จรสจันทร์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ปลาไหลคาสโนว่า - 70% -

ชื่อตอน : ปลาไหลคาสโนว่า - 70% -

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 299

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2563 10:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ปลาไหลคาสโนว่า - 70% -
แบบอักษร

ไตรภัทรลอบมองเสี้ยวหน้าของพิมพิกาแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ เธอนั่งกอดอกไม่พูดไม่จา ตามองข้างทางที่รถแล่นผ่านโดยไม่คิดจะเหลือบแลมาทางเขาเลยแม้แต่น้อย 

“อัดรายการไม่น่าเกินสองชั่วโมงหรอก เสร็จแล้วเราไปดูหนังกันสักเรื่องดีไหม” 

ในที่สุดเขาก็ต้องเป็นฝ่ายชวนคุยก่อน หาไม่แล้วรายการคงไม่มีเทปช่วงนี้ไปตัดต่อ เพราะทันทีที่ถึงสตูดิโอ ทีมงานที่ขับรถตามมาข้างหลังก็จะมาเอากล้องติดหน้ารถไปถ่ายโอนข้อมูลลงคอมพิวเตอร์ไว้ 

“ไม่เห็นต้องพาพิมไปด้วยเลย ไปก็ไม่รู้จะไปนั่งทำอะไร พิมไม่รู้จักใคร” เธอพูดไม่ดังนัก สีหน้าดูหนักใจ 

“พี่ก็อยากเปิดตัวแฟนของพี่ให้เพื่อนในวงได้รู้จักบ้าง ไอ้พวกนั้นมันอยากเจอพิมจะแย่” 

เขาบอกไปตามตรง เพราะสมาชิกในวงของเขาต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากเห็นตัวจริงของพิมพิกา ยิ่งได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาว่าเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ไม่หลงเสน่ห์ของเขา พวกนั้นก็ยิ่งอยากเห็นหน้าอยากเจอตัว 

“จะมาอยากเจอทำไม ก็ในเมื่อ...” ไม่ใช่แฟนกันจริง ๆ สักหน่อย... เธอได้แต่เก็บประโยคหลังเอาไว้ในใจเมื่อมองไปที่หน้ารถแล้วเห็นกล้องตัวเล็ก ๆ ติดอยู่ แม้จะรู้ว่าอย่างไรเสียทีมงานก็ต้องเอาไปตัดต่อคัดเลือกแค่บางตอนเท่านั้น แต่เธอก็อดเกรงใจไม่ได้ 

“ดูหนังเรื่องอะไรกันดีน๊อ...” ดูเหมือนใครบางคนจะไม่รับรู้ความลำบากใจของเธอเลย หนำซ้ำยังปฏิบัติตัวราวกับเป็นคนรักของเธอจริง ๆ ด้วยการเอื้อมมาคว้ามือของเธอไปสอดประสานนิ้วไว้ด้วยกันแล้วยกขึ้นแตะริมฝีปากของเขาอย่างแผ่วเบา 

“พี่ไตร!” เธอพยายามดึงมือกลับ แต่เขาก็กุมเอาไว้แน่น มืออีกข้างก็จับพวงมาลัยเพื่อบังคับรถให้วิ่งตรงไปเรื่อย ๆ 

“ครับผม” เขาหันมาตอบพร้อมรอยยิ้มและแววตาหวานหยด หากเป็นผู้หญิงคนอื่นอาจหวั่นไหวและเขินอาย แต่สำหรับเธอแล้วรู้สึกขัดตาขัดใจอย่างบอกไม่ถูก 

“ปล่อยก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวจะขับรถไม่ถนัด” 

เธอพยายามพูดกับเขาดี ๆ ถึงแม้การจับมือถือแขนกันจะเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับการแสดงตัวเป็นคนรักกำมะลอ แต่การที่เขาขับรถมือเดียว และยังหันมามองหน้าเธอเป็นระยะอย่างนี้มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาเสียแล้ว และที่สำคัญคือถ้าเขาแค่กุมมือไว้เฉย ๆ เธอจะไม่ว่าอะไรเลย แต่นี่เขากลับบีบเบา ๆ และใช้นิ้วโป้งไล้ไปมาบนมือของเธออย่างหยอกเอิน 

ผู้ชายร้ายกาจ! 

