Unnamed person

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่7

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 10

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2563 03:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่7
แบบอักษร

[ Part : จิงจิง ]

“ ฟานไปรอพี่ที่รถก่อนนะ พี่ขอห้องน้ำแปปหนึ่ง” 

“อืม” ฟานนี่ตอบแล้วเดินไปรอที่รถทันที 

ฉันเดินเข้าห้องน้ำพลางสงสัยกับคำพูดสรรพนามที่ฟานกับเพื่อนอีกคนใช้แทนกัน

“ที่รัก? ที่รักไงเหรอฟานมีแฟนอยู่แล้วเหรอ หรือนี่ฉันอกหักทั้งที่ยังไม่บอกรักเหรอ ” ขณะที่ฉันยืนพูดคนเดียวในห้องน้ำ เพื่อนของฟานคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้องน้ำฉันจำได้ว่าชื่นมีน ฉันจึงตัดสินใจลองถามเรื่องฟานดูเผื่ออาจไม่ใช่ที่ฉันคิดก็ได้

“น้องมีน เพื่อนฟานนี่ใช่มั้ยคะ” หน้าด้านไว้ก่อนเว้ยยัยจิง

“ใช่ค่ะ มีอะไรหรือป่าวคะ”

“เอ่อ...ฟานกับเพื่อนคนที่เรียกแทนกันว่าที่รักเขาเป็นอะไรกันเหรอ” พูดไปปากสั่นเลยฉัน บอกตามตรงฉันกลัวคำตอบมาก

“...” สีหน้าของเพื่อนฟานเหมือนกำลังสงสัยในตัวฉันมากหรือว่าเขากำลังคิดอะไร หรือว่าเขาดูออกว่าฉันชอบฟานนี่ ฉันดูชัดขนาดนั้นเลยเหรอไม่ได้แล้วต้องรีบชิ่ง

“พี่แค่ถามเฉยๆไม่มีอะไรหรอก ไม่ตอบไม่เป็นไรพี่เข้าใจพี่ไปก่อนนะ”

“เขาเป็นแฟนกันค่ะ” 

“อ่อ...เอ่อ...ขะ ขอบคุณจ๊ะ” พอฉันได้ยินคำตอบเข่าฉันแทบทรุดอยู่ตรงนั้น พูดติดๆขัดๆ แต่ต้องรีบเก็บอาการก่อนที่เพื่อนของฟานจะสังเกตไปมากกว่านี้ ฉันรีบเดินออกจากห้องน้ำตรงไปยังรถที่มีคนในหัวข้อคำถามยืนรออยู่

 

 

 

 

“มาแล้วเหรอ...ไปนานจังฟานยืนรอจนเหนื่อยเลยประตูรถก็ล็อค กุจแจก็ไม่ให้มา” มาถึงก็ใส่เป็นชุด แต่ฉันไม่มีอารมณ์เถียงด้วยหรอก กลัวกลั้นน้ำตาไม่อยู่

“อืม...ขอโทษที่ให้รอ” ฉันพูดด้วยสีหน้าเศร้าๆ

“เห้ย...เป็นไรงอลเหรอขอโทษที่ฟานอาจบ่นมากไป” ใช่ที่ไหนละยัยเด็กบ้า

“ป่าว...รีบไปเถอะง่วงไม่ใช่เหรอ” ฉันรีบตัดบทสนทนา

ตลอดการนั่งรถจากตึกเรียนมาถึงหอไม่มีคำพูดอะไรออกมาจากปากฉัน และฉันก็ไม่กล้าแม้จะหันหน้าไปมองคนที่นั่งข้างฉันได้เลยฉันกลัวว่าตัวเองจะร้องไห้กลัวความรู้สึกของฉันมันจะหลุดออกมา เพราะถ้ามันหลุดออกมาแล้วฉันกลัวว่าแม้แต่ความเป็นพี่น้องก็จะไม่เหลือ ถ้าฟานต้องเลือกแฟนกับพี่เมทอย่างฉันแน่นอนว่าต้องไม่เลือกฉันแน่ ทำไมนะทำไมฟานทำเหมือนให้ความหวังฉันทำเหมือนว่าชอบฉันหรือว่าฉันคิดไปเอง นิสัยเขาอาจเป็นอย่างนั้นก็ได้

