email-icon facebook-icon Line-icon

ตอนที่6 พี่ล้อผมเล่นป่ะเนี่ย ฝันดี

ชื่อตอน : ตอนที่6 พี่ล้อผมเล่นป่ะเนี่ย ฝันดี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.4k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ต.ค. 2563 05:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่6 พี่ล้อผมเล่นป่ะเนี่ย ฝันดี
แบบอักษร

“เอ่อ คือ ผมหมายถึงคนที่หมดสติไปเพราะวิญญาณยังไม่กลับเข้าร่างน่ะครับ …“ปลาวาฬพูดแล้วยิ้มมุมปากนิดๆ 

“มันก็เป็นไปได้นะ แต่ผมก็เห็นแต่ในละคร ชีวิตจริงคงเป็นไปไม่ได้หรอกครับ ถึงจะมีจริงก็ไม่มีใครพิสูจน์ได้หรอกจริงไหมครับ …“ปกป้องพูดพร้อมกับพยักหน้าให้ปลาวาฬเห็นด้วย 

“เอ่อ ถ้า ผมเอ่อ ขอไปเยี่ยมคุณเป็นเอกได้ไหมครับ …“ปลาวาฬกลั้นใจรอฟังคำตอบ  

“หื้ม ? ผมนะไม่มีปัญหานะครับ แต่ผู้จัดการที่ดูแลเป็นเอกอยู่เขาขอทางคุณแม่ไว้ ขอให้เป็นญาติเท่านั้นที่ให้เข้าเยี่ยมได้ เพราะไม่อยากให้เป็นข่าว ถ้าเป็นเอกฟื้นขึ้นมาจะต้องออกไปโปรโมทซีรี่ย์วายอะไรนั้น กับคู่จิ้นของมัน ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจ แต่กลัวอย่างเดียวถ้ามันฟื้นขึ้นมามันจะโวยวายแค่ไหน เพราะมันก็ไม่ได้เต็มใจเล่นซีรี่ย์วายอะไรนั้นด้วย แต่ผู้จัดบอกมาว่าซีรี่ย์พวกนี้กำลังมาแรง และแฟนคลับมันขอมา …“ ปกป้องอธิบายยาวเพราะกลัวปลาวาฬจะหาว่ารังเกียจตัวเอง 

“อือ มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอครับ …”ปลาวาฬหันไปมองหน้าวิญญาณที่ตอนนี้เงียบมาก เงียบจนน่าเป็นห่วง 

“ผมก็เลยต้องปล่อยให้ผู้จัดการเขาดูแลไป เพราะเขาก็ดูแลเป็นเอกอย่างดี ดูแลเหมือนไข่ในหิน แทบจะเฝ้าเองด้วยซ้ำ มีอยู่คนเดียวที่ไม่ยอมและขัดกันตลอดถ้าเจอกัน …“ปกป้องเล่าให้ฟังยิ้มๆเมื่อนึกถึงคนที่ตัวเองพูดถึง 

“ใครเหรอครับ …”ปลาวาฬถามขึ้นอย่างมีความหวัง เมื่อหันไปเห็นหน้าที่ดูมีความหวังของวิญญาณที่นั่งคิ้วขมวดอยู่เมื่อกี้ 

“น้องฝันดีแฟนของเจ้าคุณมัน ผมหมายถึงแฟนของเพื่อนผมนะครับ รายนั้นเขารักเป็นเอกเหมือนพี่ชายแท้ๆเลยขัดกันกับผู้จัดการของเป็นเอกทุกครั้งที่เจอกัน น้องเขาบอกว่า ผู้จัดการของเป็นเอกหวงเกินเหตุจนน่าสงสัย พวกผมก็ได้แต่หัวเราะเด็กขี้หวง เพราะชอบแย่งแม่ของเจ้าคุณกับเป็นเอกมันเป็นประจำนะครับ …“ปกป้องเล่าด้วยความคิดถึงเรื่องราวเก่าๆที่ผ่านมาด้วยความคิดถึงน้องชาย 

