วาโยเย

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 11 ยังคงรู้สึก

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 ยังคงรู้สึก

คำค้น : February of love, เนสกับบอส, รักเพื่อนไม่ผิด, ทีมกับดิน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 22

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2563 11:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 ยังคงรู้สึก
แบบอักษร

ตอนที่ 11 ยังคงรู้สึก 

“มึงเป็นไงมั่งเนส”

ดินเดินเข้ามาถามพร้อมกับจับมือของผมขึ้นไปดูใกล้ๆ พวกเราสามคนถูกพาตัวมาหลังมหาวิทยาลัยเป็นป่าสนค่อนข้างทึบ พอใกล้มืดยุงก็ชุมยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด กัดจนตัวผมลายพร้อยเป็นจ้ำแดงไปหมด ถ้าเป็นไข้เลือดออกก็คงไม่ต้องแปลกใจกัน

“พองมากเลยว่ะ มึงไม่ต้องละเดี๋ยวกูทำต่อเอง”

ที่ดินพูดหมายถึงการใช้จอบขุดดินในป่าให้เป็นพื้นที่เล็กๆ ลึกลงไปประมาณสามสิบเซนติเมตรกว้างเท่าสนามฟุตซอล เอาจริงๆ มันก็เป็นรอยเก่าที่รุ่นพี่ปีก่อนๆ เขาน่าจะเคยขุดๆ กันไว้ เพียงแต่ทิ้งไว้นานแล้วมันก็เลยแน่นกลืนกันไป

“ไม่เป็นไรมึง” ผมบอกดึงมือออกจากมือมันแล้วยกแขนขึ้นปาดเหงื่อตรงหน้าผาก

ผมเคยเหนื่อยกว่านี้ตอนที่เร่ร่อนหางานทำช่วงที่มีปัญหากับแม่

“แต่มึง...”

“ช่างกูเหอะดิน รีบๆ ทำเถอะ หรือไม่มึงก็ไปดูไอ้น้องทีมนู่น จะตายแล้วมั้งน่ะ”

ผมบุ้ยใบ้ให้มันไปดูเด็กทีมที่หอบหม้อไห วัตถุโบราณหลายอย่างมาเต็มไม้เต็มมือเหงื่อท่วมตัว หน้าขาวๆ ของมันแดงจัดบ่งบอกถึงความเหนื่อยแบบสุดขีด

“มันน่ะตัวสบาย มึงสิขุดดินมาตั้งนาน”

“กูทำได้ มึงไปเกลี่ยทรายของมึงต่อเถอะ” ผมก้มหน้าก้มตาทำต่อ

“กูขอโทษนะเว้ย เป็นเพราะกูปากไม่ดีมึงเลยโดนไปด้วยแบบนี้”

ใช่ครับพวกเราโดนทำโทษ แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่พวกผม พวกพี่ปีสองก็มาขุดดินขนทรายกันให้เต็มลานไปหมด ผมพอจะได้ยินพี่เขาคุยกันว่าจะให้น้องๆ ได้ทำกิจกรรมตามหาบั๊ดดี้ซึ่งแบบโบราณคดีจะธรรมดาไม่ได้ ผมก็เลยต้องมาเหนื่อยด้วยแบบนี้

“ต้องขอโทษผมด้วยไหมพี่”

น้องทีมเดินมาโยนโคร่มพวกแจกัน เหยือกน้ำทองเหลือง ซากกะโหลกปลอมๆ ลงตรงหน้าผมกับไอ้ดิน ตามตัวน้องมันเหงื่อเปียกจนเห็นผิวข้างใน แก้มน้องมันแดงๆ เหมือนจะเป็นลมให้ได้เพราะมันหายใจหอบมาก

“เออกูขอโทษมึง” ดินหันไปขอโทษ

“พี่ก็ไม่น่าปากดีแต่แรกปะวะ”

