tukkatamii
Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หมอครับ...ยังแพ้ไม่พออีกหรอ

ชื่อตอน : หมอครับ...ยังแพ้ไม่พออีกหรอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 17 เม.ย. 2563 16:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หมอครับ...ยังแพ้ไม่พออีกหรอ
แบบอักษร

หมอครับ...ยังแพ้ไม่พออีกหรอ

 

หลังจากพักได้สามวันหมวดเตมันก็กลับไปทำงานตามปกติ เริ่มรู้สึกหงุดหงิดที่ต้องนั่งๆนอนๆอยู่แต่ในห้อง เพราะผมเองก็ยังต้องทำงาน อีกทั้งผมการเปรียบเทียบดีเอ็นเอจากแลปก็ออกมาแล้วว่า ดีเอ็นเอจากทั้งนายถวิลและนายทรงยศ ไม่ตรงกับดีเอ็นเอจากอสุจิที่พบในร่างกายของศิริลักษณ์ งานนี้เล่นเอาหัวเสียกันยกทีม จากเดิมคิดว่าการตายของคนทั้งสองคาดว่าน่าจะมาจากคดีเดียวกัน ตอนนี้กลายเป็นว่า คดีของนายนพพลน่ะจบไปแล้ว. แต่คดีของศิริลีกษณ์ยังไม่ได้ที่มาที่ไปเลย

วันก่อนหมวดวัตกับหมวดเจก็ไปขอสอบถามข้อมูลจากเพื่อนบ้านทั้งสองของนายนพพลถึงช่วงเวลาเกิดเหตุ เป็นไปตามที่สันนิษฐานกัน ช่วงอาทิตย์นั้นทั้งอาทิตย์โรงงานมีโอทีอัดตลอด เพราะได้ออเดอร์มี่เพิ่มขึ้น แต่เวลาการผลิตจำกัด เลยทำให้คนงานส่วนใหญ่ถูกบังคับโอไปกลาย ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะโรงงานมักจะมีเหตุการณ์แบบนี้บ่อยๆ อีกทั้งเมื่อถามถึงว่ามีใครรู้บ้างว่าวันไหนที่พวกเขาจะไม่อยู่ในช่วงกลางคืน เพื่อนบ้านของนพพลก็ตอบแบบให้ความหวังกับทีมสืบสวนมากว่า ทั้งหอพัก เยี่ยม ฟังแล้วมีกำลังใจชิบหาย

แต่วันต่อมาหมวดวัตก็ถูกดึงกลับไปที่ ปปส. โดยฝีมือของอัยย์ศลาที่จู่ๆก็โผล่มารับงานให้ผู้การองคตแบบงงๆ แต่เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องใส่ใจ

ประเด็นคือ ไอ้คนเจ็บที่ลุกมาทำงานแทบจะทันที ที่รู้ว่าหมวดวัตไม่ได้อยู่สืบต่อ กับหมวดเจ เมื่อผมห้ามมันก็หันมาบอก

“เดี๋ยวไอ้เจมันประสาทแดกไปก่อน”

ปัญหาคือ มีมึงเขาก็ประสาทแดกได้ เมื่อห้ามไม่ได้ ผมจึงทำได้แค่ไลน์ไปถามเป็นระยะ เผื่อเจ้าตัวมีอาการผิดปกติอะไร ถึงแม้จะแน่ใจว่าไอ้หมวดมันไม่น่าจะเป็นอะไรมากเพราะถึงผมจะเป็นหมอนิติ แต่วิชาทางการแพทย์ทั่วไปผมยังมีอยู่ อีกทั้งยังมีหมอปีย์เทียวมาดูให้ในวันที่ผมอยู่เวร

 

“หมอห่วงผมใช่ม้าาา” เสียงห้าวที่มีแววล้อเลียนดังมาตามสาย ไม่ห่วงแม่งล่ะกวนตีนขนาดนี้

“เปล่า ผมแค่รักษาคำพูดตัวเอง บอกว่าจะดูแลคุณผมก็จะดูแลคุณ”

“ดูแลทั้งชีวิตได้มั้ยหมอ”

“ทำไม”

“เพราะผมอยากมีหมอไปทั้งชีวิต” สาบานว่าผมไม่ได้กำลังยิ้มแน่นอน

“ให้มันแน่” ผมว่าให้ด้วยความหมั่นไส้

“แต่งพรุ่งนี้เลยมั้ยหมอ”

