MaschenY
facebook-icon

ถ้าอ่านแล้วชอบหรือถูกใจ สามารถสนับสนุนเหรียญให้กับนักเขียนได้เลยนะครับบ นักเขียนกรอบแล้ววว

EP.14 Clock Stirke Part 6 (End) มีการประกาศท้ายตอน

ชื่อตอน : EP.14 Clock Stirke Part 6 (End) มีการประกาศท้ายตอน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 173

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2563 05:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.14 Clock Stirke Part 6 (End) มีการประกาศท้ายตอน
แบบอักษร

'Believe that time is always forever...จงเชื่อมั่น ว่ากาลเวลานั้นเป็นสิ่งอันไร้ที่สิ้นสุด...and I'll always be here...และฉันเอง จะอยู่ตรงนี้เสมอ...Believe it till the end...ขอให้เชื่อเช่นนั้นไปจนตราบนานเท่านาน...I won't go away and won't say never...ฉันจะไม่ไปไหน และจะไม่เอ่ยคำว่าไม่มีทางออกมาอย่างแน่นอน...It doesn't have to be friend...ไม่ใช่แค่เฉพาะกับเพื่อนหรอกนะ...You can keep it till the end...ไม่ว่าจะเป็นสิ่งไหน เธอก็ยังสามารถเชื่อแบบนั้นได้ตลอดไป'

เที่ยวบินของทั้งคู่ถูกจองไว้เรียบร้อย ยูริเลือกเครื่องบินแบบใบพัดขนาดเล็กเพื่อป้องกันการพบเจอกับผู้คนที่อาจจะจำเธอได้ เวลาออกเดินทางคือช่วงสายๆของวันพรุ่งนี้ ด้วยเหตุนี้เองวันนี้จึงกลายเป็นวันฟรีเดย์สำหรับเธอ แต่ไม่ใช่สำหรับบีมที่ต้องตามคุ้มกันเธอ 

ตั้งแต่เช้ามา นายหญิงของเขาตะลอนไปแทบจะทั่วพริทอเรีย รถยนต์เช่าที่เขาขับนั้นน้ำมันที่ร้านเติมไว้กำลังจะหมดไปเพราะการชี้นิ้วสั่งให้ไปยังจุดนั้นจุดนี้ของเธอ และแน่นอนเธอให้เขาขับพาไปช็อปปิ้งทั้งนั้นไม่ได้ไปทำธุระอะไรที่มีสาระสำคัญเลยแม้แต่น้อย 

"เรายังขาดชุดสำหรับเดินทางเข้ายุโรปกันนะ" ยูริมองไปที่ถุงใส่ของที่เบาะหลังรถ 

"นั่นอย่าบอกนะว่าคุณซื้อสำหรับแค่โมร็อกโกน่ะ?" บีมหันไปมองกองถุงช็อปปิ้ง 

"ช่าย อย่าลืมสิว่าเราต้องปลอมตัว" เธอกำลังดูกระเป๋าใบใหม่ 

"เราต้องปลอมตัว..แต่คุณอ่ะเคยตัว" บีมจิกกัด 

"ก็ชั้นรวยนี่ จะใช้เงินยังไงก็เรื่องของชั้นแล้วก็นะชั้นก็ซื้อส่วนของนายมาด้วยอย่าบ่นจะได้ป่ะ..ไหนบอกว่าจะให้ชั้นนำตอนอยูุ่ในเมืองไงยะหืมมม?" ยูุริบ่นกรอกหูบีม 

"ถ้าบัตรนั่นใช้ไม่ได้จะทำยังไง?" บีมถามกลับไป 

"ก็ยืมตังนายไง" ยูริพูดด้วยน้ำเสียงกวนประสาท 

"ถ้าผมจับคุณโยนลงรถไปคงจะสบายหูและระบบประสาทขึ้นมา" บีมบอกก่อนจะจอดที่หน้าร้านอาหารก่อนที่ทั้งคู่จะลงจากรถแล้วเดินเข้าร้านไป 

"นายสั่งเอาเลย" ยูริโยนเมนูให้หลังจากที่เธอสั่่งเมนูกุ้งของโปรดแล้ว ใช่แล้วแม้จะอยูุ่ใจกลางแอฟริกาใต้แต่ก็ยังมีกุ้งให้กิน.. 

