โซซอล
facebook-icon

เมื่อมีโอกาสทวงความรักของตัวเองกลับคืนมาจากเพื่อน เขาจึงไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอย...

ชื่อตอน : ตอนที่ 4-2

คำค้น : แด่คุณ ความรักของเพื่อนผม นิยายเกาหลี นิยายวาย Yaoi Omegaverse

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 710

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2563 11:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4-2
แบบอักษร

เวลาผ่านไปโดยที่มูจินไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากินข้าวผ่านทางจมูกหรือปาก แต่ซองจินยังคงมีสีหน้ายิ้มแย้มเหมือนเคย ก่อนแยกย้ายกลับบ้านคุณผู้หญิงก็ยังย้ำเกี่ยวกับนัดของวันพุธอีกครั้ง พอเห็นหน้าอีกฝ่ายกับการตอบรับคำแม่ตัวเอง มูจินก็รู้สึกเหมือนกำลังฝันอยู่ เขากดโทรหาซองจินทันทีที่ขับรถส่วนตัวออกมาในโรงจอดรถชั้นใต้ดิน 

- นึกอยู่ว่านายจะโทรมาตอนไหน 

“จะบ้าตาย จอดรถเลย” 

- เฮ้อ ไปคุยห้องนายเหอะ ดื่มกันไหม ดื่มติดกันหลายวันคงไม่เป็นไรมั้ง 

“นายบ้าไปแล้วเหรอ หรือฉันกำลังฝันอยู่” 

- ไม่ได้บ้า แล้วนายก็ไม่ได้ฝันด้วย นำไปก่อนเลย เดี๋ยวฉันจะตามไป 

มูจินพยายามใจเย็น ฟังจากบทสนทนาของแม่กับคุณผู้หญิงแล้ว ท่าทางซองจินจะรู้เรื่องนี้มานานพอสมควร แถมตอบรับในเชิงบวกด้วยซ้ำเหมือนมีเวลาให้คิดก่อนล่วงหน้า ช่วงเวลานั้นภาพแผ่นหลังบางของจินอูก็ปรากฏขึ้นในความคิด มันคือวันที่อีกฝ่ายพูดกับเขาว่าเชื่อใจซองจิน  

ทันทีที่ก้าวเข้าห้องมาพร้อมซองจิน มูจินก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่เป็นความหมายว่าฉันรู้หมดแล้ว นายอธิบายมาเถอะ แต่ซองจินกลับเมินเฉยด้วยการหันไปเปิดตู้แล้วหยิบขวดเหล้าออกมารินใส่แก้วแทน ดูเหมือนไม่เดือดเนื้อร้อนใจเท่าไหร่นัก เขาจับจ้องแต่ปากของคนกระดกเหล้าเพียวๆ ว่าเมื่อไหร่มันจะเปิดออก 

“นายเตรียมย้ายบ้านซะ” 

“จู่ๆ ก็พูดบ้าอะไร อธิบายมาเลยว่ามันกลายเป็นแบบนี้ได้ยังไง!” 

“ไม่มีอะไรให้อธิบายไง ฉันจะไปดูตัววันพุธนี้ บางทีก็คงต้องแต่งงานกับฝ่ายนั้นด้วย แต่ฉันซื้อบ้านหลังใหญ่ไว้ นายต้องเข้าไปอยู่ที่นั่นด้วย” 

“นึกว่าพอนายบอกซื้อบ้านหลังใหญ่ ฉันจะดีใจแล้วรีบย้ายเข้าไปหรือไง ทำไมฉันต้องย้าย ไอ้บ้าเอ๊ย นายก็เอาไปเป็นเรือนหอตัวเองดิวะ!” 

