จรสจันทร์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : First kiss - 70% -

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 392

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2563 20:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
First kiss - 70% -
แบบอักษร

คืนนั้น พิมพิกานอนไม่หลับ หญิงสาวพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง สุดท้ายตัดสินใจลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องนอนไปนั่งที่ระเบียง เธอแหงนหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืน ไม่มีดาวให้เห็นเพราะถูกแสงไฟของเมืองใหญ่กลบมิด มีเพียงพระจันทร์เสี้ยวที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางผืนฟ้าสีดำสนิท... โดดเดี่ยวเหมือนเธอตอนนี้ 

คำถามเกี่ยวกับครอบครัวจากไตรภัทร ไปกระตุ้นอดีตที่เธอไม่อยากนึกถึงเข้าจนได้ 

... 

“แล้วตกลงเรื่องยายพิมจะเอายังไง” เสียงของมารดาดังมาจากห้องนอนที่เปิดแง้มไว้ เธอสะดุ้งตื่นเพราะเสียงโต้เถียงกันของบิดามารดาที่ดูเหมือนจะดังขึ้นเรื่อยๆ ขนาดเธอที่นอนอยู่อีกห้องยังได้ยิน 

“ก็ไหนคุณว่าจะเอาลูกไปอยู่ที่โน่นด้วยไง ปีนี้ยายพิมจบป.6 พอดี ก็ให้ลูกไปเรียนมัธยมที่นั่นเลยสิ” บิดาพูดห้วนๆ ฟังดูก็รู้ว่ากำลังอารมณ์ไม่ดีอย่างหนัก 

“ไม่ได้แล้ว จอห์นเขาบอกฉันว่าค่าใช้จ่ายที่โน่นสูงมาก ฉันเอายายพิมไปด้วยไม่ได้หรอก คุณนั่นแหละที่ต้องรับผิดชอบเรื่องลูก ก็ไหนว่าอีเมียใหม่ของคุณมันรวยนักไม่ใช่หรือ” 

“คุณอย่ามาโยนความรับผิดชอบให้ผมอย่างนี้นะ ก่อนหน้านี้คุณพูดมาเองว่าจะพาลูกไปอยู่อเมริกากับคุณด้วย แล้วจู่ๆ จะมากลับคำพูดหรือไง ทำไม! แค่เด็กคนเดียว ไอ้ผัวใหม่ของคุณมันไม่มีปัญญาเลี้ยงหรือ” 

เสียงทะเลาะของทั้งคู่ยังคงดังทะลุกำแพงมาให้ได้ยินตลอดคืน เธอทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนเอาหน้าซุกไปกับหมอน ร้องไห้จนหมอนเปียกชุ่มแล้วหลับไปทั้งอย่างนั้น 

... 

พิมพิกาลุกขึ้นเดินไปหยิบขาตั้ง และอุปกรณ์วาดรูปมาที่ระเบียง ไหน ๆ คืนนี้ก็นอนไม่หลับอยู่แล้ว ป่วยการที่จะฝืนข่มตาลงได้ สู้หาอะไรมาทำฆ่าเวลาระหว่างที่รอเช้าวันพรุ่งนี้มาถึงดีกว่า 

เธอใช้สมาธิจดจ่ออยู่กับการวาดไปได้สักพัก ท้องก็เริ่มร้องโครกครากเพราะความหิว ก้มลงมองเวลาจากโทรศัพท์มือถือแล้วก็เลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างแปลกใจ 

“ตีสี่กว่าแล้วหรือเนี่ย” ร่างระหงลุกขึ้นเดินไปห้องครัว เปิดตู้เย็นเห็นนมกล่อง ผลไม้ และของสดที่ทางทีมงานเตรียมไว้ให้สำหรับถ่ายทำฉากเข้าครัวด้วยกันกับไตรภัทรแล้วก็เริ่มยิ้มออก 

หุงข้าวเสร็จ พิมพิกาก็ทำไข่เจียวหมูสับโปะลงบนข้าวอย่างง่าย ๆ ปกติเวลาที่อยู่บ้านของจิราภา เธอก็มักทำอาหารกินเองเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะบ้านหลังนั้นอยู่สุดซอย ตลาดก็อยู่ไกลเกินไป ทุกครั้งที่ออกจากบ้านเธอจึงต้องซื้อของสดมาแช่ตู้เย็นไว้เป็นจำนวนมากเพื่อทำอาหารกินเอง 