"ดูท่าชีวิตคุณคงจะขาดกุ้งไม่ได้นะ" บีมจิ้มเมนูสเต็กเนื้อมา ทั้งสองมีโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่โดยทีี่ทำข้อตกลงกันว่าจะไม่ใช้แอคเคาท์เดิมที่เคยใช้ ทุกๆอย่างจะต้องเป็นของใหม่ทั้งหมดและไม่ติดต่อกับใครทั้งสิ้นยกเว้นคนที่จำเป็นจริงๆ แน่นอนรูปและชื่อก็ต้องเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน... 

"ชั้นอยากไปเที่ยวรัฐเมนจัง..." ยูริที่เขี่ยโทรศัพท์รออาหารบ่นขึ้น เธอคงไปดูแหล่งจับกุ้งล็อบสเตอร์แน่ๆ 

"ก็ไปซะสิ" บีมที่เลื่อนดูข่าวในไทยตอบ 

"งั้นไม่ต้องไปโมร็อกโคแล้ว ไปรัฐเมนเลย" เธอเอ่ยด้วยเสียงจริงจัง 

"ตามใจสิ" บีมไม่ขัด 

"นี่อย่าบอกนะว่ากาแฟแก้วนั้นมันทำให้นายเป็นแบบนี้ไป...นายเนี่ยนะไม่ขัดชั้น?" ยูริแกล้งทำหน้าเหลือเชื่อ แต่จริงๆก็แอบตกใจที่บีมไม่ขัดเธอ 

"กาแฟนั่นใส่ยาปลุกเซ็กส์ด้วยล่ะ" บีมจ้องหน้าเธอนิ่ง 

"เฮ้ยๆ อย่าเชียว" เธอชี้หน้าเขา 

"กลางร้านอาหารเลยดีมั้ยล่ะ?" บีมยิ้มเจ้าเล่ห์ ซึ่งเป็นรอยยิ้มประเภทเดียวทีี่เขาจะทำให้คนอื่นเห็น 

"ไอ้โรคจิต!" เธอขยับเก้าอี้ถอยหลังไปทันที 

"จะบอกอะไรให้นะ ตอนที่คุณไม่สบายผมเองแหละที่กอดคุณไว้น่ะ" เขายกแก้วน้ำดื่มอย่างสบายใจ 

"แกฉวยโอกาสงั้นเหรอ!" ยูริฉุนขึ้นมาจริงๆแล้ว 

"ผมแค่ช่วยคนที่หนาวจนตัวสั่นเท่านั้นเอง" เขาวางแก้วน้ำลงแล้วก้มหน้ากลั้นหัวเราะ 

"ไม่ว่ายังไงนายก็น่ารังเกียจว่ะ" เธอกอดอกมองเขา 

"รังเกียจแล้วจะมานอนกอดทำไมเล่า" บีมถาม 

"คิดว่าหมอนข้างอ่ะ" ยูริไม่ยอมแพ้ 

"หมอนข้างนี่อันตรายนะ" เขาพูดและพอดีกับที่อาหารมาเสิร์ฟพอดี ทั้งสองจึงเลิกต่อปากต่อคำกันแล้วจัดการกับอาหารตรงหน้าแทน แต่ยูริหวังดีแบ่งกุ้งให้เขา บีมกินไม่ได้อยู่แล้วเพราะแพ้กุ้งเป็นทุนเดิมทำให้เขาไม่คิดจะลองเสี่ยงกับมันอีก แต่เขาก็ลำบากใจไม่น้อยจึงหั่นเนื้อส่งไปให้เธอ 

