จรสจันทร์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : First kiss - 100% -

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 354

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2563 11:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
First kiss - 100% -
แบบอักษร

ทุกครั้งที่เขาส่งข้อความ หรือโทร. เข้ามาแล้วเห็นชื่อที่เขาบันทึกไว้ในเครื่องก็ให้รู้สึกขัดใจอย่างบอกไม่ถูก เข้าใจอยู่ว่าเขาอยากทำความสนิทสนมคุ้นเคยกับเธอเร็วๆ เวลาทำงานร่วมกันจะได้ไหลลื่นไม่ติดขัด แต่เรื่องแบบนี้สำหรับเขาแล้วคงเป็นเรื่องง่ายเพราะเขาเป็นนักร้อง ต้องอยู่ต่อหน้าคนหมู่มากบ่อยๆ ในขณะที่เธอเป็นคนเก็บตัว และไม่ค่อยสุงสิงกับคนที่ไม่สนิท 

“ไม่ได้! เพราะเรื่องนี้เอาเข้าไปอยู่ในบทแล้วเรียบร้อย ทำไมล่ะ พี่ว่าดูน่ารักดีออก สุดที่รัก รักที่สุด แหม...ไตรนี่เข้าใจคิดจริงๆ” คนพูดโบกไม้โบกมือเป็นเชิงบอกหญิงสาวตรงหน้าว่าไม่ต้องใส่ใจ พิมพิกาจึงได้แต่พยักหน้าแกนๆ 

  

พิมพิกายืนเลือกกระดาษวาดเขียนอยู่ในร้านมาได้พักหนึ่ง รู้สึกพอใจที่ทางทีมงานค่อนข้างเข้าใจความรู้สึกของเธอพอสมควร จึงไม่มีกล้องมาคอยติดตามอย่างใกล้ชิด เธอลองมองไปรอบตัว ไม่เห็นตากล้องที่รับผิดชอบตามถ่ายเธอเลย ไม่รู้เขาไปแอบถ่ายอยู่มุมไหน ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดีไม่น้อย เพราะเธอจะได้ไม่รู้สึกอึดอัดกับสายตาของคนรอบข้างจนทำตัวไม่ถูก 

“แก! นั่นไตรนี่ ใช่ไหมๆ ตาฉันไม่ได้ฝาดใช่รึเปล่าแก” 

“ใช่จริงด้วย กรี๊ด! ถือช่อดอกไม้มาด้วยล่ะ เอามาให้ใครน่ะ โอ๊ย...หล่อออ...” 

เสียงกรี๊ดกร๊าดจากนักศึกษาสาวสองคนที่ยืนเลือกปากกาอยู่ในร้านเดียวกัน เรียกสายตาของคนหลายคนในบริเวณนั้นให้หันมองไปตามทิศทางที่ทั้งสองคนนั้นชี้ไปทันที 

มาแล้วสินะ... 

พิมพิกาสูดลมหายใจเข้าลึก หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้นจนพานให้มือสั่นตามไปด้วย ยิ่งเสียงกรี๊ดใกล้เข้ามามากเท่าไร เธอก็รู้สึกอึดอัดเหมือนจะเป็นลมเท่านั้น 

“น้องพิมครับ” เสียงทุ้มของไตรภัทรดังขึ้นด้านหลังจนพิมพิกาสะดุ้งขึ้นมาเล็กน้อย ครั้นพอเธอหันกลับมามองเขา ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อจู่ ๆ ร่างสูงของนักร้องชื่อดังทรุดตัวลงนั่งชันเข่าข้างหนึ่งกับพื้นพร้อมยื่นช่อดอกไม้ช่อใหญ่มาให้ตรงหน้าท่ามกลางเสียงกรี๊ดจากคนที่มายืนมุงดู และเริ่มดังขึ้นกว่าเดิม 

“ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป น้องพิมคือแฟนของพี่แล้วนะครับ” เขาจงใจส่งรอยยิ้มที่สยบสาวมานักต่อนักพร้อมสายตาหวานเชื่อมให้พิมพิกา หวังไว้ว่าเสน่ห์ของเขาน่าจะกระเทาะกำแพงน้ำแข็งในใจของเธอได้บ้าง 

