วาโยเย

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 9 ผมมีแฟนแล้วนะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 ผมมีแฟนแล้วนะ

คำค้น : February of love, เนสกับบอส, รักเพื่อนไม่ผิด, ทีมกับดิน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 70

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2563 11:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 ผมมีแฟนแล้วนะ
แบบอักษร

ตอนที่ 9 ผมมีแฟนแล้วนะ 

Nes talk 

“ไม่ว่ามึงจะงอนอะไร ดีกันนะ...”

“ไม่ต้องมายุ่งกับกู”

“ดีกันๆ นะดิน”

“บอกว่าอย่ามายุ่ง”

“หายโกรธก่อนสิ ดีกันไง”

“กูไม่ดีกับมึง”

ผมว่าตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนตัวอะไรสักอย่างที่มานั่งฟังคนรักกันเขาง้อกัน

แต่ที่ผมสงสัยคือ...มันไปรักกันตอนไหน? ผมก็อยู่กับไอ้ดินตลอดนะ ที่จริงเวลาอยู่ที่โรงเรียนผมก็อยู่กับพวกมันสองคนตลอด แต่คือทุกรอบที่มันพูดจาภาษาผัวเมียคือผมเข้าใจว่าไอ้ขลุ่ยมันพูดเล่น

แต่ทำไมวันนี้ฟังดูไม่เล่นแล้ว

ผมอยากเผือกอ่ะครับก็ดินมันเพื่อนผมไง เหตุผลนี้ไม่รู้ฟังขึ้นหรือเปล่าแต่ผมก็ไม่ยอมไปไหนแถมยังกินช้าขึ้นอีกต่อมอยากรู้อยากเห็นของผมทำงานดีมาก

“หึงเหรอ”

เงียบกริบทั้งโต๊ะครับท่านผู้ชมเมื่อไอ้ขลุ่ยพูดประโยคเด็ดออกมา ดินหยุดตักข้าวแล้วก้มหน้านิ่ง

เทพีวีนัสเป็นพยานนี่ไม่เท่ากับว่ามันยอมรับว่าหึงแล้วเหรอ คืออะไร...ไอ้ดินหึงไอ้ขลุ่ย เชรดดดดด ผมตกข่าวอะไรไปหรือเปล่า

“มึงหึงกูจริงๆ ด้วย กับเมี่ยงเหรอ” ไอ้ขลุ่ยยิ้มครับในขณะที่ดินเพื่อนรักของผมจิ๊จ๊ะอย่างอารมณ์เสียที่โดนจับได้ “เฮ้ยไม่มีอะไรเลย เมี่ยงแค่มาถามคอร์ดกีตาร์เฉยๆ”

อ๋อที่มันนั่งจ้องอยู่ตั้งนานสองนานคือจ้องไอ้ขลุ่ยกับเมี่ยงใช่ไหม

“ไม่กินกูขอนะ” ไปแล้วครับลูกชิ้นในชามผมโดยฝีมือของบอส

“เอ๊า!” นี่เสียงผมครับก็มาขโมยลูกชิ้นผมทำไมล่ะ

“ถ้าไม่อยากโดนขโมยอีกก็กินอย่ามัวแต่ฟังผัวเมียทะเลาะกันเรื่องไร้สาระ” บอสพูดแล้วคีบลูกชิ้นใส่ปากเคี้ยว

“ผัวเมียพ่อง!” ดินสวนบอสทันทีแต่เหมือนคราวนี้บอสจะไม่โกรธเอาแต่หัวเราะ

ทำไมผมรู้สึกว่าผมเอ๋อไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่คนเดียวล่ะครับ

“ไม่มีอะไรจริงๆ ดิน” ขลุ่ยยังดำเนินการง้อเพื่อนผมต่อไป

แต่ดินเงียบกินเอาๆ โดยไม่สนใจขลุ่ยสักนิด ที่จริงมันก็เคยงอนผมนะแต่ผมไม่เคยง้อปล่อยให้มันหายเองทุกทีก็เลยไม่รู้ว่าจะช่วยขลุ่ยได้ยังไง