ผมว่าปกติน้องทีมพูดจาดีกว่านี้ พอมันรู้ว่าไอ้ดินเป็นพี่ซิ่วและผมเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันกับไอ้ดินมันก็ยกมือไหว้แล้วเรียกขานพวกผมว่าพี่ทุกคำ น้องมันน่ารัก เด็กมันอยู่เป็น แต่คราวนี้มันคงอารมณ์เสียและเหนื่อยมาก

“มึงไม่รู้เรื่องอะไรอย่าเสือกมาว่ากู”

“เรื่องไรล่ะวะครับ พี่ก็บอกผมมาดิผมจะได้เข้าใจ”

“พวกมึงเลิกเถียงกันดิกูรำคาญ เดี๋ยวก็โดนรุ่นพี่ว่าเอาหรอก”

ผมเป็นคนห้ามปากพวกมัน ทำงานกันมาชั่วโมงกว่าแล้วผมเข้าใจอารมณ์พวกมันตอนนี้ดีว่าคงจะเหนื่อยมาก ผมเองก็ล้าปวดเมื่อยแขนไปหมด

“อู้เหรอน้อง” พี่หน้าหนวดผมยาวมัดหางม้าใส่ชุดนักศึกษาปล่อยชายเสื้อเดินเข้ามาหาพวกผม

“เปล่าครับพี่” น้องทีมตอบแล้วดึงแขนไอ้ดินเพื่อไปทำงานต่อ

“เดี๋ยว!” พี่มันทำเสียงเข้ม เอิ่มมม แค่หน้าพี่ก็น่ากลัวมากแล้วนะครับผม

“ไอ้น้องหล่อพี่รหัสมึงฝากของมาให้” พี่แกยื่นถุงน้ำโคล่ามันยางรัดถุงแกงมาตรงหน้าไอ้ดิน

สมัยนี้นี่มันยังมีร้านที่ขายแบบนี้อยู่อีกเหรอวะ โบราณโคตรอ่ะ

“ผม...เหรอครับ” ดินชี้ไปที่หน้าอกของตัวเองทำหน้าเหลอหลา

“ใช่ ในบรรดาพวกมึงสามคนเนี่ยก็มีแค่มึงที่หล่อไหม ที่เหลือๆ อยู่มันก็น่ารักหมด”

พี่แม่งบอกว่าผมกับน้องทีมน่ารักว่ะ แต่แบบมันก็ไม่ได้ปะวะ ผมเป็นผู้ชายปะผมก็อยากได้คำชมว่าหล่อมากกว่าน่ารักอยู่แล้ว

“พี่รหัสผม ใครครับ”

“กูมั้ง” พี่มันกวนตีนครับผมดูออก “มึงก็หาเขาสิวะ ใช้ความสามารถด้านการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ แล้วมึงก็จะเจอเองแค่นี้ต้องให้บอก”

พี่แกยัดถุงน้ำใส่มือให้ดินแล้วเดินกลับไปยืนคุมงานต่อ น้องทีมมองน้ำอัดลมใส่น้ำแข็งตาเป็นมันพร้อมกับกลืนน้ำลายไปด้วย

“อ่ะมึงกินก่อนเลย”

แต่คนที่ไอ้ดินยื่นให้คือผมไง มันเป็นเพื่อนที่ดีเสมอดูแลผมดีมาตลอด จนบางครั้งผมก็อดคิดไม่ได้ว่าดินมันเหมือนเป็นทั้งเพื่อนแล้วก็พี่ชาย เป็นเหมือนคนในครอบครัวที่จะไม่มีวันทำร้ายผมแน่นอน

“ของมึงมึงก็กินก่อนสิ”

“มึงนั่นแหละกินก่อน” มันยัดใส่มือผม

“ให้ผมกินด้วยนะครับ ผมคอแห้งเป็นผงแล้ว” ทีมยิ้มหวานแบบอ้อนๆ มาที่ผมที่กำลังถือน้ำอยู่

