ฮะนะชิ

ติ่งเมนอยู่ดีๆ ก็ต้องเป็นนักสืบเพื่อปกป้องแฟนมโนซะงั้นอะค่ะ!! (อัพวันละตอนทุกวันไม่เว้นวันหยุด!)

ตอนที่ 1-4 หลงรักนักแสดงละครเวที

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-4 หลงรักนักแสดงละครเวที

คำค้น : นิยายญี่ปุ่นถูกลิขสิทธิ์ นิยายญี่ปุ่น นิยายแปล รักข้างเดียวของยัยเพี้ยนฮินาโกะ ตลก

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 11

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2563 14:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-4 หลงรักนักแสดงละครเวที
แบบอักษร

วันเสาร์ที่สิบเก้าพฤษภาคม แปดโมงเช้า 

รอบๆ ประตูสำหรับผู้เกี่ยวข้อง มีแฟนคลับมารวมตัวอยู่ประมาณยี่สิบคน ฮินาโกะนิ่งเตรียมตัวอยู่ที่มุมหนึ่ง 

วันนี้เธอตื่นตีสี่ครึ่ง อาบน้ำแต่งตัว แต่งหน้าด้วยความพิถีพิถัน หลังจากเช็คเสื้อผ้าอย่างรอบคอบหน้ากระจกเต็มตัว ก็ออกจากบ้านในตอนที่ครอบครัวกำลังหลับสนิทกันอยู่ นั่งรถไฟเข้าตัวเมืองประมาณสามสิบนาที ทำผมที่ร้านเสริมสวยใกล้กับโรงละครหนึ่งชั่วโมง ตอนมาถึงที่นี่ก็ก่อนหน้านี้สิบห้านาที 

การรอการมาถึงสำคัญกว่า หรือทรงผมสำคัญกว่า เป็นปัญหาตลอดกาลสำหรับฮินาโกะ คติประจำใจระหว่าง ’ตอนที่ไปเจอเมน ต้องอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์พร้อม’ กับจิตใจเปี่ยมรักที่อยากจะเจอเมนในจุดที่ดีที่สุดนั้น ตีกันกับเรื่อง ‘ปัญหาการรอในตอนเช้า’ ทุกครั้ง คุณภาพของช่างเสริมสวยทำให้จัดแต่งทรงผมได้ด้วยตัวเอง อาจจะเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดี แต่ก็เปล่าประโยชน์ ภาพสะท้อนในกระจกยังพอไหว แต่พอพยายามจะทำความเข้าใจกับผมด้านหลังของตัวเอง ก็ไม่รู้ว่าจะใช้เวลาไปกี่ชั่วโมง 

เพราะฉะนั้น ฮินาโกะจึงอยู่ในตำแหน่งเตรียมพร้อมอยู่ริมแถวคนเดียว แฟนคลับคนอื่นๆ ส่วนใหญ่จะจับกลุ่มสองหรือสามคนพูดคุยกันเจี๊ยวจ๊าว 

คนที่ยืนอยู่ข้างๆ ฮินาโกะ เป็นกลุ่มผู้หญิงอายุประมาณยี่สิบกลางๆ สองคน สวมสายรัดข้อมือสีขาวซึ่งเป็นกู้ดส์ของ ‘เจ้าชายบอลขาว’ เข้าคู่กัน ดูเป็นมือโปรซึ่งมาดูการแสดงมาหลายครั้งแล้ว 

พอเห็นคนประเภทนี้ก็รู้สึกอิจฉาจากใจ ได้ใช้เงินที่ตัวเองหามาไปซื้อตั๋วแล้วจบที่การโวยวายว่า ‘ล้มละลาย’ จากเรื่องนั้นก็ทำให้พูด ‘เลี่ยงการ(ตาม)ติ่ง(ทุกที่)ไม่ได้’ ขณะตามไปดูการแสดงที่ภูมิภาคอื่น เวลามีกู้ดส์ หรือดีวีดี ออกก็สั่งได้เลยไม่ต้องกังวลแล้ว ‘สนุกได้ตลอดไป’ เวลาเมนปล่อยคอนเทนต์ฟรี ก็มักแตกตื่นว่า ‘เปย์ไม่ได้ก็เท่ากับบูชาไม่ได้สิ’ 

ฮินาโกะชื่นชมพวกเธอซึ่งเป็นผู้ใหญ่ที่มีอิสระแบบนั้น เป็นสิ่งที่นักเรียนหญิงม.ปลายที่เก็บเงินทีละนิดจากการทำงานพิเศษเป็นพนักงานขายของทดลองชิมในซูเปอร์หรือขายเค้กวันคริสต์มาสหรือวาเลนไทน์ทำไม่ได้ 

