Angels'eye

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 50 : ตัวร้ายที่รักเธอ (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 50 : ตัวร้ายที่รักเธอ (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ทั่วไป

คนเข้าชมทั้งหมด : 184

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2563 20:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 50 : ตัวร้ายที่รักเธอ (2)
แบบอักษร

ก่อนที่อธิจะขึ้นไปยังห้องที่ทั้งคู่หายเข้าไป เสียงฝีเท้าจากด้านบนทำให้เขาต้องรีบหลบก่อน อพาร์มเม้นท์แห่งนี้เก่ามากจนทำให้ไม่มีลิฟท์ ดังนั้นทุกคนต้องเดินขึ้นลงบันได  

อธิหยุดยืนฟังเสียฝีเท้าที่กระทบก้องมาจากชั้นเบา เสียงสม่ำเสมอของคนสองคนแยกออกเป็นเสียงฝีเท้าหนักๆ มั่งคง ไม่รีบร้อนเดิน กับเสียงเล็กๆ แหลมๆ ของรางเท้าส้นสูง ดังนนั้นแปลว่าคนที่ลงมาเป็นผู้ชาย และผู้หญิง และเดาได้ไม่ยาก ทั้งคู่คือคนที่เขากำลังตามหา 

อธิไม่มีที่หลบกำบัง บันไดโล่งเสี่ยงเกินที่จะเผชิญหน้ากับคนทั้งสอง เขาไม่ได้สวมหน้ากากบอบังใบหน้าแบบตอนออกปฎิบัติภารกิจในฐานะบิ๊กบอส สวมใส่เพียงแค่หมวกแก็ป ชุดดำทั้งตัวที่สวมใส่ดูลึกลับเกินกว่าจะเป็นอธิที่เป็นคนเปิดเผย ดังนั้นชนฐิดาที่เคยเจอเค้าทั้งสองบทบาทอาจจะจับสังเกตได้ และเชื่อมโยงเรื่องนี้เข้าด้วยกัน เพราะเธอเป็นคนช่างสังเกตโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว แต่หากเขาเผลอพลาดไปแม้แต่นิดเดียวอาจจะไปกระตุกความสงสัยให้เธอเริ่มจับผิดก็เป็นได้  

มีวิธีเดียวที่เขาจะหลบหลีกคนทั้งคู่ได้ คือการเดินกลับออกไปยังทางที่เดินเข้ามา แต่ถึงอย่างนั้นความต้องการบางอย่างในจิตใจกลับทำให้เขาจับราวบันได และมองขึ้นไปผ่านช่องกลางบันไดเพื่อมองคนที่กำลังเดินลงมา 

เคยมีคนบอกว่า มนุษย์เราอ่อนแอที่สุดเวลามีความรัก เพราะมันทำให้เราตัดสินใจโดยใช้ความรู้สึกมากกว่าเหตุผล อยู่ๆ วันนี้เขาก็เพิ่งเข้าใจ เธอมีอิทธิพลกับเขามากเกินไป โดยไม่มีเหตุผล  

 

ชนฐิดาสรุปเรื่องราวเกี่ยวกับคดีที่เธอกำลังทำให้เจษดินทร์ฟังจนจบ จนได้ข้อสรุปว่าเขาจะช่วยเธอสืบคดีนี้ โดยทั้งเขาและเธอจะต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน และเจษดินทร์ของเป็นคนสืบเรื่องของพ่อเขาเอง 

มันคงเป็นเรื่องน่าเจ็บปวดสำหรับเขา ที่คนที่เขารักและเคารพที่สุดอาจไม่ใช่คนแบบที่เขาคิด ซึ่งเรื่องนั้นขนาดเธอเองยังรู้สึก แล้วคนเป็นลูกอย่างเจษดินทร์ละ  

เธอมองเขายืนมองภาพพี่น้ำในสภาพเปลือยเปล่าอยู่ท่ามกลางชายหลายคน คนในภาพล้วนแต่เป็นคนมีชื่อเสียง ไม่ว่าจะนักธุรกิจชื่อดัง นักการเมือง และประธานตุลาการสูงสุดอย่างพ่อของเขา 

"คนในภาพนี้ พี่ขอเป็นคนสืบเอง โดยเฉพาะเรื่องของพ่อ" เจษดินทร์เว้นวรรคเล็กน้อย เขาอยากให้มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่หลังจากที่เห็นภาพนั้นก่อนจะถึงพิธีแต่งงาน มันทำให้เขาฉุดคิดถึงเหตุการณ์คืนนั้น คืนที่น้ำโดนจับตัวไป 

หากพ่อเขาไม่รู้เห็น คนอย่างพ่อเขาจะยอมปล่อยให้เด็กในความปกครองโดนคนที่ไหนก็ไม่รู้จับออกไปต่อหน้าตาตาเช่นนั้นหรือ ไหนจะเรื่องที่แม่เขาพูด หากน้ำเป็นผู้หญิงขายบริการจริง พ่อของเขาจะไม่ช่วยเธอออกมาจากนรกอย่างนั้นหรือ ทำไมพ่อเขาถึงปล่อยให้เธอตกนรกทั้งเป็นเช่นนั้น ทำไมพ่อเขาไม่ใช้อำนาจกฎหมายที่มีอยู่ในมือจัดการคนชั่วพวกนั้น ยกเว้นแต่มีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้พ่อเขาทำไม่ได้ 