“ไม่หายงอนจูบนะ”

พรวด! ทั้งผมทั้งไอ้ดินสำลักอาหารพร้อมๆ กัน หมู่นี้ผมอ่อนไหวกับคำว่าจูบเอามากๆ แต่เหมือนจะไม่ใช่แค่ผมคนเดียวแล้วที่มีอาการ

“เดี๋ยวนะ...นี่พวกมึงจูบกันแล้วเหรอ” ขอบคุณบอสที่ถามในสิ่งที่ผมสงสัยออกไป

“ใช่กะ...” ไอ้ขลุ่ยที่กำลังอ้าปากจะเล่าถูกดินตักข้าวยัดใส่ปากกระแทกเข้าไปอย่างแรงโดยไม่กลัวว่าฟันสวยเรียงซี่ของหัวหน้าชุมนุมดนตรีสากลจะหัก

“มึงเงียบ! แดกเข้าไป” ดินหน้าเริ่มเป็นสีแดงๆ ในขณะที่ไอ้ขลุ่ยดิ้นขลุกขลัก “ห้ามพูดชั่วโมงนึง”

“ถ้าไม่พูดจะหายโกรธใช่ไหม” ขลุ่ยต่อลองครับ ดินมีสีหน้าขัดใจแต่ก็ยอมมัน

“เออ แต่มึงต้องหุบปากชั่วโมงนึงเข้าใจไหม” มันชี้หน้าคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ขลุ่ยรีบพยักหน้ายิ้มออกมาในที่สุด

“เฮ้ยไอ้ขลุ่ยเล่ามากูอยากรู้” ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่อยากเผือกเรื่องของพวกมันสองคน บอสก็เช่นกัน

แต่ขลุ่ยมันเชื่อฟังดินเกินกว่าที่จะเปิดปากเล่าสิ่งที่มันเองก็คงจะอยากเล่า มันส่ายหน้าพร้อมกับทำท่ารูดซิบปาก เอากับมันสิแต่ถึงมันไม่เล่าผมก็เดาได้

“ไม่ต้องยุ่งกับกูมากได้ไหม”

และพวกมันก็ทำให้ผมอึ้งอีกรอบเมื่อไอ้ดินปัดมือไอ้ขลุ่ยที่กำลังเช็ดมุมปากที่เลอะข้าวออกให้ ผมว่าใช่แล้วล่ะ...เพื่อนผมกำลังมีความรักสินะ...

“อ่อยปะเนี่ย” ตายเถอะครับ ตายไปเลยยยย

บอสเอื้อมมาเช็ดปากให้ผมบ้างหลังจากที่นั่งมองไอ้สองคนนั้นอยู่นาน

เขินฉิบหายยย

“ไม่ได้เปื้อนนี่” ผมมั่นใจผมไม่ได้กินเลอะเทอะแน่นอน

“ไม่เลอะจะเช็ดให้เหรอ ถ้าไม่พอใจจะเช็ดคืนก็ได้นะ” บอสยื่นหน้าเอียงข้างมาให้ผม

นี่แหละเรียกอ่อยของแท้ ดินช่วยกูด้วยกูโดนผู้ชายหล่ออ่อยแล้ว แต่เหมือนมันเองก็กำลังเอาตัวรอดจากการก่อกวนของไอ้ขลุ่ยเหมือนกันเลยไม่มีเวลามาสนใจผม ต้องช่วยเหลือตัวเองแล้วสินะ

“ไม่เห็นจะเลอะเลย” ผมพูดก้มหน้าก้มตาคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปากเลยไม่เห็นว่าตอนนี้บอสทำหน้ายังไง

