จรสจันทร์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : First kiss - 35% -

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 332

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2563 15:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
First kiss - 35% -
แบบอักษร

ไตรภัทรนั่งอ่านสคริปต์ที่ทางรายการกำหนดไว้ว่าต้องทำอะไรบ้างในวันรุ่งขึ้นอยู่บนโซฟาตัวยาว ข้างกายเขาคือพี่นัดดา หรือพี่นัด ทีมงานคนหนึ่งกำลังอธิบายวิธีการทำงานของทีมงานให้พิมพิกาฟังอีกครั้ง เขาเห็นเธอพยักหน้ารับฟังอย่างตั้งใจ บางขณะเธอก็เม้มปากแน่น เห็นแล้วอดขำไม่ได้ เขาเดาออกเลยว่าเธอกำลังหนักใจเรื่องอะไรอยู่ 

“สรุปว่าคืนนี้ผมยังไม่ต้องนอนที่นี่ใช่ไหมครับ” เขาขัดจังหวะการอธิบายของพี่นัด สองสาวหันมองหน้าเขา ก่อนที่พิมพิกาจะหลุบสายตาลงอ่านสคริปต์ในมือต่อ 

“ใช่แล้วจ้ะ พวกพี่เพิ่งคุยสรุปก่อนหน้าที่จะมาที่นี่น่ะ คิดว่าช่วงเริ่มต้นน่าจะเป็นอย่างที่เราคุยกันเมื่อกี้ดีกว่าที่จะเปิดรายการมาก็อยู่ร่วมห้องกันแล้ว เรื่องนี้จิ๊บก็เพิ่งรู้ก่อนหน้าพิมไม่นานเท่าไร” 

ผลสรุปที่ทีมงานตกลงกันใหม่ก็คือคืนนี้ไตรภัทรไม่ต้องค้างที่คอนโดฯ เขาสามารถกลับไปนอนที่บ้านได้ แต่พรุ่งนี้ช่วงบ่าย เขาจะต้องไปซื้อดอกไม้ช่อหนึ่งมาให้พิมพิกาที่กำลังยืนเลือกของอยู่ที่ร้านเครื่องเขียนในห้างสรรพสินค้า ซึ่งทางทีมงานต้องจัดเตรียมช่อดอกไม้ไว้ และติดต่อขออนุญาตเจ้าของสถานที่ให้เรียบร้อยตั้งแต่ก่อนเที่ยง 

จากนั้นก็เป็นฉากเซอร์ไพรส์พิมพิกาท่ามกลางสายตาของผู้ที่มาจับจ่ายซื้อของในนั้นเพื่อเป็นการโปรโมทรายการไปในตัว หน้าที่ของพิมพิกามีเพียงรับช่อดอกไม้มาจากเขาพร้อมกับยิ้มเอียงอายด้วยความขวยเขิน 

“ก็ดีนะครับแบบนี้ พิมชอบดอกอะไรล่ะ ทีมงานเขาได้เตรียมไว้ให้ถูก” เขาถามหญิงสาวที่ก้มหน้าก้มตาอ่านสิ่งที่ตัวเองต้องทำในวันพรุ่งนี้อย่างใจจดใจจ่อ เธอเงยหน้าขึ้น ตามองไปทางอื่นอย่างครุ่นคิด 

“อืม... พิมไม่มีดอกไม้ที่ชอบเป็นพิเศษค่ะ สำหรับพิมแล้วมันก็สวยทุกดอก เพราะมันทำให้รูปมีชีวิตชีวา” เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเลิกคิ้วขึ้นสูงเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ 

“คาร์เนชั่นสีชมพูอมส้มก็ได้ค่ะ” เธอยิ้มบางๆ ระหว่างที่หันไปบอกกับพี่นัดดาที่นั่งอยู่ใกล้กัน 

“จะเอามาวาดรูปละสิ” เขาบอกอย่างรู้ทัน รอยยิ้มของเธอกว้างขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดอะไรอีก 

