โซซอล
facebook-icon

เมื่อมีโอกาสทวงความรักของตัวเองกลับคืนมาจากเพื่อน เขาจึงไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอย...

ชื่อตอน : ตอนที่ 5-2

คำค้น : แด่คุณ ความรักของเพื่อนผม นิยายเกาหลี นิยายวาย Yaoi Omegaverse

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 852

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2563 15:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5-2
แบบอักษร

ร่างบางก้าวขึ้นรถมูจินพร้อมสีหน้าสงสัย จนเจ้าของรถที่ตั้งใจว่าจะขับรถมุ่งหน้าไปห้างสรรพสินค้าโดยไม่พูดอะไรต้องเปิดปากถาม ทั้งๆ ที่มั่นใจว่าแต่ก่อนอีกฝ่ายไม่ใช่คนแบบนี้ เพราะจินอูในความทรงจำไม่ค่อยสนใจอะไร แต่สายตาตอนนี้มัน... 

“ทำไมมองแบบนั้นล่ะ” 

“นี่รถนาย แต่ทำไมไม่กลิ่นของนายเลยอะ” 

“แล้วนายรู้จักกลิ่นฉันหรือไง ปกติมันก็อยู่ระดับแทบไม่ค่อยรู้สึกอยู่แล้ว” 

“ก็เคยได้กลิ่นวันนั้น วันที่ฉัน เอ่อ...แสดงเพศ” 

“งั้นเหรอ ฉันไม่ค่อยปล่อยกลิ่นชัดๆ หรอก เป็นประเภทปิดบังกลิ่นตัวเองมากกว่า” 

“นายจงใจซ่อนเหรอ ทำไมล่ะ” 

“ไม่รู้สิ ก็ไม่มีเหตุผลพิเศษ” 

จินอูลังเลเมื่อต้องหยิบยกเรื่องวันแสดงเพศมาพูดถึง เพราะกังวลว่าความทรงจำอันแสนเจ็บปวดจะถูกรื้อฟื้นขึ้นมาหากถามเกี่ยวกับกลิ่นประจำตัวมากเกินไป คนตัวเล็กจิ้มนิ้วเข้าหากันขณะเอ่ยถาม แต่มูจินกลับตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยต่างจากที่กังวล แต่เขาก็รู้ดีว่าในใจของอีกฝ่ายไม่ได้เป็นแบบนี้หรอก จินอูจึงไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา 

ทว่าถ้าจะมีอะไรสำคัญกว่าความรู้สึกผิด ก็คงจะเป็นความสงสัย ถึงเขาจะเคยดมกลิ่นมูจินเพียงแค่ครั้งเดียว แต่ก็จำได้ว่ามันเป็นกลิ่นที่ทำให้อารมณ์ดี เลยไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าตัวถึงต้องพยายามซ่อนมัน ทั้งๆ ที่ซองจินมักจะจับต้นคอหรือไม่ก็มือเขาแล้วฝังจมูกลงมาเสมอ เพื่อเช็กให้แน่ใจว่ากลิ่นของตัวเองยังอยู่ด้วยความย้ำคิดย้ำทำ สองคนนี้ต่างกันมากจริงๆ 

“หาอะไรรองท้องก่อน แล้วค่อยเดินดูไหม” 

“ฉันไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ หาอะไรง่ายๆ แล้วกัน” 

“กินอะไรดีน้า งั้นก็ไปคาเฟ่แล้วกินขนมปังเซียบัตตา[1]เป็นไง” 

มูจินจึงหันไปกดบอร์ดประชาสัมพันธ์หน้าลิฟต์เพื่อหาตำแหน่งร้าน ใบหน้าหล่อเหลาดูตอบลงกว่าตอนเจอกันครั้งสุดท้าย คงเป็นเพราะงานเยอะสินะ น้ำหนักถึงดูลดลงแบบนี้ แต่ซองจินก็ไม่ได้ดูเหนื่อยถึงขั้นน้ำหนักลดเลยนี่นา หมอนั่นโยนงานให้คังมูจินทำหมดใช่ไหมเนี่ย จินอูเผลอคิดปกป้องมูจินขึ้นมาไม่รู้ตัวแล้วก็ได้สติขึ้นมา 

