โซซอล
facebook-icon

เมื่อมีโอกาสทวงความรักของตัวเองกลับคืนมาจากเพื่อน เขาจึงไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอย...

ชื่อตอน : ตอนที่ 3-2

คำค้น : แด่คุณ ความรักของเพื่อนผม นิยายเกาหลี นิยายวาย Yaoi Omegaverse

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 932

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2563 10:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3-2
แบบอักษร

เมื่อได้ยินเสียงปิดประตู ซองจินก็ขยับเข้าไปยืนข้างเตียงอย่างระมัดระวัง จินอูกำลังนอนหลับตาพริ้ม กลิ่นหอมรุนแรงปะปนกับลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ มันฟุ้งออกมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เขายื่นมือออกไปใกล้ใบหน้าหวานจนปลายนิ้วชี้สัมผัสโดนแพขนตา ถ้านายตื่นขึ้นมาเห็นฉัน จะทำหน้ายังไงนะ ในหัวซองจินมีเพียงความคิดนี้เท่านั้น แต่แม่ของอีกฝ่ายก็ยังอยู่ เขาจึงไม่สามารถทำอะไรมากกว่านี้ได้  

“จินอู หลับอยู่เหรอ” 

หน้าอกของคนป่วยขยับขึ้นลงเป็นจังหวะ ซองจินใช้ปลายนิ้วลูบปลายจมูกรั้นกับช่วงคางมน เส้นผมสุขภาพดีเป็นประกายสีน้ำตาลอ่อนๆ เมื่อสะท้อนแสงไฟ จินอู...มีส่วนไหนในร่างกายนายไม่เปล่งประกายบ้างไหมนะ ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องเก็บซ่อนความต้องการในตัวอีกฝ่ายแล้ว ร่างสูงลูบปลายนิ้วของคนป่วย  

“หลับให้สนิท พักผ่อนให้เต็มที่เลยนะ ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น” 

จากนั้นก็จับปลายนิ้วเรียวด้วยมือสั่นเทา ตลอดชีวิตที่ผ่านมาครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ตื่นเต้นจนสั่นขนาดนี้ต่อหน้าคนอื่น ซองจินประทับริมฝีปากลงบนหลังมือเนียนนุ่ม จังหวะนั้นกลิ่นหอมรุนแรงพร้อมความร้อนผ่าวก็ระเบิดออกมาจากตัวจินอู มันเป็นปฏิกิริยาตอบสนองทางร่างกายของโอเมก้าเมื่อสัมผัสกับอัลฟ่าผู้แข็งแกร่ง ปฏิกิริยานี้ทำเอาน้ำตาเอ่อคลอดวงตาคู่คม ฉันสวดอ้อนวอนขอช่วงเวลาแบบนี้มาตั้งกี่ครั้งแล้ว 

มือใหญ่สัมผัสร่างบอบบางอีกหลายครั้ง แต่ไม่ได้คิดจะปลุกให้ตื่นจากการหลับใหล ซองจินกำลังนึกถึงอดีตว่าตอนตัวเองแสดงเพศ มีอาการแบบนี้หรือเปล่า อืม แต่ละคนก็แสดงอาการต่างกัน แถมจินอูก็แสดงเพศช้ากว่าคนทั่วไปตั้งหลายปี ดังนั้นถ้าจะมีอาการข้างเคียงเกิดขึ้นก็คงไม่แปลก เขาแค่หวังว่าอีกฝ่ายจะไม่เป็นอะไรร้ายแรงเท่านั้น  

นี่ไม่ใช่เวลาที่ควรทำอะไรแบบนี้สินะ... ซองจินมองนาฬิกา พอเรื่องราวมันเป็นไปในทิศทางที่ต้องการแบบนี้ เขาก็มีเรื่องที่ต้องจัดการเพิ่มอีกหลายเรื่อง อย่างแรกเมื่อกลายเป็นโอเมก้าแล้ว อีกฝ่ายไม่มีทางทนกับปริมาณงานพิเศษตอนนี้ได้แน่นอน ชายหนุ่มลูบแก้มคนป่วยก่อนจะก้มตัวลงประทับริมฝีปากบนเส้นผมแล้วผละตัวออก ขณะเปิดประตูห้องก็ถอนหายใจเบาๆ อีกครั้ง กระทั่งซองจินออกจากห้องไปแล้ว จินอูก็ยังไม่ขยับตัวเลยสักนิด 