“ก็ให้นายไปอยู่ที่นั่นกับจินอูก่อน ให้พอตบตาคนอื่นได้” 

“จะส่งฉันไปอยู่กับใครนะ... แล้วตบตาอะไร” 

“ทำไมวันนี้ถามเยอะจัง นายรู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอว่ามันหมายความว่าอะไร” 

ซองจินไม่ยอมตอบคำถามตรงๆ แต่กลับรินเหล้าใส่แก้วอีกครั้งแล้วหลบสายตาดุดันของมูจิน ผู้ชายคนนี้คือคังซองจิน คนที่คิดว่าตัวเองอยู่สูงกว่าเขามาตลอด ดังนั้นการหลบสายตาจึงเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก และนั่นหมายถึงอีกฝ่ายกำลังจนมุม 

“แล้วทำไมนายต้องแต่งงาน โดนหินทุบหัวหรือไง” 

“นึกว่าถ้าฉันบอกว่าจะแต่งงาน มูจินของเราจะดีใจมากซะอีก เล่นละครอยู่เหรอ” 

“เลิกพูดจาหมาๆ ได้แล้ว ตอบคำถามฉันสักที” 

“เขาเป็นลูกชายนายเทศมนตรีเมืองซังแจสองสมัยซ้อน แล้วเพิ่งชนะเลือกตั้งกลายเป็นส.ส.เขตน่ะ น่าจะถูกเสนอชื่อเข้ารับการเลือกตั้งทั่วประเทศครั้งหน้าด้วยมั้ง” 

ชื่อเขตคุ้นหูดังขึ้นจากปากซองจิน ฝ่ายนั้นเป็นลูกชายของสมาชิกรัฐสภาของเขตที่เขาเพิ่งร่วมงานเลี้ยงรับรองเพื่อคว้าสิทธิ์ในการรื้อถอนและพัฒนาเมืองใหม่ ดูเหมือนคำตอบว่าทำไมถึงต้องแต่งงานจะปรากฏแล้ว คนตรงหน้าค่อยๆ ละเลียดแก้วสองต่างจากแก้วแรก มูจินอึดอัดจนเหมือนมีก้อนหินถ่วงอยู่ในใจก่อนจะหยิบแก้วเปล่าอีกใบออกมา 

ถ้าจะให้พูดตามตรงพวกเขาสองคนไม่ได้ทำตัวสนิทสนมกัน ถึงขนาดจะมานั่งจ้องหน้าแล้วก็ดื่มเหล้ากันตามลำพัง ถึงการนั่งดื่มเหล้าด้วยกันอย่างไม่ทันตั้งตัวจะดูกระอักกระอ่วนไปบ้าง แต่สาเหตุของมันกลับเป็นเรื่องที่ไม่เคยจินตนาการมาก่อน การแต่งงานของซองจิน... แน่นอนว่าเหตุผลที่ทำให้มูจินไม่เห็นด้วยก็คือจินอู เพราะเขาเองไม่มีทางสนใจการแต่งงานของหมอนี่อยู่แล้ว 

“แล้วจินอูรู้เรื่องหมดเลยเหรอ” 

“ใช่” 

“จินอู... เขาบอกว่าเชื่อใจนาย นายก็รู้ดีว่ามันหมายความว่าอะไร!” 

“ตอนนี้จินอูก็ยังเชื่อใจฉันอยู่ เพราะเขารู้ว่าทำไมฉันถึงต้องทำแบบนี้” 

“เพ้อเจ้อให้มันน้อยๆ หน่อย นายทำตัวเหมือนจะดูแลเอาใจใส่จินอูคนเดียวตลอดชีวิต แล้วจู่ๆ ก็มาโยนให้ฉัน ไม่ใช่ขอร้องด้วยซ้ำ แต่มันเป็นคำสั่งชัดๆ นี่มันอะไร ใครเชื่อใครกันแน่” 

“นายหวังให้จินอูไม่เชื่อใจฉันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” 

“คังซองจิน หุบปากซะ” 

“ไม่ใช่ฉันไม่รู้ว่านายยังเศร้าเพราะจินอูไม่เลือกนายหรอกนะ แต่เรื่องนั้นมันควรจบได้แล้ว” 

“โอเค คังซองจินนายเป็นคนที่จินอูเลือก แล้วตอนนี้นายจะทำยังไง ถ้าเขามาอยู่กับฉันแล้วมันเกิดเรื่องขึ้น นายทำจะยังไง” 

“ไม่มีทางเป็นแบบนั้นหรอกน่ามูจิน” 

พอได้ยินซองจินเรียกชื่อตัวเองแบบนั้นแล้ว ก็รู้เลยว่าประโยคต่อไปมันต้องเป็นคำพูดเยาะเย้ยถากถางแน่นอน เขาเตรียมใจไว้แล้ว มูจินหลับตาแล้วกลืนเหล้าลงคอ กระทั่งเหล้าที่เขาเคยดื่มจนหมดมาแล้วหลายขวด วันนี้ก็ยังขมมากกว่าเดิม  