“พี่เป็นไรหรือป่าวไม่พูดไม่จาสักคำตั้งแต่ขึ้นรถมาละนะ” อย่าขี้สงสัยมากได้ไหมยัยคนชอบให้ความหวังคนอื่น มีแฟนอยู่แล้วก็ไม่บอก แล้วจะบอกฉันทำไม โอ้ยยยยคิดจนหัวจะระเบิดแล้ว

“ไม่มีหรอก ฟานขึ้นห้องไปก่อนเลยนะเดี่ยวพี่ไปทำธุระกับเพื่อนก่อนและเดียวตอนค่ำๆซื้อข้าวมาให้” ฉันฝืนยิ้มให้คนขี้สงสัยตรงหน้า

“ให้ฟานไปเป็นเพื่อนไหม” 

“ไม่เป็นไร...ไปพักผ่อนเถอะ” ไม่ต้องตามฉันพยายามหลบหน้าเธออยู่

“โอเค...อย่าไปนานนะคิดถึง” ยังยังไม่หยุดทำนิสัยแบบนี้อีก เลิกยิ้มได้แล้วยัยเด็กบ้า

“ย่ะ ไม่ต้องมายิ้มหวานเก็บไปยิ้มกับแฟนแกเถอะ” ยิ่งพูดยิ่งเจ็บ พูดจบประโยคฉันก็รีบขับรถออกไปไม่รอให้อีกคนตอบ

“รีบอะไรขนาดนั้นว่ะ...แล้วแฟนอะไรแฟนใคร”

“ไม่เอาน่าเพื่อน...ยังไม่ได้คบเลยทำไมต้องอกหักขนาดนี้ อ่ะดื่มๆจะได้ลืม” ฉันขับรถไปเรื่อยๆโดยไร้จุดหมดเผลออีกทีมาโผล่ในบาร์ของเพื่อนที่เรียนด้วยกันตั้งแต่ม.ต้น เป็นเพื่อนผู้ชายที่สนิทที่สุดจนถึงตอนนี้

“ก็คนมันหลงไปแล้วนี่หว้า” ฉันดื่มเท่าไรก็ไม่อาจลืมที่เจอวันนี้ได้เลย ยิ่งคิดยิ่งคิดถึงยิ่งหลง

“เอางี่...เดียวกูร้องเพลงให้ฟังจะได้ผ่อนคลาย” พูดเสร็จมันก็เดินไปไล่ลูกน้องที่เป็นนักร้องในร้านแล้วไปจับไมค์แทน “เพลงนี้ผมขอมอบให้เพื่อนสนิทผมที่พึ่งอกหักนะครับ” เสียงคนในร้านต่างพากันร้องโห่แซวจนฉันอยากเอาหน้ามุดดินหนี

“อะไรของมันว่ะเนี้ย เมาแล้วอยากร้องเพลงตลอด”

 

