โซซอล
facebook-icon

เมื่อมีโอกาสทวงความรักของตัวเองกลับคืนมาจากเพื่อน เขาจึงไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอย...

ชื่อตอน : ตอนที่ 5-1

คำค้น : แด่คุณ ความรักของเพื่อนผม นิยายเกาหลี นิยายวาย Yaoi Omegaverse

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 704

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2563 11:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5-1
แบบอักษร

ตอนที่ 5 

 

ซองจินคอยเช็กเวลาอยู่หลายรอบอย่างไม่สมกับเป็นตัวเอง ระหว่างตั้งใจขยายธุรกิจไม่เคยมีวันไหนสำคัญกับเขาเลย แต่วันนี้มันพิเศษกว่าปกติเล็กน้อย เพราะต้องพบกับคู่ที่เหมาะสมของตัวเอง ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องกะทันหันอะไรหรอก 

ชายหนุ่มออกจากห้องทำงานเร็วกว่าปกติหนึ่งชั่วโมง ถึงเมื่อวานจะมีคลื่นความเย็นพัดผ่าน แต่วันนี้มันก็เบาลงบ้างแล้ว เขาผ่อนลมหายใจที่มีความประหม่าปนความเศร้าออกมาเฮือกใหญ่ระหว่างมุ่งหน้าไปยังลานจอดรถ ทว่าบังเอิญพบกับมูจินที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอกพอดี ซองจินจึงยังไม่ยอมก้าวขึ้นรถตัวเอง แต่รอให้อีกคนเดินเข้ามาใกล้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังก้องลานจอดรถชั้นใต้ดิน ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีอะไร เขาก็ขมวดคิ้วมองมูจิน 

“จะไปแล้ว?” 

“อือ ถ้ามีอะไรสำคัญ ไว้ค่อยคุยพรุ่งนี้” 

“ก็ไม่ใช่เรื่องต้องคุยต่อหน้าหรอก แต่เราน่าจะได้รับอนุมัติแล้ว พรุ่งนี้นายมาเช็กเองอีกทีแล้วกัน จะไปดูตัวไม่ใช่หรือไง อย่าทำหน้าบูดดิ ทำหน้าดีๆ หน่อย” 

“ฉันทำแบบนั้นอยู่เหรอ แค่ไม่ใช่เพราะดูตัวหรอก เพราะเจอหน้านายต่างหากเล่า” 

“เออ แบบนี้สิคังซองจิน ที่วันนี้อากาศหนาว นายก็คงบอกว่าเป็นเพราะฉันด้วยมั้ง” 

มูจินเล่นมุกฝืดๆ ก่อนจะเดินเข้าตึก แต่ซองจินก็ยังไม่ขยับตัวไม่ไหนและมองตรงไปข้างหน้า เขาไม่ได้รู้สึกเสียใจเลยสักนิด แต่ถ้าเขาชีวิตดีเหมือนคำพูดของคนอื่นจริงๆ เรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้นระหว่างเขากับจินอูหรอก 

วันที่เขายื่นมือไปหา จินอูกลับพูดว่าฉันไม่ได้ชอบนายหรอก แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าในอนาคตมันจะเปลี่ยนไปยังไง ซองจินไม่ได้เสียใจมากนักเพราะคาดเดาคำตอบไว้บ้างแล้ว เขารอจนกระทั่งอีกฝ่ายค่อยๆ พูดเรื่องที่เหลือออกมาจนได้ จินอูไม่ใช่คนโง่ แค่กำลังกลุ้มใจอยู่พอสมควรว่าควรเลือกซองจินหรือมูจินกันแน่ และสุดท้ายก็เลือกจะคว้ามือเขา คนเราไม่สามารถทิ้งกิเลสได้ง่ายๆ หรอก จินอูยังต้องการความสามารถทั้งหลายที่เขามีอยู่ 

ซองจินรู้ดีกว่าจินอูไม่เชื่อในความรัก ไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้งที่อีกฝ่ายมีท่าทีชะงักเมื่อพูดถึงเรื่องครอบครัว และเมื่อเขาได้ฟังเรื่องราวในอดีตทั้งหมด ร่างสูงก็เริ่มเปลี่ยนแนวทางในการคบหา เขาต้องครอบครองสิ่งที่จินอูต้องการ ถึงจะอยู่เคียงข้างให้มันสลักลึกลงในหัวอีกฝ่ายว่าสามารถขอความช่วยเหลือจากเขาได้ และกลยุทธ์เรียบง่ายของซองจินก็ได้ผลดีมากๆ  

