วาโยเย

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Boss talk 2

คำค้น : February of love, เนสกับบอส, รักเพื่อนไม่ผิด, ทีมกับดิน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 72

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2563 11:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Boss talk 2
แบบอักษร

Boss talk 

หลังจากกิจกรรมจับบั๊ดดี้จบลงผมก็บังคับเนสให้มาเป็นเบ้ผมที่ผับดังหลังมอ ผมสั่งเครื่องดื่มมานั่งรอเขาไม่ยอมดื่มจนมันละลายเกือบหมด ใจผมเต้นไม่เป็นส่ำ

อยากเจอเขา...มาก

ตอนที่แยกกันตอนนั้นผมไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้เจอเนสอีกแล้วจนกระทั่งวันรับน้องที่ผมเห็นปีหนึ่งคนหนึ่งจากข้างหลังท่าทางคุ้นๆ ผมวิ่งตามเขาแต่ก็คลาดกัน จนในที่สุดผมก็เจอเขาวันนี้ตอนที่ถูกเรียกเพราะคุยกันในแถว ถ้าเพื่อนผมไม่ประสบอุบัติเหตุจนต้องเข้าโรงพยาบาลผมคงไม่มีโอกาสได้มาเป็นพี่ว๊าก และคงไม่มีโอกาสได้ใกล้เนสเร็วขนาดนี้

ผมอยากทวงเขาคืนไม่ว่าจะจากอะไร ยอมรับว่าผมยังเจ็บและเสียความรู้สึกมาก

แต่ผมก็รักเขามากกว่าอะไรทั้งหมด

“ทำไมมึงต้องนัดที่นี่ด้วยวะ”

เนสมาแล้ว และชุดที่แต่งมาเข้าผับคือเสื้อยืดตัวโคร่งสีส้มพาสเทลกับกางเกงขาสั้นรองเท้าแตะ หน้าใสๆ นั่นมีแว่นสายตาบดบังอยู่

แต่คุณรู้อะไรไหมว่าแค่นี้ใจผมก็เต้นแรงแทบบ้าแล้ว

จะน่ารักไปไหน ผมไม่ชอบเลย มันทำให้ผมละสายตาไม่ได้

โคตรอยากดึงเข้ามากอด แต่ก็นะตอนนี้ผมทำแบบนั้นไม่ได้ แต่ก็อยากทำ

“นั่งดิ”

“กูมีการบ้านยังทำไม่เสร็จ” เนสบ่นแต่ก็ยอมนั่งลงโซฟาด้านข้าง

“มานั่งนี่”

ผมบอกพลางตบที่ว่างข้างๆ ให้เขามานั่งข้างผม เนสมีสีหน้าไม่พอใจแต่ก็ยอมย้ายมานั่งได้

หอม...กลิ่นเดิมที่ผมเคยคุ้น กลิ่นเขาที่ผมโหยหามาตลอด กลิ่นที่หาจากคนอื่นไม่ได้ ผมหลงเนสเอามากๆ หลงตั้งแต่เมื่อก่อนจนถึงตอนนี้

“มึงจะให้กูทำอะไร กูชงเหล้าไม่เป็นนะ”

ครับผมรู้ เนสชงไม่เป็นหรอก กินยังไม่เคยเลยมั้ง

“เออกูรู้ เดี๋ยวเพื่อนกูมา มึงแค่นั่งรอให้กูใช้งานเฉยๆ ก็พอ”

เนสถอนใจออกมาเฮือกใหญ่แสดงออกชัดเจนว่าไม่ได้อยากมานั่งอยู่ตรงนี้ ความจริงผมก็อยากกระชากเขาเข้ามาถามเหมือนกันนะว่าเนสคนเดิมของผมหายไปไหน เนสคนที่เคยตามใจผมทุกอย่าง คนที่ไม่ว่าผมจะทำอะไรจะมีรอยยิ้มจากเขาส่งมาให้เสมอ

คนคนนั้นทำไมหายไปแบบไม่ยอมกลับมาเลยวะ

...มันอาจจะเหลือแค่เพียงความหลัง ความรักเราในวันเก่า ไม่เคยเข้าใจจนฉันได้เจอด้วยตัวเอง... 

