โซซอล
facebook-icon

เมื่อมีโอกาสทวงความรักของตัวเองกลับคืนมาจากเพื่อน เขาจึงไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอย...

ชื่อตอน : ตอนที่ 4-1

คำค้น : แด่คุณ ความรักของเพื่อนผม นิยายเกาหลี นิยายวาย Yaoi Omegaverse

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 771

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2563 11:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4-1
แบบอักษร

ตอนที่ 4 

 

ความเหนื่อยล้าฉายชัดบนใบหน้ามูจินเมื่อก้าวลงจากรถ ช่วงนี้งานเขาเยอะมาก ถึงขั้นคิดว่านอนในห้องทำงานไปเลยอาจจะดีกว่า และทันทีที่เปิดประตูเข้ามาในห้องตัวเอง ชายหนุ่มก็ถอดเสื้อผ้าจนแทบจะเรียกว่าโยนแล้วเข้าไปอาบน้ำ ตอนนี้สิ่งที่ช่วยปลอบโยนได้ก็มีเพียงฝักบัวติดเพดานที่กำลังปล่อยน้ำอุ่นออกมาเท่านั้น 

หลังจากวันที่จินอูแสดงเพศว่าเป็นโอเมก้า ซองจินก็เสนอความคิดเห็นมากมายให้ประธานบริษัทอย่างพ่อตัวเองฟัง ว่าจะเรียบจบแล้วเข้ามาทำงานในบริษัทและขยายกิจการพร้อมมูจิน ซึ่งพ่อแม่เขาก็ไม่คิดจะคัดค้านหรือพิจารณาไตร่ตรองอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อเรียนจบ พวกเขาจึงได้เข้ามาทำงานในบริษัททันที ตอนท่านประธานมาตบไหล่และบอกว่าดีใจที่มีเขาเข้ามาช่วยงาน มูจินก็ไม่สามารถตอบอะไรได้เลย  

พ่อของซองจินทำธุรกิจโรงเหล็กขนาดใหญ่ ทว่ามันก็เติบโตขึ้นจากสถานประกอบการรับเศษเหล็กกับกระดาษรีไซเคิลจากในหมู่บ้านก็เติบโตขึ้นจนกลายเป็นบริษัทใหญ่หลังจากท่านกว้านซื้อย่านการค้าละแวกใกล้ๆ มา และตอนนี้ไม่ได้รวบรวมเศษเหล็กเป็นหลักกิโลกรัมจากผู้ขายเป็นรายบุคคลอีกต่อไปแล้ว แต่กลับทำการติดต่อกับพวกไซต์ก่อสร้างซื้อขายเศษเหล็กเป็นหลักตัน  

ส่งผลให้ครอบครัวกินดีอยู่ดีของซองจินยิ่งดีขึ้นในทุกๆ ด้าน จากที่ไม่เคยรู้จักแม้กระทั่งตัว ก. ของคำว่ากอล์ฟ ท่านประธานก็ต้องเรียนรู้การขยับตัวเล่นมันเพื่อใช้ในการพบปะพวกผู้มีอิทธิพลของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง จนกระทั่งทุกอย่างสำเร็จมาถึงทุกวันนี้และไม่มีท่าทีว่าจะพังทลายลงด้วย 

ท่ามกลางสภาพแวดล้อมแบบนี้ ซองจินก็ยิ่งแสดงความทะเยอทะยานของตัวเองโดยปราศจากการกลั่นกรอง เอ่ยปากว่าเราไม่ควรปักหลักกับการค้าขายเศษเหล็กอย่างเดียว และทุกครั้งอ้าปากพูด ท่านประธานกับคุณผู้หญิงก็จะทำตาเป็นประกาย เพราะหลังจากลูกชายเข้ามาจับพื้นที่ในแวดวงธุรกิจ พวกท่านก็ดีใจและตื่นเต้นกับปณิธานแรงกล้าว่าจะค่อยๆ เริ่มขยับขยายธุรกิจของครอบครัว ด้วยเหตุนั้นตอนนี้ซองจินกับมูจินจึงเข้ามาทำงานในบริษัทแทยองการค้าเหล็กได้หนึ่งปีกับอีกหกเดือนแล้วทันทีที่เรียนจบปริญญาตรี 

