Pink_Pen

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP 14 ร้อนแรง Part l Laoding…100%

ชื่อตอน : EP 14 ร้อนแรง Part l Laoding…100%

คำค้น : ฺBloodonhislips,สุภาพบุรุษแวมไพร์,แวมไพร์,นิยายวาย,PinkPen

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 29

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2563 17:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 14 ร้อนแรง Part l Laoding…100%
แบบอักษร

 

 

EP 14 

ร้อนแรง Part l Laoding…100% 

 

09.23 P.M. 

 

Vamp club 

 

           ฟุ่บ!

 

           “สวัสดีครับท่านประธาน วันนี้คืนวันศุกร์ ท่านประธานโผล่หัวมาทำอะไรที่คลับของผมงั้นเหรอครับ” โทซองถามยียวนพลางหรี่ตามองชินซองที่เพิ่งจะเดินเข้ามาในห้องทำงานของเขาหลังจากที่เคาะประตูสามครั้งพอเป็นพิธี

 

           “ตามฮันจูให้ฉันที”

 

“เดี๋ยวๆๆ คืนนี้นายไม่ได้ต้องอยู่กับยองวอนน้อยหรอกเหรอ” คนสู่รู้ยังอดจะถามด้วยความสงสัยไม่ได้ ยิ่งได้เห็นสีหน้าหงุดหงิดใจของชินซองในเวลานี้เขายิ่งรู้สึกได้ว่ามันต้องมีอะไรแปลกๆ แน่

 

“อ้อ เมื่อคืนนายคงรุนแรงไปหน่อยสินะ วันนี้ยองวอนน้อยก็เลยต้องพัก ก็อย่างว่านั่นแหละ นอกจากจะครั้งแรกแล้ว ยัง...”

 

“ลีโทซอง ถ้านายยังไม่เลิกพูดมาก ฉันจะ...”

 

“ครับ ตามฮันจูให้เดี๋ยวนี้เลย” โทซองรีบสงบปากสงบคำก่อนจะทำตามความต้องการของชินซองในทันที

 

โทรศัพท์มือถือของโทซองถูกต่อสายถึงผู้จัดการร้านเพื่อถ่ายทอดคำสั่งต่อไปอีกทอด พูดจบโทซองก็กดวางสายแล้วลอบมองไปที่ชินซองที่ยังเอาแต่นั่งหน้าตึงทุกกระเบียดนิ้ว สายตาคมปลาบจ้องมองถุงกระดาษที่เป็นคนถือมันติดมือมาตั้งแต่แรกราวกับอยากจะให้มันทะลุ

 

“ปกติฉันเห็นแต่นายทะเลาะกับพนักงาน ทำไมวันนี้ดันมานั่งทะเลาะกับถุงกระดาษ หรือว่าในนั้นมันมีอะไร”

 

“ฮันจูเอาถุงนี่ไปให้ยองวอนที่โรงพยาบาล” ชินซองบอกอย่างไม่ปิดบัง พูดจบเขาก็ผุดลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีขึงขังจนโทซองเองเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี

 

ปกติชินซองก็น่ากลัวอยู่แล้ว บวกกับความเป็นแวมไพร์ที่สุขุมเยือกเย็นยิ่งทำให้ยากจะคาดเดาความคิดเวลาที่กำลังโกรธ และยิ่งคนของเขาดันไปจี้จุดสำคัญของชินซองให้ราวกับอยากจะลองของแบบนี้ คืนนี้คงไม่ใช่คืนที่ดีของหมอนั่นแน่

 

“ใจเย็นน่า นายแน่ใจได้ยังไงว่าเป็นฝีมือของฮันจู อาจจะเป็นอินซาหรือว่าฮันกุกก็ได้นี่”

 

คำถามของโทซองเรียกสายตาวาววับจากชินซองได้ในทันที ทำเอาคนเอ่ยถามรู้สึกลำคอแห้งผากขึ้นมากะทันหัน แววตาของชินซองในตอนนี้ไม่หลงเหลือความเป็นกันเองหรือความสนิทไว้ให้โทซองได้เย้าหยอกแบบที่ชอบทำเลยสักนิด แต่ในขณะเดียวกันถ้าหากว่าชินซองมุ่งมั่นขนาดนั้นก็แปลว่าเขาต้องมั่นใจมากว่ามาจัดการไม่ผิดตัว

 