เพลงนี่ก็บิ้วอารมณ์ผมจัง เพลงขอบคุณเวลาของวง Sukhumvit66 ผมจำมันได้ดีเพราะตอนที่โดนบอกเลิกผมฟังเพลงนี้วนอยู่ไม่ต่ำกว่าวันละสิบรอบได้ ฟังไปน้ำตาก็ไหลไป เจ็บจริงอะไรจริงตอนนั้น

แม้แต่ตอนนี้ก็เถอะ มีเขาอยู่ข้างๆ แต่ก็จับต้องไม่ได้

ผมดรามาไปไหมวะ เฮ้อ...แต่ผมเจ็บจริงๆ นะ

...ขอบคุณที่เธอผ่านเข้ามาให้ฉันได้รู้ว่าความรักที่ทุ่มเท มันอาจทำร้ายให้เราเสียใจ แต่เราจะเดินผ่านพ้นมันไปในสักวัน... 

โกหกเถอะ ผมไม่เคยเดินผ่านมันมาได้ ถ้าจะบอกว่าเดินห่างออกมาผมก็เดินออกมาอ้อมเป็นวงกลม

วนมันอยู่อย่างนั้นเป็นร้อยๆ รอบ บอกได้คำเดียวว่าอาการหนัก

“มึงจะมองอะไรกูนักหนาวะ” เนสสบตากับผมวูบหนึ่งก่อนจะหลบสายตาไป

“ทำไมวะ เดี๋ยวนี้กูมองมึงไม่ได้แล้วเหรอ”

“...”

เจ้าตัวไม่ยอมตอบแต่เปลี่ยนเป็นก้มหน้าเล่นโทรศัพท์แทน ส่วนผมแค่แลไปก็มองเห็นแล้วว่าเนสทำอะไรอยู่ เป็นแชทกลุ่มหล่อน่ารักที่ทำคนอื่นเขาวุ่นวายกันไปหมดนั่นแหละ และผมพอจะอ่านข้อความคร่าวๆ ได้ว่ามันกำลังคุยกันเรื่องงานที่ต้องส่งอาจารย์พรุ่งนี้

Teems: พี่เนสพี่ดินหลับไปแล้วอ่ะ เขาจะมีงานส่งไหม

Porramat: ไม่ต้องไปสนใจมันหรอกมึงก็ทำของมึงไปก็พอ

Teems: แล้วพี่ล่ะ

Teems: เสร็จยัง

Porramat: กูทำเสร็จแล้ว

เมื่อกี้ยังบอกผมว่ามีการบ้านอยู่เลย สรุปว่าเนสทำเสร็จหรือไม่เสร็จกันแน่ เดี๋ยวนี้คือกล้าโกหกผมด้วยเหรอ

“มึงนี่เปลี่ยนไปเยอะเลยเนอะ”

“...” เงียบ...เนสไม่ยอมพูดกับผม เนสทำแค่ปิดหน้าจอโทรศัพ์แล้วมองไปทางอื่นที่ไม่ใช่หันมามองผม

เจ็บจนพูดไม่ออก

“ทุกคนก็เปลี่ยนไปทั้งนั้น ไม่มีใครเหมือนเดิมไปตลอดหรอก”

แต่พอได้พูดทีเหมือนเอามีดมาปักใจผมอ่ะ ผมแม่งไปต่อไม่ได้เลยว่ะ จุกจนแบบทำอะไรไม่ถูกแล้ว