“ละครเวทีคราวนี้ควอลิตี้สูงจังเลยเนอะ อ๊ะ นึกถึง ‘โกลวัยฝัน’ เลย“ 

สาวสวมเสื้อหนังกับกระโปรงสั้นสีขาวพูดขึ้น สาวสวมแจ็คเก็ตยีนส์ข้างๆ พยักหน้าอย่างแรง ฮินาโกะชะงักก่อนตั้งใจฟังบทสนทนาของกลุ่มผู้หญิงสองคนตรงหน้า 

“คล้ายกันจริงด้วย  แต่ว่า ‘เจ้าชายบอลขาว” เนื้อเรื่องซีเรียสกว่า ‘โกลวัยฝัน’ ก็เลยชวนให้ประทับใจ จุนจุนใน ‘โกลวัยฝัน’ ก็ดีอยู่หรอก แต่ยูยะใน ‘เจ้าชายบอลขาว’ เนี่ย ให้ความรู้สึกว่าอัจฉริยะแท้ๆ เลยเนอะ” 

“จุนจุนก็แสดงละครเวทีเรื่องนี้เหมือนกันนี่” 

“ก็ใช่ แต่เป็นบทตัวร้ายอะ” 

“ฉันก็ชอบจุนจุนในบทตัวร้ายอยู่นะ” 

“งั้นเหรอ ส่วนฉันยังไงก็ชอบแบบยูยะ” 

ฮินาโกะพยักหน้าอืมๆ หลายครั้งกับคำพูดของผู้หญิงที่สวมแจ็คเก็ตยีนส์ 

‘โกลวัยฝัน’ เป็นละครเวที 2.5D* สร้างจากการ์ตูนฟุตบอลซึ่งแสดงจนถึงเดือนตุลาคมปีที่แล้ว คนที่แสดงนำในละครเวทีเรื่องนั้นคืออิจิโนะมิยะ จุน หรือจุนจุนที่ปัจจุบันอายุยี่สิบสองปี เขาร่วมแสดง ‘เจ้าขายบอลขาว’ ในคราวนี้ด้วย ในบทอดีตเอสของทีม อิโจ ทาคุยะ เป็นบทตัวร้ายที่ขัดแย้งกับโมมิจิ ยูตะ ตัวเอกที่ซึดะ ยูยะแสดง แต่ถึงอย่างนั้นก็ได้รับการสนับสนุนจากแฟนคลับเหนียวแน่นบางกลุ่มอยู่ด้วย 

...จะว่าไปแล้ว เธอก็เคยติดรูปอิจิโนะมิยะ จุนคุงไว้ในห้องด้วยเหมือนกันนะ 

นึกเรื่องแบบนั้นขึ้นได้ซะแล้ว แต่ว่าก็เป็นเรื่องสมัยเมื่อกี่เดือนก่อนแล้วก็ไม่รู้ อดีตก็คืออดีต ฮินาโกะในตอนนี้ตกหลุมเสน่ห์ของซึดะ ยูยะจนถอนตัวไม่ขึ้น 

ทันใดนั้น เสียงเซ็งแซ่ของเหล่าแฟนคลับรอบๆ ก็ดังขึ้น 

ฮินาโกะยืดตัวตรง จ้องมองไปยังรถสีดำที่แล่นเข้าในลานจอดรถ 

คนที่ลงมาจากรถที่จอดห่างออกไปเล็กน้อย เป็นชายหนุ่มตัวสูงกับชายหนุ่มที่ดูผอมบาง คุซาโนะ เคียวทาโร่ กับซึดะ ยูยะ สองคนอยู่สังกัดเดียวกัน 

“ยูยะคุง!” 

ฮินาโกะตะโกนสุดเสียงพร้อมกับชูมือถือขึ้นสูง ใช้นิ้วโป้งมือขวากดชัตเตอร์รัวๆ มือซ้ายที่ว่างอยู่โบกให้ซึดะ ยูยะที่เดินผ่านหน้าไป 

“ยูยะคุง! มองทางนี้หน่อย ยูยะคุง!” 