และขอบคุณที่มีระฆังมาช่วยชีวิตผมไว้พอดี

“เนสขอนั่งด้วยนะ” เสียงน่ารักๆ นี้เป็นของปิ๊งเด็กห้องควีนครับที่ผมรู้จักเพราะเธอเป็นเพื่อนสนิทกับพายไก่มาหากันบ่อยๆ

“นั่งเลยๆ” แต่ปกติไม่เคยคุยกับผมนะ ตอนนี้ผมยังงงๆ อยู่เลยว่าเธอรู้จักชื่อผมด้วยเหรอ

และผมก็คงมัวแต่สนใจปิ๊งจนไม่ได้มองว่าตอนนี้บอสทำหน้ายังไง

“คือเราจะมาถามน่ะ ว่างานลีลาศอาทิตย์หน้าเนสมี..” เธอฉีกยิ้มหวานจนผมนี่ละสายตาไม่ได้ ผมก็เหมือนผู้ชายทั่วๆ ไปนั่นแหละที่จะชอบมองผู้หญิงน่ารักๆ “คู่เต้นรำหรือยัง”

งานที่พูดถึงคืองานราตรีลีลาศที่จัดขึ้นให้กับพวกเราชั้นม.6 ปกติเราจะเรียนลีลาศในวิชาพละศึกษากันเทอม 1 แต่ปีนี้เป็นปีพิเศษที่อาจารย์เปลี่ยนให้มาเรียนเทอม 2 และกลับมาจัดงานลีลาศอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้จัดมาเกือบสิบปี และมันจะมีขึ้นวันศุกร์หน้า

“ยะ...” ผมกำลังจะตอบแต่เธอก็หันไปถามบอสซะก่อน

 “แล้วบอสล่ะ มีคู่หรือยัง”

 นี่ตกลงผู้หญิงเข้ามาคุยกับผมเพื่อเข้าหาบอสเหรอ...

“เราเหรอ...” บอสเหมือนจะหงุดหงิดหน่อยๆ สบตาผมพรางใช้ความคิด

“ต้องมีแล้วแน่ๆ เลย” อยู่ๆ เธอก็พูดขึ้นทำเอาทั้งผมทั้งบอสพูดอะไรไม่ออก “ก็พายไก่ไง บอสจะคู่กับใครได้ล่ะเหมาะกันจะตาย”

เหมือนโลกทั้งใบของผมหยุดหมุนเลยครับ บอส...กับพายไก่...เหมาะสมกันจะตาย

เหมาะ-กัน-จะ-ตาย ตายไปเลยเถอะถ้างั้นน่ะ!

แล้วปิ๊งนี่คืออะไรเป็นใครทำไมถึงต้องมายุ่งวุ่นวายอะไรกับคนห้องผมด้วย ตอนนี้โกรธจนแบ่งห้องแล้วครับ

ผมเริ่มนิสัยไม่ดีแล้วใช่ไหม

“เนสตกลงเราเต้นคู่กันนะวันงาน เราไปละเพื่อนรออยู่”

ปิ๊งยิ้มให้ผมอีกครั้งก่อนจะวิ่งไปหาเพื่อนของเธอที่ยืนอยู่ร้านน้ำ

เดี๋ยวนะ! เมื่อกี้คืออะไร ผมได้ยินแว่วๆ ว่าเธอคู่กับผมเหรอ...ผมไปตกลงกับเขาตอนไหน

“เสน่ห์แรงเนอะ” บอสทำท่าเหมือนจะอิ่มแล้วจ้องผมเหมือนกำลังหาเรื่อง

อะไร! ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย ตัวเองเถอะนั่งอยู่เฉยๆ ก็ได้คู่กับพายไก่ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโรงเรียน

“ดินมึงอิ่มยังกูอิ่มแล้ว” ผมไม่พูดกับบอสครับแต่หันไปสะกิดดินแทนซึ่งมันก็พยักหน้าลุกขึ้นเอาชามไปเก็บ

ผมรีบตามมันไปโดยไม่สนใจบอสกับขลุ่ยที่นั่งกันต่อไม่ได้ตามพวกผมมา

เหมาะกันจะตาย...คำนี้ยังติดอยู่ในหัวผม

บอสกับพายไก่...คู่จิ้นในตำนานจิ้นกันตั้งแต่ม.4 ยันตอนนี้ แต่ผมไม่เคยเชียร์ไม่เคยจิ้นให้สองคนนี้คบกัน

เหมาะกันจะตาย ผมอยากจะบ้า!