”อื้มมม …“ปลาวาฬขยับตัวด้วยความอึดอัดใจ อยากจะพูด แต่ก็กลัวถ้าพูดไปแล้วปกป้องจะไม่เชื่อ เพราะถ้าพลาด เขาจะไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้ใครเลยแม้กระทั้งเด็กที่ชื่อว่าฝันดีคนนั้น เขาคิดว่าเด็กฝันดีน่าจะพูดง่ายกว่าปกป้องแน่ๆตามที่ได้ฟังจาก วิญญาณที่นั่งหน้ามุ่ยอยู่ใกล้ๆเขา 

“ผมก็พูดแต่เรื่องของตัวเองชะยาวเลย ทำให้พี่ปลาวาฬเสียเวลาหรือเปล่าครับ …“ปกป้องพูดขึ้นด้วยความเกรงใจที่เผลอเล่าเรื่องส่วนตัวให้คนอื่นฟัง 

“ไม่ครับ ไม่เป็นไรผมก็อยากฟังด้วย ผมเห็นในข่าวแล้วก็ยังคิดเลยว่า ทำไมถึงไม่ฟื้นชะทีเลยเป็นห่วงนะครับ …“ปลาวาฬรีบพูด เพราะยังอยากถามต่อ แต่ดูเหมือนปกป้องจะรู้ตัวว่าพูดเรื่องส่วนตัวกับเขามากเกินไปเลยชวนเขาเปลี่ยนเรื่อง 

“ขอบคุณนะครับที่เป็นห่วงเป็นเอกมัน ส่วนเรื่องงานผมให้เลขาส่งให้ทางเมลแล้วนะครับ …“ปกป้องพูดยิ้มๆ 

“ขอบคุณครับ ผมเห็นแล้วครับเมื่อกี้ งั้นผมไม่รบกวนแล้วนะครับ …”ปลาวาฬเอ่อขึ้นด้วยความเกรงใจ 

“อย่าพึ่งกลับสิครับ จะเที่ยงแล้วไปกินข้าวเที่ยงกับผมก่อน เราทำงานด้วยกันมานานแล้วยังไม่เคยทานข้าวด้วยกันเลย …“ปกป้องรู้สึกยิ่งได้คุยนานๆยิ่งเห็นความน่ารักของรุ่นพี่คนนี้เลยอยากเข้าใกล้ให้มากกว่านี้ 

“เอาไว้โอกาสหน้านะครับ วันนี้ผมมีธุระที่ต้องไปทำต่อนะครับ …“ปลาวาฬหันไปสบตากับวิญญาณที่ส่ายหัวว่าไม่ไปด้วย เลยต้องจำใจปฏิเสธไป ทั้งๆที่เขาอยากไป เพื่อได้อะไรเพิ่มเติมมากกว่านี้ 

“อ้าวเหรอครับ งั้นก็เอาไว้โอกาสหน้าผมขอเลี้ยงนะครับ …“ปกป้องทำหน้าเสียดายที่เสียโอกาสจะได้อยู่ใกล้คนที่เขาเริ่มรู้สึกดีด้วย 

 

“เอกทำไมไม่ยอมไปกินข้าวกับพี่ชายล่ะ เพื่อมีอะไรเพิ่มเติมนะ …”ปลาวาฬถามขึ้นมาเข้ามานั่งอยู่ในรถด้วยกันแล้ว 

“ไม่มีประโยชน์พี่ปกป้องจะไม่พูดเรื่องส่วนตัวให้ใครฟัง แต่วันนี้เผลอเล่าให้อ้วนฟังได้ไงก็ไม่รู้ อ้วนก็เห็น พอเขารู้สึกตัวว่าพูดมากไปเขาก็เปลี่ยนเรื่อง ดีแล้วที่อ้วนไม่พูดเรื่องผมให้พี่ปกป้องฟัง เพราะเขาไม่เชื่ออะไรที่พิสูจน์ไม่ได้ …“วิญญาณที่เอาแต่ใจก็พอจะรู้ด้วยว่าทำไมพี่ชายถึงเผลอเล่าเรื่องของตัวเองให้คนอ้วนฟัง และอย่าหวังว่าเขาจะยอมให้เข้าใกล้คนอ้วนของเขาอีก 