“ไร้สาระ”

“แค่เป็นเรื่องหมอ ไม่มีอะไรไร้สาระหรอก”

“อืม. เอาที่สบายใจ”

“ว่าแต่ หมอโทรมามีอะไรด่วนมั้ย ปกติจะไลน์มานี้”

“ว่าง”

“อยากได้ยินเสียงผมก็บอก”

“งั้นแค่นี้แหละ”

“เฮ้ย~เดี๋ยวดิค้าบบบ เตล้อเล่น” ไอ้ตำรวจเวร

“เรื่องคดีเป็นไงมั้ง”

“ตันยิ่งกว่าสมองผมก็หนทางสืบคดีนี่แหละหมอ” เออ ยังดีที่มันรู้ตัวว่าตัวเองโง่

“ถ้าผมบอกคุณว่า...”

“คิดถึง!!” จริงจังสักห้านาทีไม่ได้จริงๆ

“ไอ้เต!!”

“ไอ้เลยเนอะ ครับๆไม่กวนแล้ว”

“เลิกเล่นสักห้านาทีหมวดขอร้อง”

“คร้าบบบ แฟน”

“ยัง...”

“แฮะๆ”

“เมื่อเช้าผมลองเปิดดูข่าวนู้นนี้นั้น บังเอิญไปเห็นข่าวนึงเข้า”

“อะไรหรอครับ”

“ในพื้นที่สระบุรีมีการพบศพผู้หญิงรายนึง”

“อ่าหะ” ไอ้เตมันทำเสียงรับรู้

“รายนั้นก็ถูกฆาตกรรมหั่นศพเหมือนกัน ที่สำคัญ มีร่องรอยการถูกล่วงละเมิดทางเพศ เหมือนกัน”

“หมอกำลังส่งสัย ว่าคนร้ายอาจจะเป็นคนเดียวกันอย่างนั้นหรือครับ”

“แค่อยากให้แน่ใจ”

“เดี๋ยวผมตรวจสอบให้”

“อืม”

“ว่าแต่...”

“หืม...”

“มื้อเที่ยงหมอทานอะไรยัง”

“อ่า...แค่นี้ก่อนนะ พี่เจิงเรียก” แล้วผมก็ชิงวางสายไปก่อนที่มันจะบ่นมา เรื่องไม่ค่อยทานข้าวของผมไอ้เตมักทำเป็นเรื่องใหญ่เสมอ. คนไม่หิวจะให้กินทำไมวะ

 

หลังจากหายราวๆสามชั่วโมงไอ้หมวดมันก็มาพร้อมคำสั่งให้ไปสืบเรื่องคดีฆ่าหั่นศพในพื้นที่สระบุรี ผมที่เป็นคนต้นคิดเรื่องนี้เลยถูกพาตัวไปด้วย คราวนี้เลยไปกันหลายคน มีผม หมวดเจ จ่าสน และไอ้หมวด ไปด้วยกัน แต่เพราะคำสั่งมาตอนเกือบจะออกเวรกันอยู่แล้ว พวกเราเลยยกยอดไปเป็นวันพรุ่งนี้แทน ด้วยระยะทางมันสามารถไปกลับได้โดยไม่ต้องค้างเหมือนคราวที่ไปสิงห์บุรี

เราออกจากสน.กันตั้งแต่เช้าเพื่อเลี่ยงรถติด ผมออกจากบ้านมาพร้อมๆไอ้หมวดเพราะตอนนี้มันเกือบจะเรียกได้ว่าย้ายสำมะโนครัวมาอยู่บ้านผมเป็นการถาวร. เมื่อออกเดินทางกันแต่เช้า เลยทำให้เรามาถึงที่หมายเป็นอำเภอเล็กๆอำเภอหนึ่งในสระบุรีตอนช่วงสายๆ ก่อนมาที่นี่หมวดมันได้ติดต่อประสานงานมาก่อนแล้ว เลยทำให้เราไม่ต้องติดต่อขอเข้าพบหัวหน้าชุดสืบของที่นี่ให้ยุ่งยาก ดังนั้นเลยเป็นว่าพวกเราแวะตลาดใกล้ๆโรงพักเพื่อหามื้อเช้าง่ายๆทานกันก่อน

“แถบต่างจังหวัดนี่สงบดีเนอะ. ไม่วุ่นวายเหมือนในเมือง” พวกเราหาเรื่องสัพเพเหระคุยระหว่างกินอาหารเช้า