ระหว่างเหม่อลอย ร่างสูงก็สั่งอาหารเสร็จและยืนเคาะโทรศัพท์รออยู่ใกล้ๆ จุดรับอาหาร จินอูมองดูการกระทำนั้นจากไกลๆ ก่อนจะรู้สึกเย็นวาบบริเวณขอบตา เมื่อนึกถึงวันที่ซองจินพูดถึงแต่งงานเป็นครั้งแรก 

ซองจินสาธยายทุกคำพูดและพยายามเกลี้ยกล่อมเขา แต่ความจริงไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้นด้วยซ้ำ จะเกลี้ยกล่อมหรือไม่ มันก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรอยู่แล้ว เพราะเขาก็บอกอยู่ว่าเชื่อใจมาตลอด ไม่ได้คิดว่ามันเป็นการทรยศด้วย เพราะถึงซองจินจะแต่งงาน จินอูก็ไม่คิดว่าหมอนี่จะตัดใจจากเขาได้ แล้วก็มั่นใจด้วยว่าต่อให้ซองจินจะยืนอยู่ข้างๆ ใคร ชื่อเขาก็จะมาเป็นอันดับหนึ่ง หรือต่อให้บอกว่าไม่โอเค อย่างไรการแต่งงานนี้ก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี จินอูรับรู้เรื่องนี้ ถึงแม้จะเสียใจเล็กน้อย แต่คนเสียประโยชน์ก็มีแค่เขาคนเดียว 

ทว่าอีกด้านหนึ่ง เขาก็ไม่รู้สึกว่ามันเสียหายอะไรจนรู้สึกผิดกับซองจินด้วยซ้ำ เขาไม่เคยมอบความรักให้อีกฝ่าย เจ้าตัวเองก็รู้ดี ความรักกับความเชื่อใจมันต่างกัน จินอูท่องประโยคนั้นอีกครั้งเหมือนท่องมนตร์ มากกว่าความโกรธเพราะโดนทรยศความเชื่อใจ เขากลับรู้สึกเพลิดเพลินเมื่อเห็นคนหยิ่งผยองอยู่เสมออย่างซองจินแสดงสีหน้าเหมือนทำอะไรไม่ถูกขึ้นมา 

“อืม พอไม่รู้ว่าบ้านหน้าตาเป็นยังไง ก็ไม่รู้จะซื้ออะไรดี” 

“ฉันรู้ นายต้องได้รับอนุญาตจากฉันก่อนด้วย” 

“ฉันจะซื้อของวางในห้องตัวเอง ต้องรอคำอนุญาตของนายด้วยเหรอ ไม่ใช่แค่ถามความเห็นเฉยๆ ด้วย?” 

มูจินยิ้มต่อหน้าจินอูเป็นครั้งแรกของวันนี้ ไม่เพียงแต่ฉีกยิ้มกว้างจนเต็มหน้าเท่านั้น ยังส่งเสียงหัวเราะหึๆ ออกมาด้วย ร่างบางเห็นแล้วก็ยิ้มตามอัตโนมัติ ถึงแม้ระหว่างเราสองคนจะเคยเกิดเรื่องแย่ๆ ก็ตาม 

“ห้องนั่นเล่นกว้างไหม ถ้ามีทีวีแล้ว ก็ซื้อลำโพงดีๆ ด้วยเลย” 

“ต้องมีทีวีอยู่แล้วสิ ถ้าไม่มีจะอยู่ได้ไงเล่า” 

“เดี๋ยวนี้คนไม่ใช้ทีวีเยอะแยะ ฉันก็ใช้คอมดูในห้องตัวเองประจำ” 

“นายแน่วแน่จริงๆ ท่าทางจะไม่ก้าวออกจากห้องเลยล่ะสิ” 

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกน่า เอาเหอะ... ไม่ทำให้นายอึดอัดหรอก ช่วงนี้ฉันยุ่ง น่าจะไม่ค่อยอยู่บ้านเท่าไหร่” 

“จะยุ่งขนาดไหน วันอาทิตย์ก็ต้องพักไม่ใช่หรือไง” 

“กังวลแต่เรื่องไม่เป็นเรื่องนะ ฉันจะไม่รบกวนเท่าที่จะทำได้แล้วกัน” 

