บุษบาไพลิน
email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 ผู้หญิงของนายใหญ่ (1/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 ผู้หญิงของนายใหญ่ (1/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2563 18:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 ผู้หญิงของนายใหญ่ (1/2)
แบบอักษร

แม้ว่าเขาจะหลอกให้เธอมาอยู่ห้องติดกับเขาโดยใช้ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าร่วมกันก็ตาม ไรอันก็ไม่เคยทำให้เธอรู้สึกระแวงหรือไม่สบายใจเลยสักครั้ง ตรงกันข้ามเขากลับให้เกียรติเธอมากถึงมากที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งสามารถให้กับผู้หญิงได้ สำหรับการแต่งงานกับเขาก็ถือว่าไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิด แต่... 

เขาควรให้เธอทำอย่างอื่นบ้าง ไม่ใช่ให้อยู่แต่ที่บ้านแบบนี้! 

“นายหญิงคะ...เดินวนไปวนมาหลายรอบแล้วนะคะ” หม่าอวี่เยียนเริ่มท้วงบ้างแล้ว เธอมองนายหญิงของเธอที่เอาแต่เดินไปทางนั้นทีทางนี้ที ถ้าหากเธอไม่พูดขึ้นมาก็คงเดินแบบนี้ทั้งวัน 

“ก็ฉันเบื่อ...อยู่แต่ที่บ้านมาเกือบเดือนแล้วนะ”  

หลายๆ ครั้งที่ทั้งสองคนเรียกเธอว่านายหญิง ซีไป๋เฟินบอกให้พวกเธอเรียกเหมือนเดิม แต่พวกเธอไม่ยอมเพราะกลัวไรอันจะว่าเอาได้ หญิงสาวเองก็ขี้เกียจพูดซ้ำหลายรอบเหมือนกัน จึงปล่อยให้เรียกแบบนั้นไปเหมือนคนอื่นๆ 

“ทำอย่างไรได้ล่ะ นายใหญ่เขาให้เธออยู่บ้านเฉยๆ นี่ อยากไปไหนก็ค่อยให้คนขับรถพาไป” จี้ซือหยาพูดเสริมขึ้นมาเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ซีไป๋เฟินก็ออกไปนู่นไปนี่เพื่อซื้อของสดเข้ามาไว้ในบ้านเพื่อทำอาหารแค่นั้น ไม่มีนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากจะไปเลยสักนิด คนเคยทำงานมาตลอดชีวิตอย่างพวกเธอก็ไม่สามารถแนะนำให้นายหญิงได้ 

ระหว่างที่พวกเธอกำลังพูดคุยกันที่สวนด้านนอก ซีไป๋เฟินเปลี่ยนมาแย่งงานคนสวนโดยที่เธอจัดการรดน้ำต้นไม้เองและกำลังเตรียมขุดดินเพื่อลงต้นไม้ใหม่ ซึ่งทั้งสองสาวพยายามห้ามแล้ว แต่นายหญิงก็ไม่ยอม ขณะที่กำลังก้มหน้าอยู่กับการขุด ตรงหน้าเธอก็ปรากฏขาเรียวของผู้หญิงคนหนึ่งที่สวมรองเท้าส้นสูงสีขาวมีประกายกลิตเตอร์ ซีไป๋เฟินไล่ระดับสายตาขึ้นไปมองแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง  

เธอคนนั้นมองมาที่นายหญิงตั้งแต่หัวจรดเท้า 

“คุณ...”  

เพียะ! 