“งั้นเราไปหาน้องฝันดีกัน น้องกลับมาจากเข้าค่ายแล้วหนิ ผมไม่อยากให้เอกออกจากร่างตัวเองนานเกินไป กลัววิญญาณตนอื่นจะมาเข้าแทน …”ปลาวาฬพูดขึ้นอย่างเป็นกังวล 

“มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ …”เป็นเอกถามขึ้นด้วยความตกใจ 

“ก็มีนะ ถ้าวิญญาณตนนั้นหมดบุญ แต่ตอนนี้เอกยังมีอยู่ แต่ผมก็ยังห่วงอยู่ดี…” 

“ผมไม่แน่ใจว่าน้องมีเรียนตอนไหน แต่เราก็ลองไปดูที่คณะที่น้องเรียนดู หรือไม่ก็ที่น้องนั่งประจำ ผมพอจะรู้นิดหน่อย ผมเสียดายช่วงที่น้องไปเรียนใหม่ๆผมก็งานยุ่งไหนจะเรียนอีก แล้วพี่เจ้าก็หวงน้องมากเลยไม่ค่อยได้ไปรับน้องเท่าไหร่ ก็เลยไม่ค่อยรู้เวลาเรียนของน้อง และที่ประจำของน้อง …”เป็นเอกพูดขึ้นก็นึกเสียดาย แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้กับตัวเอง เลยไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า 

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องคิดมาก เดี๋ยวเราตามสักสองสามวันก็รู้แล้วว่าน้องเรียนเวลาไหน …“ปลาวาฬพูดปลอบใจวิญญาณที่คิดมาก 

“มันไม่ง่ายยังงั้นสิอ้วน อ้วนไม่รู้อะไร พี่เจ้าหวงน้องยิ่งกว่าไข่ในหิน เวลานี้รู้ทุกวินาทีว่าน้องทำอะไรอยู่ตรงไหน จะไปไหนจะทำอะไร แทบจะไม่ให้คลาดสายตาเลยด้วยซ้ำ …“เป็นเอกยิ่งพูดก็ยิ่งคิดว่าจะต้องยุ่งยากมากแน่ๆ 

“แต่แฟนเขาก็ต้องยอมน้องไม่ใช่เหรอ เห็นเอกเคยบอก …“ปลาวาฬพยายามพูดปลอบวิญญาณที่กำลังคิดมาก 

“มันก็ใช่ ผมก็ขอให้น้องเชื่ออ้วนนะ …” 

“มันก็ต้องมีวิธีที่ทำให้น้องเขาเชื่อเราสิ …“ 

“งั้นไปมหาวิทยาลัยxxxxxx เลย …” 

“อ้าวที่เดียวกับที่ผมเรียนเลย ดีหน่อยถึงจะจบมาสองปีแล้วแต่ผมก็ยังพอจำได้ …“ปลาวาฬพูดขึ้นยิ้มๆเพื่อให้วิญญาณที่นั่งหงอยอยู่มีกำลังใจขึ้นมาบ้าง 

 

 

“ไปคณะวิศวะเลยอ้วน น้องเรียนที่นั้น น้องน่าจะนั่งอยู่แถวๆหน้าคณะนะ ผมเคยขับรถผ่านๆ…”เป็นเอกพูดพร้อมกับพยายามมองหาตามข้างทาง เผื่อเจอคนที่เขากำลังตามหาอยู่ เมื่อรถเข้ามาในมหาวิทยาลัยแล้ว 

“น้องหน้าตา หุ่นเป็นยังไงอ่ะ …”ปลาวาฬอยากช่วยหามองหาด้วย เพราะตอนนี้เขาขับรถช้าสุดๆเพื่อจะได้หาช่วยกันด้วย 