“นายก็รู้ดีว่าจินอูคิดยังไงกับนาย” 

“..นายมันเป็นไอ้ลูกหมาโดยกำเนิดจริงๆ ให้ตาย” 

“ใช้ไม่ได้เลยนะ พูดแบบนั้นกับกรรมการผู้จัดการน่ะ แต่มันก็เลยวัยจะมาสอนเรื่องพวกนี้แล้ว” 

น่าตกใจจริงๆ เพราะมูจินไม่ได้แสดงความโกรธเลย ภูเขาไฟที่เหมือนกำลังจะระเบิดในไม่ช้าหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขารินน้ำเย็นๆ ที่เรียกว่าสภาพความเป็นจริงจากปากซองจินลงในหัวใจตัวเอง หลังจากเติมเหล้าใส่แก้วก็ชวนอีกฝ่ายกินกับแกล้ม ก่อนจะเดินไปค้นตู้เย็น 

เคยชินซะแล้วกับการโดนเกทับเขาด้วยคำพูดไม่กี่ประโยค มูจินพ่นลมหายใจติดกลิ่นเหล้าฉุนๆ แล้วหยิบถั่วออกมาสองสามถุง ซองจินมองสภาพกับแกล้มพลางแค่นหัวเราะเหมือนจะบอกวากระจอก แต่ก็ไม่ได้หาเรื่องกวนใจเจ้าของห้องอีก 

ชายหนุ่มสองคนที่ขู่คำรามใส่กันอยู่เมื่อครู่เปลี่ยนหัวข้อสนทนามาเป็นเรื่องงานในบริษัทเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น มูจินยอมปล่อยผ่านการกระทำของซองจินเหมือนเดิม อ๋อ เพราะฉันยอมแบบนี้สินะ จินอูถึงเลือกซองจินมากกว่า แต่เขาก็เติมเหล้าลงในแก้วอีกฝ่าย และพยายามไล่ความคิดไร้สาระออกไป  

“ฝ่ายนั้นอาจจะเกลียดนายก็ได้” 

“นายคิดอย่างนั้นจริงเหรอ เกลียดฉันเนี่ยนะ” 

“รำคาญ ให้มันพอดีๆ หน่อย” 

“ล้อเล่นน่า ไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอก เราเคยคุยกันมาบ้างแล้วก่อนเจอหน้า” 

“ขอคุยเรื่องที่ยังติดใจอยู่หน่อย จินอูโอเคจริงๆ เหรอ ถ้ามาอยู่กับฉัน? ดูเหมือนเขา...จะเกลียดฉันมาก” 

“จินอูเป็นคนพูดเองด้วยซ้ำ เขาอยากย้ายออกจากบ้านเดิมอยู่แล้วด้วย มันก็ได้จังหวะพอดี” 

“ฟังจากหลายๆ อย่างแล้วก็ดูไม่ค่อยน่าเชื่อเลยแฮะ แล้วนายซื้อบ้านไว้ตรงไหน” 

“ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่ นายรู้ใช่ไหมว่าจินอูพักการเรียนเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้เขาเลยจะกลับไปเรียน ยังไงถ้ามีเรียนเช้า นายก็ช่วยไปส่งหน่อยแล้วกัน” 

“นายมีเงินเยอะอยู่แล้วนี่ ก็ซื้อรถให้ขับสักคันสิ” 

“เขาบอกว่าขับไม่ได้เพราะกลัวอะดิ แถมพูดด้วยว่าถ้าไม่ให้จับพวงมาลัย น่าจะเป็นประโยชน์ส่วนรวมด้วยซ้ำ” 

มูจินมองซองจินด้วยแววตาตกใจเพราะเคยเคยเห็นรอยยิ้มจากใจจริงๆ ของอีกฝ่ายเป็นครั้งแรก จะแต่งงานกับคนอื่นทั้งๆ ที่ชอบจินอูขนาดนี้เนี่ยนะ มันเป็นทางเลือกที่คนทะเยอะทะยานน้อยกว่าอย่างเขาคงไม่มีวันเข้าใจไปจนตาย แต่สำหรับมูจินแล้ว คังซองจินที่เอ่ยขอร้องปนข่มขู่ให้เขาช่วยไปอยู่กับจินอู ก็เป็นแค่ลูกแมวขี้กลัวที่ทำตัวเป็นเสือเพราะไม่อยากปล่อยความรักให้หลุดมือเท่านั้น  

