จรสจันทร์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

วันแรกก็โดนเสียแล้ว - 35% -

ชื่อตอน : วันแรกก็โดนเสียแล้ว - 35% -

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 377

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 มี.ค. 2563 11:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
วันแรกก็โดนเสียแล้ว - 35% -
แบบอักษร

เสียงสั่นครืดคราดของโทรศัพท์มือถือทำให้พิมพิกาต้องชะงักมือที่กำลังถือพู่กันระบายสีลงบนภาพ เธอมองมันด้วยหางตาพลางถอนหายใจอย่างหนักหน่วง เมื่อวาน หลังจากที่เสร็จธุระจากการประชุม และไปดูคอนโดมิเนียมที่ใช้ถ่ายทำเรียบร้อยแล้วเธอก็ดิ่งกลับบ้านทันที ทว่ายังไม่ทันจะก้าวขาเข้าบ้าน ไตรภัทรก็โทร. เข้ามาพูดเพียงสั้นๆ ว่า... 

“พี่ดีใจมากที่เป็นน้องพิม ยินดีที่ได้ร่วมงานกันครับ” 

ไม่เพียงแค่นั้น ก่อนนอนเขาก็ส่งข้อความเข้ามาทางโปรแกรมสนทนาอีกด้วย 

... ฝันดีนะครับ... สุดที่รัก 

“ดีกับผีน่ะสิ” หญิงสาวบ่นเบาๆ กับกระดาษวาดเขียนตรงหน้า เหลือบตามองโทรศัพท์ที่ยังคงสั่นครืดคราดไม่หยุดโดยไม่มีทีท่าว่าจะกดรับสาย จนกระทั่งมันหยุดไปเอง เธอถึงได้หันมาให้ความสนใจกับงานที่คั่งค้างต่อ 

แต่กระนั้น เสียงสั่นเตือนสั้นๆ อันเป็นการบอกว่ามีข้อความเข้ามา ก็ทำให้หญิงสาวต้องลดมือลงพร้อมกับหลับตาเพื่อทำสมาธิครู่หนึ่ง เค้าลางความยุ่งยากใจเริ่มปรากฏเด่นชัดขึ้นทีละเล็กละน้อยเมื่อรู้สึกว่านักร้องหนุ่มซุปเปอร์สตาร์คนนี้กำลังตามตอแยเธออยู่ 

พิมพิกาได้แต่โทษตัวเองในใจที่หาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวเพราะเห็นแก่เงิน คิดจะถอยหลังกลับตอนนี้ก็ไม่ทันเสียแล้ว ป่านนี้ทีมงานคงเตรียมทุกอย่างเอาไว้พร้อมสรรพเนื่องจากพรุ่งนี้เริ่มถ่ายทำวันแรก และเย็นวันนี้เธอก็ต้องขนเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวบางอย่างเข้าไปไว้ที่คอนโดมิเนียมห้องนั้นด้วย 

คืนนี้จะเป็นคืนแรกที่ต้องใช้ชีวิตร่วมบ้านกับผู้ชายที่ไม่ใช่ญาติของตัวเอง หนำซ้ำผู้ชายคนที่ว่า เธอยังรู้สึกไม่ชอบหน้าตั้งแต่เห็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ 

“ท่องไว้นะพิม เงินแสน... เงินแสน” ได้แต่พร่ำบอกตัวเองอยู่อย่างนั้น ระลึกไว้เสมอว่ามันเป็นงาน รายได้ขนาดนี้เธอคงหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว 

เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งถึงบ่ายสามโมง พิมพิกาวางมือจากงานตรงหน้าแล้วเก็บอุปกรณ์วาดเขียนทุกอย่างลงในกล่อง รูปที่วาดค้างอยู่เธอตั้งทิ้งเอาไว้อย่างนั้นเพราะต้องรอให้สีแห้งสนิท จากนั้นจึงลุกขึ้นเดินเข้าไปในบ้านเพื่อเตรียมเก็บเสื้อผ้า และของใช้ส่วนตัวลงในเป้ใบใหญ่ เสร็จเรียบร้อยก็เข้าไปอาบน้ำเพื่อรอเวลาที่จิราภาจะกลับมาจากทำงาน 

