Chimpanzee

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 [แขก]

คำค้น : หากต้องการได้ใจชายต้องคว้ากระเพาะเขาให้ได้ก่อน ,ทำอาหาร ,ออมเล็ต ,อังศุมาลิน ,นิยายวาย ,นิยายแฟนตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 386

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2563 21:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 [แขก]
แบบอักษร

 

ออมเล็ตเบิกตากว้างมัวแต่นิ่งอึ้งจึงไม่ได้เขยิบถอยหลังห่างและไม่ได้ทำการปัดป้องมือใหญ่ของท่านพ่อที่กำลังวางหนักๆลูบศีรษะทุยๆของเขาอย่างพยายามให้มือนั้นเบาละมุนดุจปุยนุ่นที่สุด... แด๊ดดี้! 

ท่านพ่ออ่ะท่านพ่อ... ไม่ ไม่อ่อนโยนต่อใจน้องแต่เช้าเลย ฮื่อ! 

  

นอกจากดวงตากลมโตนั้นจะเบิกกว้างแล้วเรือนร่างเล็กบอบบางของออมเล็ตยังสั่นน้อยๆด้วย ความรู้สึกภายในหัวใจมันเบาๆหวิวๆยังไงไม่รู้เมื่อได้สัมผัสกับความอบอุ่นอ่อนโยนของท่านพ่อ ใบหน้าเย็นชาตายด้านของคุณชายสามอังศุมาลินมีความสับสนลังเลวาดผ่านแวบหนึ่ง คิ้วเรียวขมวดนิดๆ ริมฝีปากบางกระจับสีเชอร์รี่เม้มแน่น ดวงตางดงามหลุบลงต่ำมองพื้นอย่างไม่เข้าใจความรู้สึกนี้เลย... ความรู้สึกของคุณชายสามอังศุมาลินที่ยังตกค้างอยู่ 

ยินดี มีความสุข โศกเศร้า และน่าเสียดายที่คุณชายสามกลับไม่เคยได้สัมผัสกับความอบอุ่นอ่อนโยนนี้จากคนในครอบครัวเลย 

  

ออมเล็ตกะพริบตาถี่ๆสลัดความคิดว้าวุ่นนั้นออกไปพลางเบี่ยงศีรษะหลบมือใหญ่ของท่านพ่อ ก่อนที่จะกล่าวทักทายในยามเช้า  “ทะ—ท่านพ่อ อะอรุณสวัสดิ์ครับ” 

  

พอกล่าวอรุณสวัสดิ์จบออมเล็ตก็มองใบหน้าอันหล่อเหลาของท่านพ่อนิ่งๆแต่ภายในใจนั้นช่างขัดแย้งกับภายนอกเป็นที่สุด... โอ๊ย ทำไมต้องพูดเสียงตะกุกตะกักด้วยเนี่ย อะไรมันจะยากเย็นขนาดนั้นกะไอ้แค่พูดอรุณสวัสดิ์ท่านพ่อเอง! 

ทว่าไม่ใช่เพียงแค่ออมเล็ตเท่านั้นที่ตะกุกตะกัก… 

  

“อรุณ... อรุณสวัสดิ์ลูก” 

  

และเช่นกันนั้นเองทางจอมพลลีโอนาร์ทที่ถึงกับนิ่งชะงักไปเพราะน้ำเสียงหวานไพเราะกล่าวอรุณสวัสดิ์ของลูกชายตัวเล็ก ก่อนที่เขาจะค่อยกล่าวอรุณสวัสดิ์ตอบด้วยทั้งระลอกคลื่นความรู้สึกถาโถมเข้ามาอย่างจังโดยไม่ทันตั้งตัวพร้อมหัวใจอันสั่นไหวพองโต มือหนาชะงักค้างลดลงแนบลำตัวก้าวถอยห่างจากร่างเล็กเว้นระยะห่างพอสมควรเพื่อกันไม่ให้ลูกชายอึดอัด 

  

เมื่อกล่าวทักทายเสร็จแล้วจึงเกิดเป็นความเงียบระหว่างกันไปสักพัก... คุณชายสามอังศุมาลินไม่พูด แน่นอนว่าท่านพ่อจอมพลลีโอนาร์ทเองก็ไม่ใช่คนที่ชวนคุยเสียด้วย 

บรรยากาศระหว่างสองพ่อลูกในห้องครัวตอนนี้จึงค่อนข้างที่จะอธิบายยากหน่อย ท่ามกลางความลุ้นระทึกปนอึดอัดของเหล่าคุณพ่อบ้านที่ต่างพยายามทำตัวเป็นพื้นหลังเงียบๆและมองเชียร์ในใจให้ท่านพ่อและลูกชายคู่นี้ได้คุยกันมากขึ้น... ไม่ต้องเหมือนพ่อลูกบ้านอื่นก็ได้แต่ช่วยคุยกันให้เหมือนเป็นพ่อกับลูกกันหน่อยเถอะ! 