การเรียกคำลงท้ายชื่อของเมน เป็นหลักการของฮินาโกะ เป็นคติประจำใจ 

คุซาโนะ เคียวทาโร่กับซึดะ ยูยะเดินผ่านแฟนคลับไปพร้อมกับโบกมือเบาๆ ดูเหมือนจะคุยอะไรสนุกๆ กันเลยยิ้มออกมาด้วย รอยยิ้มสว่างไสวของซึดะ ยูยะพุ่งเข้ากลางใจฮินาโกะ 

...อ๋า แย่แล้ว 

มือที่ถือมือถือสั่น เสียงที่เรียกชื่อเขาก็แตกแห้ง แค่เมนเข้ามาใกล้ ทั้งตัวก็ร้อนรุ่มด้วยความตื่นเต้น 

หลังจากคุซาโนะและยูยะลับสายตาไป ฮินาโกะก็ยังยืนเหม่ออยู่ที่เดิม ถึงจะไม่มีการตอบรับหรือสนใจ แต่แค่ได้เห็นใกล้ๆ จิตใจตอนนี้ก็อิ่มเอมเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ 

ทันใดนั้น เสียงเซ็งแซ่จากแฟนคลับอีกกลุ่มก็เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง ดูเหมือนว่านักแสดงคนอื่นก็ค่อยๆ มาถึงกันแล้ว ปกติแล้วฮินาโกะไม่มีความสนใจในนักแสดงคนอื่นนอกจากซึดะ ยูยะ แต่ตอนที่อาคาบาเนะ ฮาจิเมะซึ่งแสดงบทเพื่อนร่วมชมรมปีหนึ่งเหมือนกันเดินผ่านหน้าไปก็รู้สึกใจเต้นเบาๆ เป็นบทตัวประกอบ แต่ยังไงนักแสดงที่เล่นบทปีหนึ่งก็เป็นผู้ชายตัวเล็กดูน่ารักซะเยอะจริงๆ อาคาบาเนะเองก็เป็นหนึ่งในนั้น 

เมื่อเสียงของแฟนๆ สงบลง ฮินาโกะหยิบสมุดบันทึกออกมาจากกระเป๋าสะพายไหล่แล้วเปิดหน้าที่มีตารางเวลาของวันนี้อย่างละเอียด 

“ต่อไปก็ รอเวลาเริ่มขายกู้ดส์สินะ” 

ฮินาโกะอ่านเนื้อหาบันทึกแล้วหมุนตัวมุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุด 

เลือกสถานที่รอเอาไว้แล้ว เป็นเบเกอรี่คาเฟ่ในซอยเล็กๆ ระหว่างทางกลับไปสถานี ร้านนี้ขายเมลอนปังอบใหม่ๆ ดูน่าอร่อย ซึ่งซึดะ ยูยะโพสต์ลงบนทวิตเตอร์เมื่อห้าวันที่แล้ว จากการหาข้อมูลร้านขนมปังใกล้โรงละครในเว็บกูร์เมต์ จะต้องเป็นร้านนี้อย่างแน่นอน 

ต่างกับวันจันทร์เมื่อห้าวันที่แล้วที่มีรอบแสดงแค่ตอนกลางคืน เพราะวันนี้มีรอบแสดงกลางวันด้วย โอกาสที่จะได้เจอกับนักแสดงออกมากินมื้อเที่ยงจึงต่ำมาก แต่ว่าถ้าไหนๆ ก็จะรอแล้ว ถึงจะน้อยนิดแต่ก็อยากนั่งรอในที่ๆ มีโอกาสเจอ การได้ลิ้มรสชาติของแบบเดียวกับเมนก็ถือเป็นความสนุกอีกอย่าง 

ถ้านั่งที่เดียวกับเขา มองทิวทัศน์แบบเดียวกัน จะต้องมโนได้ดีขึ้นแน่ 

ฮินาโกะเร่งฝีเท้าไปยังเบเกอรี่คาเฟ่ขณะจินตนาการภาพเมนกินขนมปังเมลอนแก้มตุ่ยอย่างเอร็ดอร่อยในสมอง 

 

‘เจ้าชายบอลขาว’ เป็นการ์ตูนเบสบอลที่เล่าถึงการต่อสู้สุดกำลังตลอดหนึ่งปีของนักเรียนมัธยมปลายที่ตั้งเป้าจะไปโคชิเอ็ง** 