“เมื่อไรเพื่อนมึงจะมา” เนสถามพร้อมทั้งทำหน้าเหวี่ยงใส่ผม

“เดี๋ยวพวกมันก็มา” ไม่มีใครมาหรอกครับ มีแค่ผมนี่แหละ แค่ผมกับเขาที่ดูๆ แล้วไม่อยากจะนั่งต่ออีกแม้แต่วินาทีเดียว

ผิดกับผมนะที่อยากหยุดเวลาไว้ตอนนี้ให้นานที่สุด อยากมองหน้านี้ มองตาคู่นี้ มองจมูกนี้ มองปากนี้ไปให้นานแสนนาน

“แต่กูไม่ได้มีเวลามานั่งรอเพื่อนมึงขนาดนั้น กูมีงานต้องทำ ถ้าจะแกล้งกูกูขอให้เป็นวันอื่นได้ไหมวะ กูมีงานต้องส่งพรุ่งนี้จริงๆ”

“มึงเสร็จแล้วไม่ใช่เหรอ”

“มึงรู้ได้ไง กูยังไม่เสร็จ”

“ก็มึงเพิ่งบอกไอ้ทีมไปว่ามึงทำเสร็จแล้ว”

“นี่มึงแอบอ่านแชทกูเหรอ!” แย่แล้วครับดูเหมือนผมจะหลุดปากและเนสก็ดูเหมือนจะโกรธมาก “มึงนี่แม่ง!”

“กูไม่ได้แอบมึงเล่นให้กูเห็น”

“มึงรู้จักคำว่ามารยาทไหมวะ”

“ก็กู...”

“กูแม่งโคตรเสียความรู้สึก แค่กลับมาเจอมึงอีกกูก็รู้สึกแย่เต็มทีแล้วนะ แล้วมึงยังจะมาทำตัวแบบนี้อีก”

รู้สึกแย่...คืออะไร

ทำไมแค่คำพูดแค่นี้มันยิ่งทำให้ผมเจ็บแบบดิ่งสุดเหว เหมือนกลับไปยืนให้เขาบอกเลิกอีกรอบ บอกเลิกโดยที่ผมไม่รู้ว่าผมทำอะไรผิด

“แค่กูคิดถึงมึงกูผิดมากเหรอ” 

เนสอึ้งไปเราสองคนสบตากันอยู่สักพักเนสก็ยกแก้วเหล้าของผมกระดกเข้าปากรวดเดียวหมดแก้ว

“มึงแม่งเลิกพูดไร้สาระได้แล้ว”

“ความคิดถึงของกูไม่ใช่เรื่องไร้สาระ กูคิดถึงมึงนะเนส แล้วมึงล่ะคิดถึงกูบ้างไหม...”

“...” เนสไม่ยอมตอบ

“มึงตอบกูมาสิ”

“ถ้ามึงจะพูดเรื่องไร้สาระแบบนี้ กูก็คงต้องขอตัวกลับเพราะกูมีงานต้องทำ”

ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอวะ การที่จะไปจากผมเนสทำได้ง่ายๆ แบบนี้ทุกทีเลยเหรอ ทิ้งกันไปง่ายๆ โดยไม่ต้องสนใจว่าคนที่อยู่ตรงนี้เพื่อรอเขามาตลอดมันจะรู้สึกยัง

ง่ายดีเนอะ

เจ็บสัส...

“อ้าวบอสมาเหมือนกันเหรอ อุ๊ย! แล้วนี่ใครทำไมน่ากินเอ๊ย! น่ารักขนาดนี้”

เนสยังไม่ทันได้ลุกไปไหนอย่างที่เขาอยากจะไปเจ๊พริ้มพี่ปีสามสายแซ่บก็มานั่งเบียดอยู่ตรงกลางระหว่างผมกับเนส เจ๊แกเป็นแอดมินเพจ cute boy ของมหาลัย นี่ก็คงจะมาถูกตาต้องใจพ่อคนเย็นชานี่ไปอีกคนถึงได้ยิ้มหวานมองเนสตาหยดย้อยจนผมสยองแทน