 “ขอบคุณค่ะ” พิมพิกายื่นมือมารับช่อดอกไม้พร้อมกับยิ้มบาง ๆ รู้สึกหน้าร้อนซู่ขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นสายตาจากคนรอบข้าง แต่ไหนแต่ไรมาเธอไม่เคยต้องเป็นจุดสนใจคนหมู่มากอย่างนี้มาก่อน ครั้นพอมาเจอเหตุการณ์แบบนี้เข้า ถึงแม้จะเป็นการจัดฉากขึ้น แต่เธอก็อดอับอายไม่ได้ 

ไตรภัทรคลี่ยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อเห็นใบหน้าแดงเรื่อของหญิงสาว เขาไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะไม่หวั่นไหว หรือไม่รู้สึกอะไรกับเขาเลย ในเมื่อเขาเองจัดว่าเป็นผู้ชายที่หน้าตาดี หนำซ้ำยังดูแลรูปร่างให้บึกบึนแข็งแรงอย่างที่ผู้ชายควรจะเป็น ในบรรดาลูกชายทั้งสามคนของบ้าน เขาก็หน้าตาดีที่สุด ฉะนั้น ต่อให้พิมพิกาจะใจแข็งแค่ไหน เขาก็มั่นใจว่าไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ เธอจะต้องตกหลุมเสน่ห์ของเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้นแน่นอน 

เขายื่นมือไปตรงหน้าหญิงสาว ตามบทแล้วเธอต้องวางมือลงในอุ้งมือของเขาแล้วพากันจูงมือเดินไปร้านอาหารญี่ปุ่นที่อยู่ชั้นล่าง แต่เธอดูลังเล มองมือของเขาที่ยื่นไปแล้วช้อนตาขึ้นมองเขา ยังไม่ยอมส่งมือให้เขาจูงแต่โดยดี 

“แฟนผมเธอขี้อายครับ อีกหน่อยก็คงชิน” เขาแก้เกมกลับด้วยการหันไปบอกกับบรรดาฝูงชนที่ยืนมองอยู่รายรอบ เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นขึ้นมาอีกครั้ง และดังยิ่งขึ้นเมื่อเขาคว้ามือของเธอขึ้นมากุมเสียเอง 

“หิวแล้ว...หาข้าวกินกันเถอะที่รัก” เขายกมือข้างหนึ่งขึ้นลูบท้องป้อย ๆ ส่งสายตาออดอ้อนสุดฤทธิ์ ก่อนประสานมือของเขากับเธอเข้าไว้ด้วยกันแล้วก้มหน้าลงมากระซิบที่ข้างหูของหญิงสาว 

“พี่ว่ารีบออกไปจากตรงนี้ดีกว่า คนเริ่มเยอะขึ้นแล้วนะ พี่รู้ว่าพิมอึดอัด” 

พิมพิการับคำเบา ๆ แล้วเดินตามแรงจับจูงของเขาไปยังบันไดเลื่อนของห้างสรรพสินค้า โดยมีตากล้อง ผู้ช่วยตากล้อง รวมถึงแฟนคลับของนักร้องหนุ่มเดินตาม และคอยถ่ายรูปถ่ายคลิปตลอดเวลา 

ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ทีมงานติดต่อเอาไว้นั้นจัดโซนที่นั่งให้ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มอยู่ติดกระจก คนภายนอกที่เดินผ่านไปผ่านมาสามารถมองเห็นได้ ซึ่งเป็นความตั้งใจของทีมงานเพราะต้องการเรียกให้คนสนใจ อีกทั้งทางร้านเองก็ต้องการเรียกแขกเข้าร้านด้วยวิธีนี้เช่นกัน 

สำหรับเขานั้นชาชินเสียแล้วกับการทำอะไรแล้วมีคนคอยมองคอยจ้องตลอดเวลา แต่สำหรับพิมพิกา...เธอไม่ชิน 