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่ตัวเอก โมมิจิ ยูตะ (ซึดะ ยูยะ) พิชเชอร์***ซึ่งชนะเลิศการแข่งขันทั่วประเทศระดับมัธยมต้นถูกเสียงตะโกนชวนให้เข้าชมรมเบสบอลม.ปลาย มีประธานชมรมซากุระ มาซายูกิ (คุซาโนะ เคียวทาโร่) คอยช่วยเหลือโมมิจิ แต่สำหรับอิโจ ทาคุยะที่อยู่ปีสาม ผู้ถูกโมมิจิแย่งตำแหน่งเอสไปนั้นไม่สนุกด้วยและมองว่าเป็นปัญหา แต่ทั้งที่เป็นอย่างนั้น พวกเขาก็ยังพยายามจะไปโคชิเอ็งให้ได้ 

สมาชิกชมรมร่วมแรงร่วมใจกันตั้งเป้าหมายสู่ชัยชนะ แต่ในระหว่างการแข่งขันที่แบบแพ้ตกรอบ อิโจซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้ยืนบนเนินขว้างลูกสักทีก็ระเบิดความโกรธจนวางแผนจะใช้มีดแทงโมมิจิ เอสของชั้นปีหนึ่งให้ได้รับบาดเจ็บ โมมิจิที่ถูกจู่โจมตั้งใจจะแย่งอาวุธเพื่อโต้กลับ แต่จังหวะไม่ดี ประธานซากุระผู้เข้ามาห้ามกลับถูกมีดแทงเข้าที่สีข้างไป… 

เป็นการดำเนินเรื่องที่จัดว่าซีเรียสสำหรับการ์ตูนกีฬาวัยรุ่น ตอนฮินาโกะอ่านการ์ตูนก็ร้องไห้ ตอนดูอนิเมก็ร้องไห้ ตอนดูดีวีดีก็ร้องไห้ ละครเวทีวันนี้ก็คงจะร้องไห้อีก แค่จินตนาการซีนโมมิจิ ยูตะทำให้ประธานซากุระบาดเจ็บก็น้ำตาคลอแล้ว 

ฮินาโกะเข้าไปข้างในโรงละครตอนเวลาห้าโมงเย็นซึ่งเป็นเวลาเปิดให้เข้า มุ่งหน้าไปยังที่นั่งแถวหน้าสุดที่จองไว้แล้วหย่อนตัวลงนั่งพร้อมเสียงใจเต้นโครมคราม 

การนั่งรอในเบเกอรี่คาเฟ่จนถึงเมื่อครู่ สุดท้ายก็จบลงโดยไม่เจออะไร 

แต่ว่า...จากนี้คือเวลาสำคัญที่สุด 

ก่อนถึงเวลาเริ่มแสดง ฮินาโกะสนใจที่นั่งด้านหลังทางซ้ายตลอด ที่ตรงนั้นเป็นที่นั่งของผู้เกี่ยวข้องซึ่งถูกกั้นไว้ด้วยแถบสี แผนการหลังจบการแสดงของวันนี้จะสำเร็จหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าบุคคลเป้าหมายจะปรากฏตัวที่นี่หรือไม่ 

ทุกครั้งที่มีคนมานั่งตรงสำหรับผู้เกี่ยวข้อง ก็จะยกมือถือในมือขึ้นมาเทียบหน้ากับรูปในนั้น ทีแรกเหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมง จนเหลือครึ่งชั่วโมง จนสิบห้านาที ผู้ชายที่ดูเหมือนจะเป็นเป้าหมายก็ยังไม่โผล่มา 

...ต้องมาแน่นอน 

ฮินาโกะกำชายกระโปรงด้วยมือหนึ่งข้าง อธิษฐานขณะรอคอย 

ตอนที่เริ่มกังวลขึ้นทุกทีกับห้านาทีก่อนการแสดง ในที่สุดคนๆ นั้นก็ปรากฏตัว 

“โล่งไปที...” 

ฮินาโกะกระซิบอย่างไม่ตั้งใจในวินาทีที่เห็นเส้นผมสีน้ำตาลสว่างและผิวเกรียมแดดของโอฮิระ ซุบารุ 

ประโยคที่ซึดะ ยูยะโพสต์ถึงโอฮิระ ซุบารุว่า ‘ตั้งตารอไปรวมตัววันมะรืนอยู่นะ!’ ดูเหมือนจะหมายถึงเรื่องที่เหล่านักแสดงจะไปรวมตัวหลังจบการแสดงรอบสาย 

ที่นั่งข้างๆ ของโอฮิระ ซุบารุมีนักแสดงซึ่งน่าจะเป็นคนรู้จักอีกสองคนนั่งอยู่ นั่นเป็นหลักฐานยืนยันอย่างดี ฮินาโกะชำเลืองมองพวกเขาที่กำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน แล้วหันกลับไปทางเวทีด้วยความอิ่มเอมใจ 