ไม่เห็นจะเหมาะกันตรงไหน ไม่เหมาะๆๆๆ ผมว่าไม่เหมาะ

“มึงเป็นอะไรเนส” ในที่สุดดินก็ถามผมหน้าผมคงยุ่งมากจนมันดูออกว่าผมไม่ปกติ

“กูเปล่า”

“มึงเป็นกูรู้”

“บอกว่าไม่ได้เป็นอะไร”

“มึงกำลังไม่พอใจเรื่องไอ้บอสกับพายไก่” มึงเป็นหมอดูเหรอออ แม่นชิบ “มึงกำลังหึง”

ผมว่าอันหลังไม่ใช่ละ

“กูเปล่า กูไม่ได้หึง” ผมนี่รีบหันไปมองเลยกลัวบอสจะตามมาได้ยิน แล้วผมก็โล่งใจที่บอสไม่ได้ตามผมมา

“ไม่หึงก็ดี แต่ทางที่ดีมึงอย่าโกหกใจตัวเองดีกว่า”

มันทิ้งระเบิดใส่ผมตู้มใหญ่ก่อนจะแยกตัวออกไปที่สนามฟุตบอล คือมันกะจะวิ่งลงไปเล่นทั้งๆ ที่เพิ่งกินข้าวอิ่มมานั่นแหละครับ ผมเคยเตือนมันหลายครั้งแล้วแต่มันไม่ฟังผมก็เลยแยกตัวไปห้องสมุดบ้าง

หึง...ผมไม่เคยสัมผัสความรู้สึกนี้มาก่อน เมื่อก่อนได้แต่แอบชอบผมเลยให้คำจำกัดความเวลาพายไก่อยู่กับบอสว่าน้อยใจมาโดยตลอด แต่ตอนนี้มันต้องเปลี่ยนคำเรียกใหม่แล้วสินะ

หึง...ผมไม่ได้หึงจริงๆ นะ แค่...ไม่ชอบที่เขาอยู่ใกล้ผู้หญิงคนอื่น...

ใช่ แค่ไม่ชอบ ไม่ได้หึงสักหน่อย หึงเขาใช้กับคนเป็นแฟนกัน แต่ผม...ยังไม่ได้เป็นอะไรกับบอสทั้งนั้น

ผมไม่ได้หึงเขาหรอก ไม่หึงจริงจริ๊งงงง

ตอนนี้ในห้องผมเหมือนกำลังมีไฟลุกอ่ะ คือไม่ต้องหาเลยว่ามันลุกมาจากที่ไหน ไม่ลูกตาผมก็ลูกตาบอส ผมก็ไม่เข้าใจนักหรอกว่าถ้าจะโมโหผมก็ไม่ต้องมาติวให้ผมก็ได้ ผมก็ไม่ได้อยากติวแล้ว เอาจริงๆ ผมไม่เคยอยากให้บอสติวให้ตั้งแต่แรก ผมอยู่ของผมเองได้อ่านหนังสือไปสอบเองได้

“รู้ตัวปะว่าทำความผิด” ในที่สุดบอสก็ยอมพูดก่อนผม แต่คือ...ผิดอะไรวะ ผมได้แต่นั่งกรอกตาไปมานึกทบทวนตามที่เขาพูด แต่ก็นะผมนึกไม่ออก ผมว่าผมไม่ได้ทำอะไร

“เนสตอบ” นี่ก็จะเร่งผมเพื่อ! คนกำลังนึก

“เนส...”