“เสือก” ดินมันหันไปเสียงแข็งใส่จนคนน้องทำหน้าหงอ

“อ่ะๆ มึงกินไปทีมเดี๋ยวเป็นลมตายก่อนกูไม่มีคนช่วยทำงาน”

ผมยื่นน้ำให้น้อง เด็กมันก็รับไปดูดทีเกือบครึ่งถุงไอ้ดินนี่แย่งกลับมาแทบไม่ทัน แต่พวกมันก็ไม่กล้าเสียงดังมากกลัวพี่เขาจะดุเอาเลยทะเลาะกันเบาๆ ตบหัวกันไปหนึ่งช็อต ผมไล่พวกมันให้กลับไปทำงานโดยที่ตัวเองยังไม่ได้กินน้ำสักหยด

ว่าแต่พี่รหัสผมอยู่ไหนกันนะ พอจะมีน้ำเย็นๆ มาให้บ้างหรือเปล่า

“มึงนี่ยังใจดีเหมือนเดิมเลยนะ”

เสียงที่แทรกขึ้นมากลางอากาศทำให้ผมที่กำลังก้มหน้าก้มตาใช้จอบขุดดินต้องเงยหน้าขึ้นมามอง ผมจำได้ดีว่าเป็นเสียงของใคร

“...”

ผมเอาแต่จ้องหน้าเขาเพราะไม่รู้จะพูดอะไร เอาจริงๆ ก็คือมันจุกจนพูดอะไรไม่ออก

เราไม่ได้จากกันด้วยดีนัก

“นี่น้ำมึง”

บอสยื่นน้ำเปล่ามาให้ผมหนึ่งขวดเล็ก แล้วผมควรทำยังไง ทำไมคนที่ผมร้ายใส่เขาถึงยังทำดีกับผม

“ไม่เป็นไร ไม่หิว ขอบใจ”

“นี่มึงรังเกียจแม้กระทั่งน้ำที่กูให้”

“เปล่า” เสียงผมแห้งมาก เวลานี้ผมอึดอัดจนต้องเบือนสายตาหนีไม่อยากมองหน้าเขา

ผมรู้สึกผิด

“แล้วถ้ากูบอกว่าพี่รหัสมึงเขาฝากมาให้มึงยังจะกล้าไม่เอาอยู่ไหม”

“พี่รหัสกู...” ผมเหลือบสบตากับบอสก่อนจะหลบแล้วดึงขวดน้ำมาจากมือของเขา

มือที่ครั้งหนึ่งผมเคยจับ ผมเคยเป็นเจ้าของ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว

“ขอบใจนะ ฝากบอกพี่เขาด้วยว่าขอบคุณมาก กูจะพยายามตามหาเขาให้เจอ”

“บอสน้องเป็นลม!”

บอสยังไม่ได้พูดอะไรต่อกับผมก็มีเสียงตะโกนของพี่ปีสองร้องบอกให้บอสซึ่งเป็น Head ว๊ากให้เข้าไปดู ผมรีบหันไปตามเสียงเห็นคนรุมอยู่ห่างออกไปประมาณสิบเมตรเป็นกลุ่มใหญ่ รุมกันขนาดนั้นคนเป็นลมไม่ขาดอากาศหายใจตายไปแล้วเหรอวะ

ผมเห็นไอ้ดินนั่งอยู่ท่าทางสบายดี แสดงว่าคนที่เป็นลมก็คือน้องทีม

“มะปรางขอแอมโมเนียร์กับกล่องปฐมพยาบาลมาเร็ว!”