ระหว่างจมอยู่ในความคิดก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจากด้านนอก มูจินเลยรีบพันผ้าขนหนูแล้วออกมาอย่างรวดเร็ว แต่พอเห็นชื่อคนโทรเข้าก็ต้องกดรับด้วยสีหน้าเคร่งเครียด 

“มีอะไร” 

- การรับสายกรรมการผู้จัดการบริษัทด้วยคำพูดเมื่อกี้คืออะไร 

“แล้วดึกดื่นแบบนี้กรรมการผู้จัดการมีธุระอะไรกับผมเหรอครับ” 

- จะโทรมาขอบคุณที่วันนี้นายยอมไปงานแทน ฉันก็เลยได้อยู่ดูแลจินอู สุดสัปดาห์ก็พักผ่อนให้เต็มที่ล่ะ 

“มันเป็นวันหยุดของฉันอยู่แล้วไหม พูดเหมือนตัวเองมีเมตตาเลยนะ เข้าใจแล้ว” 

ตลอดเวลาที่คุยโทรศัพท์ ใบหน้าหล่อเหลาไม่คิดจะผ่อนคลายลงสักนิด เขาไม่มีทางรับโทรศัพท์ด้วยคำพูดดีแน่นอน เพราะเพิ่งกลับจากงานเลี้ยงรับรองที่ต้องไปแทนซองจิน  

ตอนแรกงานเลี้ยงรับรองวันนี้มูจินก็เสนอตัวก่อนว่าจะไป แต่ซองจินกลับโผล่มาบอกว่าจะไปเอง เขาก็เลยคิดว่าตัวเองคงได้พักผ่อนเต็มที่แล้ว แต่ผ่านไปยังไม่ถึงสองชั่วโมงดีก็ถูกอีกฝ่ายเรียกตัวกลับ ด้วยเหตุผลว่าจินอูไม่ค่อยสบาย มูจินต้องเลี้ยวรถกลับไปยังสถานที่นัดหมายหลังจากตอบรับสั้นๆ ว่าเข้าใจแล้ว 

บาดแผลที่ยังหลงเหลือในหัวใจจากการไม่ถูกเลือกมันใหญ่มาก ยาที่เรียกกันว่าเวลาก็ไม่ได้มีผลอะไรกับเขา ดังนั้นมูจินจึงตัดสินใจเก็บชิ้นส่วนของบาดแผลเอาไว้ แล้วฝึกฝนไม่แสดงออกว่าตัวเองยังคิดถึงจินอูอยู่ เพราะคิกว่าถ้าหากสร้างแผลตรงจุดเดิมซ้ำๆ มันก็จะค่อยๆ ชินชาไปเอง 

“เป็นไข้หรือเปล่านะ” 

เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น เขาจะทำเป็นไม่รู้จักจินอู แต่ถ้าอยู่ในห้องตัวเองตามลำพังก็อีกเรื่องหนึ่ง เพราะไม่มีใครได้ยิน ไม่มีใครรับรู้ เขาเลยสามารถพูดถึงอีกฝ่ายได้อย่างเต็มที่ จะเรียกชื่อจินอูพูดกี่ร้อยกี่พันครั้งก็ไม่เป็นไร 

ร่างสูงใช้นิ้วเขี่ยโทรศัพท์ไปมา ระหว่างนั้นร่างกายก็ปล่อยกลิ่นออกมาอัตโนมัติเพื่อโอบกอดปลอบประโลมตัวเอง มันเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของอัลฟ่าเวลาเก็บความเจ็บปวดไว้ลึกสุดใจ แต่มูจินก็ไม่อาจทนสภาพแบบนี้ได้ เขาเลยเปิดหน้าต่างอย่างรวดเร็ว ให้อากาศหนาวเย็นของฤดูหนาวช่วยพัดพากลิ่นหอมๆ ของตัวเองออกไป 

