บุษบาไพลิน
email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 นายหญิงแห่งจินต้ง (1/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 นายหญิงแห่งจินต้ง (1/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 มี.ค. 2563 18:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 นายหญิงแห่งจินต้ง (1/2)
แบบอักษร

“มีอะไรหรือเปล่า”  

หลังจากที่ไรอันเห็นแววตาของเธอก็ทำให้เขาแปลกใจ คนที่ปฏิเสธในตอนแรกกลับมาเปลี่ยนใจยอมรับเสียอย่างนั้น “ไป๋เอ๋อร์” 

“เอ่อ...คือว่า...” ซีไป๋เฟินลังเลไม่แน่ใจว่าควรจะบอกเขาให้รู้ดีหรือไม่ หากเขาไม่เต็มใจช่วยเรื่องนี้ เธอเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อดี “เซียวหยวนซานคนนั้น ฉันรู้จักเขาดี เขาไม่ยอมให้ใครมาทำให้เขาเสียหน้าโดยที่เขาไม่เอาคืนแน่นอน เขารู้จักกับครอบครัวของฉัน ฉันกลัวว่าหยวนซานจะใช้ความไว้ใจแล้วทำร้ายพวกเขาเพื่อแก้แค้นฉัน จากเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ ท่าทางเขาน่าจะแค้นเราสองคนมากแน่ๆ” 

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ผมไม่ยอมให้เขาทำแบบนั้นได้อยู่แล้ว” ไรอันลูบตามพวงแก้มของเธอ “เขยิบมาสิ ผมจะทายาให้” 

“คะ?” เธอไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดก่อนที่เขาจะจับแขนขวาเธอตรงจุดที่โดนเซียวหยวนซานบีบเข้าอย่างแรงจนช้ำขึ้นรอยนิ้วมือชัด “โอ๊ย!” 

ไรอันเอื้อมไปหยิบยาทาฟกช้ำแล้วแตะเบาๆ ที่แขนของเธอ เขาบรรจงทำให้จนซีไป๋เฟินไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิดเดียว จากที่พอรู้เรื่องของเขามาบ้างเธอไม่คิดว่าคนอย่างไรอัน จิน จะทำอะไรที่อ่อนโยนแบบนี้เป็นด้วย จนเผลอมองเขาแบบไม่รู้ตัว “อย่ามองผมอย่างนั้น” 

“เอ๊ะ?” 

“ถ้ามองผมแบบนั้น ผมจะคิดว่าคุณอยากให้ผม...” ไรอันเขยิบเข้ามาใกล้เธออีกโดยที่หญิงสาวไม่ทันได้ตั้งตัวอะไรแล้วโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ 

“แค่กๆ อะแฮ่ม...ผมยังอยู่ครับ” เฉินห้าวหนานที่ยืนอยู่ใกล้ๆ พูดขึ้นมา  

ซีไป๋เฟินเองเผลอเคลิ้มไปรีบเขยิบตัวให้ออกห่างจากเขา รักษาระยะห่างสร้างความปลอดภัยให้กับตัวเองอัตโนมัติ 

น่าอายที่สุดเลย!!! 

“ห้าวหนาน...ไปรอข้างนอก” 

“ครับนายใหญ่” ลูกน้องคนสนิทตอบรับคำสั่งอย่างดี แล้วเขาก็ออกไปรอด้านนอกให้พ้นสายตาของทั้งสองคน  

ไรอันมองมาที่เธอ ซีไป๋เฟินจึงหยิบหมอนอิงของโซฟาตัวยาวนี้มาเป็นเกราะป้องกันจากเขาอีกชั้นหนึ่ง 

“ในเมื่อคุณรับปากฉันแล้วว่าจะไม่ทำให้เรื่องที่ฉันกังวลเกิดขึ้น...ถ้าอย่างนั้นเงื่อนไขที่คุณเคยเสนอให้ฉัน ฉันขอปฏิเสธเหมือนเดิมได้มั้ยคะ?” 

“ไป๋เอ๋อร์...คุณจะปั่นหัวผมเล่นหรืออย่างไรกัน เดี๋ยวยอมรับ เดี๋ยวปฏิเสธ ผมชักจะปวดหัวแล้วนะ” 

“ก็...ตอนแรกฉันคิดว่าถ้าฉันยอมรับเงื่อนไขที่คุณเสนอ คุณก็น่าจะช่วยฉันเป็นการตอบแทน แต่ในเมื่อคุณพูดให้ฉันมั่นใจ ฉันจึงคิดว่าเราก็ไม่จำเป็นต้องผูกมัดด้วยการเป็น...” 