“พิมลองกินอันนี้สิครับ อร่อยนะ มา...พี่ป้อน” เขาคีบปลาแซลมอนย่างไปจ่ออยู่ใกล้ปากของหญิงสาว เห็นเธอทำท่าผละออกไปด้านหลังเล็กน้อย เขาจึงเอามืออีกข้างจับปกเสื้อของตัวเองเป็นเชิงบอกว่ามีไมค์ซ่อนอยู่ หากไม่ทำหรือไม่พูดตามบท อาจจะต้องกลับมาถ่ายกันใหม่อีกรอบ 

พิมพิกาจำยอมให้เขาป้อนอาหารถึงปาก ครั้นพอเธอยอมกินไปคำหนึ่งแล้ว เขาก็ยังป้อนคำต่อมาเรื่อย ๆ อีก แถมเขายังใช้ตะเกียบคู่เดียวกันกับเธอโดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจ ในขณะที่เธอเริ่มรู้สึกว่าแก้มร้อนขึ้นอีกครั้ง 

เธอเห็นเขาเอาตะเกียบเคาะเบา ๆ ที่จานซูชิทีหนึ่งเป็นการเตือนว่าถึงเวลาที่เธอต้องเป็นฝ่ายเอาใจเขาบ้างตามบทที่ซักซ้อมกัน ครั้นพอเงยหน้าขึ้นมองเขา เห็นแววตาแพรวพราวที่มองมาแล้วให้รู้สึกประหม่า จากที่ต้องป้อนให้เขาถึงปาก เลยกลายเป็นว่าเธอคีบไปวางลงในจานให้เขาแทน 

“หึ ๆ ขี้อายจังนะเรา” เขาพูดพลางคีบซูชิไปแตะกับวาซาบิ ปากสีสดราวกับสตรีของเขาผุดรอยยิ้มทรงเสน่ห์ขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับนัยน์ตาหวานเชื่อมจนพิมพิกาอดค่อนขอดในใจไม่ได้ว่า...เล่นสมบทบาทเกินไปแล้ว 

“แต่เป็นแบบนี้ก็ดีนะ พี่ชอบสาวขี้อาย...น่ารักดี” พูดจบเขาก็ส่งซูชิคำนั้นเข้าปาก พิมพิกามองแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ รู้แล้วว่าทำไมเขาถึงได้ฉายาว่า...ปลาไหลคาสโนว่า เพราะความไหลลื่นจนเล่นนอกบทของเขานั้นช่วยเธอได้มากทีเดียว 

  

เมื่อกลับมาถึงคอนโดมิเนียมในตอนใกล้ค่ำ ทีมงานก็ปักหลักอยู่ในห้องถัดไป ตามบทแล้ววันนี้ยังไม่มีอะไรมากนัก เพราะเป็นการถ่ายทำซีนเริ่มต้นการทำความรู้จักและสนิทสนมกันมากกว่า ซึ่งบทพูดนั้นเธอไม่ห่วงเท่าไร เนื่องจากไตรภัทรสามารถดึงเธอให้เข้าไปอยู่ในบทได้อย่างเป็นธรรมชาติ 

ไตรภัทรมองไปรอบห้องที่เขาต้องมาอยู่ชั่วคราวเป็นระยะเวลาหนึ่งเดือนเต็มด้วยสายตาพึงพอใจ ก่อนจะไปสะดุดกับรูปวาดบนขาตั้งที่วางเด่นอยู่ในห้องรับแขก 

“นี่พิมวาดเมื่อไรน่ะ หรือว่าวาดมาจากบ้าน” เขาโพล่งถามขึ้น เพราะจำได้ว่าเมื่อวานเธอเอามาแต่อุปกรณ์วาดเขียน และรูปที่วาดค้างไว้ ซึ่งไม่ใช่รูปนี้แน่นอน 

“วาดเมื่อคืนค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ ก่อนเดินเข้าห้องของตัวเองไป เขาหันมองเธอครู่หนึ่ง เห็นประตูห้องปิดลงแล้วจึงผินหน้ากลับมามองที่รูปตรงหน้าตามเดิม 

แสดงว่าเมื่อคืนเธอไม่ได้นอนเลยอย่างนั้นหรือ... 

