จรสจันทร์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แขกรับเชิญจำเป็น - 100% -

ชื่อตอน : แขกรับเชิญจำเป็น - 100% -

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 382

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มี.ค. 2563 21:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แขกรับเชิญจำเป็น - 100% -
แบบอักษร

ไตรภัทรหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมากดเล่นบ้าง ทั้งที่ในใจรู้สึกเหมือนโดนสบประมาทอย่างรุนแรง เขาเป็นถึงนักร้องซุปเปอร์สตาร์ของเมืองไทย เพลงของวงทินท์เป็นที่ติดหูของคนฟังจนขึ้นอันดับท็อปชาร์ตเกือบทุกคลื่นวิทยุ ทุกครั้งที่มีซิงเกิ้ลใหม่ออกมา คิวงานของพวกเขาจะแน่นเอี๊ยดจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน 

แต่กระนั้นก็ยังมีแฟนคลับสาวๆ สวยๆ มาหาถึงหลังเวทีอยู่ไม่เคยขาด เขาไม่เคยขาดแคลนผู้หญิงเพราะมีแต่คนเสนอตัวให้ถึงที่ แล้วทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา 

ความอยากเอาชนะผุดพลุ่งขึ้นมาในใจทันที 

ถ้าเดาไม่ผิด หญิงสาวตรงหน้าจะต้องเป็นผู้ร่วมรายการ “เป็นแฟนกับซุปตาร์” ร่วมกันกับเขาแน่นอน เพราะการที่เขาต้องเข้ามานั่งอยู่ในห้องประชุมเวลานี้ ก็มีเพียงเรื่องเดียวนั่นก็คือคุยรายละเอียดเกี่ยวกับการถ่ายทำทั้งหมด อีกทั้งเขาไม่เห็นผู้หญิงคนอื่นอีกแล้วนอกจากเธอ ฉะนั้น คนที่ต้องมาเป็น “แฟน” ของเขาในระยะเวลาหนึ่งเดือนนับจากนี้จึงเป็นเธอไม่ผิดแน่ 

ไตรภัทรลอบยิ้มเมื่อคิดถึงความสนุกที่รออยู่เบื้องหน้า เขาไม่เชื่อหรอกว่าจะมีผู้หญิงคนไหนต้านทานเสน่ห์อันล้นเหลือของเขาได้ ตอนนี้เธออาจจะทำเป็นไม่สนใจ แต่เขาเชื่อว่าหลังจากที่เธอได้รู้จัก และพูดคุยกับเขา รับรองได้เลยว่าเธอต้องเผลอใจมาให้เขาแน่นอน เพราะผู้ชายที่ชั่วโมงบินสูงอย่างเขาไม่เคยมีคำว่าพลาด 

เสียงเคาะประตูทำให้สองหนุ่มสาวที่ต่างคนต่างนั่งเงียบ เงยหน้าขึ้นมองไปยังต้นทางของเสียง ทันทีที่สิ้นเสียงเคาะ ประตูก็ถูกเปิดออกพร้อมกับทีมงานอีกหกคนทยอยเดินเรียงแถวกันเข้ามาในห้องรวมถึงจิราภาด้วย 

จิราภาเดินเข้ามานั่งใกล้กับเพื่อน รอจนกระทั่งคนอื่นๆ นั่งที่กันเสร็จเรียบร้อย จึงแนะนำพิมพิกาให้ทุกคนได้รู้จัก 

“ทุกคนคะ นี่คือพิม เป็นเพื่อนของจิ๊บเอง พิมจะมาเป็นผู้แสดงรับเชิญแทนน้องอั้มที่ขอถอนตัวออกไปค่ะ” 

จากนั้น จิราภาก็แนะนำทีมงานคนอื่นๆ ให้เพื่อนรู้จัก พิมพิกายกมือไหว้ไปทีละคน จนกระทั่งมาถึงคนสุดท้าย ไตรภัทร นักร้องซุปเปอร์สตาร์ชื่อดัง แต่เธอกลับไม่รู้จักเขา 