บอสวิ่งผ่านหน้าผมไป พี่ปีสองหรือพี่มะปรางฝ่ายพยาบาลวิ่งหิ้วกล่องปฐมพยาบาลตามบอสไปติดๆ ผมเองก็รีบวิ่งตามเข้าไปด้วยเพราะในที่นี้น้องทีมถือเป็นเพื่อนคนหนึ่งของผมไปแล้ว และไอ้ดินก็ดูเก้ๆ กังๆ จนมะปรางต้องไล่มันออกไปข้างๆ แทน

“น้องหลบไปก่อนนะคะ เพื่อนๆ อย่ามุงนะเดี๋ยวน้องหายใจไม่ออก” มะปรางเสียงหวาน เธอมัดผมหางม้าไว้ลวกๆ แต่ก็ดูสวยดี

“ทุกคนแยกย้ายกันไปทำงานต่อ เดี๋ยวทางนี้กูกับมะปรางดูต่อเอง” บอสออกคำสั่งเพื่อนแต่ละคนจึงได้แยกย้ายออกไป

“ปลดกระดุมเลยครับพี่” ผมเป็นคนพูด และเพราะมะปรางช้าผมจึงเข้าไปแกะกระดุมน้องทีมออกเอง

ตอนที่แม่บังคับผมสอบแพทย์ผมอ่านหนังสือการแพทย์การปฐมพยาบาลเบื้องต้นมาเยอะ

ผมก็ไม่ได้อยากรื้อฟื้นหรอกนะ แต่ก็นั่นแหละ ช่างมันเถอะตอนนี้เรื่องไอ้น้องทีมสำคัญที่สุด

น้องทีมนอนหลับตานิ่งหน้าซีดมาก โชคดีที่มันยังหายใจอยู่ เลยพอให้ดมแอมโมเนียร์ได้

“เป็นไงมึง ทีม ได้ยินพี่ไหม” เสียงผมอ่อนโยนมากครับบอกเลย ตั้งแต่มาเหยียบที่นี่ไม่เคยทำเสียงเบอร์นี้มาก่อน แม้แต่ไอ้ดินก็คงอิจฉาน้องมันเพราะผมเสียงแข็งใส่มันตลอด

“เอาผ้าชุบน้ำเย็นๆ มาเช็ดตัวไหมเผื่อน้องจะได้รู้สึกสดชื่นขึ้น” มะปรางพูดหลังจากที่น้องทีมเริ่มลืมตาเหมือนกลับมามีสติอีกครั้ง

“ก็ดีนะ ดินมึงไปเอามาดิ” เสียงบอสครับ เสียงเหมือนอยู่ใกล้ผมมาก แบบอยู่ข้างๆ หูผมเลยแหละ

“ทำไมมึงไม่ไปเอาเองวะ” ดินมันเหมือนจะไม่ยอม

“มันเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันกับมึงไหม หยุดหาเรื่องให้กูปวดหัวสักวันเหอะ ไปเอามา”

ดินมองบอสกับน้องทีมสลับกัน ก่อนที่มันจะถอนหายใจฟึดฟัดแล้วลุกพรวดออกไป มันไม่อยากทำตามที่บอสสั่งแต่มันก็ยังมีมนุษยธรรมอยู่บ้างเลยยอมออกไป

ส่วนผม...ไม่กล้าหันกลับไปมองเลยครับ กลัวจะเจอว่าอยู่ใกล้กันจริงๆ

กลัวเขาจะเห็นว่าผมยังรู้สึกกับเขาอยู่

“น้องเป็นไงบ้างพัทธดนย์” บอสถาม เขาย่อตัวลงมานั่งข้างผมเบียดจนไหล่ชิดกัน

ใจผมก็ดันมาเต้นแรงตอนนี้...

มันใช่เรื่องไหม ทำเป็นเด็กเพิ่งหัดมีความรักไปได้ มากกว่าเบียดแขนกับบอสก็เคยมาแล้วเถอะ จะมาตื่นเต้นทำไม

แล้วยังจะน้องเป็นลมเกือบตายผมยังจะหน้าด้านคิดเรื่องตัวเองกับบอสอีกเหรอ

เออเอาสิ! ผมคิด

“มึงเหม่ออะไรเนสสำลีจะจิ้มตาน้องมันแล้วเนี่ย”