“เพื่อนบอสเหรอคะไม่เคยเห็นหน้าเลย” ไม่พูดเปล่าคุณเธอยังเอามือไปไล้แก้มเนียนๆ ของเนสอีก

โอ้โห! ขนาดผมยังไม่เคยทำเลยนะ แล้วนี่ก็นั่งเฉยไม่ว่าอะไรเขาสักคำ

“ไม่ใช่ครับ ผมเป็นรุ่นน้อง” เนสตอบพยายามเอียงหน้าหนี

“อ้าวปีหนึ่งเหรอ อายุถึงแล้วเหรอจ๊ะ”

“ถึงแล้วครับ แล้วผมก็จะไปแล้ว”

“เดี๋ยวสิ ยังไม่ได้บอกพี่เลยว่าเราชื่ออะไร” พริ้มไม่ยอมปล่อยแถมยังกอดแขนเนสไว้แน่น

เอาสิแขนนั้นผมยังไม่เคยควงเลยสักครั้ง ทำไมผมเริ่มจะอารมณ์ไม่ค่อยดีแล้ววะ แล้วอะไรเนสก็ยังนั่งเฉยให้เขากอด ทีกับผมนะเอะอะก็จะหนีๆ สองมาตรฐานเกินไปแล้ว

“เนสครับ”

“น้องเนส พี่ขอถ่ายรูปนะพี่จะเอาไปลงเพจ รับรองสาวๆ ในมอเราจะต้องกรี๊ดกร๊าดในความน่ารักของน้อง”

“เอ่อ...”

เช๊ะ! เนสทำท่าจะปฏิเสธแต่ก็ไม่เร็วพอโดนถ่ายรูปคู่ไปจนได้

“ขอซักประวัติหน่อยแล้วกันนะว่าน่ารักขนาดนี้มีเจ้าของหรือยัง”

เนสทำหน้าปั้นยากเหมือนแก้มก็จะเริ่มแดงๆ ขึ้นมา เริ่มเมาหรือเปล่าวะกินของผมไปทั้งแก้ว แรงด้วยนะนั่นสำหรับคนที่ไม่เคยแตะเลยแบบเนส

“เอ่อยังครับ”

“อุ๊ยโสดด้วย หื้มมมดีต่อใจ”

ดีต่อใจผมด้วยครับที่ได้รู้ว่าตอนนี้เขายังไม่มีใครใหม่

“แล้ว สเปคเป็นแบบไหนคะแบบพี่หรือเปล่า”

“ก็ไม่เชิงหรอกครับ...แต่ที่จริงก็คล้ายๆ แบบพี่นี่แหละครับ น่ารักๆ แล้วก็อ้อนเก่งๆ”

ว่าไงนะ! เมื่อกี้ยังเห็นทำท่าอึดอัดอยู่เลย แล้วทำไมอยู่ๆ เนสถึงได้มองเจ๊พริ้มตาหวานหยดย้อยขนาดนั้นได้

“จริงเหรอ อย่างนี้พี่ก็มีโอกาสน่ะสิ” เจ๊ทำท่าเขินตัวบิดแล้วเนียนไปซบไหล่เนสเฉย

แล้วก็ยอมให้เขาซบ อะไรวะหน้าผมเริ่มจะร้อนแล้วนะ แล้วผมล่ะ เนสเอาผมไปไว้ตรงไหน วันนี้นี่มันยังไง ผมต้องมารู้สึกอะไรเยอะแยะขนาดนี้ไหม ตื่นเต้นที่ได้รู้ว่าเขามาเรียนที่นี่ ดีใจที่ได้เห็นหน้าเขาในรอบสองปี เสียใจที่เขาทำเป็นเมินใส่ เจ็บที่เขาทำเหมือนว่าไม่อยากเสวนาด้วย จุกที่เขาทำเหมือนรำคาญใส่ แล้วนี่ยังจะต้องมาโมโหเพราะหวงเขาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้อีก

ทั้งหมดนี่มันความรู้สึกบ้าบออะไรกัน

“เอ่อ...ที่จริงพรุ่งนี้ผมก็คงจะมีแฟนแล้วล่ะครับ”

“ว่าไงนะ!” ทั้งผมแล้วก็เจ๊พริ้มตะโกนออกมาพร้อมกัน พรุ่งนี้จะมีแฟนคืออะไรวะ!