  

ท่านจอมพลลีโอนาร์ทวางสีหน้านิ่งขรึมหนักใจเพราะตัวเขาเองก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นคนที่ชวนพูดชวนคุยเสียด้วย ภายในใจก็ยังเกร็งๆอยู่เมื่ออยู่ต่อหน้าลูกชายคนที่สามคนนี้ เขาไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดีถึงจะถูกต้อง ภายในความคิดมีแต่ระบบหลักการเป็นส่วนใหญ่ทั้งไม่ค่อยเข้าใจในความรู้สึกและการแสดงออก 

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเป็นคนเริ่มพูดก่อนทำลายความเงียบปนความอึดอัดระหว่างพ่อลูก...  “ฟีนิกซ์ไปทุบประตูห้องแด๊ดดี้” 

  

“ครับ?” 

  

“บอกว่าอังศ์จะทำอะไรให้ทานก่อนไปโรงเรียน” พร้อมกับมาอวดกับท่านพ่อและท่านพี่ใหญ่ด้วยว่าพี่สามลูบหัวน้อง... ประโยคท้ายจอมพลลีโอนาร์ทเพียงแค่เอ่ยในใจเท่านั้นไม่ได้เอ่ยออกไป 

ด้วยประสาทสัมผัสอันเฉียบไวเขาตามกลิ่นหอมนี้มา เขากวาดมองที่มาของกลิ่นหอมฉุยโชยทั่วบ้านคืออาหารประกอบฝีมือของอังศ์นี่เอง 

  

“อ้อ วันนี้ผมทำข้าวต้มหมูสับทรงเครื่องครับ” ออมเล็ตเอียงศีรษะมองถามท่านพ่องงๆก่อนพลันจะเข้าใจ ฟีนิกซ์ไปทุบประตูห้องท่านพ่อด้วยเหรอเนี่ยนึกว่ามาทุบแค่ประตูห้องเขาคนเดียวซะอีก นี่คงจะไม่ได้วิ่งไปทุบประตูห้องท่านพี่ใหญ่ด้วยหรอกนะ? 

เจ้าเด็กนกนี่จริงๆเลย... แต่ก็ดี อย่างน้อยก็ได้เห็นความสมวัยของเด็กบ้านนี้บ้างล่ะนะแม้ว่าจะเล็กน้อยก็ตามทีเถอะ 

  

“น้อง... น้องก็มาทุบประตูห้องผม” 

  

“ฮื้ม ฟีนิกซ์ดื้อกับลูกเหรอ” ท่านจอมพลลีโอนาร์ทพูดจบพลันขมวดคิ้วเรียวยุ่ง ใบหน้าของเขาฉายแววความดุออกมาชัดเจนพาให้คนมองสะดุ้งขนลุกตามๆกัน 

  

“น้องไม่ดื้อครับ น้องแค่มาคุยเรื่อง... เรื่องอาหารประกอบจากมะระเมื่อวานนี้น่ะครับ” พอเห็นแววตาคมดุของท่านพ่อแล้วออมเล็ตรีบส่ายหน้าตอบก่อนเลย กลัวจริงๆว่าหากช้าไปกว่านี้ท่านพ่อต้องไปเรียกเจ้าน้องนกมาดุแน่นอน... ดูจากลักษณะท่าทางแล้วท่านพ่อจอมพลน่าจะดุเอาเรื่องเลยแหละ 

  

“เรื่องนี้...” ท่านจอมพลลีโอนาร์ทพูดพลางเสมองใบหน้าหวานล้ำดวงตากลมใสสีทองของลูกชายตัวเล็กแล้วค่อยหยุดคิดไปสักครู่ ออมเล็ตรวมทั้งเหล่าคุณพ่อบ้านเองที่กำลังรอฟังอยู่ก็ไม่สามารถเดาความคิดของท่านจอมพลได้ ก่อนไม่นานผู้เป็นบิดาจึงตัดสินใจได้ค่อยกล่าวออกมา 

  