"เอ่อ...ชั้นแพ้พวกเนื้อวัว" หญิงสาวบอกทันทีที่เขาวางเนื้อชิ้นนั้นบนจานของเธอ 

"ผมก็แพ้กุ้ง.." เขาบอกเช่นกัน แล้วทั้งคู่ก็หัวเราะออกมาเบาๆ บรรยากาศที่เคยเถียงกันเมื่อครู่หายไปหมดแล้ว เขาทั้งสองคนไม่น่าจะจับคู่กันได้เลยจริงๆ คนหนึ่งเป็นสิ่งที่อีกคนหนึ่งไม่ชอบไม่พอยังจะชอบอาหารที่อีกคนแพ้อีก... 

"เราสองคนนี่คงจะไปด้วยกันไม่ได้นะ" ยูริว่า 

"ผมก็ไม่คิดจะไปด้วยกันกับคุณหรอกถ้าไม่ใช่งาน" บีมกวนประสาทเธอเล่นต่อ 

"ทำยังกะชั้นอยากไปงั้นแหละ" ยูริทำท่าจะปาส้อมใส่ ทั้งสองคุยกันถึงเรื่องราวที่จะต้องเจอต่อไปนี้ แต่บีมสังเกตอะไรบางอย่างได้จึงลุกขึ้นยืน! 

"คุณจ่ายค่าอาหารที ผมจะไปทางนั้นหน่อย" บีมว่าก่อนจะเดินออกไปจากโต๊ะทันที! 

"เฮ้ๆ นายจะไปไหน?" ยูริลุกขึ้นมองตามหลังบีมไป 

"ไอ้เวรนั่นมันถ่ายรูปเราสองคน" บีมว่าก่อนจะวิ่งออกไปเพื่อตามผู้ชายที่ถือกล้องไป 

"อะไรนักหนาเนี่ย?" ยูริรีบลุกไปจ่ายค่าอาหารทันที! 

บีมวิ่งไวพอตัวอยู่แล้ว แต่ยูริที่วิ่งสุดฝีเท้ากลับแซงเขาไปได้อย่างไม่ยากเย็นนักด้วยดีกรีนักกีฬาเหรียญทองวิ่งระดับเยาวชนของประเทศ เธอวิ่งมาตั้งแต่ประถมจนช่วงม.ต้นก็เลิกวิ่งไปสนใจเรื่องธุรกิจกับเทควันโด้แทนแต่นั่นก็ไม่ทำให้ฝีเท้าของเธอตกลงไปเลย 

"หยุดนะไอ้บ้า!" ยูริแหกปากเรียกชายคนที่แอบถ่าย 

"มันคงจะหยุดให้หรอก แล้วจะวิ่งแซงทำไมวะเนี่ย?" บีมตะโกนมาจากข้างหลัง เขาเร่งฝีเท้าจนสุดจึงแซงเธอกลับได้พร้อมกับที่เขากระโดดถีบชายคนนั้นล้มกลิ้งไปในสนามหญ้า! 

"ได้โปรดอย่าทำอะไรผมเลย" ชายคนนั้นร้องโวยวายเป็นภาษาอังกฤษเมื่อบีมลุกขึ้นและเดินเข้ามาใกล้ๆ 

"แกถ่ายอะไรไปบ้าง?" ยูริรีบเข้ามาถามก่อนที่บีมจะลงมือ 

"ผมไม่ได้ถ่าย" ชายคนนั้นว่า 

"ถ้ากูเจอนะ.." บีมหยิบกล้องขึ้นมา 

"ก็ได้ๆๆ ผมเห็นหน้าคุณเหมือนพวกนักแสดงเกาหลีเลยจะถ่ายไปขายในพวกข่าวดาราของที่นั่นน่ะ" เขายอมรับในที่สุด 