“ไม่รู้ ไม่มี ไม่ได้ทำอะไร” มั้ง...ก็ผมไม่ได้ทำอะไรที่แตกต่างจากวันอื่นๆ เลย

“ทำไมจะไม่ได้ทำ”

“ทำอะไรมึงพูดมาเลยกูไม่นึกแล้ว” ผมก็มีขีดจำกัดความอดทนเหมือนกันนะ

“ที่ไปตกลงจะเต้นคู่กับปิ๊ง” อ๋อ...เรื่องนี้ แล้วไงครับ แค่นี้มันเป็นความผิดเหรอ

“เรื่องของกูไหม” ทีตัวเองกับพายไก่ล่ะผมยังไม่พูดเลย

“ไม่ชอบ” อยู่ๆ บอสก็เอามือมาเท้าพนักพิงเก้าอี้ตัวที่ผมนั่งอยู่ “ให้อยู่ใกล้คนอื่นไม่รู้เหรอ”

“ไม่รู้” อันนี้ผมตอบครับ ไม่รู้อะไรทั้งนั้นแหละแล้วก็ช่วยเอาหน้าหล่อๆ ออกไปด้วยผมจะอ่านการ์ตูนต่อ

“ไม่รู้ก็รู้ไว้ว่าไม่ชอบ”

“ไม่ชอบแล้วไง ตัวกูของกูปะ” อันนี้ผมว่าผมเริ่มจะกวนตีนแล้ว แต่ช่วยไม่ได้ไม่ได้เป็นอะไรกันนี่ครับ

และในความเป็นจริงคือเหมือนผมกำลังงอนและผมกำลังประชด ทั้งที่ก็ไม่ได้มีสิทธิ์นั้นนะ แต่ก็ประชด

สรุปคือผมงอน

“จะเล่นแบบนี้เหรอ...”

ทำไมผมถึงรู้สึกเย็นเยือกกับน้ำเสียงและสายตาของบอสล่ะ จ้องผมเหมือนจะกินหัวผมแล้วอ่ะ ผมกวนเขามากไปเหรอ ก็ไม่นะ

“เล่นไรกูไม่ได้เล่น ตัวกูก็ของกูถูกแล้ว” เอ่อ...อย่าเพิ่งพ่นไฟออกมาทางจมูกนะให้ผมหลบไปก่อน

หน้าตาบอสตอนนี้น่ากลัวของน่ากลัวของน่ากลัวผมเลยลุกจะไปอ่านการ์ตูนที่อื่น แต่ผมยังไม่ได้ก้าวเลยมั้งแค่หันหลังให้เท่านั้นแหละถูกดึงลงไปแล้วครับ

และที่สำคัญอยู่บนตักบอส!

ผมตัวแข็งทื่อไม่กล้าแม้แต่จะดิ้น สองแขนของบอสนี่โอบรอบตัวผม แล้วคือ...เราใกล้กันมากจนผมสัมผัสได้ถึงลมหายใจของเขาเลย

ตาเราสบกัน...นี่เขา...ทำใจผมเต้นแรงอีกแล้ว

“มึง...มึงทำอะไร” ผมว่าตอนผมถามปากผมสั่น ผมกำลังสั่นไปทั้งตัว ตาเจ้ากรรมก็ดันเผลอไปมองที่ปากของเขากลืนน้ำลายแทบไม่ทัน

“ก็จะทำให้เนสรู้ว่าตัวเนสเป็นของบอส”