จินอูจ้องใบหน้าเปื้อนยิ้มของมูจิน เท่าที่จะทำได้งั้นเหรอ หมายความว่าจะไม่เข้ามาทำให้เขากับซองจินลำบากใจสินะ ร่างบางรู้สึกว่าเซียบัตตาที่กินอย่างเอร็ดอร่อยก่อนหน้านี้ มันเหนียวเหมือนยางหนืดๆ จนอยากคายทิ้งซะตอนนี้ จินอูพยายามอดทนก่อนจะกลืนลงคอพร้อมเครื่องดื่ม 

“แล้วตอนคังซองจินสั่งให้นายมาอยู่กับฉัน นายตอบเขาว่าอะไร” 

“ทำไมจู่ๆ ถึงสงสัยเรื่องนั้น” 

“ก็มันเกี่ยวกับฉันอยู่แล้วนี่นา แค่อยากรู้” 

“ฉันก็คิดว่าคังซองจินก็เป็นบ้าไปแล้วน่ะสิ แล้วก็พูดอะไรแย่ๆ ออกไปด้วย ถ้านายได้ยิน คงหัวเราะเยาะเลยแหละ” 

“อะไรอะ บอกให้ฟังหน่อยสิ” 

“ฉันถามว่า ถ้าฉันแอบมีอะไรกับนาย หมอนั่นจะทำยังไง ตลกไหมล่ะ” 

“...ทำไมต้องตลก” 

“ก็ต้องตลกสิ ขนาดซองจินยังหัวเราะเลย” 

มูจินไม่ได้พูดถึงเหตุผลว่าทำไมประโยคนั้นถึงตลก และจินอูก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อเพราะเดาคำตอบได้เองอยู่แล้ว ต้องใช้เวลาขนาดไหนนะ ถึงจะพูดมันออกมาได้สบายๆ แบบนั้น ห้วงเวลานั้นบีบให้ร่างบางวางสายตากับโต๊ะอยู่สักพัก กระทั่งอีกฝ่ายเสนอให้ลุกได้แล้วเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศกระอักกระอ่วนนี้ แต่ถึงอย่างไรการได้ย้ายออกมาจากบ้านที่ตัวเองอึดอัดมาตลอดชีวิต ก็เป็นเรื่องน่ายินดีอยู่แล้ว 

“ฉันไม่รู้เลยว่าที่นั่นมีห้องกี่ห้อง” 

“มีสามห้อง ห้องน้ำอีกสอง แล้วก็มีห้องนั่งเล่นกับห้องครัวด้วย” 

“ดีเลย งั้นเราก็ใช้ห้องน้ำแยกกันได้ ฉันใช้ห้องแค่ห้องเดียวก็พอแล้ว ส่วนห้องที่เหลือนายก็ใช้ตามสบาย ห้องน้ำก็เหมือนกัน นายเลือกก่อนได้เลย” 

“ก็ดี ห้องก็ตามใจฉัน ห้องน้ำก็ตามใจฉัน แล้วนายล่ะ” 

“ถึงนายจะพูดดีๆ แต่ก็เหมือนประชดเลยแฮะ ชีวิตฉันเศร้าอะไรขนาดนี้” 

“ก็ได้! เห็นว่านายมีน้ำใจ งั้นฉันก็จะทำตามใจตัวเองให้หมด ห้องนอนฉันไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก แต่ขอห้องน้ำที่มีอ่างอาบน้ำแล้วกัน” 

มูจินมองความผิดหวังเล็กน้อยบนใบหน้าหวาน แต่มันก็เป็นสีหน้าสดใสที่สุดแล้วหลังจากพวกเขากลับมาพบกัน เพราะวันนี้เขาอารมณ์ไม่ดีจากเรื่องราวต่างๆ มากมาย ดังนั้นก็เลยคอยสังเกตอีกฝ่าย เพลิดเพลินกับความดีใจในช่วงเวลานี้ โดยไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรมากนัก  

หลังจากเข้ามาเดินเตร็ดเตร่อยู่ในโซนเฟอร์นิเจอร์แล้ว ส่วนใหญ่จินอูจะเป็นคนตัดสินใจซื้อของที่อยากได้ มูจินก็แค่ยืนอยู่ข้างๆ โดยไม่พูดอะไร มีแต่คำว่าอะไรก็ได้ แล้วแต่นายเลยแค่นั้น ถ้าเป็นคนอื่นคงโกรธกับคำตอบไร้ความใส่ใจไปแล้ว แต่ไม่ใช่กับจินอู เพราะว่าเขารู้ดีว่าคำตอบสั้นๆ นั้นเต็มไปด้วยความจริงใจ และทุกๆ ครั้งที่มูจินตอบแบบนั้น ปากและดวงตาตึงๆ ของเขาก็จะค่อยๆ คลายออกทีละน้อย  

