โซซอล
facebook-icon

เมื่อมีโอกาสทวงความรักของตัวเองกลับคืนมาจากเพื่อน เขาจึงไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอย...

ชื่อตอน : ตอนที่ 6-1

คำค้น : แด่คุณ ความรักของเพื่อนผม นิยายเกาหลี นิยายวาย Yaoi Omegaverse

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 565

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มี.ค. 2563 14:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6-1
แบบอักษร

ตอนที่ 6 

 

ช่วงนี้จินอูรู้สึกเหมือนขึ้นรถไฟเหาะทุกวัน ช่วงหนึ่งเดือนนี้มีเรื่องสำคัญหลายๆ เรื่องเกิดขึ้นต่อเนื่อง สองสามวันมานี้ระหว่างเกิดเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อารมณ์ของเขาก็พุ่งจนสุดแล้วร่วงทะลุลงใต้ดิน ตอนขนพวกเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้านใหม่ อารมณ์ของวาดเป็นเส้นโค้งสูง แต่พอซองจินกับมูจินมากวนใจ มันก็เปลี่ยนเป็นโค้งคว่ำต่ำลงอย่างไม่มีที่สิ้นสุดแทน 

แต่วันนี้มันค่อนข้างดี เพราะไม่มีใครมาปั่นหัวสักคน แถมยังย้ายของเข้าบ้านใหม่เสร็จแล้วด้วย เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ วางอยู่ในตำแหน่งของมัน พอต้องแสงแดดก็เปล่งประกายระยิบระยับ จินอูเปิดตู้เสื้อผ้าบิวท์อินกับหน้าต่างทุกบานออก ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ถอดเสื้อคลุมตัวนอก จนลมหนาวพัดผ่านเข้ามาภายในบ้าน 

ร่างบางเปิดประตูห้องของมูจินออกกว้างโดยไม่สนใจว่าต้องขออนุญาตก่อนหรือไม่ จ้องมองสัมภาระมากมายที่รอคอยเจ้าของมาจัดการ มัวแต่ทำงานทั้งวันทั้งคืนแล้วจะเข้ามาจัดของเมื่อไหร่ล่ะ วันอาทิตย์ก็ควรจะพักสักหน่อยไม่ใช่หรือไง อืม ฉันก็แค่เอามันเสียบใส่ตู้หนังสือ ไม่ได้กะจะรื้อหนังสือดูสักหน่อย ส่วนเสื้อผ้าก็แค่หยิบๆ มาใส่ในตู้เสื้อผ้าให้เท่านั้น ก็นะ คังมูจินต้องโมโหแหง แต่แล้วไงล่ะ จินอูปล่อยตัวเองไหลกับความคิดแปลกๆ และหาเหตุผลให้มัน ก่อนจะเปิดกล่องบนสุดจากบรรดากล่องมากมาย ข้างในเต็มไปด้วยเสื้อผ้ากับไม้แขวนเสื้อ ส่วนใหญ่เป็นสูทกับเสื้อเชิ้ต 

“สั่งตัดหมดทุกตัวเลยนี่นา... ไหล่กว้างมากจริงๆ” 

เขาหยิบเสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่ออกมาทีละตัว จากนั้นเสื้อเชิ้ตต่างสีสันก็ถูกแขวนเรียงเป็นแถวไล่จากสีอ่อนถึงสีเข้ม หลังเพ่งมองพวกมัน จินอูก็หยิบเสื้อเชิ้ตออกมาสองตัวเพื่อเปลี่ยนตำแหน่ง เสร็จแล้วก็ทำสีหน้าพึงพอใจ 

