วาโยเย

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 มากกว่าเพื่อน

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 มากกว่าเพื่อน

คำค้น : February of love, เนสกับบอส, รักเพื่อนไม่ผิด, ทีมกับดิน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 70

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2563 11:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 มากกว่าเพื่อน
แบบอักษร

ตอนที่ 6 มากกว่าเพื่อน 

Nes talk 

ผมนั่งแหมะอยู่บนชายหาดมองดูน้ำกระเพื่อมอยู่อย่างนี้มาเป็นชั่วโมงๆ แล้ว ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีอะไรทำหรอกนะแต่ผมเบื่อเกินกว่าที่จะทำอะไรได้ แล้วไอ้เรื่องที่จะให้ผมวิ่งตามบอสเพื่อทำงานคู่ล่ะก็...ผมไม่ทำเด็ดขาด

แค่นั่งรถมาด้วยกันก็เกร็งจนเหน็บกินไปหมด

แถมยังเผลอหลับไปซบไหล่เขาตอนไหนไม่รู้อีก อายเขาจริงๆ เลยไอ้เนสเอ๊ย!

“มึงมานอนอินดี้อะไรตรงนี้กูหาตั้งนาน”

ผมที่เพิ่งทิ้งตัวลงนอนรีบลุกขึ้นเมื่อบอสที่ยืนอยู่ชะโงกหน้าลงมาหา จะหล่อไปไหนเนี่ย แล้วยังจะเปลี่ยนชุดเป็นแบบสบายๆ แล้วอีก

ใส่แว่นกันแดดแล้วก็โคตรเท่ ในขณะที่ผมอยู่ในชุดพละเหมือนเดิม

ก็ขี้เกียจเปลี่ยนน่ะทำไมล่ะ...เปล่าหรอกครับความจริงคือผมขี้เกียจขนเสื้อผ้ามามันหนักกระเป๋า

“หากูทำไม ทำงานเหรอ” ผมนี่ใจเต้นไม่เป็นจังหวะตอนที่บอสยื่นมือมาให้ผมจับเพื่อที่จะลุกขึ้น

“เออสิ รีบทำรีบเสร็จไง”

เอาไงดีครับอยากจับมือจัง แต่...ผมกลับลุกขึ้นเองเฉยเลย

“มึงมีกล้องเหรอ” ผมถามปัดทรายออกจากก้นไปพลาง

“มี” บอสตอบยกกล้องให้ผมดู “เอ้อแล้วนิยายอ่านถึงเล่มไหนแล้ว”

“เล่มสาม” ผมตอบที่จริงมานี่ก็ว่าจะเอามาด้วยนะ แต่กลัวมันเปียกน้ำแล้วก็กลัวมันหายด้วย

“มึงอ่านเร็วไปเปล่า ไม่ต้องรีบก็ได้นะ”

บอสใช้กล้องถ่ายนู่นถ่ายนี่ไปเรื่อย ผมก็ได้แต่เดินตามเขาไปบนหาดทรายไม่รู้เลยว่าจะเริ่มถ่ายภาพ บั๊ดดี้ที่รักกันตอนไหน

“รีบอ่านรีบคืนไง” ผมเกรงใจอ่ะครับ

“ไม่ต้องรีบก็ได้ กูอ่านจบหมดแล้ว”

นี่เราจะเถียงกันเรื่องเพอร์ซีย์ แจ็กสันเหรอ เพื่อ!

“อืม” ผมตัดบทสั้นเอาเท้าเขี่ยทรายเล่นแอบมองบอสจากข้างหลัง เสื้อสีขาวที่กำลังสะบัดพริ้วเพราะแรงลมดูเข้ากับเขามาก

มาเที่ยวแบบนี้ บรรยากาศแบบนี้อยากเดินจับมือไปด้วยกันจัง

“จับมือกันไหม”

ห๊ะ! อะไรนะ! เมื่อกี้บอสพูดว่าไง จับมืออะไรเหรอ หรือผมหูฝาด

“มึงว่าไงนะ” ผมนี่กลืนน้ำลายลงคอเอื้อกใหญ่ จับมือเลยเหรอวะ นี่ความสัมพันธ์จะข้ามขั้นไปไหน