“ไว้รออังศ์พร้อมเราค่อยคุยกันก็แล้วกัน” 

  

พร้อม? พร้อมเหรอ? อังศ์ต้องพร้อมอะไรอ่ะ ฮื่อ จุดนี้น้องไม่เข้าใจพ่ออ่ะ... แม้ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมท่านพ่อถึงมองหน้าเขาแล้วเหมือนต้องคิดหนักก่อนหน้านี้ แต่ทว่าสำหรับการที่ไม่ต้องถูกซักถามอันใดหรือต้องพูดอธิบายอะไรให้ยืดยาวถือเป็นเรื่องดีสำหรับเจ้าหน้าตายด้านไร้ความรู้สึกอย่างคุณชายสามอังศุมาลินเลยล่ะ! 

  

ออมเล็ตพยักหน้าหงึกๆตอบบ่งบอกว่าเห็นด้วย เมื่อจอมพลลีโอนาร์ทเห็นการตอบรับของลูกชายเช่นนั้นแล้วพลันยกยิ้มมุมปากน้อยๆพลางคิดว่านี่เป็นการตัดสินใจที่ถูกจริงๆ ดวงตาคมกริบมองใบหน้าเล็กเนียนใสพยักขึ้นลง ช่างดู ‘น่ารัก’ จริงๆ 

 การสนทนาระหว่างท่านพ่อคนพูดไม่เก่งกับลูกชายคนไม่พูดจึงจบลงเพียงเท่านั้น ทว่าในความรู้สึกกลับสัมผัสได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกของพวกเขาคล้ายจะขยับเข้ามาใกล้ชิดกันอีกนิดหน่อยแล้ว 

  

เหล่าคุณพ่อบ้านที่ยืนเรียงกันกระทำตนประหนึ่งพื้นหลังผนังกำแพงต่างมองภาพนี้อย่างปลื้มปริ่มยิ่งนัก และก่อนที่นายท่านและคุณชายสามจะได้เริ่มบทสนทนาครั้งใหม่ ผู้มาใหม่อีกคนที่ประสาทสัมผัสเฉียบไวก็ได้มาเยือนภายในห้องครัวด้วยตามกลิ่นหอมหวนชวนทรมานกระเพาะนี้มา… 

  

“ท่านพ่อ น้องอังศ์... อรุณสวัสดิ์ครับ” 

  

เรือนกายสูงใหญ่ทั้งแข็งแกร่งทั้งองอาจผึ่งผายของพันโทเลโอเนลโล่หรือคุณชายใหญ่อินทัชก้าวเข้ามาภายในห้องครัวพร้อมกล่าวทักทายยามเช้าผู้เป็นบิดาและน้องชาย ดวงตาคมกริบกวาดมองเชื่องช้าหาที่มาของกลิ่นหอมอบอวลนี้เป็นอาหารประกอบฝีมือน้องอังศ์นี่เอง 

อาหารประกอบ... เขาพลันนึกถึงเรื่องอาหารประกอบจากมะระเมื่อวานนี้ของน้อง ดวงตาเปล่งประกายวูบหนึ่งทว่าเมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างเล็กบอบบางของน้องชายก็รีบกวาดมองผ่านๆหลบเลี่ยงทันที 

  

“..?..” ออมเล็ตกะพริบตาปริบๆมองท่านพี่ใหญ่ของบ้านนี้งงๆ อีกฝ่ายมักแสดงท่าทีแปลกๆต่อเขาอย่างอธิบายไม่ถูกไม่รู้ คือ... มองเหมือนน้องไม่อยู่ในสายตาอ่ะมองน้องเหมือนไม่อยากมองเลย พี่สิงโตเกลียดน้องอังศ์ป่ะเนี่ย? 

ถึงแม้ภายในจะคิดอย่างไรออมเล็ตก็ไม่แสดงออกภายนอกแต่อย่างใด ใบหน้าของเขายังคงตายด้านไร้ความรู้สึกเช่นเดิมเสมอจนคนพากันปวดใจยิ่งนัก... 