บางครั้งก็คิดเหมือนกันว่าโชคชะตาอะไรทำให้คนเคยเป็นเบต้าอย่างจินอูดึงดูดเขาได้ ถึงการแต่งงานกับเบต้าจะไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การมีลูกไม่ได้ค่อนข้างอันตรายสำหรับสถานภาพของซองจิน เขายังไม่ได้รับหุ้นทั้งหมดจากพ่อกับแม่ หากทำอะไรสวนทางขึ้นมาต้องเกิดรอยร้าวขึ้นแน่นอน ไม่ว่าจะสร้างมันให้สูงและทนทานมากแค่ไหน สุดท้ายรอยร้าวนั่นก็จะส่งผลให้มันพังทลายลงมาในที่สุด แต่การแต่งงานครั้งนี้จะทำให้เขาได้ทุกอย่างมาอย่างมั่นคง ดังนั้นซองจินจึงสวมเสื้อเกราะที่เรียกว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้กับการตัดสินใจในตอนนี้ ถึงจะไม่รู้ว่ามันแข็งแรงขนาดไหน  

แม่โทรมากำชับหลายรอบ กระทั่งช่วงมื้อเที่ยงของวันนี้ ทุกสายล้วนขึ้นต้นด้วยคำว่า ‘แม่รู้อยู่แล้วว่าซองจินของแม่ต้องทำได้ดี แต่...’ พลอยดึงอารมณ์ให้จมลงใต้ดิน เขาหยิบโทรศัพท์แล้ววางมันลงซ้ำๆ ระหว่างขับรถ เพื่อใช้จิตสำนึกอันน้อยนิดสะกดตัวเองไม่ให้โทรหาจินอู 

ร่างสูงมาถึงโรงแรมด้วยสีหนาบึ้งตึง แต่เมื่อเห็นเด็กรับรถมายืนรอตรงหน้า เขาก็เปลี่ยนสีหน้าให้ดีขึ้นและยิ้มกว้าง ซองจินเดินเข้าไปด้านในโรงแรมโดยไม่แสดงความประหม่าใดๆ เมื่อถึงสถานที่นัดพบก็ดื่มน้ำแล้วทำจิตใจให้สงบ พอจะสบายใจขึ้นมาบ้างเพราะฝ่ายตรงข้ามยังไม่มา แต่พอได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นใกล้ๆ เขาก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้  

“มาเร็วจังเลยครับ สวัสดีครับ ผมพัคดูวอน” 

“สวัสดีครับ คังซองจินครับ” 

“ผมว่าตัวเองรีบแล้วนะครับ แต่ก็ยังมาสายจนได้” 

“ยังไม่ถึงเวลานัดเลย นั่งก่อนเถอะครับ” 

ชายหนุ่มชื่อพัคดูวอนส่งยิ้มสดใสและทักทายกัน อีกฝ่ายดูคล้ายกับจินอูตั้งแต่ส่วนสูง ซึ่งเลยไหล่เขาขึ้นมานิดหน่อย รวมถึงผิวพรรณไร้ที่ติ 

หลังจากยืนแนะนำตัวกันครู่หนึ่ง ทั้งสองคนก็นั่งลง และบรรยากาศน่าอึดอัดใจก็เข้ามาแทรกกลางทันที ซองจินยกกาแฟขึ้นจิบพร้อมครุ่นคิดว่าควรจะพูดอะไรดี ถึงเวลาอยู่ต่อหน้าพ่อแม่กับมูจิน เขาจะทำตัวกล้าหาญไม่กลัวอะไร แต่พออยู่ในสถาการณ์จริงมันก็ยากกว่าที่คิด 

“คุณซองจินชื่อเพราะดีนะครับ” 

“ครับ?” 