ซีไป๋เฟินถามยังไม่ทันจบเธอคนนั้นก็วาดแขนขึ้น ใช้มือฟาดใส่หน้าจนไป๋เฟินเซถอยหลังไปตามแรงตบ หญิงสาวได้แต่งุนงง ไม่สามารถเข้าใจในการกระทำของผู้หญิงที่เข้ามาทำร้ายเธอได้จริงๆ สองสาวเพื่อนรักรีบเข้าไปประชิดตัวผู้หญิงคนนั้นที่เข้ามาแล้วจู่โจมนายหญิงโดยไม่ทราบเจตนาทันที 

“เธอเป็นใครถึงได้มาแต่งงานกับไรอันเนี่ย!?” หญิงสาวถามและพยายามที่จะดิ้นให้หลุดจากการโดนจับตัว ซีไป๋เฟินมองหน้าเธอชัดๆ อีกครั้ง ก่อนจะนึกได้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นลูกสาวของนายทุนคนหนึ่งที่มาที่คลับบ่อยๆ ซึ่งเธอนั้นน่าจะจำซีไป๋เฟินไม่ได้ เพราะตอนทำงานกับตอนอยู่บ้าน ตัวเธอนั้นแตกต่างกันอย่างชัดเจน ตอนอยู่ที่คลับเธอจำเป็นต้องรวบผมเก็บให้เรียบร้อย แต่งหน้าบางๆ ไม่ให้ดูโดดเด่นเดินไป พอเป็นช่วงเวลาอยู่บ้านพักผ่อน เธอก็จะปล่อยผมแต่งตัวด้วยชุดอยู่บ้านธรรมดา ใบหน้าก็ไม่ได้แต่งอะไรมากแค่ทางแป้งฝุ่นและลิปมันเท่านั้น  

”ปล่อยเธอ” ผู้ติดตามทั้งสองก็ปล่อยแต่โดยดีแต่ยังไม่ถอยออกห่างมาก เผื่อเธอทำร้ายนายหญิงจินอีกจะได้จับเอาไว้ทัน “ไปคุยด้านในเถอะค่ะ เดี๋ยวผิวคุณจะเสีย” 

นายหญิงจินเดินนำเข้าไปในตัวบ้าน ตรงไปยังห้องรับแขกซึ่งเป็นมุมเล็กๆ ที่มีเก้าอี้ทำจากหวายสานแล้วห้อยตะขอเหล็กให้ดูเหมือนกับลอยอยู่สีขาวกับโซฟาเดี่ยวสีขาววางอยู่คู่กัน โดยมีโต๊ะตัวเล็กที่เป็นไม้วางคั่นเอาไว้อยู่ 

“คุณมาที่นี่...ต้องการอะไรคะ?” 

“ฉันต้องการให้เธอออกไป...จากที่นี่และชีวิตของไรอัน!” 

“ทำไมฉันต้องทำแบบนั้นด้วยคะ?” ซีไป๋เฟินพยายามใช้ความนิ่งเข้าสยบความเดือดพล่านที่มันอาจจะปะทุขึ้นมาอีกเมื่อไหร่ไม่รู้ คนตรงหน้าพยายามทำให้เกิดเรื่อง เพราะฉะนั้นเธอจะต้องไม่ทำตามที่ผู้หญิงคนนี้ต้องการปลุกปั่นต้องการให้เป็น 

“ทำไมเหรอ? เธอไม่รู้เหรอว่าฉันกับไรอัน เราสองคนเป็นอะไรกัน” 

“ไม่ทราบค่ะ ช่วยบอกหน่อยได้มั้ยคะ?” ซีไป๋เฟินพูดตรงๆ เธอรู้แค่ว่าผู้คนนี้เป็นลูกค้าที่คลับและมาเที่ยวบ่อยๆ อยู่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับไรอันเป็นอย่างไร 

“หึ! ฉันก็เป็นคนที่เหมาะสมกับไรอันที่สุดไง ปะป๊าของฉันกับตระกูลจินรู้จักกันมานานมาก นานพอที่จะเรียกได้ว่าเป็นคนที่รู้ใจเขามากที่สุดเลยล่ะ ใครๆ เขาก็รู้ว่าฉันกับไรอันเราจะลงเอยกันอย่างไร” 

“เพราะแบบนี้นี่เองคุณถึงได้ทำแบบนั้นกับฉัน” ซีไป๋เฟินยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเองเบาๆ “แล้ว ‘ใครๆ’ ที่คุณว่าคือใครเหรอคะ?” 

