โซซอล
facebook-icon

เมื่อมีโอกาสทวงความรักของตัวเองกลับคืนมาจากเพื่อน เขาจึงไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอย...

ชื่อตอน : ตอนที่ 5-4

คำค้น : แด่คุณ ความรักของเพื่อนผม นิยายเกาหลี นิยายวาย Yaoi Omegaverse

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 582

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มี.ค. 2563 14:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5-4
แบบอักษร

หญิงวัยกลางคนน้ำตาคลอเบ้า ลูกชายเธอเติบโตมาอย่างห่างไกลกับคำว่าอ่อนโยน เพราะไม่มีอะไรนำทางให้ไปถึงจุดนั้นเลย เวลาเขาต้องการความช่วยเหลือจากพ่อแม่ สุดท้ายก็ต้องแก้ปัญหาคนเดียวด้วยมือของตัวเอง มากพอให้สร้างกำแพงขึ้นมารอบตัว ทว่าความเงียบที่ชวนอึดอัดระหว่างพวกเขา กลับถูกเสียงกริ่งหน้าบ้านทำลายลง จินอูมองเห็นคนหลายคนกำลังขนของมาอยู่หน้าประตูชั้นหนึ่งผ่านหน้าจออินเตอร์โฟน 

“ดูเหมือนเฟอร์นิเจอร์จะมาถึงแล้ว แม่เช็ดน้ำตาเถอะครับ ลูกชายแม่จะมาอยู่กับคนที่ตัวเองชอบนะ ไม่ได้ไปตายสักหน่อย ทำไมถึงเป็นแบบนี้” 

“จินอู ได้โปรดอย่าพูดแบบนั้นเลย ซองจิน... มะ ไม่มีทางแต่งงานกับคนอื่นแบบนั้นแน่ๆ ใช่ไหม ลูกโกหกแม่ใช่ไหม” 

“ถ้าแม่ไม่เชื่อขนาดนั้น เดี๋ยวผมส่งการ์ดเชิญงานแต่งงานของซองจินไปให้ที่บ้านนะครับ” 

“ให้ตาย แม่ทำใจเชื่อเรื่องทั้งหมดนี่ไ...” 

“ยังไงก็แล้วแต่ครับ เหตุผลที่ผมพูดเรื่องนี้ให้แม่ฟังมีแค่อย่างเดียว ก็คือต่อจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แม่ห้ามติดต่อคังซองจินอีกเด็ดขาด แล้วก็ห้ามขอเงินเขาลับหลังผมด้วย” 

“จินอู!” 

จินอูไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายจะฟังเขาไหม พ่อกับแม่หยิบยืมเงินมาจากที่อื่นจนต้องกระเสือกกระสนดิ้นรน กับหนี้ ที่ที่เขาเข้าไปยุ่งไม่ได้นั้น กระเสือกกระสนดิ้นรนกับหนี้ และเขารู้ดีว่าท้ายที่สุดแล้วทั้งสองคนจะเลือกวิธีไหนมาจัดการแก้ไขมัน ก็เลยต้องขีดเส้นขวางโอกาสนี้ การขอความช่วยเหลือจากซองจินน่ะ ให้มันพอแค่นี้แหละ ถึงความเป็นไปได้ที่พ่อกับแม่จะฟังคำพูดเขาจะมีน้อยมากก็ตาม  

“อ๊ะ! เอาชั้นวางหนังสือนั้นวางห้องนี้เลยครับ เอ่อ...ตรงกำแพงฝั่งนั้น” 

“จะให้วางคู่กันเลยไหมครับ” 

“ไม่ครับ อันหนึ่งเอาวางตรงริมสุดทางนั้น ส่วนอีกอันหนึ่งวางด้านนี้เลยครับ ช่วยวัดระยะห่างให้พอดี ก่อนวางหน่อยนะครับ เดี๋ยวผมจะวางโต๊ะด้วย” 

“เข้าใจแล้วครับ” 

“ที่เหลือก็ตามที่แจ้งเมื่อกี้เลยครับ แม่ช่วยไปดูห้องผมให้หน่อย” 

“แม่เหรอ แล้วลูกจะไปไหน” 

“เปล่าหรอก ผมต้องโทรหามูจิน” 