“เอาเป็นว่าค่อยๆ คุยก็แล้วกัน จริงอยู่ว่าถ้าเรื่องมันเป็นแบบที่นายคิด ก็แปลว่าฮันจูเองก็ทำไม่ถูก แต่เด็กมันก็แค่หวงของ อาจทำอะไรไม่ทันคิด ฉันไม่สนับสนุนให้นายฆ่าใครที่นี่นะชินซอง”

 

“ถ้าปล่อยให้ตายถือว่าไม่ได้ฆ่าแล้วกัน” ชินซองบอกเสียงเรียบก่อนจะก้าวออกจากห้องทำงานของโทซองไปในทันที

 

ดวงตาของโทซองเบิกโพลง จากที่รู้จักกับชินซองมาเกือบสิบปีทำให้เขารู้ถึงระดับความโกรธของชินซองในเวลานี้ได้ดีทีเดียว แต่การจะห้ามก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ เพราะยิ่งห้าม ก็มีแต่จะยิ่งทำให้พายุอารมณ์ของชินซองโหมแรงขึ้นเท่านั้น

 

“ฮัลโหลผู้จัดการ รีบขึ้นมาที่ชั้นสามด่วน มีเรื่องอยากให้ช่วย” โทซองต่อสายหาผู้จัดการร้านอีกรอบก่อนจะรีบสั่งพลางก้าวเท้าตามชินซองออกมา

 

ชินซองก้าวอาดๆ นำไปที่ชั้นสามซึ่งเป็นโซนห้องพักที่เปิดไว้บริการวีเมมเบอร์ แต่ไม่ทันที่โทซองซึ่งวิ่งตามออกมาทีหลังจะได้ก้าวเท้าเหยียบพื้นของชั้นสามด้วยซ้ำ เสียงประตูห้องพักที่ถูกเหวี่ยงปิดลงแรงๆ ก็ดังขึ้น

 

โทซองสะดุ้งสุดตัวพลางยกมือขึ้นมากดหน้าอกตัวเองเอาไว้ ก่อนจะรีบหันไปมองผู้จัดการร้านที่เพิ่งจะวิ่งขึ้นมา

 

“มีอะไรงั้นเหรอครับคุณโทซอง”

 

“สั่งปิดชั้นนี้ให้ท่านประธานฮันชินซอง เขาต้องการความเป็นส่วนตัว” โทซองจำใจบอก ก่อนจะพ่นลมหายใจออกทางปาก สายตามองตรงไปยังห้องพักห้องริมสุดที่เดาว่าตอนนี้บรรยากาศด้านในน่าจะกำลังมาคุมากทีเดียว

 

Vamp 13 

 

           ปัง!

 

           ประตูห้องพักที่ถูกปิดลงแรงๆ ทำให้ฮันจูที่นั่งอยู่ตรงปลายเตียงสะดุ้งสุดตัวก่อนจะหันกลับมามองชินซองที่กำลังก้าวตรงเข้าไปหาเขาในทันที

 

ร่างสูงหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ดวงตาคมปลาบจ้องมองอีกฝ่ายนิ่งๆ ไอเย็นแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายส่งผลให้คนตัวเล็กกว่าเริ่มนั่งไม่นิ่ง ตัวสั่นเกร็งเพราะความหวาดกลัว

 

ปั้ก!

 

ถุงกระดาษที่ชินซองตั้งใจจะถือมันมาคืนเจ้าของถูกโยนลงข้างกาย ไม่ต้องเอ่ยปากถามฮันจูก็พอจะรู้ว่าชินซองต้องการอะไร

 

“เขาคงไม่ชอบของที่ผมส่งให้สินะ”

 

อึก!

 

พูดจบประโยค รอบคอของฮันจูก็ถูกบีบรัดด้วยฝ่ามือหนาที่แข็งแรงราวกับคีมเหล็ก อุณหภูมิร่างกายของชินซองที่ต่ำกว่ามนุษย์ทั่วไปทำให้ฮันจูรู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมาในฉับพลัน

 

“ผะ...ผม...อึก” ฮันจูหายใจไม่ออก ร่างกายของเขากำลังลอยขึ้นจากพื้นเพราะชินซองกำลังยกเขาขึ้นด้วยมือเพียงข้างเดียวที่ยังคงกำแน่นอยู่ที่รอบคอ

 

ฮันจูพยายามใช้สองมือของตัวเองแกะมือของชินซองออกอย่างสุดความสามารถหากแต่มันไม่ได้ทำให้ความอึดอัดที่บริเวณนั้นคลายออกเลยสักนิด

 

“พะ พี่ชินซอง” ฮันจูร้องเรียก แต่ชินซองกลับไม่แม้แต่จะขานรับ ไม่ถาม และไม่พูดอะไรกับเขาเลยแม้แต่คำเดียว สายตาของชินซองในเวลานี้น่ากลัวอย่างที่ฮันจูเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน

 

นัยน์ตาสีดำสนิทมืดมิดไร้แสงสว่าง ไม่นานมันก็วาววับและสะท้อนประกายสีแดงออกมาดูน่าใจหาย

 

“ผมหาย...ใจ...มะ...ไม่ออก”

 

ปั้ก!