“น้องสูงประมาณ170กว่า ขาวน้อยกว่าอ้วนนิดหน่อย หุ่นกำลังดี หน้าตาน่ารักเหมือนเด็กดื้อๆ เหมือนเด็กที่หน้าตากวนหน่อยๆอ่ะ …“เป็นเอกพยายามนึกหน้าแล้วอธิบายให้คนอ้วนฟัง แต่มันก็อธิบายไม่ถูกอยู่ดี 

“คล้ายๆน้องคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นหรือเปล่า …“ปลาวาฬชี้ให้ดูนักศึกษาที่กำลังนั่งคุยกับเพื่อนที่ตัวสูงกว่าตัวเองมากโขอยู่ 

“ไหน ? เห้ย !!! ใช่เลย นั้นแหละน้องฝันดีจอดรถก่อน …“เป็นเอกร้องขึ้นด้วยความดี รีบลงจากรถทันทีเมื่อรถจอด แล้วเดินเข้าไปทักฝันดีด้วยความลืมตัวว่าตัวเองเป็นเพียงวิญญาณที่ไม่มีใครมองเห็น ปลาวาฬเห็นแล้วได้แต่ส่ายหน้าให้กับวิญญาณที่ใจร้อน ที่ลืมตัวว่าตัวเองยังอยู่ในสถานะไหน 

“อ้วนน …”วิญญาณที่ใจร้อนเดินหน้าหงอยๆกลับมาที่รถ  

”เอกใจเย็นๆเดี๋ยวผมลองคุยกับน้องก่อน …“ปลาวาฬพูดพร้อมกับทำท่าปลอบโยนวิญญาณที่นั่งหน้าหงอยอยู่ข้างๆ แล้วก็เปิดประตูออกไปหา ฝันดีที่นั่งคุยอย่างสนุกสนานกับเพื่อนอยู่ 

”ขอโทษครับน้องฝันดีใช่ไหมครับ ผมปลาวาฬครับ เอ่อผมขอคุยอะไรด้วยหน่อยได้ไหมครับ …“ปลาวาฬยิ้มแก้มแทบปริเพื่อสื่อให้อีกคนเห็นความจริงใจจากรอยยิ้มนั้น 

“พี่รู้จักชื่อผมได้ไง อ๋อผมลืมไป ผมค่อนข้างจะดัง เอ๊ะ แต่ผมบอกไว้ก่อนนะพี่จะจีบผมไม่ได้นะผมมีแฟนแล้ว …“ฝันดีบอกด้วยความหวังดี เพราะกลัวคนจะมาอกหักเพราะรักตัวเอง ทำให้เวคินที่ยืนอยู่ด้วยต้องกลอกตามองบนด้วยความเซ็งกับความหลงตัวเองของเพื่อน เลยขอตัวแยกกลับไปก่อนเพราะดูแล้วคนอ้วนที่มาขอคุยด้วย น่าจะไว้ใจได้จากหน้าตาและรอยยิ้มที่จริงใจที่เขาสัมผัสได้ 

“พี่ไม่จีบหรอกครับ แต่พี่มีเรื่องอยากคุยกับน้องฝันดียาวหน่อย พี่ขอนั่งคุยได้ไหมครับ น้องฝันดีรีบกลับหรือรีบไปเรียนหรือเปล่า …“ปลาวาฬเอ่ยถามด้วยความเกรงใจ 

“ผมมีเวลาคุยไม่มากครับ แต่ถ้าพี่มีธุระผมก็คุยได้ เพราะวันนี้ผมกลับรถเมล์เอง แต่วันนี้ผมว่าจะรีบกลับเหมือนกัน ผมต้องกลับไปเยี่ยมญาติที่โรงพยาบาลนะครับ ผมไม่เจอตั้งสองวันไม่รู้เป็นไงบ้าง ผมพึ่งกลับมาจากเข้าค่ายนะครับ …“ฝันดีเล่าเรื่องของตัวเองให้ปลาวาฬฟังเหมือนรู้จักกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน เลยทำให้วิญญาณที่นั่งอยู่ข้างๆได้แต่นั่งยิ้มด้วยความเอ็นดู ในความที่ซื่อและไว้ใจคนแปลกหน้าง่ายๆ และไม่แปลกใจที่จะทำให้พี่เจ้าคุณห่วงและหวงมากขนาดนี้ 