 

ทว่าพอผ่านไปสักพัก จินอูก็ลืมตาขึ้นพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ตอนนี้ซองจินน่าจะลงไปถึงชั้นหนึ่งแล้ว ทว่ากลิ่นหอมรุนแรงเหมือนน้ำตาลหลอมละลายในความร้อนก็ทำเอาต้องย่นจมูก 

“แม่งเอ๊ย...” 

มันไม่ใช่อาการป่วยร้ายแรง และไข้อ่อนๆ ที่เป็นมาหลายวันก็หายไปแล้วด้วย ทว่าสิ่งที่เข้ามาแทนคือเขากลายเป็นโอเมก้า ไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อน กระทั่งคุณหมอเองก็ยังบอกว่าเป็นเคสที่พบไม่บ่อยนักขณะกวาดตาสำรวจร่างกายเขา แถมยังเจอคังซองจินลูบไล้ไปทั่วตัวอีก สงสัยต่อไปคงต้องระวังหมอนั่นยิ่งกว่าเดิม 

“ไม่ต้องรู้ใจใครดีที่สุด” 

จินอูยันร่างปวดเมื่อยของตัวเองขึ้นจากเตียง แล้วก็ต้องสถบออกมาเมื่อนึกถึงซองจิน ดวงตากลมโตแดงก่ำ ตาขาวมีแต่สีเลือด มันกลายเป็นแบบนี้ได้อย่างไร เขาเคยตัดพ้อว่าไม่อยากให้พ่อแม่ต้องเอาชีวิตมาทิ้งกับความไม่มั่นคงของตัวเอง ถ้าเกิดเป็นโอเมก้าอาจจะดีกว่าเบต้าแบบนี้ แต่ถ้าจะรับฟังคำอ้อนวอนของเขา ทำไมถึงไม่ให้ถูกรางวัลที่หนึ่งด้วยล่ะ พระเจ้าทำกันเกินไปหรือเปล่า คนป่วยยกหลังมือขยี้ตาตัวเอง 

“จินอู! ตื่นแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนไหม” 

“ไม่เป็นไรแล้ว แม่ แม่! ห้ามโทรหาคังซองจินอีกนะ” 

“แต่เมื่อกี้ก่อนออกไป ซองจินเขาขอว่าถ้าลูกตื่นให้โทรบอกด้วยนี่นา” 

“แม่ไม่เคยฟังผม แต่กลับฟังคังซองจินทุกคำเลยนะ ตลกจัง” 

“พูดอะไรอย่างนั้นล่ะจินอู” 

“เดี๋ยวผมโทรเอง มีเรื่องต้องคุยกับเขาอยู่แล้ว” 

“ก็ได้ๆ ลูกหิวหรือเปล่า อ้อ เดี๋ยวตอนกลางคืนพ่อจะมาเฝ้านะ” 

“ไม่เป็นไรหรอก ผมไม่ได้ใกล้ตายซะหน่อย จะมาทนโต้รุ่งอยู่ในห้องคนป่วยให้ลำบากทำไม ไม่ต้องให้พ่อมาหรอกครับ พักผ่อนที่บ้านกันทั้งคู่นั่นแหละ” 

“แต่ลูกอยู่คนเดียวที่นี่ไม่ได้เด็ดขาดเลยนะ” 

เมื่อแม่เอ่ยย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกว่าปกติ จินอูจึงจ้องหน้าอีกฝ่ายตรงๆ แววตาของแม่ไม่เหมือนเดิม แล้วเขาก็เพิ่งเข้าใจความหมายแฝงจนต้องถอนหายใจแล้วเอามือกุมหน้าผาก เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า ถ้าต้องนอนอยู่ลำพังในชั้นที่มีแต่โอเมก้า 