  

“อรุณสวัสดิ์ครับท่านพี่ใหญ่” 

  

ออมเล็ตกล่าวอรุณสวัสดิ์ตอบท่านพี่ใหญ่ พลันนั้น... เรือนกายแกร่งของพันโทเลโอเนลโล่ถึงกับหยุดกึกไปทีเดียว อีกฝ่ายหันมามองออมเล็ตแวบหนึ่ง เป็นแวบหนึ่งจริงๆแบบกวาดมองผ่านๆพร้อมพยักหน้ากลับแล้วเบี่ยงใบหน้าคมคร้ามนั้นไปอีกทาง 

  

ท่านพี่ใหญ่เงียบสักพักก่อนจะพูดต่อคำเดียว คำเดียวจริงๆ...  “หอม” 

  

“วันนี้ผมทำข้าวต้มหมูสับทรงเครื่องครับ” ออมเล็ตเห็นดวงตาเรียวรีสีทองคมกริบของท่านพี่ใหญ่เปล่งประกายแวบหนึ่งก็เข้าใจ สงสัยตามกลิ่นอันหอมหวนชวนหิวของข้าวต้มมาแน่เลย... เฮ้อ คนบ้านนี้นี่น้าจะเปิดปากได้ก็เพราะ ‘อาหาร’ จริงๆ! 

  

“ถ้าเรียบร้อยแล้วก็ตั้งโต๊ะเถอะ” 

  

ท่านพ่อเรียกพ่อบ้านตั้งโต๊ะอีกครั้ง แต่ก่อนนั้นดูเหมือนว่า... ดูเหมือนว่าจะมี ‘แขก’ มานะ 

  

“ราเชน” 

  

“ครับนายท่าน” 

  

ออมเล็ตมองตามหลังพ่อบ้านราเชน ศีรษะเล็กเอียงน้อยๆ คิ้วเรียวขมวดมุ่นพลางคิดว่า ‘แขก’ จะเป็นใครกันนะที่มาบ้านตระกูลพิชิตไชยศรีแต่เช้าขนาดนี้เลยเชียว 

  

  

ในระหว่างที่ราเชนไปรับแขก พ่อบ้านที่เหลือเตรียมตั้งโต๊ะเสิร์ฟอาหารเช้า ออมเล็ตกำลังลงมือทำอะไรบางอย่างต่อในห้องครัวอีกเล็กน้อย ท่านพ่อและท่านพี่ใหญ่ก็ยังปักหลักอยู่นี่ด้วย ทั้งคู่ยืนมองนิ่งๆคล้ายจะอยู่เป็นเพื่อนเขาแต่เขาคิดว่าน่าจะยืนอยู่เป็นอากาศมากกว่านะ... เงียบ เงียบ เงียบ และไร้ตัวตนมากแล้วมันอยู่เป็นเพื่อนตรงไหนเนี่ย? 

มองดูแล้วน้องปวดหัวกับพ่อกับพี่ใหญ่จริงๆ... คือน้องไม่คุยแล้วพ่อกับพี่จะคุยกันเองบ้างไม่เหรอ คือปกติไม่คุยกันบ้างหรือไง ถ้าคิดเรื่องคุยไม่ออกก็คุยเรื่องดินลมฟ้าอากาศก็ได้มั้ง?! 

  

ราเชนออกไปไม่นานก็กลับมารายงานนายท่านของบ้าน พอเห็นอีกฝ่ายกลับมาออมเล็ตก็รีบหูผึ่งรอฟังรายงานด้วยคนทันที ภายนอกตั้งใจทำสิ่งตรงหน้าคล้ายไม่ค่อยสนใจแต่ภายในนี่พร้อม... รู้มากเลย 

  

“ใคร?” 

  

“คุณชายจริณภัทรครับ” 

  

“จริณภัทร?” 

  

 เมื่อได้ยินชื่อ ‘แขก’ ในยามเช้านี่คือใคร จอมพลลีโอนาร์ทก็นึกออกทันทีแต่ที่เอ่ยออกไปเช่นนั้นเพราะไม่รู้ด้วยเหตุใดจริณภัทรจึงได้มาแต่เช้าขนาดนี้ 

ออมเล็ตเงยหน้าจากสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ เขากะพริบตาถี่ๆพลางมองท่านพ่อทีแวบหนึ่ง มองท่านพี่ใหญ่ทีแวบหนึ่ง และมองพ่อบ้านใหญ่ราเชนทีแวบหนึ่ง... พอได้ยินว่าคุณชายจริณภัทรมาทุกคนก็เหมือนเข้าใจและรู้จักกันหมดเลย จะเหลือก็แต่เขาคนเดียวเนี่ยแหละที่ยังเอ๋อยังเด๋อยังงงอยู่ว่าจริณภัทรแล้วจริณภัทรไหนอ่ะ? 