และเขาที่คิดว่าตัวเองฉลาดแสนฉลาด กลับโง่งมเพิ่งมาคิดได้เอาตอนนี้  

"อ่ะ"  

ความคิดของเจษดินทร์หยุดลง เมื่อชนฐิดาทำปากกาตก หลังจากเจ้าตัวพยายามควาญหาโทรศัพท์มือถือตัวเองในกระเป๋า ก่อนที่เธอจะรีบวิ่งตามไปหยิบปากกาที่หล่นตามแรงโน้มถ่วงจนลงไปเกือบตกร่องบันไดไปชั้นล่างสุด 

เพียงแวบสายตา ขณะที่ชนฐิดาก้มลงเก็บปากกา เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเห็นชายชุดดำ สวมหมวกแก็ปมองขึ้นมาด้านบน ก่อนจะหายไปเพียงชั่ววินาที  

ชนฐิดารีบลุกขึ้น ก่อนวิ่งลงบันได้ทั้งๆที่ตนเองสวมรองเท้าส้นสูง เมื่อคิดว่าตัวเองอาจจะเห็นคนที่คิดว่ารู้จัก โดยไม่สนเลยว่าตนเองอาจจะล้มลง 

ด้านอธิ เมื่อคิดว่าตัวเองเผลอทำให้ชนฐิดาเห็น ก็รีบถอยหลัง และเดินให้เบาเท้าที่สุด เสียงร้องเท้าส้นสูงกระแทกลงบันได ถี่ๆ และดังขึ้นเรื่อยๆ อธิต้องรีบเดินออก โดยการก้าวเท้ายาวๆ ไม่วิ่งให้เป็นจุดสนใจ  

"ลิโป้ สลับตำแหน่ง" 

ไตรทศที่เห็นอธิเดินมาก็รีบเดินเข้าไปหาอธิ เขาตอบรับคำสั่งโดยเข้าใจ ก่อนจะกลับหลังหันและหยุดยืนให้อธิเดินผ่านเขาไปเปิดประตูหลังขึ้นบนรถ ตัวไตรทศเองก็ค่อยๆ ก้าวถอยหลังไปยังทางเข้าอพาร์เม้นท์ ทันทีที่ประตูรถปิดลง เสียงฝีเท้าของชนฐิดาก็ใกล้เข้ามา ไตรทศรีบแสร้างทำเป็นเพิ่งเดินออกจากอพาร์เม้นท์ แกล้งทำเป็นจุดบุหรี่ของอธิที่หยิบติดมือขึ้นมาจุดสูบ 

"คุณคะ" ชนฐิดาคว้าแขนของ ไตรทศ ดึงแขนข้างที่เขากำลังจะจุดไฟเช็คไว้พอดี 

"ขอโทษค่ะ" เมื่อเห็นว่าเป็นคนที่ไม่รู้จัก ชนฐิดารู้สึกผิดหวังจึงเอ่ยขอโทษออกไป เธอกำลังคาดหวังว่าจะได้พบบิ๊กบอส แต่เมื่อสบตากับชายตรงหน้า เธอกลับรู้ได้ในทันทีว่าไม่ใช่ 

แต่อยู่ๆ เธอกลับเห็นประตูรถคันที่อยู่ตรงหน้า ประตูด้านหลังของรถคันนั้นดูผิวเผือนเหมือนปิดเอาไว้ แต่กลับเปิดไว้อยู่ ไม่รู้เพราะคนปิดรีบร้อนจนปิดมันไม่สนิท หรือจงจจะไม่ปิดมันกันแน่ 

ช่วงนี้เธอเองก็ดูหนังสายลับอะไรพวกนี้เยอะ จนอดคิดไม่ได้ว่าอาจจะเป็นบิ๊กบอส อัลฟ่าทีม และเขากำลังตบตาเธออยู่ ดังนั้นเธอจึงเดินตรงไปที่รถคันนั้นทันที 

"โซ่ มีอะไรรึเปล่า" เจษดินทร์เห็นชนฐิดารีบร้อนแปลกๆ ตั้งแต่เธอรีบลงบันไดมา ทักคนแปลกหน้า แม้ชายคนนั้นจะดูไม่น่าไว้ใจ เพราะสวมใส่ชุดดำทั้งตัว หมวกแก็ปที่ใส่ก็ดูเหมือนจะปิดบังตัวตน แต่ที่ดูแปลกกว่าคงจะเป็นชนฐิดาที่กำลังจะเปิดรถของคนอื่น 

"โซ่เห็นรถคันนี้ไม่ได้ปิดประตูนะคะ" 

หากเธอคิดไม่ผิด จะต้องมีใครสักคนแอบอยู่บนรถคันนี้ และให้ชายคนเมื่อกี้แสร้งทำเป็นตัวเอง เธอจึงเปิดประตูรถออกด้วยความมั่นใจ แต่แล้วก็พบกับความว่างเปล่า 