 

หลังจากถอยห่างออกมาจากจินอูในช่วงเริ่มฤดูใบไม้ผลิเริ่ม มูจินก็ใช้ชีวิตผ่านฤดูหนาวมาแล้วถึงสองครั้ง หน้าร้อนปีที่แล้วก็เริ่มเข้าทำงานในบริษัททันทีที่เรียนจบ ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าวเขาจงใจพาตัวเองเดินทางไปที่โกดังเก็บของกลางแจ้ง รวมถึงสถานที่ชั่งน้ำหนักพร้อมพวกพนักงานระดับล่าง ระหว่างที่มูจินทำงานอย่างไร้สติ ซองจินก็วางมือจากธุรกิจโรงเหล็กแล้วเตรียมธุรกิจที่สามารถตั้งหลักได้ภายในช่วงเริ่มต้นและใช้เงินลงทุนไม่มากนัก นั่นก็คือธุรกิจการพัฒนาชุมชนเมือง 

 ถ้าหากคว้าสัญญาการรื้อถอนบริเวณพื้นที่พัฒนาใหม่ได้ การนั่งอยู่บนเงินกองโตก็ใช้เวลาแค่ชั่วพริบตาเท่านั้น และสิทธิ์ในการทำธุรกิจส่วนใหญ่ก็จะวกกลับมาหาบริษัทรับเหมารายย่อยเฉพาะทางอีกครั้งในราคาที่ถูกลงกว่าเดิมมาก มันเป็นวิธีที่ทำให้บริษัทเดินหน้าต่อไปได้เท่าที่ต้องการแม้จะมีพนักงานไม่มากนัก ด้วยเงินที่เปรียบเสมือนเลือดของประชาชนในพื้นที่นั้นๆ 

และด้วยแผนการนั้นของซองจิน ท่านประธานจึงยอมถอยลงมาจากแนวหน้าและเตรียมตัวย้ายไปใช้ชีวิตอยู่ต่างจังหวัด โดยบ้านสวยๆ ที่คุณนายอยากได้ตั้งแต่สมัยก่อนก็สร้างเสร็จก่อนพวกเขาจะย้ายไม่กี่วัน  

ด้วยเหตุนั้นพ่อกับแม่ของมูจินเลยต้องเตรียมตัวย้ายตามไปด้วย และตั้งใจจะอาศัยในอพาร์ทเมนต์เล็กๆ ที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่นานใกล้ๆ กัน เหตุผลที่ย้ายก็ง่ายๆ เพราะพ่อของเขาจะได้ทำหน้าที่คนขับรถให้ท่านประธานเหมือนเดิม  

มูจินเองก็ไม่ได้ห้าม เพราะคิดในแง่บวกว่าส่วนที่ตัวเองต้องใส่ใจจะได้น้อยลง จากนั้นก็ฝังตัวลงบนเตียง พยายามลบความคิดเกี่ยวกับพ่อแม่ออกจากสมอง  

 

เมื่ออยู่ๆ ก็ได้รับการติดต่อจากแม่และโดนลากตัวออกมา สีหน้าของมูจินจึงเหมือนมีเงามืดพาดผ่าน การโดนเรียกให้มาหาในวันรุ่งขึ้นหลังจากเมื่อคืนเพิ่งคิดว่าดีแล้วที่พ่อแม่จะไปอยู่ต่างจังหวัด มันคืออะไรกันนะ แถมยิ่งกว่านั้นยังเป็นการรับประทานอาหารร่วมกับท่านประธานและคุณผู้หญิงอีกด้วย เพราะคุณผู้หญิงบอกว่าถ้าขนย้ายและจัดบ้านเสร็จแล้ว ก็อยากทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากัน จึงมาขอร้องให้พ่อเขาช่วยจัดสรรเวลาให้ มูจินหลับตาลงก่อนจะลืมขึ้นใหม่ 

“มูจิน ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อย ที่นี่ที่ไหนมาทำหน้าแบบนั้น” 

“ผมเหนื่อยน่ะครับ ขอโทษที” 

“พอดีเมื่อวานมูจินไปงานเลี้ยงรับรองแทนผม คงดื่มมาเยอะอยู่ครับ น่าจะเหนื่อยพอสมควร อย่าตำหนิเขาแรงเลยครับคุณลุง” 

“ลูกมีธุระเหรอซองจิน ทำไมถึงต้องส่งมูจินไปแทนล่ะ” 

“คือ...” 