บอสแย่งสำลีไปจากมือของผมแล้วเอาให้ทีมดมเอง แขนเขาก็เลยคล้ายๆ กับโอบผมอยู่ ผมก็เลยถอยออกมาให้บอสกับมะปรางจัดการเอง ดินวิ่งเอาผ้าชุบน้ำเข้ามายื่นให้มะปรางต่อแล้วมันก็มายืนข้างผม

“อยู่ๆ ก็ล้มไปดีกูรับหัวไว้ทัน มันทำไมเจ้าสำอางจังวะ” ดินมันบ่น แต่ดูหน้ามันก็รู้ว่าห่วงน้องมาก

“มึงก็ดูผิวน้องด้วย ลูกคุณหนูแน่ๆ ทำไมมึงไม่ดูแลน้องดีๆ” ผมกระซิบกลับ

“น้องไหน น้องใคร ไม่ใช่น้องกู” ดินปฏิเสธ

มันก็เป็นซะแบบนี้ชอบทำตัวมนุษยสัมพันธ์แย่ ใครดีกับมันก็ทำเป็นเฉยใส่ ส่วนใครที่กวนตีนมันนะตามกระทืบเขาถึงหน้าบ้าน แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ผมปวดหัวได้ยังไง น้องทีมถือเป็นเพื่อนคนแรกของผมกับมันในมหาลัยนี้เลยล่ะมั้ง แล้วมันยังจะปากไม่ดีอีก

“ผมเป็นอะไรไปครับพี่” ทีมเสียงแห้งมาก มันพยายามยันตัวเองลุกขึ้น บอสกับมะปรางก็เลยช่วยดึงขึ้นมานั่ง

“เป็นลมน่ะ นั่งพักเลยนะไม่ต้องทำต่อแล้วพี่ไม่ให้ทำ” มะปรางเช็ดหน้าเช็ดคอให้น้องทีม ส่วนเจ้าตัวทำหน้าเบ้บ่งบอกว่าเหนื่อยกับงานวันนี้มาก

“ผมกลับหอเลยได้ไหมครับ” ทีมขอ

“ไม่ได้เดี๋ยวมีกิจกรรมต่อ นั่งพักอยู่ตรงนี้เดี๋ยวเพื่อนคนอื่นๆ มาจะได้ทำกิจกรรมกับเขา” บอสเสียงเข้มแต่ก็ไม่ได้มีท่าทีดุอะไร

“ก็ได้ครับ พี่ดินดูแลผมหน่อยผมไม่อยากนั่งอยู่คนเดียวกลัวเป็นลมไปอีก” มันอ้อนครับ

น้องทีม พัทธดนย์ ทำเสียงอ้อนจนผมขนลุก และผมกล้าพนันได้ว่าไอ้คนที่ยืนข้างๆ ผมก็คงขนลุกพอๆ กัน

“กู?” ดินชี้ตัวเองแบบงงๆ “ทำไมต้องเป็นกู”

“ก็ผมอยากได้พี่ พี่แบบมีแววว่าจะดูแลผมได้ นะครับๆ”

พี่แบบมีแวว...คือไรวะ

ไอ้การเลือกคนคอยดูแลนี่มันคัดเลือกได้จากแววแบบไหน แล้วมันคัดยังไงมองเห็นแววไอ้ดิน

น้องทีมดวงมึงถึงฆาตหรือเปล่า

“เรื่องอะไร พี่ฝ่ายพยาบาลเขาก็นั่งอยู่นี่ ให้พี่เขาดูสิ”

“ยอมผมเถอะครับ พี่มีแววจริงๆ นะครับๆ”

“อะไรของมึงวะ”

เสียงดินติดจะรำคาญจนผมคิดว่ามันไม่ยอมแน่ๆ แต่ผมก็แอบเห็นว่าน้องทีมขยิบตาให้ไอ้ดินสองสามทีเหมือนส่งซิกอะไรกันสักอย่าง แล้วไอ้ดินก็ยอมตกลงง่ายๆ