“ส่วนนี่คือพี่ไตร นักร้องนำวงทินท์ คนที่แกต้องร่วมถ่ายรายการกับเขา” 

“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ น้องพิม ดีใจที่ได้ร่วมงานกัน” ไตรภัทรแย้มยิ้มเป็นปกติ พยายามไม่แสดงอาการกรุ้มกริ่มออกไปให้อีกฝ่ายจับได้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ สิ่งที่แสดงออกไปจึงมีเพียงความจริงจังในหน้าที่อย่างที่มืออาชีพที่ดีควรกระทำ 

“ค่ะ” พิมพิกาพยายามยิ้มให้อีกฝ่ายทั้งที่รู้ดีว่ามันคงฝืดเฝื่อนเต็มทน ในใจเริ่มหวั่นว่าจะทำให้เพื่อนอย่างจิราภาต้องเดือดร้อนหรือเปล่า เพราะรู้ดีว่าตนเองนั้นเสแสร้งไม่เก่ง เธอไม่ถนัดสร้างมนุษยสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า หรือคนที่ไม่คุ้นเคย งานนี้เธอจึงกลัวว่าจะทำให้รายการกร่อยจนฉุดเรตติ้งให้ดิ่งลงเหว 

“เอาละน้องพิม พี่คิดว่าจิ๊บคงบอกรายละเอียดของรายการคร่าวๆ ให้ฟังแล้วเนอะ แต่พี่ก็ขอแจกแจงอีกทีก็แล้วกันนะคะ” อุมาพร หรือพี่อุ๊ เปิดประเด็นเข้าสู่เนื้องานทันทีเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา 

“พวกเราตกลงกันแล้วว่าจะเริ่มถ่ายทำกันวันที่หนึ่งที่กำลังจะถึง ซึ่งก็คือมะรืนนี้ ทางรายการจะมีคอนโดฯ ให้ห้องหนึ่งสำหรับให้น้องพิมกับไตรอยู่ร่วมกันตลอดหนึ่งเดือนเต็ม แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องห้องนอนนะคะ เพราะคอนโดฯ นั้นมีสองห้องนอนค่ะ แต่ละห้องก็มีห้องน้ำในตัว” อุมาพรรีบแจกแจงให้อีกฝ่ายเข้าใจ เมื่อเห็นพิมพิกาเลิกคิ้วขึ้นสูงตอนที่เอ่ยถึงการอยู่ร่วมห้อง 

“ในห้องจะมีกล้องวางไว้หลายจุด หลังจากที่ประชุมกันเสร็จแล้วพวกเราจะไปที่คอนโดฯ กัน” คนพูดหยุดเว้นช่วงเพื่อยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ก่อนพูดต่อ 

“ทีนี้... อย่างที่บอกไว้แต่แรก คอนเซ็ปของรายการเราก็คือเป็นแฟนกับซุปตาร์ ฉะนั้น ตลอดหนึ่งเดือนเต็มนี้ พิมกับไตรจะต้องอยู่ด้วยกันในฐานะของแฟน หรือคนรัก มีกิจกรรมหลายๆ อย่างร่วมกันอย่างเช่น ทำกับข้าว ดูหนัง ช่วยกันทำความสะอาดห้องอะไรพวกนี้ แต่น้องพิมไม่ต้องห่วงเรื่องบทพวกนั้น เพราะทุกครั้ง ทีมงานจะมีสคริปต์ให้ว่าวันนี้ต้องทำอะไร และต้องพูดอะไรบ้าง” 

อุมาพรอธิบายยาวเหยียด เห็นสีหน้าของพิมพิกาแล้วก็พอรู้ว่าเจ้าตัวคงกำลังตื่นเต้น และกังวลใจ อีกทั้งคงกลัวว่าจะทำให้งานไม่เดินอย่างที่จิราภาบอกเอาไว้ตั้งแต่แรกว่าเพื่อนคนนี้ค่อนข้างเข้ากับคนอื่นได้ยาก 