หอมแก้มเลยได้ปะล่ะ ได้คืบจะเอาเป็นวา คือผมโลภอ่ะ อยากได้

“ก็ภาพไง กูตีความหมายว่าในภาพจะต้องมีทะเลแล้วก็พวกเราทั้งคู่หรือไม่ก็ใครคนใดคนหนึ่งอยู่ในนั้นด้วย”

ผมเงียบฟังอย่างตั้งใจแล้วก็ใจแป้ว ที่แท้บอสพูดถึงงานนี่หว่า โด่วววว

อุตส่าห์มีความหวังไปซะเยอะแยะ กลับมาสติกลับมาเนส กลับมาเป็นไอ้ขี้เหร่ที่อยู่นอกวงโคจรของดวงอาทิตย์อย่างเดิมเหอะ

“ไม่จับได้ไหม” พูดไปแล้วครับ ไม่ว่าจะยังไงผมก็คิดว่าไม่ควรเข้าไปในชีวิตของบอสมากไปกว่านี้

ผมกำลังตัดใจ ได้เข้าใกล้เขา ได้อยู่ใกล้เขาผมก็ยิ่งเสพติดเขาเอาแต่คิดถึงจนไม่เป็นอันทำอย่างอื่น และอาจจะเป็นเพราะเรื่องที่อาจารย์แนะแนวพูดกับพวกเด็กม.6 ก่อนรถจะออกเรื่องหาที่เรียนต่อด้วยทำผมไม่อยากผูกพันกับใครเลย

ถ้าไปเรียนต่อผมก็คงไม่ได้ไปที่เดียวกันกับเขา แล้วคนอย่างบอสเข้ามหาวิทยาลัยไปคงมีสาวๆ มาให้เลือกเพียบ ผมควรหยุดแค่นี้ดีกว่าและเอาเวลามาตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบเข้าคณะที่ชอบแล้วไปมีชีวิตใหม่เหมือนกัน ผมผูกติดชีวิตตัวเองไว้กับบอสมากเกินพอแล้ว

“ทำไม” บอสหยุดเดินแล้วหันกลับมามองหน้าผม

หลบตาสิครับตาเขียวปั๊ดขนาดนั้น อยู่ๆ จะโกรธอะไรวะเรื่องแค่นี้เอง เดี๋ยวความหล่อหายหมดกูไม่รับผิดชอบนะ

“แค่ถ่ายรูป ถ่ายอะไรส่งก็ได้มั้ง” แถครับ แถไปเรื่อย สีข้างอย่าเพิ่งถลอกนะ

“คะแนนกู” บอสเริ่มหน้าตึง “ทำไมหรือว่ามึงไม่อยากจับมือกู”

ใช่เรื่องไหมล่ะ โคตรจะอยากจับเลยล่ะไม่ว่า

คนกำลังอยู่ในช่วงตัดใจอย่ามาอ่อยพร่ำเพรื่อได้ไหมล่ะ เดี๋ยวก็จับมือไม่ยอมปล่อยเลยนี่

“ก็เออไม่อยากจับ”

“ทำไม หรือเพราะกูไม่ใช่ไอ้ดินก็เลยจับมือไม่ได้”

“เกี่ยวไรกับดินวะ” ผมงง อันนี้งงจริงๆ เพื่อนรักผมเลยนะนั่น

“ก็ไม่รู้ ก็เห็นตัวติดกันตลอด เป็นแฟนกับมันไม่ใช่เหรอ”

ตอนแรกผมก็กะจะโกรธ ผมคิดว่าบรรยากาศต่อจากนี้คงจะมาคุมาก แต่เป็นผมเองที่หักห้ามใจได้ก่อนแล้วยื่นมือออกไปหาบอส

“จับดิ” บอสก้มลงมองมือของผม “เพื่อคะแนนมึงไง”

บอสจับมือกับผมแล้วถ่ายไปที่เงาของเราสองคนที่ตกทอดไปบนพื้นทรายจากนั้นก็ก้าวฉับๆ หนีผมไป

ใจผมหายวาบเหมือนว่าบอสกำลังจะจากผมไปตลอดชีวิต...