ทว่าขณะจะขยับมือเปิดกล่องใบอื่น โทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อคลุมก็สั่นอย่างแรง เขาหยิบมันออกมาแล้วทิ้งไว้อย่างนั้นโดยไม่มองหน้าจอด้วยซ้ำ ก่อนจะหันกลับไปสนใจข้าวของของมูจินต่ออีก จินอูเปิดกล่องที่เต็มไปด้วยหนังสือออกและหยิบมันออกมาทีละเล่ม จัดการเรียงอย่างเป็นระเบียบตามประเภทของหนังสือและขนาด ระหว่างนั้นเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว อารมณ์ที่สั่นคลอนก็ดีขึ้น หัวใจไม่ได้สงบแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ จินอูนวดคออยู่สองสามทีแล้วถึงจะกดโทรกลับหาซองจิน  

“ฮัลโหล” 

- จินอู ทำไมไม่รับโทรศัพท์เลย 

“ฉันปิดเสียงไว้เลยไม่ได้ยิน มีอะไรเหรอ” 

- ต้องมีธุระเหรอถึงจะโทรหานายได้ กำลังทำอะไรอยู่ 

“แค่จัดบ้าน กำลังระบายอากาศอยู่” 

- ระบายอากาศ? ถ้าเป็นหวัดขึ้นมาจะทำยังไง กดปุ่มฟอกอากาศกดข้างล่างอินเตอร์โฟน... 

“ฉันรู้น่า ก็แค่อยากจะเปิดหน้าต่าง ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ฉันใส่เสื้อคลุมอยู่” 

- ร่างกายนายอ่อนแอจะตาย จะไม่ให้กังวลได้ไงเล่า นายก็เปิดห้องนายทิ้งไว้ก่อน แล้วออกมาอยู่ห้องอื่น สักพักค่อยกลับเข้าห้องตัวเอง แล้วค่อยเปิดห้องที่อื่นทีหลัง 

หน้าจินอูตอนฟังคำบ่นจากปลายสายไม่มีอะไรต่างจากปกติและตอบกลับส่งๆ ขณะเดียวกันมือก็เปิดกล่องใบอื่น แต่พอเปิดออกก็ต้องสงสัยว่าของในนี้คืออะไร เขาพยายามเปิดกล่องอย่างระมัดระวังไม่ให้ซองจินได้ยินเสียง ระหว่างนั้นซองจินก็พล่ามถึงชีวิตแต่ละวันของตัวเอง แต่ปกติจินอูต้องตัดบทว่าเหนื่อยแล้ว อีกเดี๋ยวค่อยคุยกัน ถึงอีกเดี๋ยวที่ว่าจะไม่เคยมาถึงก็ตาม พอไม่ได้ยินคำพูดแบบนั้น ซองจินก็เริ่มร้อนใจ จนต้องอ้าปากย้อนถามว่าจินอูกำลังทำอะไรอยู่ 

“หื้อ?” 

- ทำไมจู่ๆ ก็เป็นแบบนี้ นายทำอะไรอยู่กันแน่ 

“อ๋อ ไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอก ฉันกำลัง...ลองใช้เครื่องทำกาแฟที่เพิ่งซื้อมา วิธีใช้มันง่ายกว่าที่คิดจนตกใจอะ” 

- งั้นเหรอ ลองใช้แล้วเป็นไงล่ะ นายไม่ยอมซื้ออันที่ฉันบอก ดันเลือกแบบแคปซูลซะงั้น 

“อือ ก็พอฟังแล้ว ฉันคิดว่าอันนี้มันดีกว่า ขี้เกียจทำความสะอาดด้วย” 

- งั้นเดี๋ยวฉันเข้าไปหา นายทำกาแฟอร่อยๆ ให้ฉันบ้างสิ 

จินอูไม่ตอบรับจนความเงียบปนความอึดอัดเข้ามาแทรกอยู่พักหนึ่ง ซองจินหัวเราะเรียบๆ ก่อนจะบอกว่าเดี๋ยวเจอกันแล้ววางสายไป หลังจากจบบทสนทนาทางโทรศัพท์แสนเบื่อหน่ายแล้ว ร่างบางก็หยิบกล่องที่เขาต้องแกะกระดาษห่อตั้งหลายชั้นขึ้นมาดูอย่างรวดเร็ว กล่องหนังแข็งๆ แบบนี้ ใครมองก็ต้องคิดว่าเป็นของสำคัญแน่นอน  