ถ้ามองแค่ความเป็นจริง มันเป็นการเลือกที่ไม่ใช่สไตล์คังซองจินเลยสักนิด ให้จินอูอยู่คนเดียวก็น่าจะดีกว่าด้วยซ้ำ แต่ถ้าอัลฟ่าอย่างซองจินเข้าๆ ออกๆ บ้านโอเมก้าอย่างจินอู คนอื่นก็น่าจะรู้ความจริงภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ดูจากการตั้งใจเอาจินอูมาทิ้งไว้ข้างๆ เขาแบบนี้แล้ว ก็คงต้องการใช้เขาเป็นไม้กันหมาเพื่อตบตาทุกคน คนรอบคอบอย่างซองจินก็คงอยากให้ความลับข้อนี้ถูกเก็บไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้  

“ฉันพูดไว้ก่อนเลยนะ ถ้าพวกนายจะมีเซ็กซ์ก็ไปมีกันที่อื่น” 

“มูจินของเราก็ไวเหมือนกันนะเนี่ย ถึงพูดดักแบบนี้” 

“ดื่มหมดแล้วก็รีบๆ โทรหาผู้จัดการ กลับบ้านนายไปได้แล้ว” 

“รู้แล้วน่า เออใช่ ย้ายบ้านวันศุกร์หน้านะ ฉันคิดว่าย้ายก่อนจินอูเปิดเทอมน่าจะดี” 

“ไอ้บ้าเอ๊ย! ก็ช่วยบอกกันให้เร็วๆ หน่อยสิ” 

“ทำไม ต้องการเวลาเตรียมใจเหรอ” 

พอมูจินด่าอีกฝ่ายผ่านทางสีหน้าแล้วก็เดินหนีเข้าห้องน้ำ ไม่นานก็ได้ยินเสียงเปิดปิดประตูหน้าบ้านจากด้านนอก หลังจากได้ยินเสียงนั้น เขาก็บิดก๊อกน้ำให้น้ำอุ่นๆ ก็ไหลลงมาจากเพดาน ก่อนจะถอดเสื้อผ้าโยนออกมานอกตู้อาบน้ำเพื่อรับอุณหภูมิอุ่นร้อนเต็มที่ มูจินมองหน้าตัวเองในกระจก ไอ้โง่เอ๊ย คำสถบดังขึ้นในความคิดแต่กลับเปิดปากในความเป็นจริงไม่ได้เลย สักพักความคิดต่างๆ ค่อยๆ สงบลง จากนั้นความเหนื่อยล้าก็หลั่งไหลเข้ามาแทน จนถึงขั้นถามตัวเองว่าความมั่นใจที่มาจนถึงทุกวันนี้มันคืออะไรกันแน่ 

ย้ายบ้าน วันศุกร์หน้า... มันก็คือหลังจากวันนี้อีกเกือบๆ สองสัปดาห์ หมอนั่นดำเนินการทุกอย่างได้รวดเร็วขนาดนี้เลยเหรอ ตามลำพัง? ทันทีที่เปิดประตูตู้อาบน้ำออก ไอน้ำเล็ดลอดตามออกมาด้วย มันฟุ้งกระจายเหมือนความคิดในหัวเขาก่อนจะคิดถึงหน้าจินอู ถึงจะย้ายบ้านวันศุกร์ แต่ช่วงสุดสัปดาห์อีกฝ่ายคงต้องอยู่กับคังซองจินอยู่ดี กว่าเขาจะได้เจอหน้าเต็มๆ ก็น่าจะวันจันทร์ มูจินซ่อนความคิดราวกับใบมีดไว้ใต้สีหน้าเรียบเฉย  

เขานึกว่าตัวเองก้าวออกจากหนองน้ำนั่นได้แล้ว แต่เปล่าเลย ถ้าในอดีตจินอูเป็นคนผลักเขา ตอนนี้คนผลักก็กลายเป็นซองจิน แม้จะมีจินอูยืนอยู่ข้างหลังอีกทีก็ตาม 

ความคิดเห็น