“ไม่ล่ะ...ในเมื่อคุณยอมรับแล้วก็ต้องไม่คืนคำ” ไรอันอธิบายเพิ่มเติม เขาหยิบรีโมตคอนโทรลเปิดโทรทัศน์ที่น่าจะลงข่าวของเขาพอดี “ที่สำคัญ...คุณถูกเข้าใจเป็นแบบนี้ไปแล้ว” 

ในภาพจอโทรทัศน์เป็นภาพงานมงคลของบุตรสาวคนเล็กตระกูลจี แต่หัวข้อในการพาดข่าวกลับปรากฏชื่อของคนที่อยู่ในห้องกับเธอ นักข่าวถ่ายภาพเขากับเธอที่เข้ามาในงานพร้อมกันแถมยังเล่นประเด็นว่าเธอนั้นคือ ‘ว่าที่นายหญิงของจินต้งกรุ๊ปตัวจริง’ 

“เอ่อ...นายใหญ่คะ แต่มันไม่ใช่ความจริงซะหน่อย” 

“อีกไม่นานมันก็จะเป็นความจริง เชื่อผมสิ...คุณเหมาะสมที่สุดตามที่นักข่าวเขาพาดหัวข่าวแบบนั้น” 

“หมายความว่าอย่างไรคะ?” 

“เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม...คุณก็จะรู้เอง” เขาพูดแค่นั้นแล้วก็ส่งยิ้มมาให้เธอ หากเป็นคนอื่นก็คงหลงใหลในรอยยิ้มพิฆาตของเขาไปแล้ว แต่ซีไป๋เฟินมีภูมิต้านทานคนหล่อสูงพอสมควร จึงทำให้เธอนั้นมองว่ารอยยิ้มนี้ช่างอันตรายเหลือเกิน 

 

ตั้งแต่มีข่าวออกไปแบบนั้น ซีไป๋เฟินไม่กล้าแม้แต่จะออกไปทำงานที่ไหน เพื่อนร่วมงานของเธอ หม่าอวี่เยียนและจี้ซือหยาคอยสลับกันโทรจิกหาเธอเพราะต้องการคำตอบว่าเรื่องราวเป็นอย่างไรทั้งโทรทั้งข้อความ จนตอนนี้เธออยากจะโยนโทรศัพท์ทิ้งเหลือเกิน 

“ฮัลโหล...” 

[ไป๋เฟิน...เธอกับนายใหญ่ เป็นเรื่องจริงใช่มั้ย?] 

“อย่ามาถามฉัน ฉันไม่รู้...” ซีไป๋เฟินอยากจะอธิบายแต่หม่าอวี่เยียนน่าจะไม่ฟังอย่างแน่นอน เสียงของจี้ซือหยาดังแทรกเข้ามา 

[ถ้าไม่จริง เธอก็ต้องกล้ามาทำงานสิ จริงมั้ย? ไป๋เฟิน] 

“เฮ้อ...อืม” ซีไป๋เฟินตอบรับแค่นั้นเสียงกรี๊ดของใครสักคนจากปลายสายทำให้เธอนั้นต้องเอาโทรศัพท์นั้นออกห่างจากใบหูรอจนเสียงนั้นเงียบหายไปแล้วจึงนำมาแนบหูไว้เหมือนเดิม “แล้ว...ที่คลับเป็นอย่างไรกันบ้าง” 

[พวกนั้นนะ...พากันนินทาเธอใหญ่เลย แต่ไม่ต้องห่วงฉันสองคนจัดการพวกนั้นให้แล้วเรียบร้อย] 

“พวกเธอนี่นะ ถ้าเขาจะพูดอะไรก็ปล่อยเขาพูดไปเถอะ อย่าไปสนใจเลย” 

[ค่ะนายหญิง] 

“อย่าเรียกฉันแบบนั้น ไม่อย่างนั้นฉันจะบล็อกเธอ” ซีไป๋เฟินพูดขู่จนปลายสายทั้งสองคนนั้นพากันหัวเราะ ก่อนจะเงียบเหมือนว่าคุยกับใครสักคนอยู่ ไม่นานพวกเธอก็กลับมาคุยกับเธอต่อ 

[ตอนนี้จะยังไม่เรียก อ้อ! เมื่อครู่ผู้จัดการฝากมาบอกว่าให้บอกกับเธอว่า...นายใหญ่ต้องการพบเธอ ถ้ามาถึงแล้วให้ใช้ทางเข้าด้านหลัง จะมีคนมารอรับเธออยู่ที่นั่น] 

“ฉันไม่อยากออกไปไหนทั้งนั้น” 

[ถ้าเธอยังกลัวคนมองเธอแปลกๆ ล่ะก็ ให้ฉันบอกนายใหญ่ให้ส่งคนไปรับเธอ...] 