“เออก็ได้ มีแววก็มีแวว”

อะไรของพวกมันวะ พวกมึงส่งซิกอะไรกันบอกกูด้วยดิ

“พวกพี่ๆ เชิญไปทำงานกันต่อได้เลยนะครับไม่ต้องห่วงผม”

มันเชิญทุกคนออกเรียบร้อยเลยครับรวมถึงผมด้วย ไอ้น้องทีม ไอ้น้องเลวกูอุตส่าห์เป็นห่วงมึงเนี่ยไม่ได้เห็นกูอยู่ในสายตาเล้ยยย

เอาความห่วงใยอันล้ำค่าและเสียงสองอันไพเราะกูคืนมา

ผมกลับมายืนเขี่ยๆ ดินตามเดิม ก็แขนผมล้าไปหมดแล้วพักก็ไม่ได้พัก จะให้ผมทำงานดีตลอดก็คงเป็นไปไม่ได้หรอกครับ ผมไม่ได้อู้นะแต่มันเหนื่อยแล้วจริงๆ อีกใจหนึ่งคือผมก็อยากรู้ด้วยว่าไอ้สองคนนั้นมีอะไรกันไม่ยอมบอกผมก่อนที่โทรศัพท์ของผมจะสั่นครืดคราดขึ้นมา

เป็น Messenger ของ Facebook เป็นรูปแมวเปอร์เซีย

คืออะไร...กลุ่มอะไรทำไมดึงผมเข้าไปอยู่ในนี้ด้วย

D’ Din: แม่มกวนตีนกู มึงอยากตายใช่ไหม

ดีดินคือไอ้ดินครับ มันพูดกับใคร แล้วไอ้กลุ่มนี้มันคือกลุ่มอะไร ชื่อกลุ่มก็แก๊งหล่อน่ารัก เอิ่ม...นี่ใครตั้ง

ผ่านการคิดมาแล้ว?

Teems: โด่วพี่ผมช่วยพี่นะ ผมก็เหนื่อยอ่ะ แต่นี่เป็นแผนที่ผมคิดขึ้นมาเพื่อทุกคนเลยนะครับโดยเฉพาะพี่ @ Porramat

แนะ! มีแอดชื่อผมด้วยแน่ะ ผมรู้แล้วครับนี่เป็นแชทที่น้องทีมตั้งขึ้นมาแน่ๆ แต่คือผมก็ยังงงอยู่ดีว่าพวกนั้นคุยเรื่องอะไรกัน พวกมันนั่งอยู่ด้วยกันแต่ก็พยายามคุยกันในแชทคงเพราะอยากให้ผมรู้เรื่องด้วย แต่ที่ผมรู้อีกอย่างหนึ่งคือไอ้น้องทีมมันแกล้งเป็นลมจริงๆ ครับ

ไอ้น้องเลวววว

D’ Din:  มึงเล่นเชี่ยไรแกล้งเป็นลมให้คนอื่นเขาแตกตื่น

Teems: ก็ผมเหนื่อยอ่ะ

Teems: แล้วก็มีแผนดีๆ ด้วย

D’ Din: แผนเชี่ยไรของมึง

D’ Din: รีบๆ พูดมาดิ ไม่ดีกูถีบ

Teems: เขาจะให้เราจับบั๊ดดี้

Teems: เราก็เอาชื่อของคนที่เราอยากอยู่ด้วยไปใส่ไว้ในหม้อ ไห แจกันที่เราทำสัญลักษณ์ไว้ แค่นี้เอง

Teems: ตอนนี้ตรงนี้พี่เขาไม่อยู่ จัดการได้เลย

D’ Din: แค่เนี๊ย! แล้วมึงต้องเล่นใหญ่ไฟกระพริบขนาดนั้นไหม

Teems: พี่เป็นห่วงผมเหรอ หู้ยเขินนน

D’ Din: ห่วงพ่อง!