พิมพิกาสะพายเป้ลงมาด้านล่าง วางมันไว้บนโซฟา จากนั้นจึงเดินไปเก็บรูป และขาตั้งที่วางทิ้งเอาไว้ด้านนอก หญิงสาวม้วนกระดาษเก็บลงในกระบอก หุบขาตั้งแล้ววางรวมไว้กับกล่องอุปกรณ์เพื่อที่เวลาจิราภาขับรถเข้ามาจะได้ขนใส่ท้ายรถได้เลย 

เสียงประตูรั้วหน้าบ้านเลื่อนเปิดออกทำให้พิมพิการู้ว่าเพื่อนสาวกลับมาแล้ว อดชะโงกมองนาฬิกาติดผนังที่อยู่ในบ้านไม่ได้ เพราะตอนนี้เพิ่งจะห้าโมงเย็นเท่านั้น จิราภาไม่น่ากลับมาเร็วขนาดนี้ ทว่าพอเห็นรถที่แล่นเข้ามาในบ้าน ก็ทำให้หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่นเพราะรถคันนี้ไม่ใช่รถของจิราภา 

พิมพิกาก้าวเร็วๆ ไปยังรถคันนั้นทันที ยังไม่ทันจะได้เปิดปากสอบถามอะไร ประตูฝั่งคนขับก็เปิดออกพร้อมกับร่างสูงโปร่งของผู้ชายคนที่เธอกำลังจะไปอยู่ร่วมบ้านกับเขาก้าวลงมาจากรถ 

“น้องพิมเตรียมของเสร็จรึยังครับ พี่มารับ” ไตรภัทรคลี่ยิ้มกว้างจนตาหยี ในขณะที่หญิงสาวได้แต่ยืนตกตะลึง หางตาเห็นร่างเล็กๆ ของจิราภากำลังเลื่อนประตูรั้วปิดไว้ตามเดิม เธอจึงเบนสายตาไปหาเพื่อนเต็มๆ 

“นี่มันอะไรกันเนี่ยจิ๊บ” แม้น้ำเสียงจะฟังดูเรียบเรื่อย แต่คนที่อยู่ด้วยกันมานานอย่างจิราภารู้ทันทีว่าเพื่อนกำลังไม่สบอารมณ์ และไม่พอใจอย่างยิ่ง 

“ก็... ก็พี่ไตรเขาบอกว่าอยากมารับแกด้วยตัวเอง ฉันก็เลยให้พี่เขารับรถตามฉันมาน่ะ เพราะไหนๆ ก็ต้องไปคอนโดฯ นั้นอยู่แล้ว ฉันก็เลยคิดว่าให้แกไปกับพี่เขาเลยดีกว่า จะได้ไม่เสียเที่ยว” จิราภาอธิบายรวดเดียวจบพลางส่งสายตาของความช่วยเหลือไปยังชายหนุ่มเพียงคนเดียวที่ยืนอยู่ 

“ใช่ครับ อีกอย่างนะ ที่พี่มารับพิมก็เพราะว่าจิ๊บเขาต้องถ่ายฉากนี้ไปลงทีเซอร์ก่อนเริ่มรายการด้วยน่ะ ฉากที่พี่มารับพิมที่บ้านเพื่อไปอยู่ด้วยกันไง” ไตรภัทรด้นสด ความจริงแล้วทีมงานไม่ได้บอกให้ทำอย่างนี้ เขาเพียงพูดไปเพื่อช่วยเหลือจิราภาเท่านั้น แต่ดูเหมือนจิราภาก็รับลูกที่เขาโยนไปให้อย่างทันท่วงทีเช่นกัน 

“ใช่ ว่าแล้วก็ถ่ายเลยละกัน” จิราภาหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมากดถ่ายภาพของทั้งคู่ประมาณสองภาพ จากนั้นจึงเดินเข้าไปกระซิบกับพิมพิกาเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน 

“พิม แกอย่าทำหน้าหงิกอย่างนี้สิวะ รูปออกมาไม่สวยเลย แล้วฉันจะเอาไปให้ทีมงานได้ยังไง ถ้าพวกพี่ๆ เขาดูแล้วไม่ชอบ แกกับพี่ไตรต้องมาถ่ายซ่อมนะเว้ย” จิราภาแกล้งขู่ หนำซ้ำยังทำสีหน้าจริงจังจนพิมพิกาต้องกลอกตาขึ้นมองข้างบน 