“หยุดเลย...ซือหยา เฮ้อ! แล้วเจอกันนะ” ซีไป๋เฟินกดวางสายจากเพื่อนร่วมงาน เธอโยนมือถือบนที่นอนแล้วทิ้งตัวลงนอนตามใช้แขนพาดบนศีรษะเอาไว้แล้วครุ่นคิด เธอเดาว่าที่เขาฝากลูกน้องมาหลายทอดเพื่อมาบอกเพื่อนของเธออาจเป็นเพราะเบอร์โทรศัพท์แปลกๆ ก่อนหน้านี้ที่โทรมาสามครั้งอาจเป็นของเขา ปกติเธอไม่รับสายจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยอยู่แล้ว 

ซีไป๋เฟินลองกดโทรกลับเบอร์แปลกที่ไม่มีในบัญชีรายชื่อมือถือของเธอ ไม่นานปลายสายก็รับเป็นเสียงของผู้ชาย “นายใหญ่...” 

[คุณไม่มีเบอร์ของผมเหรอ?] 

“แล้วทำไมฉันต้องมีด้วยล่ะคะ คุณไม่เคยให้ฉันซะหน่อย” 

[แล้วทำไมคุณไม่ขอเอาไว้ล่ะ] 

“ก็ฉันไม่มีความจำเป็นต้องขอนี่คะ” 

[บันทึกเบอร์ผมเอาไว้ด้วย แล้วก็รีบมาที่คลับภายในครึ่งชั่วโมง ไม่อย่างนั้นผมจะส่งห้าวหนานไปรับคุณเอง] 

ไรอันกดวางสายไม่รอให้ซีไป๋เฟินพูดอะไรต่อ เธอได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาติดๆ กันสามครั้ง แล้วต้องย้ายตัวเองไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่เพื่อไปพบกับเขา เธอพยายามทำทุกอย่างให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เวลาครึ่งชั่วโมงสำหรับผู้หญิงมันน้อยเกินไปสำหรับการแต่งตัวและการเดินทาง 

ซีไป๋เฟินเข้าไปในคลับทางด้านหลังตามที่พวกเขาแนะนำ คนที่ถูกส่งมารับเธอนั่นคือเฉินห้าวหนานมือขวาคนสนิทของเขาพร้อมด้วยลูกน้องอีกสองคน บางทีซีไป๋เฟินก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าตัวเธอเหมือนกำลังถูกคุมตัวไปยังห้องขังอย่างไรอย่างนั้น 

“สวัสดีค่ะ คุณห้าวหนาน” 

“นายใหญ่รอคุณอยู่ครับ” เขาเดินนำเธอไปที่ลิฟต์ส่วนตัวด้านหลังแล้วพาเธอมาส่งที่ห้องทำงานของเขา เธอเดินเข้ามาแต่ไม่พบเจ้าของห้องอยู่ในนี้เลย ห้องทำงานสีทึบของเขาที่มีเพียงไฟที่โต๊ะทำงานสีนวลเปิดอยู่ ตรงบริเวณกำแพงมีไฟติดผนังสีเหลืองนวลติดอยู่เช่นกันสร้างบรรยากาศอบอุ่น แต่ก็ให้ความสว่างทั้งห้องได้เป็นอย่างดี เธอมองไปรอบๆ ไม่พบใครอยู่ในห้องนี้เลย 

เขาหายไปไหน? 

“นายใหญ่คะ...” ซีไป๋เฟินลองเรียกหาเขาดู แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับ ซีไป๋เฟินกำลังจะเดินไปเปิดประตูถามคนของเขาว่าเขาอยู่ที่ไหน คนที่เธอกำลังหาตัวเปิดประตูเข้ามาพอดี 

“ทำไม...แต่งตัวแบบนี้?” เขากลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องพักอีกห้องหนึ่งเพราะว่าเผลอทำกาแฟหกใส่เสื้อตัวเอง พอกลับมาก็เจอหญิงสาวในสภาพที่ใส่โค้ทสีน้ำตาลตัวหนา หมวกไหมพรม ถุงมือไหมพรม ราวกับว่าอยู่ในดินแดนที่หนาวจัดมีอุณหภูมิติดลบ “คุณมาที่นี่ ไม่มีใครเขามองคุณเลยเหรอ?” 