“น้องพิมอย่าเครียดสิ ไม่มีอะไรให้เครียดเลย ทุกอย่างให้เล่นไปตามธรรมชาติ เราไม่ล็อกบทพูดหรอกว่าต้องพูดอย่างนั้นอย่างนี้เท่านั้นนะ เราแค่ไกด์ให้เฉยๆ ว่าควรจะพูดแบบนี้คนดูถึงจะฟิน หรือควรจะทำอย่างไรคนดูถึงจะจิกหมอนอยู่หน้าจอ แล้วพิมกับไตรก็ไม่ได้ตัวติดกันทั้งวันด้วย ระหว่างวัน ต่างคนก็ต่างทำงานของตัวเองไป ไตรเขาก็อาจจะไปร้องเพลง หรือออกรายการที่อื่น พิมก็อาจจะเอาขาตั้งมานั่งวาดรูปก็ได้” 

“พูดง่ายๆ ก็คือเหมือนเวลาเราอยู่บ้านเดียวกันนั่นแหละพิม เจอกันตอนเช้า และตอนเย็น กลางวันฉันก็ไปทำงานแกก็วาดรูปอยู่บ้าน อะไรแบบเนี้ย เพียงแต่ตอนนี้เปลี่ยนจากฉันเป็นพี่ไตร ทุกครั้งที่พี่ไตรกลับมาที่คอนโดฯ นั่นคือเริ่มถ่ายทำกัน” 

จิราภาอธิบายเพิ่มเติมจากอุมาพรเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น และเป็นการบอกเป็นนัยๆ ด้วยว่าพิมพิกาจะได้เจอกับไตรภัทรแค่ไม่กี่ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น เพราะรู้ดีว่าเพื่อนเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูงมาก 

“เข้าใจแล้ว” พิมพิกาพยักหน้าช้าๆ จิราภาจึงยิ้มได้กว้างขึ้น 

“แต่ระหว่างที่ต่างคนต่างไปทำงานน่ะ ทีมงานของเราก็อาจจะตามไปเก็บภาพด้วยนะว่าทำอะไรอยู่ อย่างเช่นบางวันไตรเขาอาจจะโทร. หาพิมบ้าง ถามไถ่นั่นนี่ บอกรักบอกคิดถึงเหมือนคู่รักทั่วไปเขาทำกันน่ะ ซึ่งมันจะทำให้ภาพที่ออกมาดูสมจริงมากขึ้นเหมือนกับว่ากำลังคบหากันอยู่จริงๆ” อุมาพรพูดเสริมขึ้น 

“น้องพิมไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องคิว หรือบทนะครับ เดี๋ยวพี่จะคอยกระซิบบอกเองว่าวันนี้ต้องทำอะไรบ้าง” ไตรภัทรบอกอย่างใจดีพร้อมกับส่งรอยยิ้มมาให้จนตายิบหยี แต่ในใจกลับลิงโลดจนแทบกระดอนออกมานอกอก 

“จริงสิ! ถ้าอย่างนั้นพี่ขอเบอร์น้องพิมเอาไว้เลยดีกว่า เพราะตอนที่เราเป็นแฟนกัน พี่คงโทร. หาทุกวันแน่นอน” 

ไตรภัทรยิ้มกริ่ม พลางหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมา ในขณะที่พิมพิกาลอบถอนหายใจ แม้ไม่คิดอยากให้เบอร์กับเขา แต่เพราะมันเป็นงาน และเธอก็รับปากเพื่อนมาแล้ว จะถอยหลังกลับตอนนี้คงเป็นไปไม่ได้ 

“เบอร์...” ยังไม่ทันที่จะได้บอกเบอร์ของตัวเอง ไตรภัทรก็พูดแทรกมาเสียก่อน 

“พี่รบกวนขอโทรศัพท์ของน้องพิมได้ไหมครับ” ไม่พูดเปล่า เขายังแบมือขอเอาซึ่งๆ หน้า พิมพิกาช้อนตาขึ้นมองเขาอย่างรู้ทัน และเพราะเป็นคนที่เก็บกักอารมณ์ทางสีหน้าได้ไม่เก่ง หัวคิ้วเรียวสวยจึงขมวดเป็นปมเล็กน้อย บ่งบอกความไม่พอใจออกไปอย่างชัดเจนจนจิราภาต้องเอื้อมมือมาบีบหัวเข่าของเพื่อนเบาๆ ที่ใต้โต๊ะเป็นการเตือน 