ผมที่ทำได้แค่อ่านแชทได้แต่ยิ้มเย็นๆ ใส่แชทไป ถ้าอยู่ใกล้ๆ ผมก็อยากจะตบกะบาลไอ้น้องทีมจริงๆ ที่ทำอะไรไร้สาระ คือเรื่องแค่นี้แต่ดันแกล้งป่วย

แต่ที่น้องมันบอกว่าเหนื่อยผมก็พอจะเข้าใจมันอยู่บ้าง แต่ถ้ารุ่นพี่รู้ว่ามันแกล้งผมกลัวว่าจะโดนทำโทษหนักกว่าเดิม

Teems: มีคนด่าเขาว่ามีคนรัก

“โอ๊ยพี่!”

เสียงน้องทีมดังมาจากในเต้นท์ที่พวกมันนั่งกันอยู่ ผมคิดว่าคงมีการตบหัวสั่งสอนกันขึ้น

D’ Din: เนสสรุปมึงคู่กู เดี๋ยวกูจะเอาเลขสองไปใส่ไว้ในเหยือกน้ำนะ @Porramat

Teems: อ้าวพี่แล้วผมอ่ะจะคู่ใคร @D’Din

D’ Din: เรื่องของมึง

D’ Din: เนสสรุปมึงตกลงนะ @Porramat

Porramat: สติ๊กเกอร์รูปไลค์

ผมไม่ได้ส่ง แต่มีคนกดส่งให้ผม ฉิบหายยยย

“สนุกมากไหม” เป็นเสียงของเฮดว๊ากครับ

บรรลัยแล้วไหมมึงไอ้กลุ่มหล่อน่ารักอะไรเนี่ย ผมมัวแต่อ่านที่พวกมันเถียงกันจนไม่รู้ว่าบอสมายืนอ่านด้วยตั้งแต่ตอนไหน

“สรุปคือไอ้เด็กนั่นแกล้งเป็นลมเพราะอู้ แล้วไอ้ดินก็จะขี้โกงเรื่องจับบั๊ดดี้”

“เอ่อคือ...มึง...มันแบบ” ผมเองครับที่พูดไม่ออกคือเสียงบอสเย็นมาก น่ากลัวมากอ่ะ “มึงอย่าเอาเรื่องพวกมันเลยนะ น้องทีมมันก็เหนื่อยจริงของมัน ส่วนไอ้ดินมึงก็รู้อยู่ว่ามันเข้ากับคนอื่นยาก”

“แล้วไงวะ กูก็จะต้องยกโทษให้คนผิดทั้งที่จับได้คาหนังคาเขาแบบนี้เหรอ”

“คือมันไม่ใช่แบบนั้นเว้ย คือ...”

ผมไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรมาพูดดี พูดไปก็เหมือนแก้ตัว แล้วอีกอย่างผมก็เป็นตัวไม่ดีในสายตาบอสไปตั้งนานแล้ว มันไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่เขาจะต้องมาฟังคำขอร้องจากคนอย่างผม

“กูจะไม่เอาเรื่องก็ได้ แต่มีข้อแม้”

ทำไมอยู่ๆ บอสถึงยอมง่ายๆ

“มึงต้องทำตามที่กูขอหนึ่งอย่างโดยไม่มีข้อยกเว้น”

อะไรนะ ให้ผมทำทั้งที่ตัวก่อเรื่องไม่ใช่ผม เยี่ยม! ผมรู้แล้วล่ะที่จริงบอสคงกำลังแก้แค้นผมอย่างเป็นส่วนตัวอยู่ เอาเหอะ เอาเลยอยากทำอะไรผมก็ทำ

ก็ดีมันจะได้จบๆ สักที จะได้ไม่มีอะไรคาใจกันต่อ

“มึงต้องยอมเป็นเบ้กู ทำตามที่กูสั่งอาทิตย์ละครั้งเป็นเวลา 1 เดือนเริ่มจากวันนี้เลย”

ความคิดเห็น