“ถ้าเป็นของมีค่า ทำไมไม่ขนมาเองล่ะ ถ้าเกิดหายจะทำยังไง” 

เขาพึมพำและพยายามทำให้หัวใจที่สั่นไหวขึ้นมาอย่างไร้เหตุผลสงบลง ก่อนจะเปิดกล่องหนังตรงหน้าออก เอ๊ะ อะไรเนี่ย ไม่ใช่ว่าคาดหวังอะไรเป็นพิเศษหรอก แต่ทันทีที่เห็นของข้างในก็ซ่อนความผิดหวังเล็กๆ ไม่ได้เหมือนกัน ของในกล่องคือนาฬิกาหรู ถึงจะสงสัยแต่ไม่นึกว่าข้างในจะเป็นของแบบนี้ 

ภายในกล่องหนังสองช่องมีนาฬิกาอยู่สามเรือน ช่องหนึ่งมีนาฬิกาสองเรือน ส่วนอีกช่องหนึ่งมีเพียงเรือนเดียว และดูเหมือนจะเป็นเรือนที่เจ้าตัวใส่ประจำ ถ้าลองเทียบกับคนเปลี่ยนนาฬิกาบ่อยมากอย่างซองจินแล้ว พอเห็นจำนวนนาฬิกาของมูจินก็ต้องบอกว่าค่อนข้างน้อยมากทีเดียว แต่ราคาคงไม่น้อยตาม  

“ถ้าเอามารวมกัน จะราคาเท่าไหร่กันนะ” 

จินอูหยิบนาฬิกาสายหนังขึ้นมาสวมกับข้อมือตัวเอง แล้วก็กลัดล็อกตรงรูเดิมที่มูจินกลัดเป็นประจำจนเป็นรอย พอมาอยู่บนข้อมือเขาก็ยังเหลือพื้นที่อยู่อีกประมาณหนึ่งเลย ร่างบางขยับแขนไปมาและยกข้อมือขึ้นสูง แน่นอนว่าตัวนาฬิกาก็ขยับตามเพราะหลวมมาก กระทั่งหมดสนุกกับนาฬิกาเรือนนั้นก็เก็บมันลงที่เดิม ก่อนจะหยิบนาฬิกาอีกเรือนออกมา สายเหล็กแบบนี้ต้องถูกปรับให้พอดีกับข้อมือมูจินอยู่แล้ว 

จินอูสวมเข้ากับข้อมือตัวเองและเขย่าแขนเล่นเหมือนเดิม กลิ่นจางๆ ของมูจินลอยออกมาจากตัวล็อกนาฬิกา ต่างกับนาฬิกาเรือนก่อนหน้าเพราะกลิ่นหนังรุนแรงกลบกลิ่นมูจินจนหมด จุดชีพจรบริเวณข้อมือด้านในเป็นหนึ่งในจุดที่ขับกลิ่นได้ดี พวกเบต้ามักจะฉีดน้ำหอมบริเวณนี้เช่นกัน แต่พวกอัลฟ่ากับโอเมก้าจะมีกลิ่นเฉพาะของตัวเองอยู่แล้ว และมักจะปล่อยออกมาเพื่อยั่วยวนกันและกันไม่หยุด 

กลิ่นพวกนี้ชื่อเรียกของมันคืออะไรนะ มูจินกุเหตุผลหลายๆ อย่างแล้วก็ปิดซ่อนกลิ่นของตัวเอง แต่จินอูกลับรู้สึกชอบมัน เขาค่อยๆ จับตัวนาฬิกาแล้วฝังจมูกลง มันไม่ใช่กลิ่นหวานๆ แต่ให้ความรู้สึกหวาน แถมยังอบอุ่นอีกด้วย ต่างกับกลิ่นหวานเกินไปของเขาอย่างสิ้นเชิง แต่ถ้ามันผสมเข้าด้วยกัน ก็คงจะ... 