"ยัยนี่ไม่ใช่ดารา เป็นไม่ได้หรอกเพราะขี้โวยวาย" บีมกดลบรูปแล้วโยนกล้องคืนให้ 

"นายโดนฟ้องได้นะทำแบบนี้น่ะ" ยูริขู่ 

"ได้โปรดอย่าฟ้องเลย จะให้ผมทำอะไรก็ยอม" เขาวิงวอน 

"ได้สิ งั้นเดินไปให้รถชนซะ" บีมชี้ไปที่ถนน 

"เดี๋ยวสิไอ้บ้านี่ เขาช่วยเราได้" ยูรินึกอะไรออกและสั่งให้บีมช่วยชายคนนั้นขึ้นมาแล้วพาไปคุยที่ร้านกาแฟเล็กๆ 

"คุณจะให้ผมปล่อยยข่าวนี้ไปเหรอ?" ชายคนนั้นถามอย่างไม่เข้าใจเพราะยูริบอกให้เขาปล่อยข่าวว่าตัวเธอและบีมตายไปแล้ว เพราะคิดว่าไม่ว่ายังไงพ่อเธอจะต้องปิดข่าวไว้แน่ๆ 

"ทำตามไปเถอะน่ารึจะให้ฟ้อง" บีมว่า เขาไม่ขัดการกระทำของยูริเพราะคิดว่าต้องมีการปิดข่าวไว้จริงๆ 

"โอเคๆ จะให้ผมส่งข่าวให้กับสำนักไหน?" ชายคนนั้นถาม เขากำลังโล่งใจที่สิ่งที่ทั้งสองคนให้เขาทำนั้นเป็นเรื่องที่เขาทำได้ 

"ส่งให้ พวกCNNหรือBBC ก็ได้แต่ต้องเป็นของนานาชาตินะ" ยูริกล่าว เธอมีแผนอะไรบางอย่างในหัวแล้ว 

"เขาจะรับเหรอ?" บีมถามขึ้น 

"คิดว่าชั้นเป็นใครล่ะ? หนึ่งในผู้สนับสนุนเลยนะ" เธอแอบสนับสนุนสำนักข่าวเหล่านั้นอย่างลับๆเพื่อให้พวกเขามาทำข่าวในพื้นที่สงครามที่ชาวเมืองได้รับความเดือดร้อนและเปิดโปงพวกนักการเมืองที่เล่นไม่ซื่อ 

"คุณให้ผมปล่อยข่าวนี้แล้วพวกคุณจะได้อะไร?" ชายคนนั้นถามขึ้น 

"ชั้นอยากให้โลกได้รับรู้ถึงการตายของน้องสาวชั้นน่ะ...เพราะมีการปิดข่าวมาตลอด" ยูริว่าพร้อมชี้รูปตัวเธอเองแล้วชี้ที่ใบหน้าของเธอที่ตอนนี้ใส่คอนแทคเลนส์อยู่และทำผมคนละแบบ 

"เหมือนใช่มั้ยล่ะ?" เธอถามต่อ 

"คล้ายมากนะ ไม่เหมือนก็ทรงผมกับสีตา" เขาว่า เพราะผู้หญิงในรูปนั้นคล้ายจริงๆกับผู้หญิงตรงหน้าเขา 