แม่ขมวดคิ้วกับคำพูดของลูกชายก่อนจะเดินไปตามคำขอ พอทุกคนเดินออกจากห้องนี้ จินอูก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้โทรเข้าเบอร์นี้ หลังจากวันนั้นเมื่อสองปีก่อนพวกเขาก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย แต่เมื่ออาทิตย์ก่อนกลับเดินซื้อของ กินข้าวด้วยกันเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมา ทั้งๆ ที่ไม่น่าจะมองหน้ากันติดด้วยซ้ำ  

- ฮัลโหล 

“ฉันเอง เมื่อกี้เฟอร์นิเจอร์มาส่งแล้ว” 

- อ๋อ...ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วสินะ ส่วนของฉันน่าจะถึงจะเช้าวันเสาร์ อย่างช้าก็ช่วงบ่าย 

“อ้าวเหรอ งั้นฉันค่อยมาตอนเย็นก็ได้ล่ะสิ” 

- ฉันจะเข้าไปตอนค่ำๆ วันอาทิตย์ 

“ว่าไงนะ ทำไม” 

- ทำไมอะไร 

“ก็นายพูดเพ้อเจ้ออะไร จะทำงานทั้งเสาร์ทั้งอาทิตย์เลยหรือไง ของตัวเองจะมาถึงวันเสาร์ แล้วระหว่างนั้นจนถึงค่ำวันอาทิตย์นายจะอยู่ยังไง” 

ปลายสายไม่ยอมตอบ จินอูรอคำตอบพลางกัดริมฝีปากตัวเองแน่น ภาพของมูจินคนโง่เง่าไม่กล้าพอจะโกหกเขาและกำลังลังเลอยู่ปรากฏในความคิด สุดท้ายเขาก็เรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงต่ำแฝงความโกรธ มูจินก็ต้องยอมสารภาพ  

- ก็บอกไปแล้วนี่นา ว่าสุดสัปดาห์ฉันจะไม่อยู่รบกวน 

“ไอ้เจ้าบ้า นายกำลังทำตัวไร้สาระอยู่นะ ถ้าเป็นคนอย่างคังซองจินก็ว่าไปอย่าง แต่นายน่ะ เห็นฉันเป็นอะไรกันแน่!” 

- โอเคๆ เข้าใจแล้ว อย่าโกรธเลย วันเสาร์ฉันมีนัดจริงๆ นัดดื่มน่ะ รีบกลับไม่ได้อยู่แล้ว เดี๋ยวไปนอนโรงแรมแล้วจะกลับเช้าวันอาทิตย์แล้วกัน 

“เช้ากี่โมง รีบๆ บอกมาเลย” 

- จะไปทันทีที่ลืมตาเลย แล้วก็...ทำอะไรให้มันพอดีหน่อยเถอะ 

“ฉันทำอะไร ไม่เห็นมีอะไรเกินพอดีเลยนี่” 

- ถ้าคิดจะอะไรแปลกๆ ล่ะก็ ตายแน่ แค่นี้ 

ให้ตายเหอะ จินอูมองหน้าจอโทรศัพท์พลางขบฟันแน่น ถ้าฟังมูจินพูดอย่างเดียว ใครๆ คงนึกว่าเขากับซองจินจะเอาแต่มีเซ็กซ์กันเหมือนติดสัดล่ะมั้ง ร่างบางเปิดประตูห้องด้วยความหงุดหงิดก่อนจะก้าวออกไปข้างนอก 

 

อีกด้านหนึ่ง หลังจากได้รับการติดต่อกะทันหันจากจินอู มันเหมือนมีบางอย่างหวนกลับมาเหมือนสายลมพัดผ่าน มูจินอดทนต่อช่องว่างระหว่างอดีตกับปัจจุบันไม่ได้ จนเผลอพูดความในใจออกมาด้วยการหยอกล้อ เขาไม่มีทางสบายใจได้หรอก แต่การย้ายออกมาจากบ้านพ่อแม่ก็ดีกว่าจริงๆ เมื่อข้อสรุปมันขัดแย้งกัน มูจินจึงหันกลับไปจดจ่อกับหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง  

ทำงานต่อได้สักพัก เขาก็คิดว่าไม่ไหวแล้วและตั้งใจจะลุกไปดื่มชา แต่ประตูห้องทำงานกลับเปิดออกซะก่อน คนเปิดเข้ามาโดยไม่เคาะก่อนแบบนี้ ต่อให้ไม่หันไปดูหน้าก็รู้ว่าเป็นใคร มูจินมองตามซองจินจนกระทั่งอีกฝ่ายนั่งลงบนโซฟา ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ  

“ดื่มชาไหม” 