อะไรนะ! ผมยังไม่ทันจะได้อ้าปากถามเลยครับปากผมก็โดนปิดโดยปากของบอสแล้ว

ใจผมนะอยากจะดิ้นอยากจะผลักเขาออก แต่คืออีกใจหนึ่งก็อยากให้ทุกอย่างดำเนินต่อไป

ผมหลับตาซึบซับความหวานจากสิ่งที่เกิดขึ้น ความหอมหวานนุ่มละมุนจากปากของบอสทำผมหลง ใช่ครับหลง ผมหลงในลีลาการจูบที่ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปของเขา บอสจูบเบาๆ เน้นๆ ย้ำๆ อยู่อย่างนั้น และมันก็วาบหวามพอให้ผมสั่นไปทั้งตัวต้องเอาสองมือคล้องคอเขาไว้

โคตรอาย...แต่ก็อย่างที่บอกผมกำลังเคลิ้มครับ

“มึงนี่...จะอร่อยไปไหน กูว่าจะห้ามใจแล้วนะ” เขาผละออกมามองหน้าผม “แต่กูห้ามไม่ไหวแล้วว่ะ ขอนะ”

ขอ...ขออะไร ผมยังไม่ทันจะได้เข้าใจที่เขาพูดเลยครับปากของบอสก็ตรงดิ่งมาหาปากของผมอีกรอบ แต่คราวนี้ไม่ได้อ่อนหวานอย่างที่ควรจะเป็นมันทั้งหนักหน่วงร้อนผ่าวและเรียกร้องจนคนที่จูบไม่เป็นอย่างผมทำอะไรไม่ถูกปล่อยให้บอสแทรกลิ้นเข้ามา

ผมรู้สึกเหมือนคนหมดเรี่ยวแรงตัวสั่นยิ่งกว่าเก่า ความรู้สึกมันปนกันไปหมดทั้งตื่นเต้น ทั้งหวานหอมทั้งเร่าร้อน บอสจูบผมแบบดุดันมากเม้มเอาๆ ใช้ลิ้นเกาะเกี่ยวลิ้นของผมจนผมหายใจไม่ทัน มือของผมขยุ้มเสื้อนักเรียนของบอสจนยับย่น

ที่จริงนี่น่าจะมากพอแล้วนะสำหรับเราสองคนในวันนี้จูบอันลึกซึ้งเร้าร้อนแสนเรียกร้อง แต่มันยังไม่จบครับมันมีอีก

ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมาไกลขนาดนี้บอสเลิกสนใจปากผมเริ่มจูบเลยไปตามสันกรามแล้วลงไปที่ซอกคอต่อ แค่ปากเขาแตะแผ่วๆ กับลมหายใจร้อนๆ ที่เป่ารดก็ทำผมขนลุกไปทั้งตัว แล้วผมก็พบว่ากระดุมเสื้อของผมถูกแกะออกไปตั้งสามเม็ดตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่บอสเลื่อนจากคอจูบไซร้ลงมาถึงไหปลาร้านั่นแหละแล้วขบเม้มจนผมสะดุ้ง

ชิบหาย! นี่มันเกินกว่าที่ผมจะนั่งอยู่เฉยๆ แล้วครับ

“บอสหยุด!”

โคตรจะล่อแหลมแล้วครับไม่ใช่แค่กระดุมที่ถูกแกะ คือตอนนี้เข็มขัดผมถูกโยนลงไปกองบนพื้นห้องแล้ว

ไปแกะออกตอนไหน!

“หยุดไม่ได้แล้วเนส”

โอ้โห! เสียงกระเส่าก็มาผมนี่ใจไม่ดีเลย หยุดเถอะแม่อยู่ข้างล่างเดี๋ยวแม่ขึ้นมาเห็นจะหัวใจวายเอา

“หยุดๆ แล้วมองกู” ผมใช้มือทั้งสองข้างจับหน้าบอสขึ้นมาให้มองหน้าผม ใจยั้งเต้นรัวแรงไม่หยุดเลยครับ “ฟังกูนะ...”