นายหญิงถามประโยคนั้นกลับ สองสาวที่อยู่ด้วยถึงกลับหลุดขำออกมาแต่ก็ต้องพยายามเก๊กนิ่งให้ได้มากที่สุดเหมือนว่าประโยคนั้นเป็นเพียงแค่คำถามธรรมดาเท่านั้น ฝ่ายที่มาหาเรื่องเธอถึงที่เริ่มนั่งไม่ติด ไม่คิดว่าซีไป๋เฟินจะย้อนถามกวนประสาทเธอแบบนี้ 

“เธอ!” 

“ฉันแค่สงสัยค่ะ เพราะฉันไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนจริงๆ คุณ...” ซีไป๋เฟินพยายามนึกว่าอีกฝ่ายชื่ออะไร จำได้ว่าเธอไม่ได้แนะนำตัวด้วย ทันทีที่พบกันจังๆ ครั้งแรกในวันนี้ ก็โดนฝ่ามือฟาดเข้าที่ใบหน้าเลย “สรุปว่า...คุณมาที่นี่เพื่อบอกความต้องการที่ว่าจะให้ฉันออกไปจากชีวิตของไรอันใช่มั้ยคะ?” 

“ใช่” 

“เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหญ่สำหรับฉันมากเลยค่ะ ถ้าหากให้ตัดสินใจเดี๋ยวนี้เลยก็คงจะไม่ได้ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับไรอัน ฉันจะรอเขากลับมาก่อนแล้วคุยกับเขาอีกที ให้เขาเป็นคนตัดสินใจว่าจะให้ฉันอยู่หรือไป แบบนี้ดีมั้ยคะ?” 

ทางฝั่งนั้นฟังข้อเสนอของอีกฝ่ายแล้วก็คิดตาม เธออยากจะรู้เหมือนกันว่าผู้หญิงตรงหน้าคนนี้มีอะไรดีนักหนาถึงได้มาอยู่เคียงข้องไรอันในฐานะนายหญิงได้  

“ก็ดีเหมือนกัน” 

“ดีเลยค่ะ ก่อนที่จะเชิญคุณกลับออกไป ฉันขอพูดอะไรหน่อยได้มั้ยคะ?” ซีไป๋เฟินส่งยิ้มให้อีกฝ่าย ไม่มีการตอบรับหรือปฏิเสธอะไรทั้งสิ้น ซีไป๋เฟินจึงขอพูดในสิ่งที่เธอคิดในหัวมาตลอดตั้งแต่เมื่อครู่นี้ “ฉันไม่แน่ใจว่าคำว่าเหมาะสมของคุณหมายถึงอะไรนะคะ แต่คิดว่าความเหมาะสมที่คุณหมายถึง ไม่น่าจะเป็นแบบเดียวกับที่ไรอันต้องการจะสื่อออกมา ผู้หญิงที่เอาแต่ดื่มเหล้า เฝ้ามองใครบางคนอยู่ฝ่ายเดียว แล้วบอกว่าตัวเองต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ที่บ้านของฉันเขาเรียกว่า...เพ้อเจ้อค่ะ" ความนิ่งและการวางตัวของเธอทำให้บรรยากาศรอบตัวนั้นเปลี่ยนไปจนรู้สึกได้ด้วยตนเอง  

หม่าอวี่เยียนและจี้ซือหยานั้นคิดไม่ถึงว่าซีไป๋เฟินจะสามารถประดิษฐ์คำพูดได้ออกมาดีเลิศแบบนี้ หรือนี่จะเป็นเหตุผลหนึ่งในคุณสมบัติการเป็นนายหญิงของจินต้ง 

“นี่! เธอ!”  