“โอ๊ย หนาว! คงต้องดื่มกาแฟสักแก้วแล้ว” 

จินอูเก็บนาฬิกาใส่กล่องอย่างรวดเร็วก่อนจะปิดหน้าต่าง ถ่ายเทอากาศเท่านี้ก็น่าจะพอ จินอูออกจากห้องมูจินแล้วเดินไปทางเคาน์เตอร์ในห้องครัว คำแนะนำที่อุตส่าห์ยืนฟังอยู่พักหนึ่งตอนซื้อเครื่องทำกาแฟกับแคปซูลมาจางหายจนไม่มีอยู่ในหัวแล้ว เหลืออยู่แค่เอาแคปซูลวางลงแล้วกดปุ่มสักปุ่มก็เป็นอันเสร็จ เขาเลยหยิบขึ้นมาอันหนึ่งแล้ววางลงในช่องสำหรับใส่แคปซูล  

กลิ่นกับรสชาติกาแฟถูกปากเขามาก จากนั้นจินอูก็จัดการทำความสะอาดและเก็บมันเข้าตู้ 

 

ซองจินเดินออกมาจากฟิตเนส สีหน้าของเขาช่วงนี้ค่อนข้างซีดเชียว และความเครียดจากงานก็เป็นหนึ่งในข้ออ้างที่ดีในการตอบคำถามคนอื่น แต่ความจริงมันเป็นเพราะจินอู อดคิดไม่ได้ว่าทุกอย่างเป็นความผิดของตัวเอง และลุ่มหลงอยู่กับความคิดว่า ‘ตัวเองครอบครองทุกอย่างของจินอู’ มากเกินไป  

ระหว่างเดินขึ้นรถก็คิดเมนูว่าจะซื้ออะไรไปกินกับจินอูดี  ถึงอีกฝ่ายจะบอกว่ามีคนช่วยย้ายของไม่ได้ย้ายเอง แต่เขาก็คิดว่าถึงอย่างไรคนร่างกายอ่อนแอก็ควรกินอาหารที่มีประโยชน์ ทว่าขณะนั้นโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นพอดี สายเข้าช่วงเย็นวันเสาร์ส่วนใหญ่จะเป็นนัดดื่มทั้งนั้น ซองจินขมวดคิ้วมุ่น แต่ก็ต้องทำหน้าตกใจเมื่อเห็นชื่อคนโทรเข้า ไม่ใช่ใครเลย เป็นดูวอนนั่นเอง  

“ฮัลโหล ว่าไงครับคุณดูวอน” 

- ว้าว คุณรับโทรศัพท์ด้วยแฮะ 

“ต้องรับอยู่แล้วสิครับ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” 

- ก็ครั้งก่อนคุณบอกว่าจะติดต่อมานี่ครับ แต่ก็เงียบเลย ผมคิดว่าตัวเองคงโดนทิ้งแล้วสินะ แล้วถึงจะฟังดูกล้าไปนิด แต่ผมก็อยากลองโทรหาดูก่อนน่ะครับ 

“ผมจะปฏิเสธคุณดูวอนได้ยังไงล่ะครับ” 

ถึงจะเป็นการสนทนาด้วยเสียงเพียงอย่างเดียว แต่ซองจินก็มีสีหน้าสุขุมขณะโต้ตอบ แน่นอนว่าอารมณ์เขาดีขึ้นมาแล้วและนึกถึงการดำเนินการต่างๆ ของบริษัทในหัว ดูวอนแสดงท่าทีสนใจในตัวเขามากทีเดียว

ความคิดเห็น