เลือดในตัวผมนี่เดือดพล่านเลยครับ ก็ตาบอสตอนนี้แบบหวานปรือแบบโคตรจะอ่อย แสดงออกชัดเจนมากว่าต้องการ

แล้วสมองผมก็บล็อกอีกครั้ง จะพูดยังไงให้เขาหยุดได้วะ

ที่จริงผมก็อยากได้เขานะแต่ผมว่านี่มันเร็วแปลกๆ และอีกอย่างผมว่าผมยังไม่พร้อม ห้ามด่าว่าผมกระแดะ

“กูขอโทษที่ทำความผิดวันนี้ กูสำนึกผิดแล้ว” นี่ใช่ไหมเรื่องที่คุยกันก่อนที่จะเกิดสงครามปากปะทะปากขึ้น “มึงปล่อยกูได้แล้วนะ กูจะไป...”

ไปไหนล่ะ ไปเอาไม้หน้าสามมาตีหัวที่เขาบังอาจพยายามจะปล้ำผมเหรอ ทำคนหล่อไม่ลง และผมก็คงจะยินดีให้ปล้ำ แล้วจะอ้างว่าอะไรได้ล่ะครับ

“ไปเอาขนมมาให้กิน” ข้ออ้างฟังไม่ขึ้นขนมเต็มจานยังไม่มีใครกินสักชิ้นเถอะ

คือตอนนี้ผมขอแค่ได้ลุกออกจากตักของบอสก่อนแค่นั้น

“สำนึกแล้ว...” บอสถามผมกอดผมไว้แน่น

“อื้ม” ผมพยักหน้ายิ้มแหยๆ ไปให้

“ก็ดี” บอสว่าพร้อมกับเลียปากล่างของตัวเอง

เอ่อ...ที่ทำอยู่นี่ไม่ได้ยั่วผมใช่ไหม แต่ถ้ายั่วก็อยากจะบอกเหมือนกันว่าได้ผลนะ

“ทีนี้ก็ปล่อยกูนะ”

“ไม่อ่ะ”

เพล้ง! นี่เป็นเสียงความหวังที่แตกเป็นเสี่ยงๆ ของผมครับ สรุปคือไม่ยอมปล่อยผมลงจากตัก ไม่หนักหรือไงผมก็ไม่ได้ตัวเบาเหมือนนุ่น

“อะไรอีกวะ”

“เป็นแฟนกับกูนะแล้วกูจะปล่อย”

“อะไรนะ!” ผมได้ยินอะไรแฟนๆ พัดลมเหรอ...และก็ห้ามด่าผมเรื่องมุกแป้ก

“กูไม่ไหวแล้วที่จะต้องคอยตามมึงแต่แสดงความเป็นเจ้าของมึงไม่ได้”

หูผมแดงแล้วครับเพราะฉะนั้นบอกได้เลยว่าหน้าผมแดงไปแล้วทั้งแถบ

“แล้วกูก็ไม่ชอบเวลาที่มีใครเข้ามาจีบมึง อ่อยมึง ให้ท่ามึง กูหวงมึงเข้าใจไหม” เข้าใจ...อะไรล่ะผมยังอึ้งอยู่เลย ใครใช้ให้บอสเอาความรู้สึกที่ผมมีต่อเขามาพูด “กูก็เลยอยากขอมึงเป็นแฟนจะได้หวงมึงได้เต็มที่ไง”

“...” ยังเป็นใบ้อยู่ครับพูดอะไรไม่ออก

“เนส...เป็นแฟนกับบอสนะ”

ผมได้แต่กระพริบตาพร้อมกับมองหน้าของบอสในระยะประชิด ผมไม่ได้กำลังฝันอยู่ใช่ไหม

“อย่าเงียบดิบอสใจไม่ดีแล้วนะเนี่ย”

“...” หัวใจผมเหมือนจะหยุดเต้นเลยอ่ะ

“เนสบอสรู้ว่าบอสขอมากไปแต่...เป็นแฟนกับบอสนะ”

“...” ใครก็ได้ช่วยบอกผมทีว่าผมยังไม่ตายวิญญาณยังไม่ได้หลุดออกจากร่าง

“เนสอย่าเงียบดิทำอะไรไม่ถูกแล้ว”