ปล่อยความคิด ทิ้งไว้ให้ใจไม่ต้องคิด 

ปล่อยชีวิตไปตามแต่โชคชะตา 

ปล่อยความหลังฝังใจให้มันด้านชา 

ปล่อยน้ำตาให้มันหลั่งริน 

ปล่อยแม่น้ำให้ไหลร่วงไปจนสุดสาย 

ปล่อยใบไม้ทิ้งใบร่วงลงพื้นดิน 

ปล่อยให้นกหลงทางได้กางปีกบิน 

ไปตามเสียงที่ได้ยินในใจ 

ปล่อยให้เธอได้เจอทางที่ดี 

ปล่อยให้เธอได้มีชีวิตใหม่ 

ปล่อยให้การเฝ้ารอของเธอ 

ได้เจอจุดหมาย 

ปล่อยความรักนำทางให้เธอ 

ปล่อยความฝันของฉันให้เป็นแค่ความฝัน 

ปล่อยดวงจันทร์ให้ตามตะวันไม่เจอ 

ปล่อยความรักให้เป็นแค่คำเพ้อเจ้อ 

ปล่อยฉันให้ละเมอเดียวดาย 

ปล่อยให้เธอได้เจอทางที่ดี 

ปล่อยให้เธอได้มีชีวิตใหม่ 

ปล่อยให้การเฝ้ารอของเธอ 

ได้เจอจุดหมาย 

ปล่อยความรักนำทางให้เธอ 

ปล่อยความฝันของฉันให้เป็นแค่ความฝัน 

ปล่อยดวงจันทร์ให้ตามตะวันไม่เจอ 

ปล่อยความรักให้เป็นแค่คำเพ้อเจ้อ 

ปล่อยฉันให้ละเมอเดียวดาย 

ปล่อยความรักให้เป็นแค่คำเพ้อเจ้อ 

ปล่อยฉันให้ละเมอ 

 

เพลง : ปล่อย 

ศิลปิน : หนุ่ม กะลา 

“เป็นไงมึง...กูยังร้องเพราะเหมือนเดิมมั้ย” ร้องจบมันเดินมาหาฉันแล้วพูดด้วยความภาคภูมิใจ

“เพราะ...เพราะอะไรมึงถึงร้องเพลงนี้ไอ้เชี้ย กูอกหักอยู่ไหม” ฉันอยากตบหัวมันจริงๆคิดได้ไง

“ปล่อยน้องไปอ่ะดีแล้วไง”

“กูไม่อยากจะเถียงกับมึงแล้ว...กูกลับก่อนละ” ฉันเริ่มเมาแล้วถ้าอยู่ต่อคงได้สลบแน่ๆ

“เคๆ...ให้กูไปส่งไหม”

“ไม่เป็นไรกูกลับเองได้”

“อืมๆ โชคดีมึง”

ฉันยกมือโบกลาเพื่อนแล้วเดินตรงไปยังรถของตัวเองตลอดทางฉันคิดว่าฉันจะมองหน้าฟานยังไงจะพูดอะไรกับฟานดีหรือว่าฉันจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมที่เจอกับฟานครั้งแรก ไม่ได้ๆถ้าฟานเกลียดฉันขึ้นมาละฉันคงทำใจไม่ได้ โอ้ยยิ่งเมายิ่งคิดเยอะ ฉันขับรถจนมาถึงลานจอดรถหน้าหอ

ก๊อกๆ

ฉันสะดุ้งเสียงเคาะกระจกรถไม่รู้ว่าตัวเองนั่งเมอไปนานเท่าไร ฉันหันไปมองคนที่มาเคาะกระจกแล้วเปิดประตูรถลงมา

“เห็นมาจอดนานแล้วยังไม่ขึ้นห้องเลยลงมาดู พี่เป็นอะไรหรือป่าว...แต่เดียวพี่ไปดื่มมาเหรอกลิ่นเหล้าแรงมาก”

“...” ฉันได้แต่ยืนนิ่งเงียบมองหน้าคนตรงหน้าคนที่แอบชอบมาตั้งนานหลงคิดว่าเขามีใจแต่สุดท้ายก็มีแฟนแล้ว

“ถามไม่ตอบ เมามากสิท่าหน้าแดงเชียว” พูดเสร็จคนตัวเล็กยื่นมือทั้งสองข้างเขามาจับหน้าฉันไว้ “ทำไมร้อนขนาดนี้...ไม่สบายรึป่าว”