“ก็...ฉันกลัวคนจำฉันได้ แล้วเรียกฉันมาทำไมคะ?” 

“พรุ่งนี้เราสองคนมีเรื่องสำคัญจะต้องไปทำด้วยกัน” เขาหยิบถุงกระดาษในตู้ด้านหลังโต๊ะทำงานของเขา ในนั้นมีเสื้อผ้าและเครื่องประดับแล้วยื่นให้กับเธอ “พรุ่งนี้ผมอยากให้คุณใส่ชุดนี้ด้วย” 

ซีไป๋เฟินรับถุงนั้นมาก่อนจะหยิบชุดเดรสสีแดงตัวสวยออกมาดู เธอจับพลิกไปมาก็เป็นชุดธรรมดาทั่วไปที่เห็นดารานักแสดงเขาใส่กันอยู่บ่อยๆ เมื่อเธอจับป้ายราคาที่ติดอยู่ขึ้นมาดู ก็แทบจะเป็นลม “สามพันดอลลาร์!” 

ไรอันไม่ได้สะทกสะท้านอะไร ซีไป๋เฟินพับชุดนั้นอย่างระมัดระวังและยื่นคืนให้กับเขาทันที แต่ไรอันไม่รับ เขาซ่อนมือใส่กระเป๋ากางเกงตัวเองทั้งสองข้าง 

“นายใหญ่คะ...ฉันใส่ไม่ได้หรอกค่ะ ราคามันสูงเกินไป” 

“ไม่ได้ พรุ่งนี้เป็นวันสำคัญของเราสองคนนะ” 

“เอ๊ะ!?” 

“ไปจดทะเบียนสมรสกันทั้งทีก็ต้องแต่งตัวให้สวยหน่อยสิ เราต้องถ่ายรูปด้วย” ซีไป๋เฟินที่ได้ยินแบบนั้น เธอไม่รู้เลยว่าจะพูดอะไร ทำได้แค่มองหน้าเขานิ่งๆ เธอเองก็ลืมไปว่าเธอกับเขาได้ทำข้อตกลงกันนอกรอบในเรื่องนี้เอาไว้แล้ว 

หนึ่งสัปดาห์ก่อนเธอนัดเจอกับเขาเพื่อพูดคุยในเรื่องข้อตกลงที่ว่าเขาจะให้เธอเป็นนายหญิงของจินต้งกรุ๊ป หรือพูดง่ายๆ ก็คือภรรยาของเขา ซีไป๋เฟินยื่นข้อเสนอว่าจะไม่ให้มีการจัดงานเลี้ยงใดๆ ก็ตามเด็ดขาด แค่ทำในสิ่งที่สมควรทำก็พอ นั่นคือจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายและบอกให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายรับรู้ ซึ่งไรอันก็ไม่มีปัญหาอะไร และเธอก็ยังยื่นเงื่อนไขอีกเยอะแยะมากมาย ลงทุนพิมพ์เงื่อนไขที่เธอตั้งขึ้นมาให้เขาอ่านอย่างกับเล่มรายงาน เขาแค่รับมาแต่ยังไม่ได้เปิดอ่านสักหน้า เขาวางทิ้งไว้ในห้องทำงานจนลืมไปแล้วว่าเขาวางไว้ตรงไหน 

“ถ้าอย่างนั้น...ฉันแค่ยืมใส่พอนะคะ แล้วจะซักมาคืนคุณ ขอตัวกลับก่อนค่ะ” ซีไป๋เฟินบอกแค่นั้นแล้วเธอก็กำลังจะกลับออกไป แต่ไรอันก็ดึงตัวเธอเอาไว้ก่อน 

“จะกลับยังไง?” 

“ก็นั่งรถไฟใต้ดินกลับสิ...คะ” เธอบอกกับเขา เธอมองเวลาบนข้อมือแล้ว หากกลับตอนนี้ก็ยังทันขบวนสุดท้ายอยู่ 

“รถไฟหมดห้าทุ่มไม่ใช่เหรอ?” 

“เพิ่งสี่ทุ่มครึ่ง ฉันกลับทันแน่นอนค่ะ” เธอบอกกับเขา ไรอันหยิบมือถือขึ้นมาแล้วเปิดหน้าจอยื่นให้เธอ เวลาบนมือถือของเขาบอกว่าขณะนี้ห้าทุ่มสิบนาทีแล้ว แต่นาฬิกาของเธอ... ซีไป๋เฟินหยิบมือถือของตัวเองออกมาดูด้วย บนมือถือก็เวลาเดียวกับของเขาแสดงว่า 

นาฬิกาบนข้อมือของเธอบอกเวลาผิด! 