คราวนี้บอสเป็นฝ่ายหลบตาผมเพราะผมเอาแต่จ้องเขานิ่ง คงจะอายที่มาบอกความในใจกับผมแบบนี้ และกำลังรอคำตอบจากผมอยู่

ผมควรเล่นตัวตัวไหม...ถ้าจะทำก็ย่อมได้แต่สำหรับคนนี้ผมไม่เล่น

“ถ้าจะฟังคำตอบก็เงยหน้ามาสบตากัน” โคตรทึ่งตัวเองเลยครับพูดอะไรออกไปวะเนี่ย!

บอสเงยหน้ามามองผม ตาสบตา เหมือนผมได้ยินเสียงหัวใจของบอสที่กำลังเต้น หรืออาจจะเป็นใจผมที่มันเองก็เต้นแรงเหมือนกัน

“ให้โอกาสถามอีกครั้ง” อยากตบปากตัวเอง คือถ้าเขาเลิกขอเป็นแฟนผมร้องไห้สามวันเจ็ดวันแน่!

“เนสครับ...เป็นแฟนกับบอสนะ” แก้มบอสเป็นสีแดงจางๆ ไม่ต่างจากผม

“เป็นดีไหมน้า...” ผมยิ้มกริ่มบ้าง บอสหน้ายุ่งเมื่อโดนผมแกล้ง “ให้ไอ้นี่ตอบแทนแล้วกัน”

แทนที่ผมจะตอบผมกลับก้มลงไปจูบที่จมูกของบอสเบาๆ จากนั้นก็จูบแก้มขวาตามด้วยแก้มซ้ายแล้วไปจบลงที่หน้าผาก

โคตรจะแต๊ะอั๋งบอกเลยกำไรผมล้วนๆ

“ทีนี้ก็รู้แล้วนะว่าตกลง” อายครับแต่ดีใจมากกว่า

“จริงนะ!” บอสถามผมกอดผมแน่นขึ้นด้วย

“จริงครับ”

ไอ้เนสมีแฟนหล่ออยากติดป้ายประกาศไว้หน้าโรงเรียน เวอร์ไปไหมแต่ถ้าผ.อ.อนุญาตผมทำจริงๆ นะ

“ปล่อยได้แล้วจะไปหาแม่”

“เดี๋ยว...” เขาดึงผมไว้โน้มหน้าเข้ามาใกล้ผมยกมือขึ้นมาปิดปากอัตโนมัติ “ไม่ได้จะจูบสักหน่อย จะติดกระดุมให้จะไปหาแม่ไม่ใช่เหรอ”

เออใช่ผมก็ลืมไงว่าเขาแกะกระดุมผมด้วยตอนนั้น

“คิดแต่เรื่องจูบหรือไงเรา ไม่หื่นนะครับแฟนบอส”

อายจนแบบไม่รู้จะอายยังไง อย่าแซวผมได้ไหมล่ะก็ใครล่ะเริ่มก่อนน่ะ แต่ก็รู้สึกดีกับคำนี้นะ แฟนบอส...

“เสร็จแล้วทีนี้ก็ไปหาแม่ได้แล้ว รีบกลับมาด้วยนะเดี๋ยวคนทางนี้จะลงแดงตายเพราะคิดถึง”

ผมว่าคนที่จะตายน่าจะเป็นผมมากกว่า ถ้าจะหวานขนาดนี้ผมก็ต้านไม่ไหวเหมือนกันนะ หรือผมควรทำยังไงหวานคืนไหมเผื่อจะหายกัน

“ครับ...จะรีบไปรีบมาเลยครับบอสแฟนเนส...”

ถ้าผมย้อนเวลากลับมาดูตัวเองตอนนี้ตอนที่ผมโตกว่านี้แล้ว ผมจะอ้วกเพราะคำพูดตัวเองไหมนะ

ความคิดเห็น