 

ร่างกายของฮันจูปลิวไปกระแทกกับผนังด้านข้างเมื่อชินซองเหวี่ยงออกไป แผ่นหลังที่กระแทกเข้ากับผนังหนาทำให้ฮันจูนิ่วหน้าเพราะความปวดร้าว ไม่มีเรี่ยวแรงหรือพละกำลังจะประคองตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งหรือยืนได้ด้วยซ้ำ

 

“พี่...อึก”

 

ไม่ทันได้ร้องขอใดๆ ชินซองก็ก้าวตามเข้ามาประชิดอีกรอบ ร่างสูงนั่งยองๆ ลงข้างกายก่อนจะยื่นมือหนาไปกำรอบคอของฮันจูเอาไว้ตามเดิม หากแต่ที่มืออีกข้างของชินซองกลับเอื้อมคว้าบางอย่างออกมาจากถุงกระดาษใบนั้น

 

“พะ พี่จะทำอะไร”

 

“เอาของมาคืน”

 

“พี่ชินซอง อื้อออ” ฮันจูดิ้นพล่าน สองตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ ริมฝีปากอ้ากว้างเมื่อถูกบังคับด้วยปลายนิ้วของชินซองที่บีบอยู่ที่ข้างแก้มจนฮันจูรู้สึกปวดร้าวไปทั้งกราม

 

กระดาษทิชชูเปื้อนเลือดแผ่นนั้นถูกยัดเข้ามาในปาก กลิ่นคาวของมันทำให้ฮันจูรู้สึกสะอิดสะเอียน พยายามจะปฏิเสธหากแต่ริมฝีปากของเขาในเวลานี้กลับถูกฝ่ามือหนาปิดสนิทและกดเอาไว้แน่นจนหายใจแทบไม่ออก

 

“กลืน”

 

“อื้อออ”

 

“ฉันสั่งให้นายกลืนมันลงไปเดี๋ยวนี้ฮันจู!”

 

อึก!

 

ฮันจูกลั้นใจกลืนกระดาษเปื้อนเลือดแผ่นนั้นลงคอไปอย่างยากลำบาก น้ำในตาเอ่อล้นขอบตาลงมาเป็นสาย ร่างกายสั่นเทิ้มเพราะความกลัวสุดขั้วหัวใจ

 

ฟุ่บ!

 

ชินซองผละตัวออกพลางก้าวถอยออกไปยืนอยู่ด้านข้าง ยืดลำตัวเต็มความสูงแล้วจ้องมองคนที่ยังคงนอนหอบหายใจอยู่ที่พื้นด้วยสายตาที่ยังคงวาววับชวนให้ขนลุก

 

“พี่” ฮันจูร้องเรียกด้วยเสียงที่ขาดห้วง ฟันในปากกระทบกันดังกึกๆ อยู่ตลอดเวลา

 

“อย่าให้ฉันต้องทำมากกว่านี้ฮันจู”

 

“ทำไมพี่ถึงรู้ว่าเป็นผม ทำไมไม่คิดว่าเป็นอินซาหรือฮันกุกก็ได้” ฮันจูร้องถาม เขาเพียงแค่สงสัย แต่ไม่ได้คิดจะปฏิเสธ เพราะรู้อยู่แล้วว่ายังไงก็ไม่มีทางโกหกคนอย่างชินซองได้ สีหน้าของฮันจูในเวลานี้ยังคงกระอักกระอ่วนไม่สู้ดี ในขณะที่แววตามีแต่ความผิดหวัง เจ็บปวด และเคียดแค้นชิงชัง

 

“ฉันรู้จักนายดีฮันจู คนอย่างนาย ขี้ขลาดเกินกว่าจะเดินไปสู้กับยองวอนซึ่งหน้าแบบที่อินซาทำ แต่ก็โง่เกินกว่าจะวางแผนซับซ้อนอย่างฮันกุก” ชินซองบอกเสียงเรียบ ก่อนจะก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพราะฮันจูพยายามจะขยับเข้ามากอดขาเขาเอาไว้

 

“ผม...”