"บางทีเจ้าของอาจจะรีบร้อน โซ่ เลยจะปิดให้นะคะ" เมื่อรู้ว่าไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ชนฐิดารู้สึกตัวเองกำลังเล่นตลกให้คนดู เธอกำลังทำตัวเป็นนักสืบทั้งๆ ที่เธอเข้าใจผิดเองทั้งหมด 

"ขอบคุณครับ พอดีเพิ่งนึกได้ว่าลืมปิดประตูเลยกลับมาปิดครับ" ไตรทศรีบอธิบาย และชิงปิดประตูไปก่อน เป็นจังหวะที่รถแท็กซี่อีกคันขับผ่านหน้าเขาไป  

"ขอตัวก่อนนะครับ" ไตรทศถอนหายใจโล่งอก เมื่อเดินผ่านพ้นชนฐิดา และเจษดินทร์ออกมาได้ 

"แน่ใจนะว่าไม่มีอะไรจะบอก" เจษดินทร์เปิดคำถาม  

"ไม่ค่ะ" ชนฐิดาส่งยิ้มบางให้เจษดินทร์เพื่อเพิ่มความมั่นใจในคำตอบ 

ถึงเธอจะบอกเจษดิทร์เกี่ยวกับเรื่องคดี แต่รายละเอียดบางอย่างที่สำคัญ เธอกลับเลี่ยงพูดถึงประเด็นอื่น เพื่อเลี่ยงที่จะไม่ได้บอกเรื่องสำคัญอย่างเช่น ที่มาของข้อมูลสำคัญ เกี่ยวกับคดีของยงยศ และข้อมูลของดาร์กเว็บที่แม้แต่ทางตำรวจยังหามาไม่ได้ เพราะเรื่องพวกนั้นมันเกี่ยวพันกับทหารรบพิเศษที่เป็นดังเงามือ .... อัลฟ่าทีม 

 

"โอ้โห ไม่อยากจัเชื่อ บิ๊กบอสสจะพลาดให้โดนจับได้" ลภัสกล่าวอย่างนึกสนุก เมื่อเขาสามารถรับอธิที่หนีลงจากรถขึ้นรถได้อย่างฉิวเฉียด ผู้หญิงหน้าซื่อๆ หวานๆอย่างชนฐิดาไม่คิดเลยว่าจะมีมุมบ้าบิ่นแบบนี้ 

อธิเองก็ใจเต้นแรงไม่ต่างกัน ราวกับผู้ร้ายที่กำลังจะโดนพระเอกนางเอกจับได้ เขาตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนที่กำลังจะโดนอชิตะจับได้เวลาทำความผิดเสียอีก เพราะไม่รู้จะปั้นหน้าเช่นไร หากโดนชนฐิดาจับได้ แม้จะมั่นใจว่าเขามีประสบการณ์ในการพลางตัว แต่อยู่ๆก็แอบกลัวราวกับคนขี้ขลาด 

"เพราะเสน่ห์ของกู ถึงพยายามจะปิด สาวๆก็มักจะเห็น" เขาพูดอวดตัวเองอย่างเย่อหยิ่ง เพื่อปิดบังความขี้คลาดของตัวเอง และนั่นทำให้ไตรทศพูดแทรกออกมาผ่านอินเอียร์ 

"ไม่ใช่ว่าอยากแอบมองหน้าสาว จนเผลอเปิดเผยตัวตนหรอครับ" 

 

 

เสียงร้องโหยหวนดังก้องทั้งห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ อากีระกดบุหรี่ร้อนๆลงหลังของหนึ่งในลูกน้องที่ทำงานพลาด ทำให้สองแม่ลูกตัวอันตรายกลับมาประเทศไทย ได้อย่างปลอดภัย 

"พวกมึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบคนทำงานพลาด" อากีระกดลงไปอีกครั้ง โดยมีอาทิตย์ค่อยๆ เทน้ำสีอำพันลงไปราวกับต้องการซ้ำเติม 

"บ้าชัดๆ" อาทิตย์พูดทั้งรอยยิ้ม แต่สิ่งที่ทั้งเขาและอากีระทำมันช่างอำมหิต จนหลายคนในห้องไม่กล้ามองภาพนั้น แต่ก็กลัวเกินกว่าจะปริปากพูดอะไรออกมา 

"ขอโทษครับ" ชลนทีเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ก่อนโค้งคำนับให้เจ้านาย แล้วก้าวเข้าไปใกล้ๆ 

"ผมตามสองครอบครัวนั้นมาแล้วครับ" 

อากีระถีบชายคนนั้นให้กระเด็นออกไป เมื่อมีเรื่องใหม่ให้เขาต้องจัดการ ชายตรงหน้าเป็นเพียงลูกสมุนตัวเล็กๆที่มีไว้ให้เขาระบายอารมรณ์เมื่อมีคนทำงานพลาด  

"มาดูกันสิว่า เงินทอง และอำนาจตระกูลใหญ่ๆ แบบนั้นจะรักษาไว้ได้นานแค่ไหน" 

ความคิดเห็น