รักเอ๋ยรัก

เมื่อยื้อจนสุดแรง การจากไปไม่ใช่เพราะหมดรัก แต่เพราะหัวใจมันล้าเกินกว่าสู้ต่อไปไหว รู้ว่าเขาไม่รักรั้งไว้ก็มีแต่เจ็บปวด สู้อวยพรเหมือนครั้งหนึ่งที่เขาเคยอวยพรให้เธอแล้วจากไป ความทรงจำคงสวยงามกว่า รู้ว่าตัวเองเห็นแก่ตัวแค่ไหน แต่เธอขอชีวิตน้อยๆ เป็นตัวแทนของเขายามที่เธอตัดสินใจเดินจากไป

ชื่อตอน : ระยะห่าง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 89

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2563 11:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ระยะห่าง
แบบอักษร

“ถ้ามีโอกาสนะ เขาดูไม่ได้เป็นคนที่เข้าถึงง่ายสักเท่าไหร่” วรุณารู้ดีว่ามันจะไม่ได้ผล 

​​​​​​​ผลพิจารณาเลือกบริษัทออแกไนเซอร์ออกมาเป็นที่เรียบร้อย โรมานอฟเลือกบริษัทของวรุณา เขาชอบงานและอีกอย่างเมฆาให้ข้อมูลว่าวรุณาเป็นลูกสะใภ้เจ้าสัวที่แนะนำให้เขาได้พบและเสนองานกับท่าน โรมานอฟมองผลกำไรที่มากกว่าการจัดงาน ถ้าเขาได้ที่ดินตรงนั้นมันคุ้มค่ายิ่งกว่าจ้างบริษัทเธอทำงานหลายเท่านัก แล้วยังสร้างเนทเวิร์คเพิ่มอีก คนที่ดีใจมากกว่าคนออกแบบคือเซลส์สาวที่อยากสานสัมพันธ์กับเอ็มดีหนุ่มหล่อ รีบมาบอกเพื่อนถึงข่าวดี 

“ฝน เราได้งานของอาร์เอ็มเอฟแล้วนะ ทีนี้ก็จะได้มีโอกาสคุยกับคุณเมฆมากขึ้น” ดวงตาเปล่งประกายความหวังของคนที่เป็นทั้งเพื่อนและน้องสามีทำให้วรุณาอดขำไม่ได้ นี่แค่ได้งานนะ ถ้าได้เป็นแฟนคงกระโดดกอดเธอแห่ไปรอบๆ บริษัทแน่ๆ  

“เอางี้ไหมล่ะ ฝนให้วิวเป็นคนประสานงาน ทุกอย่างที่ต้องคุยให้ผ่านวิว หรือไม่ก็ไปคุยด้วยกัน วิวก็จะได้เจอคุณเมฆาบ่อยๆ” เธอคงเป็นแม่สื่อที่ดีไม่ได้ ถ้าเขาจะจีบกันก็ไปจีบกันเอง  

“จะดีเหรอ” ปากถาม แต่ตีเพื่อนด้วยความเขินและพออกพอใจ 

“ไม่เอาก็ไม่เป็นไรนะ แล้วแต่วิว” ได้ทีก็แกล้งเพื่อนบ้าง และบางทีถ้าพี่เมฆมีแฟนที่เป็นคนดี เป็นตัวเป็นตนเธออาจตัดใจจากเขาได้ง่ายขึ้น

“ถึงอย่างนั้น ถ้ามีโอกาสฝนก็ต้องเชียร์หรือช่วยวิวนะ คนนี้วิวเอาจริง”  

วรุณาและวาสนาต้องไปประชุมเรื่องแผนงานการจัดปาร์ตี้ที่สำนักงานของเมฆา วาสนาแต่งตัวจัดเต็มในขณะที่วรุณาเองก็แต่งตัวแบบที่จะรู้ว่าเมฆาไม่ชอบ เธอจะเปลี่ยนเป็นคนที่เขาไม่ชอบ เคยดีใจที่เขาไม่รังเกียจแต่ตอนนี้การทำให้เขาเกลียดคงเป็นทางเลือกที่ดี เธอจะได้ทำใจได้ง่ายขึ้น  

ทุกคนในห้องประชุมมองสองสาวที่ความชื่นชม เพราะสวยไม่น้อยหน้ากัน เมฆาเองก็แปลกใจไม่น้อยที่วาสนามาในการประชุมจัดงานด้วย เขาปรายตามองวรุณา สายตาว่างเปล่า จนเธอใจหาย ปลอบใจตัวเอง นี่แหละความจริง จะได้ไม่ต้องฝันกลางวันอีกต่อไป แค่เก็บพี่เมฆคนเดิมของเธอไว้ในใจ ส่วนเมฆาก็แค่คนที่หน้าเหมือนกันกับคนที่เธอเคยรัก 

