จรสจันทร์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ปลาไหลคาสโนว่า - 35% -

ชื่อตอน : ปลาไหลคาสโนว่า - 35% -

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 303

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2563 16:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ปลาไหลคาสโนว่า - 35% -
แบบอักษร

พิมพิกาตื่นแต่เช้าตามความเคยชิน เธอลุกขึ้นปิดแอร์แล้วเปิดหน้าต่าง ยื่นหน้าออกไปสูดอากาศยามเช้าของเมืองใหญ่ แสงแดดยังไม่ค่อยมีมากนักเพราะพระอาทิตย์เพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้ามาได้ไม่นาน มีแต่แสงสีเหลืองอมส้มที่ทาบทออยู่เต็มผืนฟ้า และอาคารน้อยใหญ่ มองแล้วก็เพลินตาไม่น้อย อดคิดถึงหมอกขาวๆ บนเขาพะเนินทุ่งที่เพชรบุรีไม่ได้ หลายเดือนแล้วที่ไม่ได้แบกเป้เที่ยวที่ไหนเลย บางทีเสร็จจากงานถ่ายรายการนี้แล้ว เธอคงต้องชาร์จแบตให้ร่างกายสักครั้ง 

เสียงเคาะประตูไม่ดังนัก ตามมาด้วยเสียงเรียกจากชายหนุ่มที่พักอยู่ห้องตรงข้ามขัดความรื่นรมย์ตรงหน้าไปหมดสิ้น พิมพิกาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ ก่อนเดินไปหยิบผ้าขนหนูแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ ไม่สนใจคนที่มายืนเรียกอยู่หน้าประตูเลยแม้แต่น้อย 

ไตรภัทรขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากด้านใน เขาลองเอาหูแนบประตูก็ยังไม่มีเสียงใด ๆ เล็ดลอดออกมาให้เขาได้รู้เลยว่าคนที่อยู่ในห้องตื่นแล้วหรือยัง 

“สงสัยเข้าห้องน้ำอยู่มั้ง” ชายหนุ่มยักไหล่ก่อนเดินไปที่ครัว เปิดตู้เย็นหยิบไส้กรอกและไข่ออกมา ตั้งใจไว้ว่าจะทำอาหารเช้าเตรียมไว้ให้หญิงสาวเพื่อเป็นการขอโทษที่เขาเล่นนอกบทด้วยการจูบเธอเมื่อวานโดยไม่ได้รับอนุญาต 

เมื่อหยิบของมาวางเตรียมไว้บนเคาน์เตอร์เรียบร้อยแล้ว เขาก็หันไปพูดกับกล้องที่อยู่ข้างตู้เย็น 

“เขาว่ากันว่าแฟนที่ดี ควรจะทำกับข้าวให้แฟนกินได้ด้วย ตอนนี้ผมกำลังทำมื้อเช้าให้น้องพิมล่ะ” เขายักคิ้วใส่กล้องก่อนหันไปหยิบกระทะมาวางบนเตาไฟฟ้า เทน้ำมันลงไปเล็กน้อยแล้วหันไปพูดกับกล้องต่อ 

“มีแฟนคนเดียวก็ต้องเอาใจกันหน่อย เดี๋ยวเขาไม่รักละยุ่งเลย” 

พูดจบก็ตอกไข่ลงไปในกระทะอย่างชำนาญ หยิบตะหลิววักน้ำมันราดลงไปบนไข่แดงหลายครั้งจนแน่ใจแล้วว่าไข่ดาวที่เขาทอดไม่สุกและไม่ดิบจนเกินไปจึงตักขึ้นใส่จานแล้วลงมือทอดใบต่อไป ไม่นานนัก อาหารเช้าแบบง่าย ๆ ที่มีไข่ดาว ไส้กรอก ขนมปังทาแยมก็ถูกจัดเรียงอยู่บนจานสองใบบนโต๊ะกินข้าว 

พิมพิกาเปิดประตูห้องนอนแล้วก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นสูงเมื่อจมูกได้กลิ่นอาหาร เธอจึงเดินไปดูที่ครัวเพราะคิดว่าทีมงานมาทำอาหารเช้าเตรียมไว้ให้สำหรับวันแรก ทว่าพอไปถึง ร่างสูงของไตรภัทรที่กำลังง่วนอยู่กับการบีบซอสมะเขือเทศลงบนจานกลับทำให้เธอประหลาดใจจนแทบไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ตาเห็น 

“อ้าว! มาแล้วเหรอครับ พิมจะดื่มอะไรดี นมหรือน้ำส้มคั้น” เขาหันมาเห็นเธอพอดีจึงเอ่ยปากถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม 

“นมค่ะ” แม้ไม่อยากคุยกับเขาเท่าไร แต่ก็ต้องตอบไปตามมารยาท อีกทั้งรู้ดีว่าตอนนี้กล้องทุกตัวคงเริ่มทำงานแล้ว 

และเมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้กับโต๊ะกินข้าว ก็ต้องเบิกตากว้างขึ้นอย่างคาดไม่ถึง เพราะจานของเธอนั้นมีรูปหัวใจดวงเล็กที่บีบจากขวดซอสมะเขือเทศกระจายอยู่ตรงขอบจาน ไข่ดาวเขาก็เติมรูปตาและรอยยิ้มลงไป และใช้มัสตาร์ดลากเส้นจากไส้กรอกจนดูคล้ายก้านดอกไม้ มันดูน่ารักเสียจนเธอเห็นแล้วอดยิ้มออกมาไม่ได้ 

“ถึงฝีมือวาดจะไม่เอาไหน แต่ถ้าเรื่องความเอาอกเอาใจ พี่ไม่สองรองใครนะจ๊ะ” 

เสียงทุ้มของเขาพูดขึ้นพร้อมกับวางแก้วนมไว้ให้ข้างจาน ครั้นพอเธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ชายหนุ่มก็ขยิบตาให้ข้างหนึ่งตามมาด้วยแววตากรุ้มกริ่มแพรวพราวจนน่าหมั่นไส้ 

พิมพิกามองแล้วก็ได้แต่ยิ้ม อดคิดในใจไม่ได้ว่ารอยยิ้มแบบนี้ หลอกล่อสาวมาได้กี่คนแล้วหนอ ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงส่วนใหญ่ถึงชอบผู้ชายเจ้าชู้แบบนี้นัก เพราะสำหรับเธอ ผู้ชายแบบนี้เห็นแล้วรู้สึกขำมากกว่า 

“ขอบคุณค่ะ อุตส่าห์เตรียมมื้อเช้าให้” แต่อย่างน้อย เธอก็ควรขอบคุณเขาเสียหน่อยที่มีน้ำใจทำเผื่อให้เธอ 

“ไม่ทำให้แฟนตัวเองแล้วจะให้พี่ไปทำให้แมวที่ไหนละครับ” ชายหนุ่มยิ้มกริ่มเต็มวงหน้า แล้วหย่อนตัวนั่งตรงข้ามกับหญิงสาว เขาเห็นเธอยิ้มแล้วก็ให้รู้สึกลำพองใจ ผู้หญิงทุกคนลองว่าเจอแบบนี้เข้าไป มีหรือที่จะใจแข็งไม่หวั่นไหวไปกับเขาได้ 

ไม่เว้นแม้แต่สาวติสท์คนนี้ด้วยเช่นกัน! เขามั่นใจว่าภายในหนึ่งเดือนก่อนปิดรายการนี้ อย่างไรเสียพิมพิกาก็ไม่พ้นมือเขาแน่นอน 

“พูดถึงแมวแล้วพี่ก็นึกถึงรูปที่อยู่ในห้องครัวบ้านของจิ๊บ ถ้าพิมเปรียบตัวเองเป็นแมว เปรียบจิ๊บเป็นกระต่าย แล้วอย่างพี่นี่พิมจะเปรียบเป็นอะไรดีถ้าจะให้วาดรูปออกมา” เขาเลิกคิ้วขึ้นรอฟังคำตอบพลางใช้ส้อมจิ้มไส้กรอกเข้าปาก 

พิมพิกาช้อนตาขึ้นมองคนตรงหน้า ไม่ต้องคิดให้ซับซ้อนเธอก็สามารถตอบเขาออกไปได้ทันที 

“สุนัขจิ้งจอกค่ะ” ทันทีที่พูดจบ ไตรภัทรก็สำลักอาหารจนไอโขลก ๆ ต้องลุกไปที่อ่างล้างจาน เขาไอจนหน้าแดงก่ำน้ำตาคลอเบ้า ในขณะที่คนเปรียบเปรยเพียงแค่มองเขาแล้วเลิกคิ้วขึ้นสูง แต่มุมปากกลับยกขึ้นเล็กน้อย 

รับไม่ได้ หรือแปลกใจที่เธอเดาถูกกันแน่! 

เมื่อไตรภัทรควบคุมอาการไอได้แล้ว เขาก็คว้าแก้วน้ำมาดื่มอึกใหญ่ก่อนกลับมานั่งที่เดิม ตาคมตวัดมองหญิงสาวที่นั่งตรงข้ามด้วยสายตาคาดโทษ ยิ่งเห็นเธอใช้นิ้วดันกล่องทิชชูมาตรงหน้าเขาแล้วเหยียดยิ้มที่มุมปาก เขาก็ยิ่งนึกมันเขี้ยวเสียจนอยากจับมาจูบให้หนำใจ อย่าให้ถึงทีเขาบ้างนะ แม่คุณเอ๊ย! 

“ทำไมละครับ พี่ดูเจ้าเล่ห์ขนาดนั้นเลยหรือ พิมถึงมองเป็นจิ้งจอกไปได้” เขาพูดยิ้ม ๆ สายตาไม่ละไปจากดวงหน้าของพิมพิกาเลยแม้แต่วินาทีเดียว 

“อ้าว! ก็รู้สึกอย่างไรก็พูดไปอย่างนั้น... นี่พี่ไม่รู้ตัวเลยหรือคะ” เธอลอยหน้าลอยตาตอบ หนำซ้ำยังไม่นำพากับสายตาของเขาอีกด้วย เธอยังคงนั่งกินอาหารฝีมือเขาได้อย่างหน้าตาเฉยในขณะที่เขารู้สึกคันยุกยิกที่หัวใจ 

โอเค! เขายอมรับก็ได้ว่ายกนี้เขาแพ้... 