"เอาเป็นว่าทำงานให้เนี๊ยบๆ" บีมบีบบ่าของชายคนนั้น จากนั้นทั้งสามก็แยกทางกันออกมา 

"คิดดีแล้วแน่นะ?" บีมถามขึ้นขณะคาดเข็มขัดนิรภัย 

"อืม...ยังไงพ่อชั้นก็ปิดข่าวแน่ๆ" เธอตอบอย่างมั่นใจ 

"คุณจะให้พวกนั้นดีใจเล่นสินะ" เขาถามอีก 

"มันควรจะดีใจสิที่ชั้นตายน่ะ..หึ" ยูริทำหน้าไม่สบอารมณ์ 

"เดี๋ยวกลับถึงโรงแรมจะเล่าอะไรให้ฟัง" บีมว่าก่อนจะขับรถออกไป 

ที่โรงแรม 

"ไหนว่ามาสิ" ยูริกอดอกรอฟัง 

"รู้รึเปล่าทำไมพ่อคุณถึงส่งผมมาแทนคนสนิทของคุณ?" บีมถาม 

"นั่นสิ นายไปทำยังไงถึงได้มาแทนล่ะ?" ยูริชักจะสนใจ 

"คืนวันก่อนออกเดินทาง ผมตัดสินใจเข้าไปบอกอะไรบางอย่างกับพ่อคุณ" บีมเล่า 

"อะไรบางอย่าง?" ยูริทวนคำ 

"วันที่ผมไปรับงานสังหารคุณกับเพื่อนที่เวกัส วันนั้นคนจ้างใจปล้ำให้ชิปมาเล่นคาสิโนต่อ และที่นั่นผมมองจากข้างล่างขึ้นไปข้างบนผมเห็นผู้ชายอีกคนเดินเข้าประตูไป ประตูเดียวกับที่ผมเข้าไปนั่นแหละ" บีมเล่า 

"เล่าต่อสิ" ยูริพยักหน้า 

"ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอมาทำงานที่ยูเครนผมกลับเจอชายคนนั้นในตึกทำการของพ่อคุณผมเลยไปเตือนเขาไว้ก่อนคุณจะออกเดินทางเพราะรู้ว่ายังไงคุณก็ไม่เอาผมมาด้วยแน่ๆ" บีมว่า 

"นายเดาถูก ชั้นไม่เลือกนายมา" ยูริยอมรับ 

"ก็นะ เกือบพลาดแล้วมั้ยล่ะ" บีมตอบ 

"แล้วผู้ชายคนนั้นคือใคร?" ยูริถาม 

"คนสนิทของคนสนิทของคุณไง" บีมตอบพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เหมือนเดิม 

"อเล็กซิสงั้นเหรอ?" ยูริหมายถึงชายคนเดียวกับที่บีมต้องการจะบอก 

"มันแหละ" เขาวางปืนลงบนโต๊ะพร้อมกับชี้ไปที่มัน 

"แต่ไม่ต้องห่วง มันชิมของที่อยู่ในนี้แล้ว" บีมว่าเพราะหลังจากคุยกับนายใหญ่เขาก็ออกมาจัดการกับอเล็กซิสเงียบๆ 

"ใจหายแฮะที่คนใกล้ตัวทำแบบนั้น" ยูรินั่งลงบนโซฟาอย่างหมดแรง 

"ผมให้คุณพักก่อนแล้วกัน ผมจะนอน" บีมพูดแล้วทิ้งตัวนอนบนพรมทันที 

คืนก่อนหน้าที่จะออกเดินทาง 

"บอส มีคนมาขอพบครับ" เชคอฟเปิดประตูมาบอก 

"ใครกันเวลาป่านนี้?" ยาดินอฟสงสัย 

"คนของคมที่เพิ่งมาใหม่ครับ" เชคอฟกล่าวอย่างกังวล 

"ให้เข้ามา" ยาดินอฟตอบอย่างไม่ลังเลเมื่อรู้ว่าเป็นใคร 

"ผมมีเรื่องจะบอกกับคุณ แต่คุณไม่จำเป็นต้องเชื่อผม" บีมพูดขึ้นทันทีที่เดินเข้ามา 

"ว่ามาสิ" ยาดินอฟพร้อมรับฟัง 

บีมเล่าเรื่องลูกน้องของดิมาที่เขาเจอที่คาสิโนในวันที่รับงานสังหารยูริให้ฟังจนหมด 

"เป็นอย่างที่ผมสงสัยจริงๆด้วยบอส" เชคอฟที่ฟังอยู่ด้วยพูดขึ้น 

"นายยืนยันจริงๆเหรอ?" ยาดินอฟถาม 

"ผมเห็นมันที่นั่นแล้วก็ในตึกนี้...คิดว่าการเดินทางครั้งนี้จะต้องไม่ราบรื่นแน่ๆ" บีมบอก 