“ถ้าหากหมดธุระแล้วก็เชิญกลับได้เลยค่ะ เดี๋ยวฉันจะเดินไปส่งเอง” ซีไป๋เฟินลุกขึ้นผายมือเชิญเธอออกไปจากบ้านอย่างสุภาพ  

ผู้หญิงคนนั้นยอมออกไปแต่โดยดี อาจจะเพราะยอมรับว่าเธอหมายปองสามีของคนตรงหน้ามาตั้งนาน จริงอยู่ที่ปะป๊าของเธอรู้จักกับไรอัน แต่ตัวเธอเองยังไม่เคยมีโอกาสมาทำความรู้จักกับไรอันเลย เพราะความเชื่อของตัวเองที่คนในครอบครัวคอยบอกว่ามีความเป็นไปได้อยู่ตลอด ทำให้เชื่อมั่นว่าอย่างไรก็มีแค่เธอเท่านั้นที่จะได้เป็นนายหญิงของจินต้งเคียงคู่กับผู้ชายเพอร์เฟ็กต์คนนั้น 

ซีไป๋เฟินถอนหายใจออกมาแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาเดี่ยว ใช้มือค่อยๆ แตะสัมผัสแก้มข้างซ้ายที่มันเริ่มระบมขึ้นมาบ้างแล้ว แต่รอยยังไม่ชัดเท่าไหร่ หากโดนตบซ้ำอีกครั้งก็ไม่แน่ว่าที่มุมปากอาจจะมีเลือดซิบออกมาก็ได้ หม่าอวี่เยียนไปหยิบอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นมาแล้วค่อยๆ ทายาให้เธอทีละนิดไม่ให้มันระบม 

“ซือหยา! ห้ามบอกนายใหญ่เด็ดขาด!” ซีไป๋เฟินรีบพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนกำลังจะโทรหาคนที่เธอต้องคอยรายงานเมื่อมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น 

“ผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้เข้ามาตบหน้านายหญิงจินถึงในบ้านเลยนะ ถ้าเขากลับมาแล้วเห็นรอยบนหน้าเธอก็ต้องรู้อยู่ดี แล้วถ้าพวกฉันไม่บอกไปก็โดนลงโทษอีก” จี้ซือหยาเดินหายไปจากตรงนั้นเพื่อไปทำในสิ่งที่ควรทำในทันที 

ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเธอก็เตรียมใจเอาไว้บ้างแล้วสักวันน่าจะมีเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน รวมถึงคุณนายจินเองก็เตือนให้เธอคอยรับมือเรื่องแบบนี้อยู่เหมือนกัน ถึงไรอันเขาจะไม่ได้ไปยุ่งวุ่นวายกับผู้หญิงที่ไหน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงเหล่านั้นจะไม่ได้อยากเข้ามาวุ่นวายกับเขา เธอนั่งฟังข่าวจากโทรทัศน์ซึ่งแทบจะเปิดแช่ทิ้งเอาไว้ แน่นอนว่ามีข่าวซุบซิบมากมายเกี่ยวกับเขาและเธอที่พวกผู้สื่อข่าวนั้นให้ความสนใจอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะไรอันที่มีภาพออกสื่อแทบทุกวัน 

ไรอันกลับบ้านเร็วกว่าปกติ เขารีบมาดูเธอว่าเป็นอย่างไรบ้าง ทำเหมือนมันเป็นเรื่องร้ายแรงจนเกินไป ซีไป๋เฟินต้องยกมือห้ามให้เขาหยุดแล้วอธิบายให้เขาเข้าใจ กว่าเขาจะยอมฟังแล้วไม่ไปเอาเรื่องผู้หญิงคนนั้นและครอบครัว เธอต้องออดอ้อนใส่เขาตั้งนานตามที่เพื่อนของเธอแนะนำว่าให้เก็บไว้ใช้เป็นท่าไม้ตายกับนายใหญ่เพื่อสิ่งที่ตัวเองต้องการ 

“ไรอันคะ...คือว่าฉันไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ คุณหางานให้ฉันทำได้มั้ย?” ซีไป๋เฟินตัดสินใจพูดกับเขาตรงๆ จากที่ก่อนหน้านี้เกรงใจเขา “ฉันเคยทำงานมาตลอด ให้มาหยุดอยู่ที่บ้านเฉยๆ ฉันทำไม่ได้จริงๆ ค่ะ ให้ฉันไปช่วยงานคุณก็ได้นะ ฉันเรียนรู้ไว สามารถช่วยคุณได้แน่นอน” 

“ผม...” 