หลังจากนั้นไม่นาน ไฟในโรงละครก็หรี่ลง เสียงเพลงเริ่มบรรเลง 

ม่านเปิดออก วินาทีที่ซึดะ ยูยะ ผู้สวมถุงมือบนซ้ายปรากฏตัวขึ้น ฮินาโกะก็ถูกดึงเข้าสู่โลกของละครเวที 

เข้าชมรม ฝึกฝน แสงแดด หยาดเหงื่อ 

เสียงกล่าวชม เสียงไม่พอใจ เสียงปกป้อง เสียงกล่าวโทษ 

ฝึกซ้อมเบสบอลหรือการแข่ง อารมณ์ความรู้สึกของตัวเอกที่แสดงโดยซึดะ ยูยะส่งผ่านมาอย่างชัดเจน หลังเข้าครึ่งหลัง ฉากที่ซึดะ ยูยะซึ่งกำลังจะจะตอบโต้บทตัวร้ายของอิจิโนะมิยะ จุน ถูกบทประธานชมรมของคุซาโนะ เคียวทาโร่ที่เข้ามาห้ามพลาดแทงเข้าใส่ก็มาถึง ตอนที่เห็นการแสดงของซึดะ ยูยะที่เข้าไปประคองคุซาโนะที่ล้มบนเวทีทั้งน้ำตา ฮินาโกะเองก็ร้องไห้เป็นเผาเต่า 

ยังไม่ทันเก็บผ้าเช็ดหน้าที่ใช้ซับหางตาเพื่อไม่ให้เครื่องสำอางเลือน ละครเวที “เจ้าชายบอลขาว” ก็มาถึงฉากจบแล้ว 

ฮินาโกะปรบมือในช่วงเคอร์เทนคอล****จนเจ็บไปหมด ตอนที่ซึดะ ยูยะออกมาเป็นคนสุดท้ายแล้วแตะมือด้วยท่าทางสนุกสนานกับคุซาโนะ เคียวทาโร่ซึ่งเล่นบทประธานชมรมที่ประคับประคองบทตัวเอกมาโดยตลอด ความประทับใจก็เริ่มซาลงแล้ว หลังจากเหล่านักแสดงกลับเข้าหลังเวทีจนหมด ไฟในโรงละครก็สว่างขึ้น ฮินาโกะหันไปข้างหลังทันที 

แอบสังเกตฝั่งที่นั่งสำหรับผู้เกี่ยวข้องท่ามกลางเหล่าผู้ชมที่กำลังเริ่มเตรียมตัวกลับอย่างระมัดระวัง 

ฮินาโกะเล็งจังหวะแล้วรีบเข้าไปอยู่ในแถวเดินออก ไปอยู่ด้านหลังแถวของโอฮิระ ซุบารุที่เริ่มขยับพอดิบพอดี ได้ยินเสียงพูดคุย “จะไปร้านไหน” “เอาไงดี” มาจากด้านหน้า 

...สมบูรณ์แบบ! 

เพราะเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา ฮินาโกะรีบซ่อนหน้าตัวเองไว้ใต้ฝ่ามือทั้งสองข้าง รู้สึกว่าแผนกำลังไปได้สวย คุ้มกับที่ให้พี่ชายจอมโมโหช่วยปรับปรุงแผนให้สำเร็จ 

...ต่อไปก็ แค่รอยูยะคุงมา ‘รวมตัว’ เท่านั้น 

ฮินาโกะค่อยๆ ยกมือขวาออกจากใบหน้า กำหมัดเยสเล็กๆ นี่ก็เป็นความสุดยอดของการเข้าร่วมสงคราม ต้องอดทนต่ออีกนิดก็จะถึงช่วงเวลาที่สนุกที่สุดแล้ว 

 

* ละครเวทีที่มีต้นแบบมาจากสื่อ 2 มิติ เช่น การ์ตูนหรือเกม เนื่องจากยังต้องแต่งตัวตามตัวละครต้นแบบ เลยอยู่ระหว่าง 2D (ภาพวาด) กับ 3D (คนจริง) จึงเรียกว่า 2.5D 

** การแข่งขันเบสบอลระดับประเทศของญี่ปุ่น  

*** ตำแหน่งมือขว้างในกีฬาเบสบอล 

**** Curtain call การที่นักแสดงออกมาโค้งให้คนดูหน้าเวทีหลังการแสดงละครเวทีจบเพื่อแสดงความขอบคุณ แสดงตน รับเสียงปรบมือ  

ความคิดเห็น