“วันนี้พิมมีธุระไปไหนรึเปล่า” เขาเปลี่ยนเรื่องที่ทำให้เขาพ่ายแพ้ด้วยการเบี่ยงหัวข้อสนทนาไปเรื่องใหม่ ความคิดดี ๆ บางอย่างผุดขึ้นในสมองทันทีเมื่อนึกถึงตารางงานของเขาที่ต้องทำในวันนี้ 

“ไม่มีค่ะ” เธอเงยหน้าตอบสั้น ๆ ก่อนก้มหน้าสนใจกับขนมปังแผ่นในมือต่อ เขามองอย่างคาดหวังว่าเธอจะทาแยมบนขนมปังเผื่อเขาด้วยสักแผ่นเหมือนอย่างสาว ๆ หลายคนที่เขาเคยค้างด้วยเพราะต้องการเอาอกเอาใจ ทว่าพอเห็นเธอหยิบขนมปังแผ่นนั้นเข้าปากตัวเองแล้วตามด้วยนมสดที่เขาเทใส่แก้วให้ เขาก็พอรู้แล้วว่าตัวเองคงหวังลม ๆ แล้ง ๆ เกินไปแล้ว 

“วันนี้พี่มีอัดรายการที่สตูดิโอแถววิภาวดี” เขาหยุดพูดเพื่อรอดูว่าเธอจะถามเขาหรือไม่ว่ารายการอะไร ของช่องไหน และจะขอตามเขาไปด้วยหรือเปล่า แต่เธอแค่เงยหน้าขึ้นมองเขา แล้วก้มลงทาแยมบนขนมปังแผ่นที่สอง ซึ่งเขารู้ดีว่าคงไม่ใช่ของเขาแน่นอน โดยไม่มีทีท่าสนใจเรื่องของเขาเลยแม้แต่น้อย 

“พิมไปกับพี่นะ” เขาปล่อยหมัดฮุคทันที เห็นเธอเบิกตากว้างแล้วก็อดยิ้มพรายไม่ได้ 

“ทำไมพิมต้องไปด้วยคะ ไม่ไปไม่ได้หรือ” คิ้วเรียวขมวดมุ่นเล็กน้อย เขาได้ทีจึงกวักมือเรียกให้เธอยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ๆ เพราะอยากกระซิบอะไรบางอย่างให้ได้ยินกันแค่สองคนโดยที่กล้องไม่สามารถจับเสียงได้ 

พิมพิกาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนยื่นหน้าเข้ามา เขาจึงเอามือป้องปากกระซิบชิดใบหูของเธออย่างจงใจ 

“พิมต้องไป เพราะบทที่นอนดูหนังด้วยกันเมื่อวานเปลี่ยนเป็นให้พิมไปนั่งเฝ้าพี่อัดรายการไงล่ะ ทีมงานเขาคุยกันแล้ว” ไตรภัทรลอบสูดดมความหอมของแก้มนวล และเพราะหญิงสาวคงรู้สึกจั๊กจี้กระมัง เขาเห็นเธอห่อไหล่เล็กน้อยพร้อมกับหันหน้ามา จึงเป็นเหตุให้จมูกและปากของเขากดลงบนแก้มของเธออย่างพอเหมาะพอเจาะ 

“เฮ้ย!” พิมพิกาตกใจจนเผลออุทานคำที่มักพูดติดปาก เธอผละตัวออกห่างราวกับชายหนุ่มเป็นตัวอันตรายอย่างไรอย่างนั้น ในขณะที่คนได้กำไรเอาแต่ยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดี 

“เอาเป็นว่าเก้าโมงครึ่งเจอกันที่ห้องนั่งเล่นนะครับ” ไตรภัทรลุกขึ้นแล้วเอาจานไปวางที่อ่าง เสร็จเรียบร้อยก็เดินยิ้มร่าออกไปจากห้องครัว โดยไม่สนใจสายตาขุ่นขวางของหญิงสาวที่นั่งอยู่ 

หึๆ ยกนี้เขาชนะ... ให้มันรู้เสียบ้างว่ากำลังเล่นกับใคร! 

 

******************************** 

 

บอกไว้เลยว่า อิพี่ไตรนี่ ระดับความเจ้าเล่ห์ และหลงตัวเองอยู่ในเลเวลสูงมาก นี่แค่น้ำจิ้มนะคะ ที่พี่แกปล่อยออกมาหลอกล่อพิม เดี๋ยวจะมีอัพเลเวลไปเรื่อยๆ จนกว่าจะตะปบลูกแมวไว้ในอุ้งมือได้นั่นแหละ หุหุ 

ความคิดเห็น