“นะไรอัน...นะคะ” ซีไป๋เฟินพยายามอ้อนแบบเมื่อครู่นี้เพราะว่ามันได้ผลและเขายอมใจอ่อน  

ไรอันยังไม่ทันได้พูดอะไร แต่สีหน้าของเขาทำให้ซีไป๋เฟินคิดว่าเขาคงจะปฏิเสธแน่ๆ เธอขยับตัวขึ้นมานั่งตักเขาแล้วคล้องแขนโอบรอคอเขาไว้เพื่อให้เขาไม่ปฏิเสธคำขอของเธอ “นะๆ” 

“ไป๋เอ๋อร์...” ไรอันประหลาดใจกับท่าทีของเธอที่มาอ้อนเขาให้เธอได้ทำงานบ้าง เขาไม่ได้จะปฏิเสธเรื่องที่เธอขอ แต่กำลังจะอธิบายให้เธอฟังต่างหากว่าอยากให้เธอทำอะไรก่อน “คุณทำแบบนี้...ผมจะห้ามใจตัวเองไม่อยู่นะ” 

ซีไป๋เฟินรีบลงมานั่งข้างๆ เขาเหมือนเดิม เธอขยับออกห่างจากเขาโดยเว้นระยะออกมาเล็กน้อยให้พอหาทางหนีได้ ไรอันบอกให้คนของเขาที่อยู่ใกล้ๆ นั้นออกไปก่อน แล้วเขยิบเข้าไปใกล้เธอ เธอก็เขยิบถอยห่างออกมาตามเขา 

“ผมอยากให้คุณมาช่วยงานของผมอยู่แล้ว แต่ว่าคุณจะต้องดูแลตัวเองเพื่อเอาตัวรอดให้ได้ก่อน” 

“คุณจะให้ฉันช่วยงานที่คลับเหรอ?” 

“เปล่า...ช่วยงานส่วนอื่นของจินต้งกรุ๊ป ไม่เกี่ยวกับคลับ ยิ่งธุรกิจใหญ่ ศัตรูจะเยอะเป็นธรรมดา ถ้าหากคุณสามารถดูแลตัวเองได้ เวลาที่ผมจะทำอะไรผมจะได้ไม่ห่วงคุณมาก” เขาบอกในสิ่งที่เขาตัดสินใจมาแล้วว่านี่คงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เขารู้ว่าซีไป๋เฟินไม่ยอมแน่นอนถ้าหากเขาจะเพิ่มคนในการดูแลเธอแม้ว่าจะดูแลห่างๆ 

“ก็ได้ค่ะ เอาตามที่คุณว่า” ซีไป๋เฟินคิดว่าเป็นทางเลือกที่ดี การที่เธอสามารถเอาตัวรอดด้วยตัวเองได้นั้นได้ประโยชน์กับตัวเธอเองซึ่งดีกว่าเขาเพิ่มคนให้คอยตามเธอ  

“เขยิบมาสิ” ไรอันตบที่นั่งข้างตัวให้เธอขยับเข้ามาใกล้ๆ ซีไป๋เฟินไม่ขยับตามที่เขาบอก ชายหนุ่มจึงขยับเข้าไปใกล้เธอแทน เขาจับหน้าเธอให้หันมามองเขาแล้วก้มลงจูบที่แก้มด้านซ้ายของเธอเบาๆ ซีไป๋เฟินนั้นได้แค่ผลักเขาออกด้วยความตกใจเท่านั้น “หอมแก้มได้...ในข้อตกลงที่คุณให้มาไม่มีข้อห้าม” 

“หะ...หา!?” 

“ผมอ่านจบหมดแล้ว ไม่มีข้อไหนที่ผมมีปัญหานะ แต่อะไรที่นอกเหนือจากนั้นที่ผมสามารถทำได้...ผมจะทำ” ไรอันจับมือเธอเอาไว้แล้วลุกขึ้นยืน “ขึ้นไปบนห้องกันเถอะ” 

“หือ!?” 

