่ง”​ ฉันตอบอย่างเป็นมิตร 

“เพื่อน​หรือผัวยะ”​ 

เมนี่ตวัดสายตามาทางฉัน เธอมองฉันด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าไม่เชื่อ 

“ผัวก็บอกว่า​ผัว..ไม่ต้องแอ๊บ​” 

“เพื่อนอัญจริงๆ เพื่อน​สนิทตั้งแต่​สมัยเรียนแล้ว”​ ฉันพูดก่อนจะตักข้าว​เข้า​ปาก​ 

“ย่ะ..พอๆ ฉันไม่ได้อยากรู้”​ 

เมนี่พูดพร้อมกับเบะปากใส่ฉัน​ 

ฉันจึงเงียบ แล้วนั่งกินข้าวอย่างเงียบๆ 

 

“วันอาทิตย์​นี้​ทำตัวให้ว่างด้วย​” 

คุณ​แม่​รวบช้อนพร้อมกับหันมา แล้วเอ่ยบอกฉัน 

“มีอะไรรึเปล่า​คะ?” ฉันถามท่าน​ 

“จะมีแขกคนสำคัญมาที่บ้าน แขกของฉันกับน้องเมนี่”​ 

คุณแม่ตอบด้วยเสียงเรียบ 

“อ้อค่ะ..อัญไม่​ได้​มีธุระ​ที่ไหนอยู่แล้วค่ะ”​ ฉันพูดเพียงแค่​นั้น ​ไม่​ได้เอ่ยถามต่อว่าแขกคนสำคัญที่ว่าเป็นใคร เพราะ​เกรงว่าจะเสียมารยาท​ 

“เธออยากรู้​ไหม​หล่ะว่าแขกคนสำคัญของฉันกับคุณ​แม่​คือใคร”​ 

เมนี่พูดพร้อมกับยิ้มกว้าง​ ฉันไม่ได้ตอบเธอ เพราะ​ว่าเธอพูดแบบ​นี้​เธอก็คงตั้งใจ​จะ​บอกอยู่แล้ว​ 

“แขกของฉันกับคุณแม่ก็คือ​คุณป้ารพีพรรณ​ ภรรยาของคุณลุงมนัสเพื่อนคุณ​พ่อ” 

คุณป้ารพีพรรณที่เมนี่พูดถึงก็คือคุณหญิงรพีพรรณภรรยาของคุณมนัสเพื่อนของคุณพ่อ ฉันเคยเจอพวกท่านครั้งหนึ่งเมื่อประมาณหนึ่งปีที่แล้วเมื่อครั้งที่พวกท่านมาร่วมงานพิธีศพของคุณพ่อ 

“แล้วเธออยากรู้​ไหม​ว่าท่านมาทำไม” 

เมนี่ยังคงพูดไม่หยุด​ ฉันก็ได้แต่นั่งฟัง 

“คุณ​แม่​บอกอัญไปสิคะ”​ 

เรื่องอะไรกันนะ..ทำไมเมนี่ถึงทำหน้าตาดีใจมาก​ขนาดนี้ 

“คุณรพีพรรณจะมาพูดคุย​เรื่อง​หมั้นหมายน้องเมนี่​กับลูก​ชายของท่าน” 

คุณแม่ก็ทำหน้าตาดีใจไม่แพ้เมนี่ 

“ค่ะ”​ เรื่อง​นี้นี่เอง..ฉันเพิ่งรู้ว่าลูกชายของคุณหญิงรพีพรรณเป็นว่าที่คู่หมั้นของเมนี่​ แต่ฉันไม่รู้จักไม่เคยเห็นหน้าลูกชายของคุณหญิงรพีพรรณ เขาไม่ได้มาร่วมงานพิธีศพของคุณพ่อ เหมือนฉันจะได้ยินคุณหญิงพูดว่าลูกชายท่านติดงานที่ต่างประเทศก็เลยไม่ได้มา 

“ลูก​ชายของคุณป้ารพีพรรณหน่ะทั้งหล่อทั้งรวย เป็นถึงเจ้าของบริษัทใหญ่โต เหมาะสม​กับลูก​สาวแม่มากเลยค่ะ” 

คุณแม่เอ่ยอย่างอารมณ์ดี​ 

“เธอยัง​ไม่เคยเห็นว่าที่คู่​หมั้นของฉันสินะ พี่เขาหล่อมาก เสน่ห์​แรง​มาก ​สาวๆหมายปอง​กันทั้งบ้านทั้งเมือง” 

เมนี่คงเป็นผู้หญิงที่โชคดีมากที่จะได้หมั้นหมายกับผู้ชายที่เพียบพร้อม และดูเหมือนว่าเธอก็ชอบพอว่าที่คู่หมั้นของตัวเองอยู่ไม่ใช่น้อย 

“หึ..ระวังจะอิจฉา​ฉันนะจ้ะอัญ” 

ปลายประโยคเธอแอบเยาะเย้ยฉัน​ 

“ไม่​หรอกจ้ะ..อัญต้องยินดี​กับเมนี่มากกว่า​สิ”​ ถ้าน้องสาวจะได้หมั้นหมายกับผู้​ชาย​ดีๆที่เหมาะสม​กันฉันก็ต้องดีใจ​ด้วยอยู่แล้ว 

 

หลังจาก​กินข้าว​เสร็จ​ฉันก็ช่วยพี่แตนยกจานชามมาไว้ในครัว ส่วนคุณ​แม่​และเมนี่ขึ้นไปพักผ่อน​ 

“หนูอัญกลับมาเหนื่อย​ๆไม่​ต้องช่วยพี่หรอก ไปพักผ่อนเถอะ” 

พี่แตนบอกฉัน​ 

“ไม่​เป็นไร​ค่ะ ​อัญไม่​ได้​เหนื่อยมาก”​ ฉันรู้ว่าเธอเกรงใจฉัน เธอคงเห็นว่าฉันกลับมาเหนื่อยๆนั่นแหละ 

“เอาเถอะ​น่า..ไปอาบน้ำอาบท่าเถอะ พี่ทำเองได้”​ 

พี่แตนย้ำพร้อมกับโบกไม้โบกมือให้ฉัน 

“พี่แตนก็คงอยากพักผ่อน​เหมือน​กัน อัญช่วย​ดีกว่า​ค่ะ​จะได้เสร็จ​เร็วๆ” ฉันพูดก่อนจะลงมือช่วยพี่แตนล้างจาน หลังจากช่วยพี่แตนเสร็จ​แล้ว​ก็​เข้าห้องนอนซึ่ง​อยู่​ชั้นล่างของ​บ้าน ห้องที่ฉันอยู่มาตั้งแต่​เด็ก ​ฉันไม่ได้​รับอนุญาตจากคุณ​แม่​ให้ขึ้นไปอยู่​ข้างบนและคุณ​พ่อ​ก็ไม่​สามารถ​ขัดใจคุณ​แม่​ได้ 

 

 

TALK เปิดเรื่องด้วยเรื่องราวของนางเอก พระเอกยังไม่โผล่มานะจ้ะ 

ความคิดเห็น