เมฆาทักสองสาว และเอ่ยว่า เขาเข้าใจว่าเมื่อจบเรื่องหาลูกค้าแล้วการดีลงานจะเป็นเรื่องของฝ่ายออกแบบและตกแต่งเสียอีก วรุณาอธิบายว่างานใหญ่ๆ จะให้เซลส์เข้ามาดีลด้วยเผื่อเหลือเผื่อขาด และถือเป็นตัวแทนลูกค้าคอยแย้งให้ฝ่ายจัดงานทำงานให้รัดกุมยิ่งขึ้น 

การประชุมผ่านไปอย่างราบรื่น เพราะวรุณาเตรียมงานมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะสถานที่ ราคา และรูปแบบ เพื่อเธอจะได้ไม่ต้องมาประชุมบ่อยๆ ทุกอย่างสรุปได้ในการประชุมครั้งเดียว และเธอบอกว่าถ้ามีอะไรให้ติดต่อผ่านทางวาสนาได้เลย เพราะจากนี้เธอจะค่อนข้างยุ่งกับการดีลงานทางซัพพลายเออร์มากกว่าทางลูกค้า จะเจอกันอีกทีก็ตอนจัดงาน 

เมฆารู้สึกได้ว่าวรุณาพยายามหาทางไม่เจอเขา ซึ่งเขาก็ไม่ได้ติดใจอะไร เขารู้ว่าหลายครั้งเขาเองก็อดมองเธอไม่ได้ ไม่เจอกันก็ดี แม้จะบอกตัวเองไม่สนใจแต่ยังไงการเจอเธอก็มีผลกระทบทางใจกับเขาอยู่ดี เวลาเขาเข้าใกล้แล้วเธอหน้าแดงมันทำให้เขานึกถึงวันเก่าๆ เวลาทำเฉยชาแล้วเธอหน้าเสียเขาเขากลับไม่สบายใจ พอเธอทำเป็นสาวก๋ากั่นจะทำเฟิร์ตกับเขา แม้ไม่ชอบแต่ก็อดใจเต้นตึ้กตั้กไม่ได้ ปลอบใจตัวเองว่าเพราะเธอเคยเป็นคนพิเศษของเขา และการที่จากนี้เธอหลีกเลี่ยงไม่เจอกันก็ดี ถ่านไฟเก่าไม่ควรคุขึ้นมาอีก วาสนาชวนเมฆาไปทานอาหารค่ำด้วยเพื่อเลี้ยงตอบแทนที่เลือกบริษัทเธอ ให้เขาพาผู้จัดการฝ่ายมาร์เกตติ้งที่จะต้องประสานงานกันต่อไปและชาคริตไปด้วย เมฆาเห็นว่าไปกันหลายคนและจะได้สนิทสนมกันมากขึ้นตอนติดต่องานจึงรับปาก แต่กลับไม่เห็นวรุณามาด้วย เขาคิดว่ามาตรการการหลบหน้าคงเริ่มขึ้นแล้วและไม่ได้เอ่ยปากถาม แต่เป็นชาคริตที่ช่วยคลายความสงสัยให้ทุกคน 

วาสนาบอกว่าวรุณาต้องอยู่ทำงานในส่วนออกแบบที่กำลังเร่งและปกติวรุณาก็ไม่ค่อยออกมาหาลูกค้าอยู่แล้วเพราะเป็นฝ่ายเบื้องหลัง ชาคริตว่าเสียดาย เขาว่าเขาชอบคุยกับวรุณาเพราะ เสียงเธอเรื่อยเย็นเวลาคุยด้วยให้ความรู้สึกชุ่มฉ่ำ แล้วเขาก็ทำหน้าเคลิ้มจนเจ้านายทั้งขำทั้งหมั่นไส้  

วาสนาสังเกตว่ากิรณาเองอาจจะชอบเมฆาอยู่เหมือนกันเพราะเห็นเธอชำเลืองมองเจ้านายหนุ่มบ่อยๆ ในขณะที่ชาคริตแม้จะบอกว่าชอบคุยกับวรุณาแต่ตอนนี้ดูจะถูกใจวาสนาไม่น้อย ในขณะที่เมฆายังคงทำตัวเป็นคนหน้านิ่งพูดน้อย ฟังผู้คนพูดคุยกัน ถ้าไม่ถูกถามความเห็นก็แทบไม่ได้ยินเสียงเขาออกจากปาก เขาแตกต่างจากผู้บริหารทั่วไปที่พูดจาเป็นต่อยหอย ถ้าไม่มีคนเบรคก็แทบจะไม่หยุดพูด 

ความคิดเห็น