“ขึ้นไปนอนพัก ผมอยากให้คุณ...” ช่วงจังหวะเว้นวรรคเธอนั้นคิดไปไกลแล้ว ไรอันถึงกับหลุดขำพรืด “เดินไปส่งผมหน่อย ไม่อยากเดินไปคนเดียว” 

“ก่อนหน้านี้ก็เดินขึ้นไปคนเดียวได้นี่คะ” 

“ก็วันนี้ไม่อยากเดินไปคนเดียว” เขาบีบมือเธอแล้วมองด้วยสายตาที่เหมือนเด็กกำลังอ้อนผู้ใหญ่เพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ 

เขากำลังเอาคืนเธอใช่มั้ยเนี่ย!? 

“แค่เดินไปส่งนะ” ซีไป๋เฟินยอมทำตามที่เขาขอแต่โดยดี เธอว่าวันนี้เธอขอร้องเขาหลายเรื่องแล้ว เขาขอเรื่องเล็กน้อยมาก ไม่ได้ลำบากอะไรเธอเลยสักนิด  

พอส่งเขาถึงหน้าห้องเสร็จแล้ว เธอรีบลงมาด้านล่างเพื่อเตรียมวัตถุดิบสำหรับการประกอบอาหาร ซีไป๋เฟินไม่ได้เป็นคนทำอาหารเองเพียงแต่แค่เป็นผู้ช่วยของคุณนายจินเท่านั้น แม่ของเขายังไม่ไว้วางใจให้เธอทำอาหารให้เขาโดยตรง ซึ่งเธอพอจะเดาเหตุผลได้อยู่ว่าคงด้วยความรักและความเป็นห่วงของคนเป็นแม่ หากเธอมีลูกแล้วยังไม่ไว้ใจคนอื่นได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เธอก็คงทำแบบนี้เช่นกัน 

ลูก? 

“เสี่ยวเฉิงกลับมาแล้วอย่างนั้นเหรอ?” คุณนายจินเดินเข้ามาในครัว แล้วไปล้างมือเพื่อเตรียมพร้อมในการทำอาหาร ซีไป๋เฟินไปหยิบผ้ากันเปื้อนพร้อมกับผูกเชือกให้ 

“กลับมาแล้วค่ะ ขึ้นไปพักอยู่บนห้อง ให้ฉันไปตามมั้ยคะ?” 

“ไม่ต้องหรอก เขาคงขึ้นไปนอนพัก ถึงเวลาทานข้าวค่อยขึ้นไปตาม ซื้ออะไรมาไว้บ้าง” คุณนายจินมองดูวัตถุดิบแล้วก็ให้เธอหั่นเนื้อสัตว์ หั่นผักเตรียมเอาไว้ คุณนายจินทั้งสอนและสั่งให้เธอนั้นรู้จักเมนูอาหารต่างๆ ให้มากขึ้นรวมถึงเคล็ดลับต่างๆ ที่ไม่ใช่ว่าใครก็จะได้รู้ง่ายๆ ซีไป๋เฟินไม่รู้ว่าคุณนายจินนั้นเปิดใจรับเธอมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว และอีกไม่นานเธอก็จะต้องไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนนานหลายสัปดาห์ เพราะฉะนั้นหลังจากนี้ซีไป๋เฟินจะต้องเป็นคนที่รับผิดชอบเรื่องในครัวและการดูแลบ้านทั้งหมดแทน 

“ถ้าฉันไม่อยู่...เธอจะดูแลเสี่ยวเฉิงแทนฉันได้มั้ย” 

“แน่นอนค่ะ” ซีไป๋เฟินเดาไม่ถูกว่าคุณนายจินจะมาไม้ไหน เธอกำลังเคี่ยวซุปอยู่อย่างตั้งใจเลยไม่ได้คิดมากกับคำพูดของเธอ 