“ได้จ้ะ เดี๋ยวพี่จัดการให้ น้องพิมมีอะไรจะถามพี่อีกไหม และถ้าติดขัดอะไรตรงไหนสายตรงหาพี่ได้เลยนะคะ หรือว่าคุยกับจิ๊บก็ได้... ไตรจะกลับพร้อมกันเลยรึเปล่า” นัดดาพูดพลางลุกขึ้นยืนแล้วหันมาถามเขา 

“พี่กลับไปก่อนก็ได้ครับ ผมขอคุยเรื่องงานกับน้องเขาอีกหน่อย” เขาลุกขึ้นยืนเพื่อเดินไปส่งทีมงานรุ่นพี่หน้าประตูห้อง พิมพิกาเดินตามเขามาห่างๆ ก่อนยกมือไหว้ลาเมื่ออีกฝ่ายออกไปยืนนอกห้องแล้ว 

“พรุ่งนี้เจอกันครับพี่นัด” เขาปิดประตูลงแล้วเดินกลับมานั่งที่ตำแหน่งเดิม แต่พิมพิกาเลือกเดินไปนั่งที่โซฟาอีกตัวซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเขา 

“พี่ว่าเรามาทำความรู้จักคุ้นเคยกันหน่อยดีกว่า” 

เขาเอนหลังพิงพนัก ยกมือขึ้นกอดอก แสร้งทำทีเป็นจริงจังกับเรื่องที่กำลังจะคุย จริงอยู่ว่าเขาต้องการขยับเข้าใกล้เธออีกนิด สนิทสนมกับเธอให้มากกว่านี้อีกหน่อยเพราะจะได้ทำงานด้วยกันอย่างราบรื่น แต่ส่วนหนึ่งนั้นเป็นเพราะเขาต้องการบริหารเสน่ห์ของตัวเองด้วย เขาไม่เคยเจอผู้หญิงอย่างพิมพิกามาก่อน การแสดงออกอย่างเมินเฉยของเธอกระตุ้นความอยากเอาชนะในใจของเขาให้พลุ่งพล่าน 

พิมพิกาช้อนตาขึ้นมองสบกับชายหนุ่มตรงหน้าอย่างสงสัย เธอไม่รู้ว่าเขาหมายถึงอะไร ขอบเขตการทำความรู้จักคุ้นเคยที่เขาว่านั้นคือระดับไหนกันแน่ เมื่อคืนเธอลงทุนค้นหาข่าวของเขาจากกูเกิ้ล แทบไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะมีประวัติฉาวโฉ่โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวพันกับผู้หญิงยาวเป็นหางว่าวได้ขนาดนั้น 

ปลาไหลคาสโนว่า... ช่างเป็นฉายาที่เหมาะกับเขาเสียจริงๆ 

“พี่รู้ว่าพิมอาจจะไม่ค่อยถนัดเล่าเรื่องส่วนตัวหรือแนะนำตัวเองเท่าไรนัก เอาเป็นว่าพี่จะเล่าเรื่องของพี่ให้ฟังก่อนก็แล้วกัน แล้วหลังจากนั้นพี่จะถามพิมบ้าง อะไรที่ตอบไม่ได้พิมก็ไม่ต้องตอบนะ พี่เข้าใจว่าเรื่องบางเรื่องก็ไม่สะดวกที่จะพูด” เขายิ้มกว้างจนตาหยี ก่อนเริ่มเล่าเรื่องของตัวเอง 

“พี่มีพี่ชายสองคน น้องสาวหนึ่งคน ทั้งหมดไม่มีใครทำงานวงการบันเทิงเลย พี่ชายเป็นสถาปนิกทั้งคู่ แต่น้องสาวเป็นวิศวกรควบคุมระบบเกี่ยวกับเครื่องจักรอะไรสักอย่างนี่แหละ” เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง แล้วก้มงุดทำอะไรบางอย่างกับโทรศัพท์มือถือ สักพักเขาก็ยื่นมาให้เธอดู เป็นรูปพี่น้องของเขาที่ถ่ายด้วยกัน 