“ถนัดสิครับ พี่ขับแบบนี้บ่อยไป” เขาพูดพลางกระชับมือให้แน่นขึ้นอีกเมื่อเธอพยายามจะดึงกลับไป 

“แปลว่าพาผู้หญิงขึ้นรถบ่อยล่ะสิ” เธอพูดโดยไม่ได้คิดอะไร เพราะฉายาของเขาก็บอกเอาไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าผู้ชายคนนี้เจ้าชู้ และมีผู้หญิงมากหน้าหลายตามาพัวพัน แต่กลับทำให้คนฟังยิ้มกว้างจนตาหรี่เล็กลง 

“พิมหึงพี่หรือเนี่ย โอ๊ย! ดีใจ... ในที่สุดแฟนก็หึงเราแล้ว” เขายกมือของเธอขึ้นทาบตรงตำแหน่งหัวใจ รอยยิ้มระบายเต็มวงหน้า นัยน์ตาระยิบระยับ 

“เมื่อก่อนอาจใช่ แต่ตอนนี้หัวใจเป็นของพิมคนเดียว” 

แหวะ! พิมพิกาทำสีหน้าปั้นยาก ทั้งขำทั้งอ่อนใจ ครั้นพอเขาหันหน้ามาทำตาปิ๊ง ๆ ใส่ เธอก็เก็บอาการไม่อยู่ หลุดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นรถท่ามกลางสายตาของชายหนุ่มที่มองอย่างคาดไม่ถึง 

น่ารัก... 

เขาเพิ่งเคยได้ยินเสียงหัวเราะของเธอเป็นครั้งแรก และเพิ่งเคยเห็นใบหน้าที่มีรอยยิ้มกว้างของเธอเป็นครั้งแรกเช่นกัน ปกติเธอทำมักยิ้มแค่มุมปาก หรือไม่ก็ยิ้มตามมารยาท ซึ่งยิ้มเหล่านั้นไม่ส่งไปถึงดวงตา แต่ครั้งนี้เธอปลดปล่อยมันออกมาเต็มที่ และที่สำคัญก็คือเขาเป็นคนทำให้เกิดรอยยิ้มที่ว่า 

รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเห็นว่า...เขาทำให้เธอยิ้มได้ 

ทั้งสองคนมาถึงสตูดิโอในเวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่งก่อนเริ่มถ่ายทำ ไตรภัทรจำเป็นต้องปล่อยมือพิมพิกาเพื่อลงจากรถ พอดีกับที่รถของทีมงานเข้ามาจอดเทียบข้าง ชายหนุ่มยื่นกุญแจรถส่งให้ทีมงานคนหนึ่ง ก่อนเดินไปหาหญิงสาวที่ยืนมองไปรอบบริเวณอย่างสนใจ เขายื่นมือไปหาเธอ หวังในใจว่าเธอจะวางมือลงบนอุ้งมือของเขา 

“ไม่ต้องแล้วมั้งคะ พิมเดินเองได้” หญิงสาวมองมือของเขาด้วยสายตาเรียบเฉย หางตาเห็นทีมงานเริ่มถือกล้องเดินมาอยู่ด้านหลังแล้ว ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเดี๋ยวชายหนุ่มตรงหน้าจะต้องเอาการถ่ายทำมาอ้างอีกเป็นแน่ 

“พี่รู้ครับว่าพิมเดินเองได้ แต่พี่อยากจูงมือพิมเดินนี่นา ทำไมล่ะ จับมือเดินกับแฟนมันผิดตรงไหน ใคร ๆ เขาก็ทำกัน” ไม่พูดเปล่า แต่เขากลับเอื้อมมาคว้ามือของเธอไปประสานกับมือเขาแล้วอาศัยแรงที่มีมากกว่ารั้งให้เดินไปด้วยกัน 

“ที่นี่จะเป็นสตูดิโอของบริษัทฮาวทู เห็นอย่างนี้นะ เชื่อไหมว่าเดินเข้าไปข้างในนี่จะเจออีกหลายห้องเลยนะ แต่ละห้องก็เป็นรายการของใครของมัน แต่ก็เป็นในเครือของฮาวทูเขานั่นแหละ” 

เขาอธิบายให้พิมพิกาฟังอย่างตั้งใจ พลางชี้ไปที่ป้ายหน้าประตูของแต่ละห้องซึ่งมีเขียนไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นสตูดิโอของรายการอะไรบ้าง เหนือประตูมีป้ายไฟคำว่า ON AIR ติดเอาไว้อยู่ ซึ่งบางห้องก็เป็นสีเขียว บางห้องก็เป็นสีแดง 

“เดี๋ยวพี่จะแนะนำเพื่อนในวงให้รู้จัก นิสัยดีเหมือนพี่ทุกคน ไม่ต้องห่วง” เขาพูดยิ้ม ๆ เมื่อหันมองหน้าเธอแล้วเห็นคิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นสูง 

“นิสัยดี...เหมือนพี่...ทุกคน” เธอทวนคำพูดของเขา พร้อมกับทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทำเอาเขาหลุดขำ เขาหยุดเดินแล้วหันหน้าไปทางเธอ มือข้างที่ว่างยกขึ้นโยกศีรษะเล็กไปมา 