ซีไป๋เฟินเริ่มคิดหนักแล้วว่าเธอจะกลับบ้านอย่างไร ถ้ารถโดยสารประจำทางก็คงไม่ทันแน่ เพราะต้องต่อรถอีกคันซึ่งก็น่าจะหมดเวลาเดินรถแล้วพอดี หรือจะรอจนถึงตอนตีสองเวลาเลิกงาน กลับพร้อมจี้ซือหยาและหม่าอวี่เยียนเหมือนทุกครั้งดี แล้วระหว่างนี้เธอจะไปอยู่ที่ไหน? 

“คิดอะไรอยู่?” 

“คือฉันขอยืมห้องคุณนั่งรอเพื่อนได้มั้ยคะ? ฉันว่าจะรอกลับพร้อมจี้ซือหยากับหม่าอวี่เยียน” 

“อืม...ไม่ต้องรอหรอก คืนนี้คุณก็นอนที่นี่เลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางของวันพรุ่งนี้ด้วย” ไรอันบอกแล้วจูงมือเธอพาไปยังห้องพักส่วนตัวของเขาที่อยู่ใกล้ๆ ซึ่งเธอเคยขึ้นมาและนอนพักแล้ว ซีไป๋เฟินขืนตัวเองเอาไว้ไม่ให้เขานั้นพาเธอเข้าไปในห้องของเขาได้ 

“จะเข้ามาดีๆ หรือจะให้อุ้ม?” เขาหันกลับมาขู่เธอ ซีไป๋เฟินจึงยอมเข้าไปแต่โดยดี แต่เธอไม่ยอมอยู่ใกล้เขาเด็ดขาด ภายในห้องเหมือนว่ามีอะไรหลายอย่างเปลี่ยนไปอยู่จากคราวก่อนที่เธอเข้ามา อย่างเช่นผ้าปูที่นอนที่เคยเป็นสีขาวตอนนี้ก็เปลี่ยนเป็นสีเทาคาดน้ำเงินเข้ม ยังมีแจกันดอกไม้อยู่เกือบทุกมุมห้องที่สามารถวางได้ แต่ไม่ทำให้ห้องนี้ดูรกจนเกินไป 

“ให้ฉันกลับเถอะค่ะ ฉันไม่อยากแย่งที่นอนนายใหญ่” 

“ไม่แย่งหรอก แบ่งกันนอนได้” 

“ไม่ได้!” 

“ทำไม?” 

“ฉันไม่อยากนอนกับคุณ” ซีไป๋เฟินบอกเขาไป ไรอันเองก็ไม่ดื้อดึงที่จะบังคับให้เธอนอนกับเขา เขาจึงไปหยิบหมอนกับผ้าห่มสำรองสีขาวออกมาจากตู้เก็บของภายในห้อง ซีไป๋เฟินก็มองตามเขาคอยสังเกตท่าทีอยู่ตลอด แต่ไม่ได้พูดหรือถามอะไร 

“คุณนอนที่นี่แหละ เดี๋ยวผมไปนอนที่ห้องทำงาน เจอกันพรุ่งนี้นะ” เขาพูดแค่นั้นแล้วก็ออกไป ซีไป๋เฟินเดินไปเปิดประตูให้เขา ก่อนจะปิดประตูมีลูกน้องของเขายืนเฝ้าอยู่ที่หน้าห้อง คืนนี้เธอคงต้องนอนอยู่ที่นี่จริงๆ แต่เสื้อผ้าเธอไม่มีเลยสักชิ้น จะต้องนอนทั้งแบบนี้อย่างนั้นหรอ? 

ก๊อกๆ 

“ผมเอาเสื้อผ้ามาให้คุณเปลี่ยนครับ” เฉินห้าวหนานยื่นถุงกระดาษสีน้ำตาลมาให้เธอ ไป๋เฟินรับมาเงียบๆ แล้วก็ปิดประตูเบาๆ ในนั้นมีเสื้อยืด กางเกงขายาวและชุดชั้นในของผู้หญิง ไป๋เฟินอดที่จะเขินอายไม่ได้ที่ต้องให้ผู้ชายเอาชุดแบบนี้มาให้เธอ เธอเลิกคิดเรื่องนี้แล้วก็จัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยเพื่อเข้านอน 

ไหนๆ ก็ไปไหนไม่ได้...นอนเลยแล้วกัน 

ความคิดเห็น