“หึ …“ปลาวาฬรู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้ เลยอดหัวเราะนิดๆไม่ได้ ไม่แปลกใจเลยที่จะมีแต่คนรัก เพราะเขาเองยังคิดว่าน่ารักเลย คิดได้ยังไงว่าเขาจะมาจีบ  

“อ้วนนนน คิดอะไรอยู่ห้ามหลงน้องฝันดีอีกคนนะ …“วิญญาณขี้หวงเริ่มออกอาการอีกแล้ว แต่คราวนี้ไม่รู้เขาจะหวงใครดี 

“พี่ปลาวาฬว่ามาเลยครับ ผมรอฟังอยู่ …”ฝันดีนั่งตัวตรงตั้งใจฟังอย่างที่ตัวเองพูดจริงๆ และมองหน้าคนตรงหน้าไม่วางตา เพราะมองแล้วไม่เบื่อ มันดูน่าฟัดจริงๆถึงจะเป็นผู้ชายก็เถอะ 

“คือ มันเป็นเรื่องที่พูดไม่ง่ายนัก แต่พี่ก็มีเรื่องอยากให้น้องฝันดีช่วย ไม่ใช่พี่สิ เป็นเอกเขามีเรื่องอยากให้น้องฝันดีช่วยครับ พี่ไม่รู้ว่าน้องฝันดีจะเชื่อเรื่องนี้ไหม ตอนนี้เป็นเอกอยู่กับพี่ และนั่งข้างๆน้องฝันดีอยู่ …”ปลาวาฬเล่าแล้วก็ทำหน้าไม่ถูก ไม่รู้ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง เพราะเขาเจอมาบ่อย ทั้งโดนด่า โดนไล่ หาว่าบ้า หาว่าหลอกลวงมาก็เยอะ 

“พี่ล้อผมเล่นป่ะเนี่ย …”ฝันดีมองปลาวาฬเหมือนจะเชื่อ แต่ก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี 

“เป็นเอกเขายังเข้าร่างตัวเองไม่ได้ เพราะไม่มีคนพาเขาเข้าไปที่โรงพยาบาล คือ พี่เข้าใจว่าเรื่องนี้มันเชื่อยากนะ และพี่ก็อธิบายยากด้วย …”ปลาวาฬเกาท้ายทอย เพราะไม่รู้จะสื่อสารยังไงให้คนที่จ้องมองเขาอยู่ตอนนี้เชื่อใจเขา 

“พี่ !! คือผมต้องไปแล้วนะครับ ผมไม่มีเวลามาฟังพี่พูดอะไรแบบนี้หรอก …“ฝันดีทำหน้าผิดหวัง ที่เขาอุตส่าห์นั่งรอฟัง พร้อมกับลุกขึ้นจะเดินออกไป 

“เดี๋ยวครับ เป็นเอกเขาบอกว่าจะไม่ช่วยเขาหน่อยเหรอ ตอนที่น้องฝันดีโดนคุณกิกิตบ เขายังช่วยถ่ายคลิปให้ทุกคนดูว่าเราไม่ผิดเลย แถมพาเรากลับในเช้าวันต่อมาทันที และยังยอมคุยกับแม่และน้องสาวของเราให้เลย …“ปลาวาฬพูดรัวเร็วเพราะกลัวฝันดีที่ลุกขึ้นและกำลังจะเดินออกไปฟังไม่ทัน 

“พี่ว่าอะไรนะ …”ฝันดีขนลุกซู่ทันทีที่ปลาวาฬพูดจบ 

#น้องฝันดีมาจากเรื่อง รักมาแบบไม่ตั้งใจ #นะคะ สองเรื่องเชื่อมกันนิดหน่อยค่ะ 

ความคิดเห็น