"ดี งั้นพรุ่งนี้นายไปกับยูริซะชั้นจะให้ดิมากลับมา" ยาดินอฟสั่ง 

"ผมไม่ถนัดงานคุ้มกัน" บีมปฏิเสธ 

"ชั้นจะให้เพิ่มเป็นพิเศษ" ยาดินอฟเสนอ 

"มันไม่คุ้ม ลูกสาวของคุณมั่นใจในตัวเองเกินไป" บีมปัดทันควัน 

"เฮ้ บอสเสนอให้ขนาดนี้แล้วนายยังต้องการอะไรอีกวะ?" เชคอฟถาม 

"งานถนัดผมคือกวาดล้างกับแทรกซึม" บีมว่าก่อนจะเว้นวรรค 

"ผมไม่ได้ถูกฝึกมาให้อารักขาคนสำคัญ มันคงจะยากสำหรับผม" บีมพูดไปตรงๆ 

"ก็จริงของนาย" ยาดินอฟเคาะนิ้วลงบนโต๊ะ 

"แล้วเราจะทำยังไงกับไอ้อเล็กซิสล่ะ?" เชคอฟถามขึ้น 

"ให้เก็บมันให้เอามั้ย ยังไงๆมันก็ไม่ยอมคลายอะไรออกมาหรอก" บีมเสนอ 

"นึกออกแล้ว...นายแค่จัดการพวกที่เข้ามายุ่งยากกับลูกสาวชั้นให้หมดก็พอ ยัยยูริดูแลตัวเองได้" ยาดินอฟบอก เขายอมรับว่าแค่เห็นหน้าครั้งแรกก็ถูกใจชายคนนี้แล้ว เพราะหน้าตาเหมือนกับเพื่อนเก่าของเขาไม่มีผิด 

"ถ้างั้นพอจะได้อยู่" บีมรับคำ 

"แล้วถ้าไอ้อเล็กซิสมันคลายอะไรออกมาก็บอกกันก่อน" เชคอฟว่า 

"ไม่ต้องแนะนำหรอก" บีมเดินออกไปทันทีเพื่อไปจัดการอเล็กซิส 

"ให้ตายสิ มันจะไม่มีมารยาทเลยรึยังไงเนี่ย?" เชคอฟบ่น 

"เหมือนกับยัยหนูน้องสาวแกไงเชคอฟ" ยาดินอฟพูดถึงยูริ 

"คุณหนูน่ารักกว่าไอ้เวรนั่นเยอะครับบอส" เชคอฟว่า คำพูดของเขาทำให้ยาดินอฟหัวเราะออกมา 

แต่เวลาผ่านไปได้แค่ 5 นาทีเท่านั้นโทรศัพท์ก็ดังขึ้น! 

'เรียบร้อย มันคลายออกมาว่ามันไปทำธุระส่งของให้ดิมา' บีมพูดมาจากปลายสาย 

"นะ..นี่นายจัดการมันแล้วเหรอ?" เชคอฟกล่าวอย่างตื่นๆ 

'ไม่ใช่เรื่องยากนี่' บีมกดวางสายใส่ 

"ชั้นชักจะชอบใจหมอนี่จริงๆแล้วสิ" ยาดินอฟเอ่ย 

"มันใช่คนจริงๆงั้นเหรอ?" เชคอฟพึมพัม 

"พรุ่งนี้ ให้หมอนั่นไปแทนดิมาส่วนนายไปรับดิมากลับมาอย่าให้มันรู้ตัว ชั้นจะให้มันไปทำอะไรบางอย่างเพื่อดูว่าจะมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีกรึเปล่า" ยาดินอฟสั่ง 

"ได้ครับ" เชคอฟรับคำแล้วเดินออกจากห้องไป 

"ช่างเหมือนแกเหลือเกิน....ดนัย" ยาดินอฟเอ่ยขึ้นเรียบๆ.... 

เวลาปัจจุบัน... 