“มึงก็กลับไปอยู่ต่างจังหวัดดิ บ้านมึงทำสวนผลไม้นี้ ไม่ลองกลับไปคุมเองเลยวะ” หมวดเจถาม

“ไอ้เจ เผื่อมึงลืม กูเรียนนายร้อยมาเพื่อเป็นตำรวจไม่ใช่คนสวน”

“ผมว่าอนาคตถ้าเบื่องานผ่าศพแล้วก็จะกลับไปอยู่ต่างจังหวัดกับแม่เหมือนกัน คงหาที่ดินแถวนั้นทำไร่ทำสวนเอาแค่พอกิน”

“งั้นเราไปอยู่ด้วยกันที่บ้านผมก็ได้ หมอไม่ต้องทำสวนเอง แค่คุมคนงานช่วยผม”

“เกินไปจริงๆอ่ะมึงน่ะ” หมวดเจแขวะเพื่อน

“ผมว่าก็ดีนะครับ หมวดกับหมอก็ย้ายไปประจำที่โน้น แล้วทำไร่ทำสวนเป็นงานเสริมอีกทางก็ยังได้เลย ผมยังคิดเลยว่าอีกสักหน่อยถ้าอิ่มตัวกับเมืองหลวงแล้ว คงจะกลับไปบ้านเกิดเหมือนกัน” จ่าสนเล่าแผนการของตัวเองให้ฟังมั้ง

“จริงมันก็ดีนะ ถึงเวลานั้นอย่างน้อยก็มีบ้านให้กลับ”

“หมอมาเป็นบ้านให้ผมมั้ยล่ะ ผมจะกลับบ้านทุกวัน”

“มึงหยุดหยอดหมอสักห้านาทีได้วะเต กูฟังจนเลี่ยนแทนหมอแล้วเนี่ย”

“ผมว่ามันก็น่ารักดีนะครับ ไม่เคยเห็นหมวดเตมุมนี่สักที”

“จ่า เอาตาไหนมองว่ามันน่ารัก”

“โธ่. หมวดเจครับนี้เพื่อนกันจริงใช่มั้ย”

“เพื่อนรักเพื่อนร้าย ไม่เคยได้ยินหรอจ่า ผมด่าแปลว่าผมรัก”

“ถามกูยัง” ไอ้หมวดถีบขาเพื่อนรักเบาๆ

 

หลังจากกินเสร็จเราทั้งสี่ก็เคลื่อนขบวนไปที่สน.ท้องที่ ที่รับเรื่องคดีฆาตรกรรมฆ่าหั่นศพ ยุคนี้ต้องขอบคุณโซเชียลที่ช่วยให้ข่าวไปไวยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง

ตอนไปถึงรองสารวัตรแผนกสืบสวนของที่นี่ก็รอเราอยู่ก่อนแล้ว

“สวัสดีครับ”

“เชิญๆ หมวดเจกับหมวดเตใช่มั้ย”

“ครับ”

“ผมเกริกพลนะ”

“ครับท่าน”

“ไม่ต้องเป็นทางการขนาดนั้น เอ้า นั่งๆ นั่งก่อน” สองหมวดก้าวไปนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของรองเกริกพล ขณะที่ผมกับจ่าสนเลี่ยงไปนั่งที่โต๊ะรับแขกใกล้ๆ

“แล้วนี่คนใครเป็นใครกันมั้งล่ะเนี่ย”

“ผมเตครับ นี่หมวดเจ ส่วนนั้นจ่าสน แล้วก็หมอชินแพทย์นิติเวชที่รับผิดชอบคดีร่วมกับพวกผม”

“สวัสดีครับทุกคน”

 

ก๊อกๆๆ

 

ขณะที่พวกเราแนะนำตัวกันอยู่ประตูห้องก็ถูกเคาะจากด้านนอก และถูกดปิดเข้ามาโดยชายร่างสูงใบหน้าออกแนวตี๋ผิวขาวเหลืองในชุดราชการตำรวจเต็มยศ

“ขออนุญาตครับ”

“มาพอดีเลย หมวดอี้” อืม ชื่อเข้ากับหน้าซะด้วย

“อี้ นี่หมวดเตกับหมวดเจ ที่จะมาขอข้อมูลคดีฆาตกรรมหั่นศพที่คุณเจอน่ะ”

“สวัสดีครับ”

“สวัสดีครับ”