แล้วผมล่ะ เนสเอาผมไปไว้ไหน

ทั้งงงทั้งเจ็บอีกรอบ

“พรุ่งนี้ผมจะไปขอผู้หญิงคนหนึ่งเป็นแฟนครับ”

“อำพี่เล่นหรือเปล่าคะเนี่ย”

“จริงครับ”

“ใคร...” เสียงผมหวังว่ามันคงไม่ได้สั่นนะ

“เรื่องของกู” ครับผมรู้ “ไม่เกี่ยวอะไรกับมึง”

เจ็บ...เจ็บแบบสุด เอาสิมีที่เจ็บกว่านี้ไหมล่ะพูดออกมาอีกได้เลย ไม่น่าจะมีอะไรแย่ไปมากกว่านี้แล้วล่ะ

แล้วกูล่ะมึงเอาไปไว้ไหน...

“ว้าเสียดายจัง แต่ไม่เป็นไรถือว่าวันนี้น้องเนสยังโสดงั้นมาชนแก้วกับพี่นะ”

แล้วกูล่ะไปอยู่ส่วนไหนได้ในใจของมึง

ที่ที่กูเคยอยู่มึง...ไม่เหลือที่ตรงนั้นให้กูแล้วเหรอ...แต่กูไม่เคยอยากเดินออกมาเลยนะ

02.01 น.

เคร้ง!

“เอ้าโชนนน”

“พอแล้วเนสมึงเมามากแล้ว” ผมรีบคว้าแก้วเหล้าแก้วที่สิบหกของเนสไว้ก่อนที่เขาจะได้กินมันเข้าไป กินก็ไม่เป็นยังกินไปเยอะอีก

คือตอนนี้เนสเมาแบบโคตรเมา คอโคตรจะอ่อนเลยเหอะแต่คือก็กระดกเอาๆ ตอนนี้ทั้งเพื่อนผมทั้งเพื่อนเจ๊พริ้มมากันเต็มแล้วก็พร้อมใจมอมเนสเต็มที่เนื่องจากน้องใหม่สุดในโต๊ะ

แล้วกรรมก็มาตกอยู่ที่ผม น้อยใจเขาอยู่แท้ๆ แต่ด้วยความเป็นห่วงที่มีมากกว่าก็เลยไม่กล้าแตะอะไรสักอย่างเพื่อที่จะได้คอยดูเขาได้

“คราย ครายมาวม่ายมี” ยังจะมาเถียงอีกขนาดถือแก้วยังเอียง

“ไอ้บอสมึงก็อย่าห้ามน้องมันสิ” ไอ้แทนเพื่อนผมพี่ว๊ากขาง่อยใส่เฝือกที่ผมต้องไปทำหน้าที่แทนมันกระแดะมากินกับเขาด้วย

“พวกมึงหุบปากเลยมันไม่เคยกินจะมอมมันทำไมวะ” ก็ดูสิครับพอเมาแล้วนี่ใครจะจับตรงไหนก็ได้เลย แล้วมือเจ๊พริ้มคือลูบมันอยู่นั่นแหละตรงหน้าขาเนสน่ะ

“ใครไม่เคย เค้ยสิ เคยกินมาหมดแล้ว แค่ยังคอไม่แข็งแง่มๆ”