  

“คุณชายจริณภัทรเพื่อนร่วมชั้นเรียนของคุณชายสี่และคุณชายห้า อีกทั้งยังมาจากตระกูลศรีไพบูลย์ซึ่งเป็นตระกูลสหายเก่าแก่กันกับตระกูลพิชิตไชยศรีเราด้วยครับ” พ่อบ้านราเชนสังเกตเห็นว่าคุณชายสามอังศุมาลินคล้ายจะจำไม่ได้หรือไม่รู้จักคุณชายจริณภัทรจึงเอ่ยแนะนำคลายความสงสัยให้ ก่อนต่อมาค่อยหันมากล่าวคลายความสงสัยแก่นายท่านต่อ  

  

“ที่คุณชายมาแต่เช้าเห็นว่าเพราะทราบว่าเมื่อวานนี้คุณชายสี่กลับมานอนที่บ้านพอดีกับที่คุณชายจริณภัทรเองก็กลับมานอนบ้านเช่นกันเช้านี้จึงมาหาคุณชายสี่เพื่อไปโรงเรียนพร้อมกันครับ” 

  

ฟังพ่อบ้านใหญ่ราเชนรายงานจบจอมพลลีโอนาร์ทพยักหน้ารับรู้ พันโทเลโอเนลโล่เองก็พยักหน้าเช่นกัน ออมเล็ตก็พยักหน้าด้วยได้รู้แล้วว่าคุณชายจริณภัทรคนนี้นี่คือใคร แต่เหมือนว่าจะราเชนจะยังมีอะไรอีกนะ... 

  

“เอ่อ” 

  

“..?..” เหล่าชายหนุ่มบ้านพิชิตไชยศรีผู้มี DNA ตายด้านไร้ความรู้สึกทั้งสามคนรับรู้ความนัยสายตาของราเชนได้จึงหันไปมองอีกฝ่ายแบบงงๆพร้อมกันคล้ายส่งสายตาถามว่า ‘ทำไมอีก? ก็รู้แล้วไงแล้วมีอะไรอีกเหรอ?’ 

  

เฮ้อ... พ่อบ้านใหญ่ราเชนก็ได้แต่ถอดถอนหายใจในใจตัวเอง คือคนตายด้านไร้ความรู้สึกบ้านนี้ไม่รู้จักคำว่ามารยาทกับการรับแขกหรือยังไง ก็ต้องถามต้องเชื้อเชิญแขกรับประทานอาหารเช้าด้วยกันเป็นมารยาทของท่านเจ้าบ้านหน่อยสิ อีกอย่างนี่เป็นบ้านของท่านจอมพลพิชิตไชยศรีเชียวนะ! 

  

“นายท่านจะให้เชิญคุณชายจริณภัทรร่วมรับประทานอาหารเช้าด้วยกันเลยไหมครับ” 

  

และเมื่อได้ฟังที่พ่อบ้านใหญ่ราเชนเอ่ยถามจบ ในใจของจอมพลลีโอนาร์ทพลันมีระลอกคลื่นหนึ่งถาโถมเข้ามาอย่างเชี่ยวกรากทีเดียวรวมถึงลูกชายพันโทเลโอเนลโล่ก็ด้วยเช่นกัน ชายหนุ่มชายชาติทหารทั้งสองคนมองหน้ากันพลางมองร่างเล็กบอบบางตัวขาวของอีกคนหนึ่ง พลันความคิดของพวกเขาก็เด้งพรวดขึ้นมาทันทีเลยว่า... ไม่อยากเชิญ! 

  

  

  

บางสิ่งบางอย่างสิ่งที่คิดมักจะไม่ใช่สิ่งที่เราได้ตามต้องการเสมอไป... เช่นตอนนี้แม้ว่าจอมพลลีโอนาร์ทและลูกชายคนโตอย่างพันโทเลโอเนลโล่จะไม่ต้องการเชื้อเชิญ ‘เด็กชายผู้เป็นแขกไม่ได้รับเชิญ’ มาร่วมโต๊ะรับประทานอาหารเช้าก็เป็นไปไม่ได้เลย 

ด้วยเหตุผลหลายประการทีเดียวตั้งแต่ที่อีกฝ่ายเป็นเพื่อนสนิทเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนของฟีนิกซ์และโลเวล เป็นเด็กชายจากตระกูลศรีไพบูลย์ตระกูลสหายเก่าแก่กัน และเด็กๆทั้งหลายของพวกเขาก็ล้วนเติบโตมาด้วยกันทั้งสิ้น กล่าวได้ว่าคุณชายจิงโจ้หรือคุณชายจริณภัทร ศรีไพบูลย์สมควรเรียกได้ว่าเป็นแขกคนสนิทชิดเชื้อของบ้านนี้ได้เลย 