‘ จุ๊ป ’ ตอนนี้สมองฉันมันไม่ทำงานอีกแล้วฉันกระชากคนตรงหน้าเข้ามาจูบอย่างแรงแล้วก็ต้องผละออกเพราะโดนอีกคนดันตัวออก

“เออ...พี่..ขะ”

“ฟานว่าพี่เมามากแล้วขึ้นห้องเถอะ”

“พี่เมาแต่พี่รู้ตัวว่าทำอะไรอยู่นะฟาน”

“พี่หมายความว่าไง”

“พี่...ชะ ชอบฟาน ชอบตั้งแต่เจอฟานครั้งแรก พี่รู้ว่ามันไม่ควรฟานมีแฟนอยู่แล้วพี่ไม่ควรทำแบบนี้ แต่ถ้าพี่ไม่พูดให้ฟานได้รู้พี่คงอึดอัด พะ พี่...” ฉันพูดทั้งน้ำตาแทบจะทรุดเขาลงไปต่อหน้าฟาน

“แฟน! เดียวนะฟานว่า...”

“พี่รู้ ฟานไม่ต้องพูดหรอกที่บอกไม่ได้ต้องการแย่งฟานมาจากใคร ถ้าฟานรู้แล้วอย่าไปจากพี่นะพี่ขอแค่เป็นพี่น้องก็ได้”

“พี่จิง! ฟังฟานก่อน”

“ไม่เป็นไรฟาน ไม่เป็นไรพี่เข้าจะ...” ฉันตลึงฟานนี่จับฉันเข้าไปจูบอีกครั้งแต่ไม่รุนแรงเหมือนที่ฉันจูบรอบแรกมันเป็นจูบที่นุ่มนวลละมุ่นอย่างที่ฉันไม่เคยได้รับมาก่อนจนเผลอส่งเสียงในลำคอออกมา “อืออ” ฟานค่อยๆถอดจูบออกทำให้ฉันตื่นจากภวังค์

“ข้อแรกฟานไม่รู้นะว่าพี่เอาข่าวมาจากไหน ข้อสองฟานยังโสดไม่มีแฟน และข้อสุดท้ายฟาน...ก็ชอบพี่เหมือนกัน” ฟานยิ้มหวานให้ฉัน

“จริงเหรอฟาน ฟานไม่ได้หลอกพี่ใช่มั้ย” ฉันดีใจจนแทบจะสติแตก

“จริงสิ พี่ก็รู้นิว่าฟานไม่ชอบโกหก”

“แล้วคนที่เรียกฟานว่าที่รักละ”

“อ่อ...เพื่อนเฉยๆแค่ชอบเรียกมันน่ารักดี” โล่งอก ฉันยิ้มอย่างดีใจไม่คิดเลยว่าคนตรงหน้าจะรู้สึกเหมือนกันกับฉัน “ป่ะ ขึ้นห้องกันเถอะดึกแล้วอากาศก็เริ่มเย็นแล้ว” พูดเสร็จฟานก็กุมมือฉันพาเดินขึ้นห้องฉันรู้สึกถึงความอบอุ่นที่อีกคนมี ฟานอาจจะดูหยิ่งปากเสียในสายตาหลายคนแต่ถ้าหากรู้จักจริงๆจะหลงต้องตกหลุมรักเธอแน่ๆเพราะฟานเป็นคนอบอุ่นมากที่สุดคนหนึ่งทุกอย่างที่เธอทำมันทำให้อีกมีความสุขเสมอถึงแม้ปากกับใจเธอจะสวนทางกันก็เถอะ

 

 

“หึ...มีความสุขไปก่อนเถอะฟานนี่ฉันจะตามไปทำลายมันแน่” 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

หายไปนานเลยต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีเรียนหนักมากไปหน่อย ช่วงนี้ว่างแหละเพราะโควิดทำพิษสั่งมหาลัยหยุด5555 กลับมารอบนี้ถึงไม่คนอ่านแต่ก็จะพยายามแต่งให้จบนะ 

ความคิดเห็น