“ไม่ล่ะ ขอแค่กาแฟก็พอ” 

“ลงมาทำไมล่ะ ฉันทำอะไรผิดหรือไง” 

“จะเป็นแบบนั้นได้ไงเล่า นายจะย้ายเข้าบ้านใหม่เมื่อไหร่” 

“ของฉันถึงพรุ่งนี้ ส่วนตัวฉันจะเข้าเช้าวันอาทิตย์” 

“ดีมาก ฉันนึกว่านายจะเข้าไปเร็วกว่านั้นซะอีก ตั้งใจว่าจะมาบอกว่านายว่าให้เขาช้าๆ หน่อย” 

“ไม่ต้องกังวลหรอก ถึงฉันจะรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมเท่าไหร่ แต่ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ” 

“ช่วยไม่ได้? ฟังดูลำบากใจแฮะ” 

“เอาเถอะ ก็แค่ทำตัวเป็นคนเห็นแก่ตัว ประมาณนี้ก็พอไม่ใช่หรือไง” 

ซองจินทำเพียงหัวเราะกับคำตอบเปี่ยมความหงุดหงิด แต่คนหัวร้อนกลับกลายเป็นมูจินซะเอง รู้สึกว่าบทสนทนากับจินอูเมื่อครู่กลายเป็นเรื่องเพ้อฝัน เดาจากคำพูดของซองจินแล้ว ท่าทางจินอูจะไม่รู้อนาคตว่าวันเสาร์ตัวเองต้องอยู่กับซองจินเลย หมอนั่นคงทำตามใจตัวเองตั้งแต่หนึ่งถึงสิบ แล้วส่วนไหนของคนแบบนี้มันน่าเชื่อใจถึงขนาดนั้น มูจินเอาแต่จ้องกำแพงแล้วแค่นหัวเราะ 

“แล้วก็ฉันมีเรื่องจะพูดอย่างหนึ่ง” 

“เอาสิ พูดจบแล้วก็ออกไปด้วย” 

“ที่ฉันให้นายทำตัวติดกับจินอูน่ะ ทำแค่ตอนอยู่ต่อหน้าดูวอนกับพ่อแม่ฉันก็พอ” 

“งั้นนายก็เอาหมามาเลี้ยงตัวนึง ตั้งชื่อว่าคังมูจิน แล้วก็ไปสั่งกับมันเหอะ” 

สีหน้าเป็นมิตรก่อนหน้านี้ดูดุดันขึ้นทันตา ท่านประธานกับคุณผู้หญิงแล้วก็พ่อแม่เขาที่ชอบครวญครางว่า ‘ซองจินของเรา’ ควรได้เห็นสีหน้านี้จริงๆ มูจินยื่นแก้วกาแฟให้ อีกฝ่ายก็รับไปแล้วหันหน้าหนี สีหน้าบ่งบอกว่าไม่แย่ แต่ก็ไม่ถูกใจ 

ความจริงเขาอยากตอกหน้าว่าถ้านายไม่ถูกใจแล้วจะทำอะไรได้ด้วยซ้ำ แต่เป็นเพราะการตัดสินใจอันแปลกประหลาดของซองจิน เขาถึงได้โอกาสกลับมาอยู่กับจินอู มูจินคำนวณในหัวว่าคงจะดีกว่าถ้าต่อต้านจะหยุดเพียงเท่านี้  

“ฉันไม่ใช่พ่อ อย่าพยายามบีบฉันไว้ในกำมือนายแล้วเขย่าเลย ยังไงตอนนี้ฉันก็ทำตามที่นายสั่งอยู่แล้ว” 

“ฉันบีบนายเอาไว้ในกำมือแล้วเขย่าตอนไหน” 

“นายก็รู้ว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของคำพูดนายเวลาคุยกับฉัน มันเป็นคำสั่ง เรื่องที่ควรขอร้อง นายก็สั่งแทน ไม่ใช่สิ ถ้ารู้ตัว นายคงไม่ทำแบบนั้นตั้งแต่แรก” 

“สรุปก็คือนายจะไม่สนใจคำพูดของฉัน?” 