“ผมอยากเปลี่ยนชื่อตัวเองตั้งหลายรอบแหนะ เพระไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่น่ะครับ” 

“ก็เป็นชื่อที่ดีนี่นา ไม่เห็นต้องเปลี่ยนเลยครับ” 

“เฮ้อ ผมรู้ว่าคุณก็พูดไปงั้นแหละ แต่ผมล้มเลิกความตั้งใจเรื่องเปลี่ยนชื่อไปแล้วล่ะครับ เพราะคุณปู่บอกว่าท่านเป็นคนตั้งให้ แถมคุณพ่อกับคุณแม่ก็คัดค้านเต็มที่เลยด้วย” 

ดูวอนกลับเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาก่อน จากการชวนคุยเรื่องชื่อ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเรื่องอากาศช่วงนี้อย่างเป็นธรรมชาติ พูดถึงเรื่องคลื่นความเย็นที่เพิ่งเกิดขึ้นสองสามวันหลังผ่านปีใหม่ และโยงถึงเรื่องแบตเตอรี่รถดับเพราะอากาศหนาว ต้องเข้าไปรอพนักงานจากบริษัทประกันอยู่หลายชั่วโมงในร้านกาแฟ กระทั่งบรรยากาศเกร็งๆ ผ่อนคลายลง 

ทว่าจนถึงเวลาที่ต้องแยกกัน พวกเขาก็ไม่ได้คุยเกี่ยวกับอนาคตหรือการแต่งงานกันเลย ซึ่งจุดนั้นมันทำให้ซองจินที่นั่งเกร็งเหมือนรูปปั้นเบาใจ แต่หลังจากทานข้าวเสร็จก็ต้องตกใจ เพราะเวลาที่ผ่านไปนานมากกว่าที่คิดกันเอาไว้ 

“คุณดูวอนเอารถมาหรือเปล่าครับ” 

“เอามาครับ คุณซองจินกลับตามสบายเลย” 

“เมื่อกี้เป็นเพราะคุณแท้ๆ เลยคุยเพลินเชียว” 

“เพราะผมคนเดียวที่ไหนครับ ไม่ใช่หรอก” 

“งั้น...ผมจะติดต่อไปใหม่นะครับ” 

ดูวอนทำตาโตทันทีเมื่อได้ยิน เพราะรู้สึกได้ว่าซองจินไม่ค่อยสบายใจกับตรงนี้พอๆ กับการที่ตัวเองเป็นฝ่ายชวนคุยมาตลอด ร่างบางซ่อนสายตาค่อนข้างลำบาก เนื่องจากไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะพูดถึงการเจอกันครั้งหน้าขึ้นมา 

กระทั่งแยกย้ายถึงรถของตัวเอง ดูวอนก็ยังไม่อาจลบสีหน้าตกใจได้ง่ายๆ และสีหน้าแบบนั้นก็สะกิดต่อมสามัญสำนึกที่เล็กเท่านิ้วก้อยของซองจินขึ้นมา หลังจากส่งอีกฝ่ายขึ้นรถ ซองจินก็รีบขึ้นรถตัวเองบ้างอย่างรวดเร็วเพื่อหนีอากาศหนาวๆ ตอนนี้สตาร์ทเครื่องยนต์ไม่ยากเท่าเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนแล้ว เพาราะเขาคิดถึงจินอู ถ้าอยู่ต่อหน้าจินอูก็ไม่ต้องเกร็งแบบนี้ จากนั้นซองจินก็ขับรถมุ่งหน้าไปที่ที่หนึ่ง 

 

พอมูจินเปิดประตูห้องทำงานออก ก็แทบจะปล่อยปากกาหมึกซึมในมือลงพื้นเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่รออยู่ข้างใน อีกฝ่ายนั่งอยู่บนโซฟา ผิวพรรณดูดีขึ้นกว่าแต่ก่อน ดูเหมือนน้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อยด้วยเช่นกัน ก่อนจะโล่งใจที่เห็นสีหน้าสบายดี เส้นผมสีน้ำตาลที่เขาชอบก็ยังเงางามเหมือนเดิม  

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ กาแฟไหม” 

“ดื่มมาแล้ว” 

“มีธุระอะไรที่นี่ล่ะ เหมือนคังซองจินจะไม่รู้นะว่านายมา” 

“แหงสิ พอบอกว่ามาพบคังมูจิน พนักงานก็พาฉันมารอในนี้แล้ว แต่ยังไงคังซองจินก็ต้องไปเตรียมของแต่งงาน แล้วไหนๆ หลังจากนี้อีกสิบวัน พวกเราก็ต้องมาอยู่ด้วยกันแล้ว ออกไปซื้อเฟอร์นิเจอร์กัน” 

“ฉันนึกว่าคังซองจินจะเตรียมให้หมดแล้วซะอีก” 

“เขาเอาบัตรให้ฉันไปซื้อเองน่ะสิ แต่ก็นะ จะรูดบัตรเขาซื้อเตียงให้นายก็ยังไงๆ อยู่ ก็เลยมาที่นี่ นายยุ่งมากหรือเปล่า” 