  

โครกคราก โครกคราก 

  

“กลิ่นอะไรหอมจัง” จิงโจ้รีบยกมือขึ้นลูบๆท้องเพราะเสียงท้องร้องหิวดังออกมาทั้งที่ทานอาหารมาแล้วแท้ๆ แต่ทว่ากลิ่นหอมฉุยนี้... ช่างทรมานกระเพาะเขายิ่งนัก 

คุณชายจริณภัทรลอบกลืนน้ำลายลงเอื้อก จมูกของเขาได้กลิ่นหอมของบางอย่างที่เป็นอาหารอร่อยแน่นอน! 

  

“คุณชายจริณภัทรรอสักครู่นะครับคุณชายสี่คงกำลังแต่งตัวอยู่” 

  

“ไม่เป็นไรวันนี้ผมเองก็มาแต่เช้าเลย” เด็กชายละความสนใจเรื่องกลิ่นหอมไปก่อนหันมาพูดแล้วส่งยิ้มกว้างให้คุณพ่อบ้าน ถึงจะมีเหตุผลหลายประการรองรับให้จริณภัทรมาได้แต่ทว่าเมื่อเขาได้เข้ามาในบ้านตระกูลพิชิตไชยศรีแล้วเด็กชายก็อดที่จะนั่งตัวเกร็งน้อยๆไม่ได้... บ้านนี้บรรยากาศไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ 

เนื่องจากจริณภัทรไม่ใช่คนอื่นคนไกลเป็นคนที่เคยมาเป็นแขกของบ้านนี้หลายครั้งหลายคราอยู่ การนั่งเกร็งเล็กๆน้อยๆเช่นนี้เป็นเรื่องปกติ หากเป็นผู้อื่นที่เพิ่งเคยมาครั้งแรกละก็ เอิ่ม พูดยากจริงๆ เอาเป็นว่ามหาคฤหาสน์ตระกูลพิชิตไชยศรีงดงามและอลังการมากจริงๆ! 

  

“แต่ก็นานแล้วที่ไม่ได้มาบ้านเจ้าแฝด... ไม่รู้ทำไมต้องห้ามเราไม่ให้มาด้วยนะ” 

  

  

บรรยากาศภายในห้องรับแขกตอนนี้จึงค่อนข้างที่จะแปลกๆอธิบายไม่ถูกนัก... ยิ่งเมื่อเรือนกายสูงใหญ่แข็งแกร่งของจอมพลลีโอนาร์ทเดินนำหน้ามาแม้มิได้ปลดปล่อยพลังจิตรัศมีกดดันแต่อย่างใดทว่าผู้คนก็ยังสามารถสัมผัสได้ถึงความกดดันนั้นรางๆ เพราะรัศมีความกดดันอันคมกริบดุดันนั้นได้ล้อมรวมเข้ากับเชื้อสายของตระกูลนี้จริงๆ 

  

“สะ—สวัสดีครับท่านลุง” 

  

เมื่อเห็นท่านจอมพลลีโอนาร์ทนายท่านใหญ่ของบ้านมาจิงโจ้ก็รีบลุกขึ้นยืนก่อนค้อมศีรษะพร้อมกล่าวสวัสดีเป็นทางการอย่างเคารพแก่ท่านจอมพลผู้เป็นบิดาของสหายฝาแฝด รวมทั้งถือว่าเป็นสหายเก่าแก่ของบิดาเขาเองด้วย 

แน่นอนว่าคุณชายจริณภัทรมีสิทธิ์เรียกบุรุษองอาจตรงหน้านี้ว่า ‘ท่านลุง’ ได้ดูสนิทสนม ดวงตาใสแจ๋วของเด็กชายเปล่งประกาย น้ำเสียงของเขาอาจตะกุกตะกักไปบ้างก็ไม่แปลกเพราะท่านจอมพลที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเขานี่คือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกเชียวนะ! 

  

จอมพลลีโอนาร์ทมองเด็กชายตรงหน้าก่อนจะพยักหน้าให้นิ่งๆ มือของจิงโจ้วางลงบนตักพลางนั่งสงบเสงี่ยมเรียบร้อยเกร็งๆเพราะรู้สึกว่าท่านลุงจอมพลมองเขาแปลกๆที่ไม่เข้าใจเลย ใบหน้าคมคร้ามดุดันไร้อารมณ์ ดวงตาคมกริบกวาดมอง... 