“บ้านพี่น่ะ ครอบครัวตัว ต นะจะบอกให้ พี่ชายคนโตชื่อต้น คนรองชื่อต่อ พี่ก็ไตร น้องสาวพี่ชื่อต้อง เวลาจัดงานรวมญาติกันทีไร บ้านอื่นมักเรียกพวกพี่สี่คนว่าเจ้าพวกตัว ต น่ะ” เขาพูดกลั้วหัวเราะ ในขณะที่เธอเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เขาบางๆ 

เธอใช้นิ้วขยายภาพให้ใหญ่ขึ้นเพื่อมองให้ชัด ผู้ชายสามคนในรูปดูแล้วบุคลิกแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง คนหนึ่งดูสุขุมแต่นัยน์ตาอ่อนโยน อีกคนมาดเซอร์เหมือนพวกศิลปิน ส่วนคนที่นั่งคุยกับเธอตอนนี้ก็ดูขี้เล่น เจ้าชู้กรุ้มกริ่ม และหญิงสาวเพียงคนเดียวในภาพก็ดูเป็นคนที่มีความมั่นใจสูง ทั้งอ่อนหวานและห้าวหาญอยู่ในคนๆ เดียวกัน 

“บ้านพี่อยู่กรงเทพฯ นี่แหละแต่ก็ไม่ค่อยได้กลับไปนอนบ้านเท่าไร ส่วนใหญ่จะนอนที่คอนโดฯ มากกว่า เพราะงานที่พี่ทำไม่ค่อยเป็นเวลาน่ะ แม่ก็บ่นจนเลิกบ่นไปแล้ว” เขาเอนศีรษะพาดกับพนักโซฟาแล้วมองมาทางเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก 

“แล้วพิมล่ะ เป็นคนต่างจังหวัดรึเปล่า ทำไมถึงมาอยู่กับจิ๊บได้” คำถามของเขาทำเอาเธอสะดุ้งในใจ เรื่องครอบครัวเหมือนเป็นเรื่องต้องห้ามที่เธอไม่อยากพูดถึงที่สุด 

“อยู่กับจิ๊บก็สะดวกดีค่ะ เป็นอิสระดี” เธอเลี่ยงตอบไปอีกอย่าง อยากให้เขาถามเรื่องอื่นมากกว่าแต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นที่ตรงไหน และไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะเบี่ยงประเด็นเรื่องครอบครัวของเธอได้ 

“พิมมีพี่น้องรึเปล่า หรือเป็นลูกคนเดียว” เขายังคงถามต่อ เธอคืนโทรศัพท์ให้เขาแล้วหลุบตาลงมองพื้น เม้มปากแน่นครู่หนึ่งก่อนตอบเขาไป 

“ลูกคนเดียวค่ะ” 

ไตรภัทรขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างเวลาที่เขาถามถึงครอบครัวของเธอ ดูเธอไม่ค่อยอยากตอบเรื่องพวกนี้เท่าไร เห็นได้ชัดจากการที่เจ้าตัวจงใจเลี่ยงตอบคำถามแรกของเขา 

หรือว่าพิมพิกาจะเป็นเด็กมีปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับครอบครัว 

“แล้วเวลาว่างๆ นอกจากวาดรูปแล้ว พิมทำอะไรอีกบ้างล่ะ เล่าให้พี่ฟังหน่อยได้ไหม อย่างพี่เนี่ย นอกเหนือจากร้องเพลงแล้ว ถ้ามีเวลาว่างเมื่อไร พี่จะแบกเป้ไปต่างจังหวัดไกลๆ พักผ่อนชาร์ตพลังให้เต็มที่” 

เขาเลี่ยงไปคุยเรื่องอื่น ด้วยการชวนคุยเรื่องที่เธอชอบ จิราภาบอกเขาว่าพิมพิกาเป็นสาวรักสันโดษที่ชื่นชอบการแบ็คแพ็คเอามากๆ เธอมักแบกอุปกรณ์วาดเขียนไปหามุมสงบเพื่อนั่งวาดรูปที่ตัวเองรัก สองสามวันให้หลังจึงกลับมาบ้าน 