“เออๆ ก็ได้” พูดจบก็หันไปทางชายหนุ่มที่ยืนกลั้นยิ้มอยู่ 

“จะเข้าบ้านก่อนไหมคะ หรือว่าจะไปเลย” 

“เข้าบ้านก่อนดีกว่า พี่หิวแล้วล่ะ จริงสิ พี่ซื้อกับข้าวมาด้วยนะ” เขาพูดพร้อมกับเดินไปเปิดกระโปรงหลังรถ หยิบถุงพลาสติกใส่กล่องโฟมออกมาสองถุง ถุงหนึ่งนั้นเป็นกับข้าวสามอย่าง อีกถุงเป็นข้าวสวย เพราะก่อนที่เขาคิดจะมารับเธอที่บ้าน เขาโทร. คุยกับจิราภาเรียบร้อยแล้วว่าจะมากินมื้อเย็นที่นี่ให้เสร็จไปเลยทีเดียว 

จิราภายังคงทำทีเป็นถ่ายรูปคนทั้งคู่อยู่ ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่งหรืออัดคลิปวีดิโอ พยายามส่งสายตาบอกพิมพิกาว่าให้ยื่นมือไปช่วยเขาถือ พิมพิกาจึงต้องทำตามที่เพื่อนบอกอย่างเสียไม่ได้ 

“ช่วยถือไหมคะ” เธอยื่นมือไปเพื่อขอแบ่งถุงจากมือเขามาถือ แต่ชายหนุ่มกลับปฏิเสธ 

“ไม่เป็นไรครับ พี่ถือเองดีกว่า พิมไปเตรียมจานเถอะ” เขาถือถุงทั้งสองใบด้วยมือข้างเดียว มือข้างที่ว่างจึงแตะเบาๆ ที่แผ่นหลังของหญิงสาวพลางรุนหลังให้เธอเดินเข้าบ้านไปด้วยกัน โดยมีจิราภาคอยเก็บภาพไว้ทุกช็อตอยู่ด้านหลัง 

เมื่อสองหนุ่มสาวเข้าบ้านไปแล้ว จิราภาก็ลดโทรศัพท์ในมือลง สีหน้ายิ้มแย้มเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นครุ่นคิดเมื่อเห็นการกระทำของนักร้องซุปเปอร์สตาร์ที่มีฉายาไม่ค่อยน่าคบหาว่า “ปลาไหลคาสโนว่า” 

“พี่ไตรนี่ยังไงของเขาวะ จีบจริงๆ หรือแกล้งทำเพื่อให้รายการดูสมจริงเนี่ย” 

คิดแล้วก็อดเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้ ยิ่งคิดไปถึงตอนที่ไตรภัทรโทร. มาหาเธอที่บริษัทเพื่อสอบถามทางมาบ้านเพราะต้องการมารับพิมพิกาด้วยตัวเองแล้วก็ให้รู้สึกหวาดหวั่น นอกเหนือจากนั้น เขายังบอกว่าอยากกินข้าวที่บ้านของเธอด้วย อีกทั้งยังถามอีกว่าพิมพิกาชอบกินอะไรเป็นพิเศษ และไม่กินอะไรบ้าง เธอก็พาซื่อตอบเขาไป เพราะนึกว่าเขาคงอยากสร้างความสนิทสนมด้วยก่อนที่จะเริ่มถ่ายทำกันจริงๆ ในวันพรุ่งนี้ 

ทว่าพอเห็นสายตาหวานเชื่อมของเขาแล้ว บอกตามตรงว่าเธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังชักศึกเข้าบ้านอย่างไรอย่างนั้น 

“เป็นไปไม่ได้หรอก ถึงพี่ไตรจะชอบยายพิมจริงๆ แต่ยายพิมไม่มีทางตอบตกลงแน่นอน เพราะรายนั้นเกลียดคนเจ้าชู้เข้าไส้” อดีตของเพื่อนสาว มีแต่เธอเท่านั้นที่รู้ดีที่สุด ใครจะเชื่อว่าคนนิ่งๆ ดูไม่ยินดียินร้ายกับโลกภายนอกอย่างพิมพิกา จะผ่านอะไรต่อมิอะไรมามากมายได้ขนาดนั้น 

และอดีตเหล่านั้นนั่นเอง ที่สอนให้พิมพิกากลายเป็นคนโลกส่วนตัวสูง ยากที่ใครจะเข้าถึง 

 

************************************************** 

ความคิดเห็น