  

“ฟีนิกซ์ยังไม่ลงมาหรือ” 

  

“ยังครับ” จิงโจ้เด็กแสบซนทั้งนั่งทั้งตอบอย่างเรียบร้อยขึ้นมาทันตาเมื่ออยู่ต่อหน้าท่านลุงจอมพล 

เขานั่งเกร็งๆอยู่ไม่นานก็เห็นใครอีกคนที่มีเรือนกายสูงใหญ่แข็งแกร่งถอดแบบท่านลุงจอมพลเข้ามาจึงรีบลุกขึ้นค้อมศีรษะกล่าวสวัสดีเป็นทางการอย่างเคารพอีก  

  

“สวัสดีครับท่านพี่เลโอ” 

  

พันโทเลโอเนลโล่มองเด็กชายตรงหน้าแล้วพยักหน้าให้นิ่งๆ... จิงโจ้เหยียดหลังตรงวางมือบนตักนั่งสงบเสงี่ยมเรียบร้อยยิ่งขึ้น ก่อนต่อมาขณะนั้นเองจิงโจ้ถึงกับเบิกตาโตเมื่อเห็นใครอีกคนที่ไม่คิดว่าวันนี้เขาจะได้มาพบกับตัวจริง แม้จะจำได้ไม่แม่นยำนักแต่เขาสามารถคาดเดาได้ว่านี่คือท่านพี่สามนี่นา! 

ในที่สุดก็ได้พบกับคนที่อยากพบแล้ว... 

  

“สะ— สะสวัสดีครับท่านพี่ออมเล็ต!” 

  

คุณชายจริณภัทรรีบกระตือรือร้นลุกขึ้นกล่าวทักทายทำความเคารพคนอายุมากกว่า ดวงตาของเขาพลันเปล่งประกายเจิดจ้าปนมีความตะลึงอึ้งค้างอยู่ด้วย จิงโจ้เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างรางๆเมื่อมองคนร่างเล็กบอบบาง ผิวขาวเนียน และใบหน้าของท่านพี่สามแล้วนี่... นี่คือท่านพี่สามของเจ้าฝาแฝดฟีนิกซ์โลเวลงั้นเหรอเนี่ย 

ท่านพี่สามมีรูปลักษณ์เช่นนี้มันไม่เกินไปเหรอ?! 

  

ขณะที่คุณชายจริณภัทรกำลังมองค้างเขาก็ต้องสะดุ้งเสียวสันหลังวูบหนึ่งก่อนกะพริบตาถี่ๆปรับจุดโฟกัสสายตาใหม่เมื่อสัมผัสได้ถึงรัศมีความกดดันจากบุรุษสองคน 

คุณชายสามอังศุมาลินเพียงมองเด็กชายตรงหน้ากวาดมองผ่านเพียงครู่เดียวเท่านั้นค่อยพยักหน้าให้เล็กน้อย... พยักหน้าอีกแล้วเหมือนเห็นภาพซ้อนทับสามชั้นยังไงไม่รู้ 

จิงโจ้มองการพยักหน้าตอบของท่านพี่ออมเล็ตซึ่งพยักหน้าแบบนี้ได้รับเป็นครั้งที่สามของวันแล้วและคล้ายกันมากประหนึ่งว่าถอดแบบกันมาเลย คิดแล้วยิ้มแห้งๆในใจคนเดียวว่าคนบ้านนี้นี่เหมือนกันหมดจริงๆ 

  

คนนี้คือท่านพี่สามอังศุมาลินแห่งตระกูลพิชิตไชยศรี... คุณชายจริณภัทรมองคนร่างเล็กบอบบางดูอ่อนแอมากแต่ถึงอย่างนั้นกลับคล้ายมีบางอย่างที่เลือนรางรอบกายให้ไม่มีใครล้ำเส้นเขาเข้ามาใกล้ มองใบหน้าหวานล้ำงดงามทว่ากลับเย็นชาไร้ความรู้สึกอย่างสิ้นเชิง บรรยากาศรอบตัวท่านพี่สามของบ้านนี้ที่อธิบายไม่ถูก และก่อนที่จะได้มองสำรวจไปมากกว่านี้คุณพ่อบ้านใหญ่ราเชนจึงเข้ามาเสียก่อน 

จิงโจ้กระตือรือร้นอยากรู้อยากเห็นพลางมองสังเกตและเก็บความสงสัยเก็บรายละเอียดเกี่ยวกับท่านพี่ออมเล็ตเอาไว้... 