แง่มๆ คือไรวะไม่ตลก

“ไปเคยกินที่ไหนวะ เอาแก้ววางลงดิ” ผมเริ่มจะปวดหัว

ผมชักจะปวดหัวพอผมวางแก้วของเนสลงปุ๊บอิเจ๊พริ้มก็จับขึ้นมากรอกปากเนสปั๊บเพื่อนผมที่นั่งอยู่ก็คั่วกับเพื่อนเจ๊พริ้มสนุกไม่มีใครช่วยผมเลยสักตัว

“เจ๊พอแล้วมันไม่ไหวแล้วเนี่ย”

ทั้งหน้าหัวหูตอนนี้คือแดงเถือก ตาก็หวานเยิ้มมองปรอยๆ เหมือนอ่อย เอาง่ายๆ คือสภาพพร้อมโดนลากไปปู้ยี่ปู้ยำมาก

เรื่องมันเป็นแบบนี้ไปได้ไงวะ คือผมตั้งใจมาเคลียใจกับเนสสองต่อสองเพื่อนก็ไม่ได้นัดมาเจ๊พริ้มก็ไม่ได้เรียกหา แล้วทำไมแค่ไม่ถึงชั่วโมงโต๊ะผมถึงกลายเป็นโต๊ะใหญ่มีสิบคนขึ้นมาได้

“โอ๊ยคูนแฟน อย่าเพิ่งห้ามได้ไหมยางสนุกอยู่เลย”

ฉึก! เหมือนโดนมีดปักอก คุณแฟนเป็นคำที่เขาเคยใช้เรียกผมเมื่อนานมาแล้ว

“อ้าวเห๊ย! นี่พอเมามึงก็กลายเป็นแฟนน้องเขาไปแล้วเหรอวะ” ไอ้โก้ปากหมาประจำกลุ่มแซวผมก่อนเป็นคนแรก

“มึงเงียบปากไปเลยไอ้โก้” ผมหันไปด่ามันซึ่งก็ได้รับรอยยิ้มกวนส้นตีนกลับมา “พอแล้วเนสดึกแล้วกลับได้แล้ว”

“ดึกไรไฟสว่างจ้าแสบตาขนาดเน้”

“ก็นี่มันผับไหมล่ะ กลับได้แล้ว”

“เดี๋ยวสิบอสน้องเนสกำลังสนุกเลยนะ” เจ๊พริ้มนี่ก็รั้งสุดฤทธิ์ ถ้าไม่ใช่พี่ที่นับถือนะผมสวนกลับไปแล้วเนี่ยยุ่งกับคนของผมจัง

“ม่ายอาว ม่ายกลับ”

“มึงเงียบดิแล้วมากับกู” ผมกระชากกึ่งลากเนสออกมาจากอ้อมแขนของเจ๊พริ้มได้ในที่สุด “พวกมึงกูกลับก่อนนะพรุ่งนี้เจอกัน”

เหล่าผองเพื่อนของผมที่แค่กรึ่มๆ ยกแก้มเหล้าเป็นเชิงรับรู้แล้วพวกมันก็ไม่ได้สนใจผมต่อ เพื่อนรักกูจริงๆ

ผมพยุงร่างที่เล็กกว่าผมออกมาอย่างทุลักทุเลเพราะเนสเมามากจนแข้งขาอ่อนกว่าจะออกมาได้มือก็เกาะตามผนังไปทั่ว

“เนสหออยู่ไหนเดี๋ยวไปส่ง”

“หอไหน หอไรง่วง!”