หญิงสาวถือจานข้าวเดินไปนั่งกินที่ระเบียงเพราะไม่อยากพลาดเวลาสำคัญ ถึงแม้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นอนไม่หลับจนต้องลุกขึ้นมาวาดรูปยันโต้รุ่ง แต่เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ได้มาอยู่คอนโดมิเนียมสูงขนาดนี้ แถมห้องที่เธออยู่ยังเป็นทิศตะวันออก ฉะนั้นเธอจึงพลาดนาทีแรกที่พระอาทิตย์โผล่ตรงสุดขอบฟ้าไม่ได้ 

เคยมีใครบางคนบอกเธอไว้ว่าพระอาทิตย์ขึ้นที่ไหนก็เหมือนกัน แต่ใครคนนั้นคงไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกที่ได้รับในแต่ละครั้งมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง 

  

แรงเขย่าเบา ๆ ที่ต้นแขนทำให้พิมพิกาปรือตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก ดวงตายาวรียังเปิดได้ไม่เต็มตาเพราะความง่วงงุน อีกทั้งแสงจ้าของแดดอ่อนในยามสายจึงทำให้เธอไม่สามารถลืมตาขึ้นมาได้ทั้งหมด 

“ทำไมมาหลับอยู่ตรงนี้ล่ะน้องพิม” เสียงของทีมงานคนหนึ่ง ซึ่งพิมพิกาจำได้ว่าเป็นครีเอทีฟของรายการนี้เช่นเดียวกับจิราภาดังขึ้นเหนือศีรษะ เธอกะพริบตาหลายครั้งเพื่อปรับสายตา และลูบหน้าตัวเองหลายทีเพื่อสลัดความง่วงทิ้งไป ก่อนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองเวลาที่โทรศัพท์ของตัวเองแล้วก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นสูงเพราะเลยเวลาเก้าโมงไปแล้วเล็กน้อย 

“พิมตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าค่ะ แล้วก็คงเผลอหลับไป” เธอไม่อยากบอกว่าเมื่อคืนไม่ได้นอน แถมยังนั่งอยู่ตรงระเบียงนี้ทั้งคืนเพราะไม่ต้องการให้อีกฝ่ายซักถามถึงเหตุผลที่ทำให้เธอนอนไม่หลับ 

“อ๋อ... จริงสินะ ตรงนี้น่ะวิวจะสวยมาก คนที่มาถ่ายรายการส่วนใหญ่ชอบกันทุกคนนั่นแหละ พวกพี่ยังชอบเลย แต่ส่วนใหญ่จะขี้เกียจตื่นเช้ามาดู” คนพูดยิ้มให้ก่อนดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ 

“พิมไปอาบน้ำเถอะ แล้วเดี๋ยวเรามานั่งคุยเรื่องบทกันอีกที” พูดจบเจ้าตัวก็เดินไปหาทีมงานอีกคนหนึ่งที่กำลังเช็คความพร้อมของกล้องที่ติดไว้ตามมุมต่าง ๆ อย่างละเอียดอีกครั้ง 

พิมพิกาเดินเข้าห้องของตัวเอง ระหว่างที่กำลังจะปิดประตู เธออดมองไปที่ห้องฝั่งตรงข้ามไม่ได้ คืนนี้ไตรภัทรจะมานอนที่ห้องนั้น คิดแล้วก็หวั่นใจ แม้จะค่อนข้างมั่นใจว่าเขาคงไม่ใช่ผู้ชายบ้ากามที่ใช้กำลังบังคับขืนใจผู้หญิง แต่เพราะเธอไม่เคยอยู่ร่วมกับใคร เธอยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องลำบากใจมากที่สุด 

ใช้เวลาไม่นานนัก พิมพิกาก็เดินออกมาจากห้อง เห็นพี่ทีมงานคนเดิมนั่งบนโซฟาตัวยาว เธอจึงเดินไปนั่งอีกตัวแต่กลับถูกเรียกให้เข้าไปนั่งใกล้กันเพื่อง่ายต่อการดูสคริปต์ที่ถืออยู่ในมือ 

“วันนี้ไม่มีอะไรมาก ฉากแรกที่เปิดมาก็คือตอนที่ไตรเอาช่อดอกไม้ไปให้พิมที่ร้านเครื่องเขียน พิมก็รับมา เสร็จแล้วก็เดินไปกินข้าวที่ร้านอาหารญี่ปุ่นด้วยกัน ซึ่งตรงนี้จะมีตากล้องสองคนติดตามไปด้วย คนหนึ่งอยู่กับพิม อีกคนอยู่กับไตร ตอนนี้ไตรก็เขาก็กำลังถ่ายในส่วนของตัวเองอยู่เหมือนกัน” 

พิมพิกาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เพราะก่อนหน้านี้ก็คุยกันเรียบร้อยแล้วว่าวันนี้ต้องถ่ายในส่วนของไตรภัทรเยอะหน่อย เพราะเขาต้องเป็นคนเปิดรายการ และเปิดเรื่องทั้งหมด รวมถึงบอกกับคนดูคร่าว ๆ เกี่ยวกับตัวเธอด้วยว่าเป็นใคร มาจากไหน และประทับใจอะไรในตัวเธอ เขาจึงเลือกให้เธอมาเป็นคนรู้ใจ 

“พิมไม่ต้องกังวลไปนะ จำบทไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวไตรเขาจะช่วยเอง” 

“ค่ะ” เธอพยักหน้า พลางมองไปยังประตูอีกด้านที่เชื่อมระหว่างห้องนี้กับห้องข้าง ๆ ไว้ด้วยกัน ประตูนี้ทำให้เธออุ่นใจขึ้นมาบ้างว่าอย่างน้อย ๆ เธอก็ไม่ต้องอยู่กับไตรภัทรเพียงลำพังแค่สองคน เพราะห้องติดกันนี้เป็นห้องที่ทางทีมงานสลับสับเปลี่ยนกันมาอยู่ อีกทั้งยังเป็นห้องสำหรับดูภาพจากกล้องทุกตัวอีกด้วย 

“ตรงไหนพลาดก็ช่างมัน เพราะยังไงพวกพี่ก็ต้องตัดต่อก่อนอยู่ดี มันกึ่งเรียลลิตี้ มันไม่ใช่การถ่ายทอดสด ฉะนั้นส่วนไหนที่พลาดไปพี่ก็ตัดทิ้งเท่านั้นเอง อย่าลืมว่าพวกพี่ต้องตัดให้เหลือแค่หนึ่งชั่วโมงครึ่งเท่านั้นนะ สำหรับการฉายหนึ่งตอน พี่เลยต้องคัดเฉพาะตอนที่คิดว่าคนดูต้องชอบใส่เข้าไปน่ะ” 

“เอ่อ พี่จ๋าคะ แล้วเวลาที่พิมออกไปข้างนอก กล้องจะตามพิมไปด้วยทุกครั้งรึเปล่าคะ” เรื่องนี้เธอเป็นกังวลมากเพราะขาดความเป็นส่วนตัว บางครั้งเธอก็อยากไปไหนมาไหนโดยไม่มีกล้องตามไปทุกที่บ้าง 

“ไม่เลย ส่วนไหนที่เกี่ยวข้องกับสคริปต์ที่รายการวางไว้ ยังไงก็ต้องมีกล้องตามไป แต่ส่วนไหนที่ไม่ใช่ พิมก็แจ้งกับพวกพี่ได้เลย เพราะพี่เข้าใจว่าทุกคนต้องมีเวลาส่วนตัว ไตรก็เหมือนกันนั่นแหละ เพียงแต่ไตรเขาจะมีงานนั้นงานนี้แทรกเข้ามาด้วยระหว่างที่ถ่ายทำรายการนี้ไง มันก็เลยดูเหมือนว่าเขามีกล้องตามไปตลอด” 

ได้ฟังอย่างนั้นพิมพิกาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก จะว่าไปแล้ว งานนี้ก็ไม่ยากอย่างที่คิดไว้ แค่ต้องใช้ชีวิตในบ้านที่มีแต่กล้องติดไว้ทั่วเท่านั้นเอง 

เสียงสัญญาณดังสั้น ๆ จากโทรศัพท์แจ้งว่ามีคนส่งข้อความมาทางโปรแกรมสนทนา พิมพิกาหยิบมาเปิดดูแล้วก็ลอบถอนหายใจเมื่อมองเห็นชื่อของคนส่ง 

สุดที่รัก : (ภาพช่อดอกไม้) 

สุดที่รัก : สวยไหม เมื่อไรจะถึงตอนบ่าย อยากให้ใจจะขาดแล้วเนี่ย 

พิมพิกามองหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างกาย ก่อนตัดสินใจลองถามหยั่งเชิงดู 

“พี่จ๋าคะ พิมเปลี่ยนชื่อพี่ไตรในโทรศัพท์ได้ไหม” 

 

***************************************************** 

 

เผื่อใครมาอ่านแล้วยังไม่รู้ อิพี่ไตรนี่ก็คือน้องชายของต้นตระกูล และต่อตระการนั่นเองค่ะ แต่ความกะล่อน เจ้าชู้ หลงตัวเองนั้นกินขาดพวกพี่ๆ มาก ยกให้ฮีเป็นเบอร์ 1 เลย 

ความคิดเห็น