“ผมจะให้หมวดอี้เป็นคนประสานงานกับพวกคุณ แล้วนี่เราต้องส่งตรวจกับทางนิติเวชมันครับหมอ”

“ผมขอดูก่อนแล้วกันครับท่าน”

“อืม”

“ผมมีประชุมในจังหวัด ขอยกหน้าที่ให้หมวดอี้ช่วยพวกคุณแล้วกันนะ”

“ได้ครับ”

 

หลังจากรองเกริกพลเดินออกจากห้องพวกเราก็ย้ายไปรวมกันในห้องประชุมเล็กของที่นี่ โดยมีหมวดอี้เป็นคนรับรองและชี้แจงข้อมูลทางคดีให้รับทราบ

“สรุปคือมีกระเป๋าต้องสงสัยเลยไปตรวจสอบดูถึงเห็นว่าเป็นศพหรือครับ”

“ใช่ครับ”

“ใครเป็นคนแจ้งเหตุครับ”

“คนเก็บของเก่าครับ เขาไปหาเก็บของเก่าตามปกติ เลยไปเจอกระเป๋าใบนั้น พอจะลากมาเปิดดูข้างใน ก็พบว่ามันหนักผิดปกติ แถมมีรอยเปื้อนเลือดหลายจุด เลยลองรูดซิปดูเห็นเหมือนเป็นกลุ่มเส้นผม เลยตกใจวิ่งมาตามชาวบ้านแถวนั้นไปช่วยกันดู แต่ก็ทำแค่แง้มๆกระเป๋าดูเท่านั้น เลยมีคนไปตามตำรวจที่ไปตรวจร้านทองหน้าตลาดมาช่วยดูให้ ถึงรู้ว่าข้างในกระเป๋าเป็นศพ” ผมฟังหมวดอึ้เล่าไปก็ดูรูปถ่ายจากแฟ้มคดีไปด้วย

สภาพการณ์ในที่พบศพเป็นที่ทิ้งขยะรวม ห่างจากชุมชนไม่มาก เหมือนจะเป็นที่รกร้างทั่วๆไป ศพถูกพบในสภาพร่างกายโดนตัดออกเป็นส่วนๆแล้วยัดใส่ในกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่สองใบ ไม่พบอวัยวะภายในบางส่วน ซึ่งคาดว่าคนร้ายคงเองไปทิ้งที่อื่น นอกนั้นก็อยู่ครบ พบร่องรอยการล่วงละเมิดทางเพศชัดเจน ตามร่างกายมีรอยฟกซ้ำเป็นจุดๆ บริเวณลำคอมีรอยมือค่อนข้างชัด จากรายงานการชันสูตรพลิกศพคาดว่าสาเหตุการตายคือขาดอากาศหายใจที่น่าจะมาจากการถูกบีบคอ อย่างอื่นก็ยังไม่พบอะไรเพิ่มเติม

จากการสืบสวนเบื้องต้นผู้ตายชื่อ นาริสา เป็นพนักงานในโรงงานแถวนั้น พื้นเพเป็นคนพะเยา แต่แต่งงานกลับคนนครสวรรค์ ก่อนจะแยกทางกับสามีคนเดิมเมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้กำลังคบกับเพื่อนชายในโรงงานเดียวกันคนหนึ่ง ที่พอไปตรวจสอบพบว่า แฟนหนุ่มของผู้ตายอาศัยอยู่คนที่กับเหยื่อ วันที่คาดว่าหน้าจะเป็นที่เกิดเรื่องผู้ตายออกกะไปก่อน ส่วนตัวเขายังต้องอยู่กะดึกต่อในวันนั้น พอรุ่งเช้าตัวเองออกกะเลยโทรหาคนรัก. แต่ติดต่อไม่ได้เลยเข้าใจว่าแฟนสาวไปทำงานตามปกติแล้ว ด้วยความเหนื่อยจึงไม่ได้ใส่ใจอะไร จนกระทั่งเที่ยงทีาเป็นเวลาพักกลางวันก็ยังไม่สามารถติดต่อนาริสาได้ ตนจึงโทรไปหาเพื่อนสนิทของแฟนที่ทำงานกะเดียวกัน จึงรู้ว่าวันนั้นนาริสาไม่ได้ไปทำงาน แฟนหนุ่มของผู้ตายจึงไปหาเธอที่หอพักเพราะเกรงว่าอาจจะไม่สบาย แต่เมื่อไปถึงกลับพบแต่ความว่างเปล่า นาริสาไม่ได้อยู่หอพัก และยังติดต่อไม่ได้

หลังจากแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเสร็จ. หมวดอี้ก็พาพวกเราไปที่หอพักของนาริสา ซึ่งถูกปิดเอาไว้โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อกันไว้ตรวจสอบ หอพักของผู้ตายรายนี้เป็นแบบห้องแถวชั้นเดียวอยู่เกือบสุดซอย ที่คอยข้างลึก แต่ก็มีผู้คนสัญจรไปมาเพราะสามารถไปทะลุอีกซอยได้ จุดดังกล่าวอยู่ห่างจากบริเวณที่พบศพราวๆสามกิโลเมตร

“เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบจนหมดแล้วหรือครับ” หมวดเจถามขึ้นหลังจากที่มองสำรวจจนรอบห้องแล้วไม่มีสิ่งใดผิดปกติ

“ครับ”

“ไม่พบคราบเลือดในนี้ใช่มั้ยครับ” ผมถามขึ้นมาบ้างเพราะจากตัวอย่างคดีของศิริลักษณ์ ห้องถูกทำความสะอาดเรียบร้อย

“ที่นี่เป็นแค่อำเภอเล็กๆเรายังขาดอุปกรณ์ช่วยในบางอย่างอยู่เยอะครับ”

“ถ้างั้นผมขอตรวจสอบหาร่องรอยเลือดได้มั้ย อย่างคดีของทางเรา ก็พบว่าสถานที่ฆาตกรรมคือห้องพักของแฟนผู้ตายเองด้วย”

“เชิญครับ ท่านรองให้พวกคุณสามารถสืบได้เต็มที่ ดีเสียอีกพวกเราจะได้มีบุคคลากรที่ชำนาญการมาช่วยสืบคดี”

“ขอบคุณครับ”

“จ่าไปเอาอุปกรณ์มา”

“ครับ” ไอ้หมวดหันไปบอกลูกน้อง

“ที่นี่ไม่มีกล้องวงจรปิดเพื่อดูการเข้าออกเลยเหรอ”

“ไม่มีครับ ที่นี่เป็นห้องพักราคาถูกเจ้าของเลยไม่ได้ใส่ใจจะรักษาความปลอดภัยขนาดนั้น”

ผมลองเดินไปที่ห้องน้ำ. เพราะประสบการณ์ถ้าจะมีการชำแหละศพเกิดขึ้น เห็นจะเป็นห้องน้ำที่แรกที่จะกลบเกลื่อนได้ง่าย ภายในห้องน้ำไม่มีอะไรผิดปกติ ผมเดินไปดูที่ในครัว ตรงนี้ก็ไม่มีอะไรแปลก นอกเสียจากว่า มีดในครัวที่นี่ไม่สักเล่มเดียว

“เจ้าหน้าที่ของที่นี่ได้เก็บอะไรกลับไปด้วยมั้ยครับ” ผมเดินกลับมาถามเจ้าของคดี

“ไม่ครับ อันที่จริงเราแค่เขามาดูไม่ได้ตรวจสอบอะไรเพิ่มเติม แค่กันไว้ว่าห้องนี้เตเาของห้องถูกฆาตกรรมเลยอายัดสถานที่เอาไว้เฉยๆครับ” พวกเราไม่ได้ว่าอะไรนอกจากพยักหน้ารับรู้

รอจนจ่าสนหิ้วกระเป๋าอุปกรณ์มาเพราะเราจึงลงมือช่วยกันตรวจสอบ ผมกับหมวดเตเดินไปเริ่มที่ห้องน้ำเป็นที่แรก และความแม่นนี้มันใช่ได้เวลาซื้อหวยผมคงรวยไปนานแล้ว เมื่อปฏิกิริยาเคมีแสดงผลชัดเจนถึงคราบเลือดที่เต็มพื้นที่ของห้องน้ำ

“เป็นอย่างที่สงสัยจริงๆ”

“ประเด็นคือ เกี่ยวข้องกันมั้ยกับคดีของเรา”

 

 

ไรท์ // เอ้า เวรกรรมเหมือนจะเจอคดีใหม่เพิ่ม แล้วสัญญาเที่ยวล่ะ. อืมมมม ไอ้หมวดมันก็คงต้องอดต่อไปอ่ะเนอะ

 

อยากเป็นกำลังใจให้เตธวัชด้วยนะค่าาาาา

ความคิดเห็น