นี่ผมทำอะไร...ผมปล่อยคนที่ตัวเองชอบหลุดมือไปแล้วจริงๆ น่ะหรือ

ไปเถอะถ้างั้น...ปล่อยผมให้เป็นเนสคนกากต่อไปเถอะ

ผมยืนมองแผ่นหลังของบอสไปจนสุดสายตาก่อนจะหันมามองทะเลสีครามตรงหน้าต่อ ขอบคุณที่เข้ามาเป็นช่วงเวลาดีๆ ในชีวิต ถึงแม้จะเป็นแค่ระยะเวลาสั้นๆ แต่มันก็มีค่าพอให้จดจำไปตลอดทั้งชีวิตที่เหลือของผม

ชีวิตคนเราก็เป็นแบบนี้แหละครับจะอยู่ในโลกแห่งความฝันไปตลอดมันคงไม่ได้ ถึงเวลาที่คนอย่างผมต้องตื่นจากฝันแล้วยอมรับความเป็นจริงสักที

เรื่องของผมกับบอสไม่มีทางเป็นไปได้หรอก...หรือถ้ามันจะไปได้จริงๆ สังคมล่ะจะมองพวกผมยังไง...

“กูว่านี่มันจะเกินไปแล้วนะ”

“กูก็ว่าเกิน”

“เกินอะไรกันวะ”

ยัง...มึงยังไม่รู้ตัวอีกสินะ เสียงแรกเป็นของผมครับส่วนเสียงที่สองเป็นของไอ้ดินเพื่อนรัก และเสียงสุดท้ายก็ไอ้ตัวไม่เข้าพวกที่มานั่งเสนอหน้าอยู่กับพวกผมตั้งแต่เช้าด้วยเนี่ย เมิงงงเป็นใคร

“ก็มึงนั่นแหละเกินไอ้ขลุ่ย” อันนี้ดินพูดครับ หน้ามันก็จะเหวี่ยงๆ หน่อย เป็นผมผมก็เหวี่ยงนะ มีอย่างที่ไหนถูกไอ้ขลุ่ยเกาะติดตั้งแต่กลับจากไปทัศนะศึกษา ชาติที่แล้วมันเกิดเป็นปลิงมาหรือเปล่าก็ไม่รู้

“กู...เหรอ” มันทำหน้าเอ๋อแล้วชี้ไปที่หน้าอกตัวเอง

“เออ!!!” พวกผมสองคนประสานเสียงตอบมันพร้อมกัน

“เกินอะไรเกินตรงไหน” ยังจะแบ๊วถามอีกนะมึง

“ทำไมมึงไม่ไปอยู่กับพวกบอสวะ” เป็นผมครับที่พูดหน้าไอ้ขลุ่ยตึงขึ้นมาเฉยๆ จนผมอดหวาดๆ ไม่ได้ว่ามันจะต่อยหน้าผมหรือเปล่า

แต่ถึงมันจะทำอะไรขึ้นมาจริงๆ ผมก็ไม่กลัวหรอกเพื่อนรักผมมันเป็นมวยทำไมอ่ะ อยากมีเรื่องก็ลองดูสิ ไม่ค่อยจะอวดเพื่อนเท่าไหร่เลยใช่ไหมครับ ไม่เค๊ยไม่เคยจะอวดหรอกว่ามีเพื่อนเก่ง

“อย่าพูดถึงพวกแม่งได้ไหมวะ”

ของมันขึ้นเฉย มันชักจะแปลกๆ แล้วนะทะเลาะอะไรกันหรือเปล่าวะ

“แล้วก็มาเป็นภาระกูเนี่ยนะ” ดินมันโวยครับ แน่ล่ะคนไม่ค่อยถูกกัน

หรือมันจะถูกกันแล้ว?

ผมจำได้วันที่ไปทะเลมีคนมาบอกผม (ซึ่งก็คือพายไก่ที่แอบมากระซิบ) ว่าเห็นสองคนนี้นั่งกอดกันกลมอยู่ที่ชายหาด ผมเชื่อไหมน่ะเหรอก็ไม่เชิง แต่ตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจแล้ว

พวกมันมีอะไรในกอไผ่ที่ผมไม่รู้ไหมวะ?