“รู้นะว่าจะพูดอะไร ฮ่า ๆ พิม...พี่จะบอกอะไรให้นะ ถ้าไม่มีพี่ ชีวิตพิมคงขาดสีสันแน่นอน ลองนึกดูดี ๆ ว่าครั้งสุดท้ายที่พิมหัวเราะได้เต็มเสียงคือเมื่อไร หืม... ถ้าพิมคบกับพี่ รับรองได้เลยว่าชีวิตของพิมได้เจอหลายสีหลายรสชาติแน่นอน” 

เขายื่นหน้ามากระซิบแฝงความนัยอย่างจงใจให้เธอเก็บเอาไปคิดต่อเป็นการบ้าน ผู้หญิงอารมณ์ศิลปินแบบพิมพิกานี่จะใช้การจีบแบบที่เคยใช้กับผู้หญิงคนอื่นไม่ได้ เขาต้องหาจุดที่จะเจาะเข้าไป และเขาคิดว่าตอนนี้เขาหาเจอแล้ว 

“ชีวิตพิมแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็มีความสุขดีค่ะ พี่ไตรไม่ต้องมาแต้มสีให้ชีวิตพิมหรอก พิมมีสีเยอะแล้ว พิมเอาแต้มเองได้ ขอบคุณที่หวังดีนะคะ” เธอยิ้มอ่อน สีหน้าแววตาไม่มีความเขินอายอย่างที่ชายหนุ่มคาดหวังไว้เลยสักนิด 

ไตรภัทรกำลังอ้าปากจะพูดอะไรต่อ แต่เสียงหัวเราะเบา ๆ ของใครบางคนก็ทำให้เขาหยุด และมองไปทางต้นเสียง ด้านหลังของเขา นอกจากตากล้องสองคนที่คอยตามเก็บภาพของเขากับพิมพิกาแล้ว ยังมีธีรภาพ หรือ “ที” มือกีตาร์ประจำวงทินท์ หนึ่งในเพื่อนสนิทกำลังยืนกลั้นขำจนไหล่กระเพื่อม 

“สวัสดีครับ น้องพิมใช่ไหมเอ่ย พี่ชื่อทีนะครับ” คนทักปรี่เข้ามาหาหญิงสาวพร้อมกับยื่นมือออกมาทำท่าเชคแฮนด์ แต่ไตรภัทรปัดมือเพื่อนออกไปอีกทางพลางเตือนเสียงขุ่นอย่างไม่จริงจังนัก 

“เฮ้ย ๆ อย่ารุ่มร่าม แฟนกู” ไตรภัทรสังเกตปฏิกิริยาของพิมพิกา ปกติแล้วหากผู้ชายออกตัวว่าหึงหวงและแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของต่อหน้าเพื่อนสนิท ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยมักพึงพอใจ และอายจนแทบม้วน 

แต่พิมพิกายังคงยิ้มบาง ๆ อยู่นั่นเอง จากนั้นก็ค้อมศีรษะให้ชายหนุ่มที่แนะนำตัวเองว่าชื่อ ที 

“พิมค่ะ” ไตรภัทรได้ยินเธอแนะนำตัวเพียงสั้น ๆ แล้วไม่พูดอะไรอีกเลย ไม่มีการขอถ่ายรูปลงโซเชียลมีเดีย ไม่มีการชวนคุยเรื่องอื่น เขาจึงรู้ว่าหญิงสาวพยายามรักษาระยะห่างระหว่างตนเองกับเพื่อนในวงของเขา หากเป็นคนอื่นมอง อาจคิดว่าเธอหยิ่ง แต่สำหรับเขาแล้ว หลังจากที่สังเกตลักษณะนิสัยมาพักใหญ่ รวมถึงสอบถามจากจิราภา เขาจึงเข้าใจเธอเป็นอย่างดี 

“เข้าไปข้างในกันดีกว่า” ชายหนุ่มรั้งมือหญิงสาวให้เดินเข้าไปในสตูดิโอด้วยกันโดยมีทีเดินตาม และตากล้องทั้งสองคนเดินรั้งท้าย 

 

******************************************************** 

 

งานนี้อิพี่ไตรงัดสารพัดวิธีมาชักจูงสาว ยิ่งเห็นเพื่อนรอแซวก็ยิ่งรู้สึกว่างานนี้จะเสียหน้าไม่ได้เด็ดขาด ฝีมือระดับปลาไหลคาสโนว่า มีหรือที่จะถูกสาวเมิน หุหุ เดี๋ยวก็รู้กัน 

 

ความคิดเห็น