 

“นายเป็นเด็กดีฮันจู อย่าให้ฉันต้องรู้สึกผิดหวังในตัวนายมากไปกว่านี้เลย”

 

“แต่ผมรักพี่นะ”

 

คำว่า ‘รัก’ ที่ฮันจูโพล่งออกมาเต็มปากเปรียบเสมือนสายลมที่พัดผ่านร่างกายของชินซองไปอย่างรวดเร็ว มันอาจทำให้ชินซองรู้สึกหวิว แต่ไม่ถึงกับเย็นสบาย และไม่สามารถแทรกซึมเข้าไปถึงหัวใจที่ถูกใครอีกคนจองพื้นที่เอาไว้จนเต็มแล้วทั้งหมด

 

ชินซองก้มลงสบตากับฮันจูอีกครั้งก่อนจะก้าวถอยหลังอีกหนึ่งก้าว ถ้าเทียบกันระหว่างอินซา ฮันจู และฮันกุกแล้ว ชินซองรู้ดีว่าฮันจูซื่อสัตย์กับเขามากที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน ชินซองกลับไม่มีความรู้สึกผิดกับสิ่งที่กำลังทำกับฮันจูเลยสักนิด เพราะเขามั่นใจดีว่าก่อนจะตกลงทำความรู้จักกันในฐานะลูกค้ากับโฮสต์ เขาวางขอบเขตเรื่องความสัมพันธ์เอาไว้ชัดเจน และคนที่ทำผิดข้อตกลงเอาไว้จนทุกอย่างต้องกลายเป็นแบบนี้ก็คือฮันจูต่างหาก

 

ชินซองไม่จำเป็นจะต้องรับผิดชอบกับความรู้สึกของฮันจูที่เสียไปในเมื่อเขาไม่ได้ต้องการสิ่งนั้นตั้งแต่ต้น

 

           ฮันจูเงียบลงจนน่าใจหาย เขานอนนิ่งอยู่ที่พื้น ร่างกายยังคงสั่นเพราะแรงสะอื้นอยู่ตลอดเวลา วูบหนึ่งที่ได้จ้องมองทำให้ชินซองรู้สึกสงสาร หากแต่เขาเองก็รู้ตัวว่าเขาไม่สามารถหยิบยื่นสิ่งที่ฮันจูต้องการให้ได้ หวังเพียงว่าสักวันฮันจูจะเข้มแข็งขึ้นได้ด้วยตัวเอง

 

           “หลังจากวันนี้ไป ไม่ต้องกลับมาทำงานที่นี่อีก” ชินซองสั่งพลางถอนหายใจ ถ้าหากว่ามีสิ่งใดที่เขาจะสามารถมอบเพื่อตอบแทนให้กับความซื่อสัตย์ของฮันจูได้ ก็คงมีเพียงเรื่องเดียว...เงิน

 

           “หมายความว่ายังไงครับพี่ชินซอง” ฮันจูเงยหน้ากลับขึ้นมาถาม สองตายังคงแดงก่ำจากความโศกเศร้าและเสียใจ

 

           “เก้าโมงเช้าฉันจะให้คนจัดการสิ่งที่นายต้องการให้ ตั้งใจเรียนให้จบ หางานดีๆ ทำ หาโอกาสไปใช้ชีวิตให้เต็มที่แบบที่นายต้องการ แล้วอย่ากลับมาที่นี่อีก”

 

           สิ่งสุดท้ายที่ชินซองต้องการจะมอบให้ฮันจูคืออิสรภาพ แม้ที่ผ่านมาเขาจะไม่เคยกักขังหรือว่าบอกให้ฮันจูยึดติดกับเขา แต่ก็ยากจะปฏิเสธว่ามันเป็นผลข้างเคียงจากความใกล้ชิดผูกพันที่ยากจะห้ามไม่ให้มันเกิดขึ้น ทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดกับโฮสต์ ไม่ว่าจะใคร ชินซองรู้ดีว่านอกจากความยินยอมพร้อมใจที่จะมอบเลือดให้เขาแล้ว ทุกคนยังพร้อมที่จะมอบหัวใจให้กับเขาด้วย แต่เขาไม่เคยต้องการ

 

ปัง!

 

ประตูห้องถูกปิดลงอีกครั้งเมื่อชินซองพาตัวเองเดินกลับออกมา แม้มันจะเบาลงกว่าตอนเดินเข้าไปแต่ก็ไม่ได้ปิดอย่างคิดจะเบามือ นั่นแปลว่าทุกอย่างยังไม่จบ

ความคิดเห็น