“มีอย่างหนึ่งที่เธอควรจะรู้เอาไว้...ฉันไม่ใช่แม่แท้ๆ ของเสี่ยวเฉิงหรอกนะ” มือที่กำลังเคี่ยวซุปนั้นถึงกับชะงักก่อนจะเคี่ยวต่อ แต่มองไปที่คุณนายจินเพื่อฟังเรื่องราวต่อ “เสี่ยวเฉิงเป็นลูกชายของพี่สาวฝาแฝดของฉัน เธอเสียไปตั้งแต่เสี่ยวเฉิงยังจำความไม่ได้ ฉันก็เป็นคนดูแลเขามาตลอดไม่ต่างจากลูกแท้ๆ ข้อดีของความเป็นแฝดเหมือนคงจะเป็นใบหน้าที่เสี่ยวเฉิงได้รู้ว่าแม่แท้ๆ ของเขาเป็นอย่างไรและเรื่องนี้มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้” 

“ทำไมคุณถึงเลือกบอกฉันล่ะคะ?” 

“เพราะฉันเชื่อว่าเธอจะไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกกับใคร มันเป็นเรื่องที่คนเป็นภรรยาควรจะรู้ว่าครอบครัวของสามีนั้นจะเป็นอย่างไร ดังนั้นฉันจึงเลือกบอกให้เธอได้รู้ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เธอไม่ต้องรอฉันมาทำอาหารแล้วนะ เธอทำเองไปเลย แต่...ห้ามให้ใครมาช่วยโดยเด็ดขาด เข้าใจใช่มั้ย?” 

“เข้าใจค่ะ” 

“เด็กในบ้านบอกว่ามีคนเข้ามาหาเรื่องเธอที่บ้าน” คุณนายจินเดินมาจับแก้มข้างเธอปรากฏรอยจางๆ ไม่ชัดมาก “ถึงกับลงไม้ลงมือเลยเหรอ?” 

“ไม่คิดว่าจะทำถึงขนาดนี้เหมือนกันค่ะ แต่ฉันไม่เป็นอะไรมาก ไม่ต้องห่วงค่ะ” 

“ต่อจากนี้ น่าจะมีมาเรื่อยๆ ระมัดระวังตัวหน่อยก็ดีนะ ถึงจะมีสองคนนั้นอยู่ด้วยก็ตาม เดี๋ยวฉันจะบอกห้าวหนานให้จัดการคุ้มกันรอบบ้านให้แน่นหนามากขึ้น จะได้ไม่เกิดเรื่องอะไรแบบนี้อีก ยิ่งเป็นคนรู้จัก ยิ่งไว้ใจไม่ได้เลยจริงๆ” คุณนายจินบอก “ถึงไรอันจะไม่เคยไปยุ่งผู้หญิงพวกนั้นเลย แต่พวกนั้นก็จะมาหาเรื่องเธอเรื่อยๆ โดยไม่มีเหตุผล คนที่ฉันอยากให้เธอระวังมีสองคน หนึ่งคืออลิซ จางและสองคือฮันนี่ วู โดยเฉพาะคนแรก ถึงจะไม่ใช้วิธีลงไม้ลงมือแต่ใช้คำพูดที่อย่าหลงเชื่อโดยเด็ดขาด” 

“ทำไมถึงต้องสองคนนี้คะ?” พอเธอถามถึงสองคนนั้นขึ้นมา คุณนายจินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่  

“จะเรียกว่าอะไรดี พวกหน้ามึนที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ ก็คงใช่นะ ขนาดฉันก็พูดเตือนๆ ไปบ้างแล้วก็เถอะ แต่เหมือนว่าสองคนนั้นจะไม่สะทกสะท้านอะไรเลย ที่ผ่านมาฉันก็ทำได้เพียงแค่ให้ไรอันอยู่ห่างๆ โชคดีที่อลิซมีพ่อของเธอคอยควบคุมอยู่อีกที แต่ฮันนี่....เฮ้อ! เอาเป็นว่าถ้าเจอสองคนนี้ ก็ระวังตัวเอาไว้ด้วยล่ะ” 

“ฉันจะระวังตัวเอาไว้ค่ะ” 

ความคิดเห็น