  

“เช้านี้คุณชายสามทำข้าวต้มหมูสับทรงเครื่องไว้ เรียนเชิญคุณชายจริณภัทรทานอาหารเช้าด้วยกันนะครับ” 

  

“คุณชายจริณภัทรอะไรกันเรียกแบบนั้นห่างเหินกันเกินไปแล้ว เรียกผมว่า จิงโจ้หรือโจ้ ก็พอแล้วครับ” จิงโจ้หันไปพูดเสียงใสทั้งส่งยิ้มกว้างให้คุณพ่อบ้าน เมื่อกี้ฟังไปผ่านๆเขาพลันทบทวนใหม่ค่อยนึกขึ้นมาได้ถึง... กลิ่นหอมๆของอาหาร! 

  

“อ่าใช่! แล้วเมื่อกี้นี้คุณลุงพ่อบ้านราเชนบอกว่าท่านพี่ออมเล็ตทำอะไรนะครับ” 

  

“อาหารประกอบครับเมนูข้าวต้มหมูสับทรงเครื่อง... คุณชายจิงโจ้จะรับประทานด้วยไหมครับหรือว่าทานอาหารเช้ามาแล้ว” 

  

“ทานด้วยครับ!” 

  

ให้ตายเถอะ ท่านจอมพลลีโอนาร์ท ท่านพันโทเลโอเนลโล่ ไม่ถูกใจสิ่งนี้! 

  

  

  

เมื่อฟีนิกซ์ลงมา ณ ห้องรับประทานอาหาร... 

  

“ท่านพ่อ ท่านพี่อรุณสวัสดิ์ครับ” 

  

หลังจากคนอายุมากกว่าทั้งสามคนพยักหน้าแล้วจิงโจ้ยิ้มกว้างเป็นพิเศษพร้อมกล่าวอรุณสวัสดิ์เสียงสดใสทักทายเพื่อนที่คล้ายยังมองไม่เห็นเขา 

  

“อรุณสวัสดิ์ฟีนิกซ์” 

  

“จิงโจ้!” 

  

“ก็ใช่จิงโจ้น่ะสินายเห็นว่าเป็นจิ้งจกหรือไง” 

  

  

  

---ช่วงท้าย(ขำขัน)--- 

  

เมื่อพูดถึงเรื่องลูกๆ ป๊ะป๋าศรีไพบูลย์เคยกล่าวกับแด๊ดดี้พิชิตไชยศรีว่า “ถ้าลูกฉันได้อย่างลูกนายบ้างก็คงดี เจ้าเด็กแสบจิงโจ้มักจะหาเรื่องปวดหัวมาให้ฉันมากมายเลยทีเดียว” 

 

 

------------------------------ 

Talk 

น้องโจ้คือแขกไม่ได้รับเชิญสุดๆ อ่ะ... ละโอ๊ย ไอ้น้องโจ้เอ็งต้องรีบวิ่งหนีแล้วนะ เอ็งจะโดนหมายหัวแล้วนะเว้ยเพราะท่านจอมพลกับท่านพันโทไม่ถูกใจเอ็ง! เอ้อ รวมถึงเจ้านกเพื่อนเอ็งก็ไม่ถูกใจด้วยโว้ย! 

 

ใครลืมนายจริณภัทรเดี๋ยวไอ้ต้าวน้องมีงอนน้า ฮื่อ มาดูกันว่าไอ้เจ้าน้องโจ้จะโดนน้องนกทุบไหมดันมาแย่งข้าวต้มฝีมือพี่อังศ์ของน้องด้วย (555) 

ยัยน้อนเจี๊ยบของพวกเราเตรียมมาคว้ากระเพาะของชายหนุ่มอีกคนแล้ว จะติดใจติดรสมือน้องอีกคนด้วยไหมรอติดตามตอนต่อไปจ้า 

ส่วนเหตุผลที่บ้านนี้ไม่อยากเผยแพร่ให้เจ้าสามของบ้านเป็นที่รู้จัก เหตุผลที่เจ้าแฝดไม่ให้เพื่อนมาบ้านก็น่าจะเดากันได้นะ (555) 

 

ภาพนี้ฝากน้องค้าบ : ไอ้น้องจิงโจ้ในความคิดของตัวเอง VS ไอ้น้องจิงโจ้ในความคิดของฟีนิกซ์ (555) 

(Meไรท์//สู้โว้ยแต่... ) 

ความคิดเห็น