ภาพท้องฟ้าสีดำสนิท มีเพียงพระจันทร์เสี้ยวที่โดดเด่นที่สุดในภาพ ด้านล่างเป็นอาคารมืดทึม แม้จะมีทางด่วนที่มีแสงไฟสว่างไสว แต่กลับไม่ดึงดูดสายตาได้มากเท่ากับพระจันทร์เสี้ยวดวงนี้เลย 

นอกเหนือไปจากนั้น เขารู้สึกว่าภาพนี้ดูเหงาเหลือเกิน... 

ผ่านไปราวสี่สิบห้านาที พิมพิกาก็เดินออกมาจากห้องในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้น เขาเดาว่าคงเป็นชุดนอนของเธอกระมัง ดูสีหน้าดีขึ้นกว่าเดิมน่าจะเพราะได้อาบน้ำหลังจากที่ต้องไปตระเวณปั้นหน้ายิ้มแย้มกับเขาทั่วห้างสรรพสินค้า 

“เหนื่อยไหม อยากนอนเลยรึเปล่า ดูท่าทางไม่ได้นอนเลยทั้งคืนใช่ไหมเนี่ย” เขาสังเกตเห็นตั้งแต่ตอนที่เอาช่อดอกไม้ให้เธอแล้ว หน้าของเธอดูอิดโรย ขอบตาคล้ำเล็กน้อย แต่ก็ยังความสวยอยู่ 

“ได้หรือคะ เหลือฉากดูหนังด้วยกันไม่ใช่หรือ” เธอพูดเบา ๆ ไตรภัทรจึงส่งยิ้มให้อย่างใจดี 

“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ก็แฟนพี่ง่วงนอนนี่นา ไปเถอะ เดี๋ยวพี่ไปส่งหน้าห้อง เรื่องฉากนั้นไม่ต้องห่วง พี่มีวิธีแหละน่า” 

เขาฉุดมือเธอให้ลุกขึ้นยืน ก่อนจะจับจูงไปยังฝั่งที่เป็นห้องนอน แม้ห้องจะอยู่ตรงข้ามกัน ประตูห่างกันเพียงสองเมตร แต่ไตรภัทรก็ยังมายืนส่งเธอที่หน้าประตูห้อง 

“ฝันดีนะครับ ฝันถึงพี่ด้วยนะ” ทันทีที่พูดจบเขาก็ก้มลงมาเอาปากแตะริมฝีปากของเธออย่างรวดเร็ว เธอได้แต่มองเขาตาค้างเพราะคาดไม่ถึงว่าเขาจะกล้าทำขนาดนี้ เพราะมันไม่มีในบท เขาจูบเธอต่อหน้ากล้อง ต่อหน้าทีมงานที่อยู่ในห้องนั้น 

“นอกบทนี่!” เธอพูดเบา ๆ จนแทบไม่มีเสียงออกจากปาก แต่เขาก็คงได้ยินเพราะเขาเพียงเลิกคิ้วขึ้นแล้วยักไหล่ 

“อ้าวเหรอ สงสัยพี่ดูบทผิดวันน่ะ คิดเสียว่าทดแทนฉากดูหนังด้วยกันไง... ฮ้า! คืนนี้ฝันดีแล้วเรา” ประโยคสุดท้ายเขาพูดเสียงดังพลางเดินถอยหลังเข้าไปในห้องของตัวเอง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มทั้งปากและตา 

ก่อนปิดประตูห้อง ชายหนุ่มยังอุตส่าห์ทำปากจู๋ส่งมาให้ ทิ้งให้พิมพิกาได้แต่ยืนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่คนเดียวในห้อง เธอปิดประตู กดล็อกห้อง และลงกลอน จากนั้นก็เดินมาหย่อนตัวนั่งบนเตียง พร้อมกับยกมือขึ้นแตะริมฝีปาก 

คนทุเรศ…นั่นจูบแรกของเธอเชียวนะ! 

 

************************** 

 

อิพี่ไตร เริ่มออกลายทีละนิดแระ  

ความคิดเห็น