“ไม่หรอก... แต่เดี๋ยวยกเตียงที่ใช้อยู่ตอนนี้มาก็ได้ เอาเหอะ ฉันขอดูอันนี้ก่อนแป๊บนึง แล้วค่อยออกไป” 

ปกติถ้าเป็นคนอื่นมาหากะทันหันโดยไม่ติดต่อมาล่วงหน้า เขาคงด่าไปแล้วว่าไม่มีมารยาท แต่เพราะอีกฝ่ายเป็นจินอู มูจินเลยทำแบบนั้นไม่ได้ กลับรู้สึกยินดีซะด้วยซ้ำ  

ไม่สามารถละสายตาออกจากใบหน้าหวานได้เลย มันเปล่งประกายและผ่อนคลายกว่าแต่ก่อน ทว่าในคำพูดกลับเหมือนมีเสี้ยนเล็กๆ แฝงอยู่ น่าจะเป็นความโกรธเคืองจากการที่ซองจินออกไปดูตัว ร่างสูงเบนสายตาแฝงความปรารถนาอย่างรุนแรงกลับมาทางหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็ว จินอูยอมรับเรื่องพวกนี้ได้ยังไงนะ ทั้งๆ ที่พูดว่าเชื่อคังซองจิน 

กลิ่นหวานๆ แทรกตัวอยู่ระหว่างเสียงเคาะคีย์บอร์ด มันค่อนข้างจางจนยากจะรับรู้ ทว่ามูจินก็ไม่พลาด คิดถึงกลิ่นแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว เขาไม่ไปหาจินอู จินอูเองก็หลบหน้าเขาเหมือนกัน กระทั่งเส้นผมสักเส้นก็ไม่เห็น ไม่นึกเลยว่าการพบกันอีกครั้งในรอบสองปีจะเป็นสถานการณ์นี้ ไม่รู้จริงๆ ว่าควรดีใจหรือเสียใจ  

“คังซองจินคงออกไปแล้ว” 

“ฉันเพิ่งสวนตอนกลับเข้ามาเอง” 

“นายออกไปไหนมาเหรอ” 

“ก็แค่...ไปดูงาน” 

“นายเองก็คงเหนื่อยมากเหมือนกันสินะ” 

มูจินไม่ได้มองหน้าจินอู แต่รู้สึกได้ว่าสายตาอีกฝ่ายจับจ้องกันอยู่พักหนึ่ง ซึ่งเขาก็ไม่ได้กลับหน้ากลับไปมอง ถ้าทำตัวแบบแค่จ้องตาก็เกิดอารมณ์ คงไม่สามารถอยู่ร่วมบ้านเดียวกับจินอูได้หรอก เขาพอใจกับการมองจากไกลๆ แล้ว ชีวิตคนไม่ถูกเลือกก็แบบนี้แหละ 

พยายามดึงสมาธิขึ้นมาใช้จนถึงขีดสุด ก่อนรับทำงานให้เสร็จเหมือนมีใครเอากระจกขุ่นๆ มาวางตรงหน้าเพื่อสะท้อนสายตาของอีกฝ่าย ถึงแพลนที่คิดล่วงหน้าว่าทำงานเสร็จแล้วจะกลับไปดื่มเบียร์สักกระป๋องให้สบายอารมณ์จะล่มไม่เป็นท่า แต่มูจินกลับรู้สึกยินดีเพราะจะได้ไปเลือกเฟอร์นิเจอร์กับจินอูแทน 

“ไปกัน ใส่เสื้อซะ” 

“เสร็จเร็วกว่าที่คิดนะเนี่ย” 

“อากาศเย็นทำไมถึงใส่เสื้อบะ... ช่างเถอะ” 

“ช่างเถอะอะไร” 

มูจินไม่ได้ตอบคำถามนั้น แม้ความเย็นวันนี้จะเบาลงบ้างแล้ว เขาเองก็สวมเสื้อผ้าสบายๆ เหมือนกันเพราะทนไหว แต่ตอนนี้ตัวเขาก็ไม่ได้อยู่ในสถานะที่สามารถเอาเสื้อตัวเองคลุมไหล่ให้อีกฝ่ายได้อีกแล้ว รวมถึงคำพูดแบบนั้นด้วย ถึงมันจะเป็นคำธรรมดาที่ใครๆ ก็พูดได้ แต่ไม่ใช่สำหรับมูจิน ตราบใดที่ฝ่ายตรงข้ามเป็นจินอู 

ความคิดเห็น