“ก็มีเมียจ๋าคนเดียวที่เข้าใจมึงจะให้กูไปอยู่กับใครได้เล่า”

มันอ้อนครับมันอ้อน ผมเพิ่งจะเคยเห็นไอ้ขลุ่ยอ้อนก็วันนี้ น่ารักฉิบหาย!!!!

แต่มันคงอ้อนผิดคนเพราะไอ้ดินส่ายหน้าอย่างเอือมระอาทำท่าจะอ้วกออกมาด้วย

ทำไมผมถึงเริ่มรู้สึกว่าตัวเองอยู่ผิดที่ผิดเวลาวะ เหมือนกำลังเป็นก้างขวางคอคู่รักยังไงก็ไม่รู้

“มึงอย่ามาพูดเหอะ กูเข้าใจมึงแค่ตอนนั้นแต่ตอนนี้ไม่แล้วโว้ย!”

ดินมันรำคาญครับดูก็รู้ หรือจะไม่รำคาญเพราะผมเองก็สังเกตได้นะว่าแววตาที่ดินมันใช้มองไอ้ขลุ่ยเปลี่ยนไป ผมเป็นเพื่อนมันไงก็เลยมองออกได้ง่ายๆ แต่เจ้าตัวมันจะรู้ตัวเองไหมก็อีกเรื่องหนึ่ง

“เอาน่ามึงก็ยอมๆ กูหน่อยแล้วกัน” ขลุ่ยฉีกยิ้มหวานเอานิ้มจิ้มๆ แขนไอ้ดินซึ่งไอ้ดินก็สะบัดแขนออกอย่างถือตัว

“ยอมเหี้ยไรล่ะ” ดินบ่น แต่ผมก็เห็นนะว่ามันอมยิ้มอยู่

นี่ตกลงกูเป็นก้างขวางคอพวกมึงชะ!

รู้สึกไร้ค่าเลยกู...

ผมเก็บหนังสือเพอร์ซีย์ แจ็กสันเล่มสุดท้ายลงในถุงผ้ากะว่าจะเอาไปวางไว้ที่โต๊ะของบอส หลังจากกลับจากทะเลผมกับบอสก็ไม่ได้พูดกันอีก หน้าที่บั๊ดดี้จบลงแล้ว ภาพที่ประกวดกันแน่นอนว่าเป็นภาพถ่ายของคู่ไวท์กับผัดไทที่ชนะไปอย่างไม่มีใครคัดค้าน เป็นภาพที่ไวท์ถ่ายตอนผัดไทกำลังนั่งวาดรูปทะเล คืออารมณ์ในภาพมันได้มาก มันสวยมันอาร์ตจนอาจารย์น้ำตาจะไหล อันนี้ผมไม่ได้เวอร์นะอาจารย์พูดแบบนี้จริงๆ ส่วนที่สองทำผมอึ้งไปหลายนาทีเลยก็ไอ้ภาพนั้นน่ะเป็นภาพของไอ้ดินกับไอ้ขลุ่ย

อึ้งเลยสิครับก็ภาพที่ออกมาเป็นภาพที่พวกมันสองคนนั่งกอดคอกันอยู่ริมหาดได้อารมณ์เพื่อนรักที่เหมือนจะรักกันมาแต่ชาติปางก่อน มันก็เลยตรงคอนเซปของบั๊ดดี้ที่รักไปเลยไง คาบที่สองไปกินแบบใสๆ คะแนนนี่เต็มเอี๊ยด ส่วนที่สามเป็นของใครไม่รู้ผมไม่ได้สนใจ

กำลังสงสัยกันอยู่ใช่ไหมว่าภาพของผมกับบอสล่ะ ไม่ได้อะไรเลยครับนอกจากคะแนนผ่านเกณฑ์เฉยๆ เป็นการจากลาที่น่าประทับใจเนอะว่างั้นไหม