“เดี๋ยวผมให้คนอื่นมาอยู่เป็นเพื่อน พ่อกับแม่ทำงานมาทั้งวันแล้ว ต้องมาเฝ้าผมต่ออีกจะเหนื่อยกันเปล่าๆ” 

“ใครล่ะ ซองจินก็น่าจะยุ่งๆ กับการเรียนนี่นา” 

“เดี๋ยวผมจัดการเอง ใครได้ยินแม่พูด คงนึกว่าผมไม่มีเพื่อนคนอื่นนอกจากคังซองจินล่ะมั้ง” 

“อย่าบอกนะว่า... หมายถึงเด็กที่สนิทกับซองจินน่ะ” 

“อือ ผมบอกตั้งกี่รอบแล้วว่าเขาชื่อมูจิน แม่เลิกเรียกแบบนั้นได้แล้ว” 

“แล้วทำไมต้องเป็นเด็กนั่นด้วย” 

“ก็มูจินเคยบอกว่าถ้าผมป่วยให้โทรหาเขา” 

มันเป็นคำพูดสั้นๆ ซึ่งแฝงความหมายนับร้อย จากนั้นจินอูบอกให้แม่ซื้อโจ๊กมาทิ้งไว้ให้ก็พอ หญิงวัยกลางคนถอนหายใจเงียบๆ ขณะมองลูกชายตัวเอง ก่อนจะส่ายหน้าเหมือนยอมแพ้แล้วยื่นโทรศัพท์คืนเจ้าตัว 

จินอูกำโทรศัพท์ด้วยการลังเลอยู่พักหนึ่ง ยังไม่รู้เลยว่าต้องเริ่มพูดอย่างไร ฉันกลายเป็นโอเมก้าแล้วนะ เผลอหลับอยู่ดีๆ ตื่นมาก็เป็นแบบนี้เลย แบบนี้ได้หรือเปล่า ทำไมการบอกคังมูจินว่าตัวเองกลายเป็นโอเมก้าถึงยากตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยนะ จินอูขยี้ตาพร้อมพ่นลมหายใจไม่หยุด 

“แม่ ผมอยากอยู่คนเดียว” 

“ลูกได้ฟังแม่พูดบ้างหรือเปล่า” 

“แม่ ผมขอร้อง! แม่ไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งไม่รู้กันแน่ ชีวิตผมเพิ่งกลับตาลปัตรภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงเองนะ! แค่บอกว่าอยากอยู่คนเดียวเนี่ย ต้องบ่นขนาดนั้นเลยเหรอ” 

ร่างบางตะโกนความในใจออกมาเสียงดัง พอได้สติและลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบากหลังพิษไข้เดือดพล่าน กลับได้ยินหมอพูดว่าตัวเองเป็นโอเมก้า ไม่ใช่เบต้าธรรมดาๆ อีกต่อไป ไหนจะซองจินที่เอาแต่ลูบเนื้อลูบตัวเขาจนขนลุกจนพอง จินอูไม่มีเวลาคิดเกี่ยวกับอนาคตของตัวเองสักนิดเลย ยิ่งเห็นสายตาลำบากใจของแม่ตอนมองซองจิน กับการตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่เขาเกลียดที่สุดจากอีกฝ่ายแล้ว ก็ยังนึกประหลาดใจอยู่เลยที่ตัวเองไม่ระเบิดออกมาตอนนั้น  

“งั้นแม่กลับบ้านก่อนแล้วกัน เดี๋ยวจะเข้ามาใหม่ตอนเช้า ลูกอยากได้อะไรก็โทรมานะ” 

“โอเคครับ” 

“ไม่ต้องคิดมาก มันต้องผ่านไปด้วยดี” 

“...แม่กลับไปเถอะครับ” 