“ถึงนายไม่พูด ฉันก็คอยเลี่ยงอยู่แล้วไง ฉันพูดคำเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบจนรำคาญแล้วนะ ทำตัวให้มันพอดีๆ กันหน่อยไม่ได้เหรอ” 

“ไม่ นายก็ทำตามที่ฉันพูดสิ ห้ามเลี่ยงด้วย” 

“ไอ้เวรเอ๊ย” 

พอมูจินแสดงความหงุดหงิดออกมา ซองจินก็วางแก้วลงแล้วก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้น ก่อนจะพยักหน้าด้วยสีหน้าน่ารังเกียจ การเดินอ้อมแล้วค่อยวกกลับมาทิ่มแทงตรงกลาง เป็นวิธีของซองจินเวลาอยากได้คำตอบจากปากฝ่ายตรงข้าม และคนส่วนใหญ่ก็ตกหลุมพรางอย่างง่ายดาย แต่มูจินมักจะปิดปากสนิท หรือไม่ก็ใช้วิธีเดียวกัน เพราะเขาเองรู้จักวิธีนั้นดีแล้วค่อยหาทางเลี่ยงบทสนทนา ถ้าเป็นอย่างนั้นซองจินก็จะพูดว่า นายคงไม่ได้ยินที่ฉันพูดสินะแล้วยอมถอยก้าวหนึ่ง แต่หัวข้อที่พวกเขาปล่อยผ่านไปไม่ได้มีแค่เรื่องเดียว ก็คือจินอู  

ซองจินกระดกกาแฟดื่มอยู่หลายครั้ง ก่อนจะบอกว่าหมดแล้วและลุกขึ้นยืน โดยไม่ลืมปล่อยกลิ่นเฉพาะตัวออกมา ทำทุกอย่างต่อหน้ามูจิน ถ้าเขาจะสบถด่าก็ไม่เกินความจริงเลยสักนิด ทันทีที่อีกฝ่ายเดินออกจากห้องไป มูจินก็เปิดหน้าต่างออกอย่างรวดเร็ว ไม่สนใจว่าอากาศข้างนอกจะเย็นแค่ไหน กลิ่นเปลือกไม้รุนแรง ถ้าจะให้พูดชัดก็คือกลิ่นของซองจิน มันมีกลิ่นคาวๆ ผสมอยู่ และมันกำลังลอยออกจากห้องเขาทีละนิด 

มีความเชื่องมงายระหว่างอัลฟ่าและโอเมก้า เหมือนความเชื่อนับร้อยนับพันของพวกเบต้า และในบรรดาความเชื่อพวกนั้น มีเพียงข้อเดียวที่มูจินเชื่อ นั่นก็คือกลิ่นเฉพาะตัวของอัลฟ่ากับโอเมก้าจะเป็นไปตามนิสัยและจิตใจของแต่ละคน แน่นอนว่ามันน่าสงสัยถ้าลองกับกลิ่นตัวเอง แต่ถ้าเป็นซองจินแล้วล่ะก็ มันตรงตามนั้นร้อยเปอร์เซ็นต์เลยไม่ใช่หรือไง  

ท่านประธานและคุณผู้หญิงมักจะมีคำขยายให้กลิ่นของลูกชายเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการพร่ำว่ารู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่ง หรือต่อให้แสดงกลิ่นต่อหน้า ใครๆ ก็ต้องยอมจำนน แต่พ่อแม่ของเขาไม่เคยมีคำพูดแบบนั้นให้ลูกตัวเองเลย ทั้งๆ ที่กลิ่นของมูจินสมบูรณ์แบบราวกับน้ำหอมสกัดอย่างดี แต่พ่อแม่ของเขากลับพูดอยู่หลายครั้งว่าไม่เหมือนกลิ่นอัลฟ่าเลย เหมือนโอเมก้ามากกว่าซะอีก ดังนั้น มูจินจึงไม่ค่อยเปิดเผยกลิ่นของตัวเองที่ไหน กระทั่งต่อหน้าจินอู 

“ก็เป็นไอ้ลูกหมาอยู่วันยังค่ำ” 

เขาทรุดตัวลงบนเก้าอี้หลังรีบเปิดหน้าต่างออกอย่างแรง มองเห็นไรฝุ่นเล็กๆ ลอยฟุ้งอยู่ท่ามกลางแสงแดดสาดส่องผ่านหน้าต่าง ความเครียดจนถึงขีดสุดกดลงบนไหล่ ยังไม่ได้เริ่มต้นอยู่กับจินอูด้วยซ้ำ แต่หลังคอของเขากลับตึงขึ้นมาซะแล้ว รู้สึกเหมือนมองเห็นอนาคตของตัวเองร่ำไร ก่อนจะหลับตาลงสักพัก  

ความคิดเห็น