ผมเดินหนีไอ้สองคนที่กำลังสวีตหวานกันมาที่โต๊ะหลังห้องซึ่งเป็นโต๊ะของบอสวางถุงผ้าลงเพื่อที่จะสิ้นสุดความสัมพันธ์ทุกอย่าง...เดี๋ยวนะ! นี่ผมจะนิยายไปไหน ยังไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย

ผมสะบัดหัวไล่ความคิดประหลาดๆ ออกจากหัวเร่งอ่านนิยายทั้งวันทั้งคืนยิ่งกว่าหนังสือเรียนเพื่อที่จะได้รีบเอามาคืนเขากำลังจะเดินกลับไปเพื่อไปเตรียมตัวเข้าแถวเคารพธงชาติแต่มือผมกลับถูกดึงเอาไว้ เจ้าของมือจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าของโต๊ะนี่

จับมือ...เลยเหรอวะ สนิทกันเหรอ...

ก็ไม่นะ

อย่ามาทำให้ใจเต้นมันจะเลิกชอบไม่ได้ไม่เข้าใจหรือไง

“กูคิดเรื่องนี้มาหลายวันแล้ว” บอสพูด เรื่องอะไร...คือที่บอสกำลังพูดกับผมอยู่นี่มันเรื่องอะไรใจความสำคัญเป็นแบบไหนผมยังไม่เข้าใจเลย

ผมยังไม่ทันจะได้ถามอะไรออกไปบอสก็ถอดแว่นที่ตัวเองกำลังใส่อยู่ออกมาสวมให้ผม

เชี่ยไรเนี่ย! ใจเต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว ทำแบบนี้เพื่อ! เพื่อ! เพื่อ!

“มึงเห็นหรือยัง” บอสถาม

แล้วคนอย่างผมจะเห็นอะไรล่ะครับ งงอย่างเดียวเลยตอนนี้ แต่จะว่าไปสายตาบอสสั้นมากอ่ะ สั้นเท่าไหร่ไม่รู้แต่แค่ได้ใส่แว่นเท่านั้นแหละมองหน้าเขาไม่เห็นเลยทั้งๆ ที่ยืนอยู่ใกล้กันแค่นี้

“หะ...เห็น...เห็นอะไรล่ะ สายตามึงสั้นมากนะเนี่ยมองไม่ชัดเลย”

“แสดงว่ามึงเห็นเหมือนกู”

เห็นอะไรอีกล่ะวะครับ เริ่มจะมึนๆ แล้วด้วย ก็มันไม่ใช่ระดับสายตาปกติของผมนี่นา ปวดตาแล้วเนี่ย

“เห็นว่ามันไม่ชัดเจน” บอสพูดต่อและที่สำคัญยังไม่ปล่อยมือผมด้วย

“อะไรของมึงวะที่มันไม่ชัดเจน” ถามแม่งจะได้ไม่ต้องงงอยู่ฝ่ายเดียวอีก

“ความสัมพันธ์ของเราไง”

เชรดดดดดดดดด อะไรวะเนี่ย ความสัมพันธ์อะไร!

“ห๊ะ!” นี่เสียงผม อึ้งอยู่ครับ อึ้งรับประทานไปเรียบร้อยแล้ว

“กูไม่ชอบที่มันจะเป็นแบบนี้”

บอสพูดจบก็ถอดแว่นออกจากหน้าผมแล้วสวมมันไว้เองผมนี่ต้องรีบหลับตาเพื่อปรับสายตาเลยครับปวดไปทั้งกระบอกตา

“กูจะทำให้มันชัดเจนเอง”

อะไรวะชัดๆ เจนๆ ผมที่ยังอึ้งไม่หายสมองมึนงงระดับสิบยังไม่สามารถทำความเข้าใจในรูปประโยคและความหมายที่บอสต้องการจะสื่อได้

“กูว่ากูรู้สึกกับมึงมากกว่าเพื่อน...” 

หมอหัวใจทั้งหลายผ่าตัด ทำบอลลูน หรืออะไรก็ได้อย่าให้ผมหัวใจวายตายตอนนี้เลย

ความคิดเห็น