ยูริเห็นบีมหลับไปทั้งอย่างนั้นจึงเอาผ้ามาห่มให้ เขาคงจะเพลียจากการขับรถพาเธอไปยังที่ต่างๆทั่วเมืองในวันนี้จึงทำให้หลับได้ในเวลานี้แถมยังหลับบนพื้นอีก 

"ทำดีก็เป็น" บีมลืมตาขึ้นมา เขาหลับก็จริงแต่ด้วยความที่เป็นลูกป่าจึงทำให้มีนิสัยหลับง่ายตื่นไว 

"ขึ้นไปนอนบนเตียงไป ชั้นอนุุญาติ" ยูริชี้ไปที่เตียง 

"แล้วคุณล่ะ?" บีมถาม 

"ชั้นตัดสินใจแล้ว เราคือพาร์ทเนอร์และชั้นก็อยากจะเป็นเพื่อนกับนาย" ยูริบอก 

"งั้นเหรอ" บีมลุกขึ้นหอบผ้าห่มกับหมอนขึ้นไปนอนบนเตียงคู่ทันที 

"ไม่ดีใจหน่อยเหรอ?" ยูริถาม 

"ก็ดีใจที่อยู่ๆก็มีเพื่อนเป็นสาวสวย...แต่เตี้ย" บีมตอบก่อนจะหลับตาลง แต่คราวนี้ยูริไม่ว่าอะไรเขา กลับกันเธอสบายใจขึ้นไม่น้อยที่เขายอมรับการขอเป็นเพื่อนของเธอ 

เธอต้องการเพื่อนแบบเขามานานแล้ว เพื่อนที่ดูแลเธอได้และยังช่วยเหลือเธอตลอด... 

"นายรู้มั้ยว่าชั้นไม่ค่อยมีเพื่อนน่ะ" เธอนั่งลงที่ปลายเตียงฝั่งที่ว่าง 

"ก็พอจะรู้" บีมตอบทั้งๆที่หลับตา 

"ชั้นดีใจนะที่นายยอมเป็นเพื่อนกันน่ะ" เธอกล่าวมาจากใจจริง 

"เคยได้ยินมั้ยคำว่า เพื่อนมันเป็นตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้ายน่ะ?" บีมจ้องหน้าเธอ 

"อื้ม เคย" ยูริว่า 

"มีเนื้อเพลงอยู่เพลงนึงผมชอบฟังมาก มันร้องว่า Believe that time is always forever" บีมเอ่ย 

"and I'll always be here...Believe it till the end" ยูริร้องต่อเนื้อเพลงนั้นได้เพราะเธอเคยฟัง 

"I won't go away and won't say never...It doesn't have to be friend..You can keep it till the end" บีมร้องออกมาเป็นทำนองตอนจบเพลง 

"clock stirkeสินะ ความหมายดีชั้นก็ชอบฟังบ่อยๆ" ยูริพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม 

"นอนล่ะ" บีมตัดบทแล้วหลับตา 

"เออย่ะ" ยูริเอาหมอนมาแบ่งเส้นขั้นไว้แล้วนอนบ้าง จริงๆเธอก็อึดอัดที่เขานอนบนพรมเมื่อคืนแต่ในที่สุดก็สบายใจขึ้นมาแล้ว... 

เพื่อนสองคนนอนบนเตียงเดียวกัน...ก็ไม่น่าเกลียดนี่นา.. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

พิมพ์เพลิน 14 หน้า 5555 เกินเวลาพักอีกแล้ววว แก้ยังไงดีล่ะเนี่ยยยย 

จบตอนนี้ผมขอพักยาวก่อนจะครับ พอดีมีเรื่องที่ต้องจัดการก่อนเกี่ยวกับนิยายนี่แหละ คิดซะว่าปิดซีซั่นแล้วกัน555 

แล้วจะรีบกลับมานะครับ  

ระหว่างรอ เรามาถามคำถามกันดีกว่าครับ ถามมาได้เลยยเดี๋ยวผมจะเข้ามาตอบนนะครับ 

ความคิดเห็น