“ซองจินเขาก็มีงานเยอะเหมือนกันครับ แล้วงานนั้นผมก็ไปแทนได้อยู่แล้ว ไม่มีปัญหาอะไรครับ แต่ไม่รู้ว่าจู่ๆ จะโดนเรียกเข้าบ้านใหญ่น่ะครับ” 

“งั้นเหรอ ยังไงมูจินก็ช่วยงานซองจินเขาหน่อยนะจ๊ะ” 

“ครับ คุณผู้หญิง” 

มูจินตอบกลับอย่างเรียบเฉยก่อนจะเริ่มทานอาหาร มันก็ช่วยไม่ได้ถ้าจะรู้สึกรำคาญกับการโดนฝากฝังอะไรเดิมๆ มาหลายปี และในสถานการณ์แบบนี้ก็ไม่มีอะไรเลี่ยงได้ดีกว่าการกินข้าวอีกแล้ว นั่นเป็นสิ่งที่เขาคิดทุกครั้งเวลาอยู่กับคนพวกนี้ พออึดอัดก็เลยตักอาหารเข้าปาก และหลังจากนั้นสิ่งที่หลงเหลืออยู่ก็มีแต่ความหิว มูจินขยับตะเกียบอย่างขันแข็ง ระหว่างที่ซองจินพูดคุยเรื่องข้อมูลธุรกิจล่าสุดกับพ่อตัวเอง 

“อ๋อจริงสิ ซองจิน เย็นวันพุธนี้ ลูกคงไม่ลืมใช่ไหม” 

“อา...ไม่ลืมหรอกครับ” 

“ได้ฤกษ์แล้วเหรอคะคุณผู้หญิง ยินดีด้วยนะคะ” 

“เฮ้อ เอาให้มันสำเร็จถึงงานแต่งงานก่อน ฉันถึงจะรับคำอวยพรน่ะ” 

“แต่งงาน? ใครแต่งเหรอครับ” 

“จะใครซะอีกล่ะ ตอนนี้ซองจินเขาเจอคู่ที่เหมาะสมแล้ว ก็ต้องแต่งงานสิจ๊ะ จริงๆ แอบคิดว่าช้าไปหน่อยด้วยซ้ำ เพราะซองจินเขาเปล่งประกายตั้งแต่ยังไม่เป็นอัลฟ่าแล้ว ไม่คิดอย่างนั้นกันเหรอ” 

“ถ้างั้นลูกชายดิฉันก็ต้องเรียกว่าช้ามากๆ เลยล่ะค่ะ แต่ได้ยินคนอื่นๆ ก็บอกว่าอิจฉาอยู่นะคะ เพราะซองจินเขาทำงานเก่ง” 

“คู่ที่เหมาะสม?” 

จะไม่เข้าใจคำนั้นได้อย่างไรล่ะ มูจินเงยหน้ามองซองจินทันที อีกฝ่ายก็จ้องกลับนิ่งๆ จากคำพูดของคุณผู้หญิง ซองจินจะต้องไปดูตัววันพุธ รวมถึงคุยเรื่องแต่งงานด้วย? ไม่ว่าจะใช้สมองคิดไตร่ตรองขนาดไหน โอเมก้าที่จะปรากฏตัววันนั้นไม่มีทางเป็นจินอูแน่นอน แล้วหมอนั่นยังทำหน้าปกติอยู่ได้ยังไง 

ความคิดเห็น