จินอูไม่อาจตอบกลับเชิงเห็นด้วยกันแม่ได้ สุดท้ายเมื่อได้อยู่ตามลำพังในห้องพักฟื้น น้ำตาใสๆ ก็ไหลออกมาจากดวงตากลมโตไม่หยุด ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ แล้วต้องทำอย่างไรต่อ... ถึงจะอยากส่งเสียงสะอื้นแค่ไหน แต่ก็ทำได้แค่อดกลั้นเพราะกลัวว่าจะรบกวนคนไข้ห้องอื่น เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้ววางมันลงอยู่หลายรอบ คนที่นึกถึงในเวลาแบบนี้ก็มีแค่มูจินคนเดียว แต่การโทรหาอีกฝ่ายกลับไม่ง่ายเลย ก่อนหน้านี้ซองจินมีท่าทีเหมือนต้องการให้เขามาอยู่ข้างๆ ชัดเจนมาก แต่คาดเดาไม่ได้เลยว่ามูจินจะมีปฏิกิริยาอย่างไร 

จะทำตัวเหมือนซองจินหรือเปล่า ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องลองชั่งน้ำหนักระหว่างสองคนนี้ หรือควรเผชิญหน้ากับทั้งสองคนเหมือนเดิมดี แล้วตอนนั้นความรู้สึกของเขาจะเป็นแบบไหนล่ะ คำถามมากมายนับไม่ถ้วนโผล่ขึ้นมาในหัว คนตัวเล็กจึงตัดสินใจวางโทรศัพท์ลง เพราะคิดว่าถึงจะไม่บอกให้รู้ตอนนี้ มันก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก แล้วเขาก็ไม่ได้มีหน้าที่ต้องแจ้งให้อีกฝ่ายทราบ จินอูเอนตัวนอนลงบนเตียงอีกรอบ ต้องเคลียร์สมองให้ปลอดโปร่งก่อน จัดการขีดเส้นให้ชัดเจนไม่ว่าจะเรื่องซองจินกับมูจิน หรืออนาคตของตัวเอง เพื่อค้นหาทางออกให้รอบคอบมากขึ้น จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง ใช่ ต้องทำแบบนั้นแหละ 

 

มูจินก้าวลงมาจากแท็กซี่แล้วสูดอากาศเย็นๆ เข้าไปเฮือกใหญ่ ทว่าสติที่หายไปเกินครึ่งก็ยังไม่กลับมา เขานึกถึงน้ำเสียงจินอูที่ดังจากลำโพงโทรศัพท์ อีกฝ่ายบอกว่านอนหลับเต็มอิ่ม ร่างกายสดชื่นขึ้นแล้ว ต่อด้วยการพูดอย่างสบายๆ ว่าแม่กับหมอยืนอยู่ตรงหน้า ได้ยินเท่านั้นร่างสูงก็ลุกพรวดจากเก้าอี้ทันที  

แต่ปลายสายก็ยังเล่าต่อเรื่อยๆ ว่าหลังจากหลับพร้อมสติมึนๆ พอตื่นมาตอนเช้าสภาพร่างกายก็ดีขึ้น ไข้ก็ลดลง และจบท้ายด้วยคำอธิบายว่าทั้งหมดเกิดจากการแสดงเพศเป็นโอเมก้า มูจินจึงค่อยๆ ทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้อย่างช้าๆ  

หลังจากวางสายก็ขยับตัวอย่างรีบร้อนอีกที ทั้งๆ ที่ควรจะมีการติดต่อจากซองจินเพื่อบอกเล่าถึงอาการของจินอู แต่กลับไม่มีเลยสักสาย และถ้าอีกฝ่ายเฝ้าอยู่ในห้องพักฟื้น จินอูก็คงไม่โทรมาเขาด้วยตัวเองแบบนี้หรอก คังซองจินไม่ใช่คนนิ่งเฉยขนาดนั้นแน่นอน... มูจินถอนหายใจยาว 

ความคิดเห็น