เอ๊า! ไม่ตอบผมเฉย แล้วแว่นที่ใส่ก็เองร่องแร่งเอากับเขาสิเมาแบบสุดๆ

“ก็หอพักมึงไงอยู่ที่ไหนจะไปส่งกลับห้อง”

“เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ตรงไป โอ๊ะจำไม่ได้แล้วแง่มๆ”

แง่มทำแป๊ะอะไรล่ะครับที่ถามเนี่ยเอาสาระล้วนๆ ผมก็อุตส่าห์ทำอารมณ์ดรามาอยู่ตั้งนานสองนานต้องมาพังต้องรีบตั้งสติเพราะมีคนหนีดรามาไปเมาหัวทิ่มดินแทน เอาไงดีวะ

“หออยู่ที่ไหนเนสบอกกูมา”

“ไม่รู้ง่วงงง” ลากเสียงงัวเงียไปอีก

“โอ๊ยไอ้ดินต้องรู้แน่ๆ ใช่ไหม เอาโทรศัพท์มาแล้วโทรหามัน”

เนสล้วงโทรศัพท์มายื่นให้ผมง่ายๆ แล้วทิ้งตัวนั่งลงกุมหัวอยู่ข้างรถ รหัสผ่านก็มาหวังว่าเนสจะยังจำได้นะ

“เนสรหัสโทรศัพท์”

“ไร..” เนสพูดเสียงอู้อี้

“รหัสโทรศัพท์มึงบอกกูมาจะโทรหาไอ้ดินให้”

“ปวดหัว ง่วง”

“กูรู้แล้ว” ผมย่อตัวลงไปนั่งยองเพื่อที่จะคุยกับคนเมาให้รู้เรื่อง “บอกรหัสมึงมาจะได้รีบกลับไปนอนไง”

“071042”

เนสนั่งเอามือกุมหัวหลับตาโงนเงน แต่ที่โงนเงนกว่าเขาคือใจข้างในของผม

ก็ไอ้เลขหกตัวที่ว่ามามันเป็นวันเดือนปีเกิดของผม ของผมแน่ๆ

แล้วแบบนี้จะให้ผม move on ยังไงวะ

ผมกดรหัสด้วยมืออันสั่นเทาแล้วมันก็ปลดล็อคได้จริงๆ ตอนนี้ในใจโคตรจุก มีคำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวของผม แต่ก็ถามออกไปไม่ได้เพราะคนตอบไม่มีสติขนาดนั้น

ผมโทรหาไอ้ดินซึ่งมันปิดเครื่องไปแล้ว เลยถือวิสาสะเข้าแชทกลุ่มหล่อน่ารักอะไรนั่นเพื่อที่จะถามน้องทีมแต่มันเลิกใช้งานไปเมื่อสามชั่วโมงที่แล้ว

“เนสตกลงจำทางกลับหอได้หรือเปล่า”

“ไปทางซ้าย ไปทางขวา ไปข้างหน้า โอ๊ยปวดหัวไม่ไปแล้ว”

“เออกูก็ปวดหัวกลับหอกูแล้วกัน”

“หื้มหอกู หอไหน แล้วมึงใครเนี่ย”

“ยังจะถามอีกกูบอสไง” แล้วผมก็บ้าจี้ตอบเหมือนคนมีเวลาเล่นด้วย

“บอสไหนวะ บอสที่หล่อๆ ฉลาดๆ ที่เป็นตัวท็อปของโรงเรียนปะ”

“เออเคยเป็น”

“งั้นกูฝากบอกเขาด้วยนะว่ากูแม่งโคตรคิดถึงเขาเลย” 

เหมือนโดนระเบิดลงกลางหัว ผมเปรียบตัวเองเป็นโกโบริตอนระเบิดลงบางกอกน้อยก็ได้ฉากนั้นเลยแหละความรู้สึกของผมตอนนี้

คนเมานี่มักจะพูดความจริงใช่ไหมครับ เนสคิดถึงผม คิดถึงที่หมายถึงยังนึกถึงกัน ยังมีกันอยู่ในใจใช่หรือเปล่า

ผมไม่รู้แล้วว่าควรรู้สึกยังไง

“งั้นกูก็ฝากบอกด้วยเหมือนกันว่ากูไม่ move on แล้ว”

ความคิดเห็น