“พิมก็ชอบเที่ยวค่ะ โดยเฉพาะภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ เชียงราย หรือแม่ฮ่องสอน วิวสวยดี” เขาสังเกตเห็นว่าเธอมีสีหน้าดีขึ้นเมื่อพูดถึงเรื่องที่ตนเองชอบ เขาจึงเริ่มจับจุดได้ว่าเรื่องไหนควรแตะ เรื่องไหนไม่ควรแตะ 

“ชอบเหมือนพี่เลยนะเนี่ย ถ้าอย่างนั้นดีเลย วันไหนว่างๆ เราไปเชียงใหม่ด้วยกันไหม พี่ชายคนรองของพี่เขาแต่งงานแล้วย้ายไปอยู่บ้านเมียที่เชียงใหม่น่ะ ถ้าเราไปที่นั่นก็ขอยืมรถพี่ชายของพี่ขับไปเที่ยวกันก็ได้ ค่ำไหนนอนนั่น เป็นไง... ความคิดดีไหม พี่ทำแบบนี้บ่อยๆ แต่ส่วนใหญ่พี่ไปคนเดียวมากกว่า บางครั้งก็ไปกับเพื่อนในวง” 

นั่นเพราะสาวๆ ที่เขาเคยคบไม่มีใครชอบเที่ยวแบบนี้ ส่วนใหญ่มักชอบสถานที่หรูหรา ราคาแพง ซึ่งพอถึงเวลาเข้าพักจริงๆ ก็แทบไม่ได้ออกจากห้องไปไหนนอกจากโรมรันกันอยู่บนเตียง และสั่งอาหารเข้ามากินในห้องพัก 

เขาเห็นเธอนั่งนิ่ง แต่แววตาฉายชัดถึงความตื่นเต้น ถ้าให้เดา เขาคิดว่าเธอคงไม่เคยขับรถเที่ยวแบบค่ำไหนนอนนั่นอย่างที่เขาบอกเป็นแน่ เพราะพอพูดไปแล้วดูเธอจะสนใจไม่น้อย 

“ก็น่าสนใจดีนะ แต่มันไม่อันตรายหรือคะ” 

“เฮ้ย! ถ้าพิมไปด้วยพี่ก็ต้องหาโรงแรม หรือสถานที่ที่ดูปลอดภัยให้พิมพักสิ ลำพังพี่เองกางเต๊นท์นอนคนเดียวได้สบายมาก แต่พิมเป็นผู้หญิง ยังไงก็ต้องปลอดภัยไว้ก่อน ไปกับพี่ไม่ต้องห่วงเรื่องพวกนี้เลย เดี๋ยวพี่จัดให้” 

เขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี รู้สึกว่าได้เดินเข้าไปใกล้เธออีกก้าวหนึ่งแล้ว 

 

******************************************* 

 

อิพี่ไตรเนี่ย อยู่กับคนหมู่มากมาซะส่วนใหญ่ เพราะทำงานอยู่ในวงการบันเทิง การสังเกตสีหน้าคน สังเกตคนรอบตัวจึงเป็นสิ่งที่ถนัดเรื่องหนึ่งเพราะอย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่าวงการบันเทิงนั้น ถ้าไม่เก๋า ไม่เจ๋งจริงก็อยู่ได้ยาก เวลาเจอคนอย่างน้องพิมเข้า ฮีเลยต้องประมวลผลหนักพอสมควรว่าจะเข้าหาด้วยวิธีไหนดี ในขณะที่น้องพิมนั้น วันๆ อยู่แต่กับบ้าน และไม่ค่อยคบเพื่อนฝูงเท่าไร พอมาเจออิพี่ไตรเข้า นางก็เลยลังเลว่าจะมาไม้ไหนกันหนอ แต่พอเจออิพี่ไตรเปิดประเด็นเรื่องที่ตัวเองชอบขึ้นมาปุ๊บ การระแวดระวังของน้องพิมก็ลดลงทันที เพราะนานๆ ทีจะเจอคนที่ชอบอะไรเหมือนกัน 

อย่างว่าแหละค่ะ พวกชั่วโมงบินสูงก็เงี้ยแหละ หุหุ 

ความคิดเห็น