“ก็ได้ค่ะ” เสียงที่พูดออกไปไม่ต่างจากเสียงกระซิบที่เล็ดลอดออกจากไรฟัน ยื่นโทรศัพท์ส่งให้บนมือเขาอย่างเสียไม่ได้ 

ทันทีที่ได้โทรศัพท์ของหญิงสาวมาอยู่ในมือ ไตรภัทรก็จัดการบันทึกเบอร์ของตัวเองลงเครื่องของเธอ และเบอร์ของเธอลงที่เครื่องตัวเองทันที ริมฝีปากบางสีสดของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีตอนที่พิมพ์ชื่อแทนตัวลงไป 

เขาบันทึกชื่อของเธอลงในเครื่องของตัวเองว่า... สุดที่รัก 

และบันทึกชื่อของตัวเองลงในเครื่องของเธอว่า... รักที่สุด 

เสร็จเรียบร้อยก็ส่งคืนให้ ทำทีเป็นมองไม่เห็นสายตาขุ่นๆ ของหญิงสาวที่ตวัดมองมา แล้วหันไปพูดกับทีมงาน 

“ผมเมมชื่อของน้องพิมว่าสุดที่รัก และให้น้องพิมเมมชื่อของผมว่ารักที่สุดน่ะครับ เวลาที่กล้องโฟกัสมาที่หน้าจอโทรศัพท์เวลาที่ผม หรือน้องพิมโทร. หากัน จะได้เห็นว่าเราสองคนสวีทหวานกันแค่ไหน” 

ไตรภัทรพูดติดตลก เขาต้องชิงบอกกับทีมงานก่อน มิเช่นนั้น พิมพิกาอาจจะลบเบอร์ของเขาทิ้งไป หรือไม่ก็เปลี่ยนชื่อไปเป็นอย่างอื่น การทำแบบนี้จึงเป็นการบังคับเธอทางอ้อมให้ต้องยอมรับเพราะเขารู้ดีว่าทีมงานเห็นดีเห็นงามด้วยแน่นอน 

“ไอเดียบรรเจิดมาก เอ้า! จดสิยะ รออะไร” อุมาพรหันไปบอกกับลูกน้องให้จดซีนนี้เข้าไปด้วยเพื่อกันลืม 

ไตรภัทรนั่งยิ้มน้อยนิ้มใหญ่ การถ่ายทำรายการลักษณะนี้ แน่นอนว่าต้องมีการถึงเนื้อถึงตัวกันบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการกอด การหอมแก้ม หรือนอนหนุนตัก นั่นก็เพราะทางรายการต้องการให้คนดูทางบ้านรู้สึกอินไปกับคู่รักอุปโลกน์ที่จัดขึ้น 

งานนี้เขามีแต่ได้กับได้... 

คอยดูเถอะ เขาจะเล่นให้สมบทบาทอย่างที่สุด กอดเป็นกอด จูบเป็นจูบ ไม่ต้องมีแสตนอิน หรือตัวแสดงแทนอะไรทั้งนั้น ทุกสัมผัสของเขารับรองได้เลยว่าของจริงล้วนๆ ไม่มีการปรุงแต่ง 

ระวังตัว ระวังหัวใจเอาไว้ให้ดีเถอะ แม่สาวติสท์! 

 

*************************** 

คงจำกันได้ตอนที่ต้องตาเล่าให้พี่เพียวฟังว่า ตัวเองมีพี่สะใภ้คนใหม่ ส้วยสวย คนนั้นก็คือน้องพิมนี่แหละจ้าาาา 

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านนะคะ 

รักคนอ่านที่สุด จุ๊บๆ  

ความคิดเห็น