“นายไม่ซื้ออะไรจริงๆ เหรอ” 

“อือ คงใช้บริการบริษัทขนย้ายสักบริษัท” 

“ไม่ได้ลืมใช่ไหมว่ามันเหลือเวลาไม่ถึงสองอาทิตย์แล้ว” 

“ช่วงนี้อากาศหนาว คนย้ายบ้านไม่เยอะหรอก ฉันจะเอาของเดิมจากในห้องนั่นแหละ” 

“แล้วถ้าคิวไม่ว่างล่ะ” 

“งั้นก็ค่อยเรียกคนมาช่วยขนขึ้นรถสินค้าของบริษัทก็ได้” 

“นายจะไม่ซื้ออะไรเลยสักอย่างจริงๆ เหรอ คิดดูให้ดีๆ นะ ไม่ใช่พอไปอยู่แล้วถึงนึกออก” 

“โอเค ซื้อก็ซื้อ ตู้หนังสือไม่พออยู่พอดี ไปเลือกกัน” 

คนตัวเล็กจิ้มสีข้างมูจินอยู่หลายที เพราะกังวลว่าจะมีแต่ตัวเองสนุกอยู่คนเดียว สุดท้ายมูจินก็ยอมยกธงขาว ส่งผลให้การก้าวเดินไปโซนห้องหนังสือของจินอูดูมีชีวิตชีวามากขึ้น ระหว่างนั้นก็ยิงคำถามไม่หยุด เช่น เอาสีไหนดี อยากได้ความสูงประมาณไหน มูจินตอบคำถามของอีกฝ่ายพลางจ้องมองแผ่นหลังบางที่ขะมักเขม้นเลือกของอยู่ ในอนาคตจะมีวันแบบนี้อีกหรือเปล่านะ คิดเรื่องไร้สาระขึ้นมาแล้วก็ต้องส่ายหน้า  

มูจินจ่ายเงินค่าตู้หนังสือที่จินอูเลือกให้ หลังจากตกลงวันจัดส่งกับพนักงานเรียบร้อยแล้วก็เหมือนเรี่ยวแรงหายไปจากตัว พวกเขามุ่งหน้าไปยังชั้นร้านอาหารทันที จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตากินจนหมด ก่อนจะกลับขึ้นมาบนรถของมูจิน เปลือกตาจินอูเริ่มปรือเหมือนความเหนื่อยพากันทับถมลงมา 

“ง่วงเหรอ” 

“อื้อ เหนื่อยนิดหน่อย” 

“เวลานี้รถค่อนข้างติด น่าจะใช้เวลาสักพักกว่าจะถึงบ้านนาย ถ้าถึงแล้ว เดี๋ยวฉันจะปลุก” 

จินอูพยักหน้ารับแล้วเอนเบาะไปด้านหลัง มูจินเปิดเครื่องทำความชื้นให้ เขาสับสน ใจหนึ่งก็อยากให้รถหายติดเพราะเหนื่อยเหมือนกัน แต่อีกใจก็อยากอยู่กับอีกฝ่ายในพื้นที่แคบๆ แบบนี้นานขึ้นอีกหน่อย ทุกครั้งที่รถคันข้างหน้าขยับ มูจินก็จะเคลื่อนรถตามทีละนิดพลางเม้มปากเอาไว้แน่น จินอูปล่อยกลิ่นจางๆ ออกมาไม่รู้ตัวเพราะหลับอยู่ ถ้าเป็นหน้าร้อน เขาคงจะเปิดหน้าต่างรถแล้วอ้างว่าแอร์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ลมเย็นยะเยือกของฤดูหนาวทำให้เขาใช้วิธีนั้นไม่ได้  

 

[1] ขนมปังเซียบัตตา คล้ายๆ ขนมบาแกตต์ของชาวฝรั่งเศส แต่เป็นของอิตาลี 

ความคิดเห็น