จรสจันทร์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แขกรับเชิญจำเป็น - 70% -

ชื่อตอน : แขกรับเชิญจำเป็น - 70% -

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 422

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มี.ค. 2563 21:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แขกรับเชิญจำเป็น - 70% -
แบบอักษร

วันรุ่งขึ้น จิราภาพาพิมพิกามาที่อาคารสำนักงานของสถานีโทรทัศน์ที่ตนทำงานอยู่ อาจเพราะยังไม่ถึงเวลาเริ่มงาน พนักงานในออฟฟิศจึงดูบางตา หญิงสาวดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ อีกแค่สิบห้านาทีก็จะถึงเวลาเข้างานแล้วจึงให้พิมพิกาไปนั่งรอทีมงานคนอื่นที่ห้องประชุมก่อน 

“แกนั่งรอฉันที่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวฉันมา เอากาแฟไหม” จิราภาหันมาถามเพื่อน พิมพิกาส่ายหน้าแทนคำตอบ พลางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋าสะพายขึ้นมาเล่นเกมฆ่าเวลาระหว่างรอ ในขณะที่จิราภาปิดประตูให้เรียบร้อยก่อนเดินออกไปจากห้อง 

“จิ๊บ! พี่อุ๊เรียกหาแน่ะ เมื่อกี้เห็นถามใหญ่เลยว่าเรามาถึงออฟฟิศรึยัง คงถามเรื่องนั้นน่ะ” รุ่นพี่คนหนึ่งทักขึ้นทันทีที่เห็นจิราภาเดินเข้ามาในแคนทีน 

“อ๋อ ...ค่ะ เดี๋ยวจิ๊บเข้าไปหาพี่เขาเอง จิ๊บพาเพื่อนที่จะมาร่วมเล่นรายการได้แล้วนะคะพี่ณา ตอนนี้นั่งรออยู่ในห้องประชุม” เธอรีบรายงานให้อีกฝ่ายทราบทันที เพราะรู้ดีว่าตอนนี้ทีมงานเกือบทุกคนกำลังหัวหมุนกับการหาคนมาร่วมรายการกับนักร้องชื่อดังอย่างไตรภัทร 

“อ้าว! คนนั้นเพื่อนจิ๊บหรือ พี่ก็นึกว่าดาราใหม่ ถึงว่าสิไม่คุ้นหน้าเลย แต่สวยดีนะ รูปร่างหน้าตาดูเซ็กซี่ดี สไตล์นายไตรเลยละแบบนี้น่ะ” กีรณาเห็นตอนที่ผู้หญิงคนนั้นเดินตามจิราภาเข้ามา คราแรกนึกว่าเป็นดาราหน้าใหม่ หรือเด็กในสังกัดของใครสักคนที่จิราภาไปขอยืมตัวมาเสียอีก 

“สวยก็สวยอยู่หรอกพี่ แต่มันติสท์ไปหน่อย” จิราภายิ้มแหย เรื่องรูปร่างหน้าตาของพิมพิกานั้น เธอไม่เถียงเพราะยอมรับมาแต่ไหนแต่ไรแล้วว่าเจ้าหล่อนสวยจริง แต่การเป็นคนโลกส่วนตัวสูงจัด และความเป็นศิลปินที่เจ้าตัวไม่เคยคิดจะปิดบังเลยนั้น ทำเอาหนุ่มๆ หลายคนกระเจิงมาแล้ว 

“ติสท์ยังไงวะ” กีรณาขมวดคิ้วมุ่น ผู้หญิงคนนั้นหากจับมายืนคู่กับบรรดานักแสดงสาวหลายๆ คน ก็แทบแยกไม่ออกว่าคนไหนคือดารา คนไหนไม่ใช่ 

“เอาเป็นว่า ...เดี๋ยวตอนถ่ายทำรายการพวกพี่ก็จะค่อยๆ รู้กันไปทีละนิดเองนั่นแหละ แหะๆ” 

พูดจบ จิราภาก็ยกแก้วกาแฟของตัวเองเดินออกจากห้องไปทันที ไม่คิดจะอธิบายนิสัยส่วนตัวของเพื่อนสนิทให้ใครฟัง เพราะของแบบนี้ต้องสัมผัสเองถึงจะรู้ แต่สำหรับเธอนั้น ...ชินเสียแล้ว 

ก่อนจะไปพบหัวหน้างาน จิราภาแวะไปหาพิมพิกาที่ห้องประชุมก่อนเพราะไม่อยากให้รอนาน และไม่อยากให้เพื่อนคิดว่าตนพามาทิ้งไว้ เสร็จเรียบร้อยจึงเข้าไปหาพี่อุ๊ หรืออุมาพรในห้อง 

พิมพิกาเปลี่ยนจากเล่นเกมมาเข้าเฟสบุ๊ก ระหว่างที่กำลังท่องโลกโซเชียลอยู่นั้นประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดออกอีกครั้งหนึ่ง คราแรกหญิงสาวคิดว่าจิราภาเป็นผู้เปิดเข้ามาจึงเปิดปากพูดโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง 

“เสร็จแล้วหรือจิ๊บ ไหนว่าคุยนานไง” พูดจบก็เงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ในมือ แล้วก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นสูงเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงประตูนั้นไม่ใช่เพื่อนของตัวเอง แต่กลับเป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งตอนนี้กำลังมองมาทางเธอนิ่งๆ มุมปากโค้งขึ้นเล็กน้อย 

“อ้าว ขอโทษค่ะ นึกว่าเพื่อน” พิมพิกาเปลี่ยนอิริยาบถจากนั่งไขว่ห้างเอาหลังพิงพนักมาเป็นวางเท้าทั้งสองข้างลงกับพื้นแล้วหยิบกระเป๋าสะพายที่วางบนโต๊ะมาไว้ที่เก้าอี้ข้างตัวแทน จากนั้นก็ก้มหน้าอยู่กับโทรศัพท์ของตัวเองต่อ 

ความประหลาดใจแล่นผ่านแววตาของไตรภัทรทันทีเมื่อเห็นท่าทีของหญิงสาวตรงหน้า คราแรกเขานึกว่าเธอจะฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจที่เจอกับนักร้องชื่อดังอย่างเขาในระยะประชิด อุตส่าห์เตรียมรอยยิ้มเอาไว้เผื่อว่าเธออยากขอถ่ายรูปคู่กัน แต่ปฏิกิริยาที่ได้รับกลับมาเป็นสิ่งที่เขาเองยังคาดไม่ถึง 

เธอทำเหมือนไม่รู้จักซุปเปอร์สตาร์อย่างเขา... 

ไตรภัทรไหวไหล่เล็กน้อยก่อนเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามกับหญิงสาว สายตาซุกซนอดลอบสำรวจดวงหน้าของเธอไม่ได้ ใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ คิ้วเข้มเรียวสวย ไม่ได้กันคิ้วให้เรียวบางอย่างผู้หญิงทั่วไป ดวงตายาวรี ขนตายาวดกและเข้ม มองผิวเผินเหมือนมีเชื้อแขก จมูกโด่งได้รูป แต่สิ่งที่ดึงดูดเขากลับเป็นริมฝีปากอิ่มรูปกระจับที่ไม่ได้เคลือบสีสันใดๆ ลงไปทั้งสิ้น แต่กลับดูเซ็กซี่เร้าใจอย่างบอกไม่ถูก มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าผู้หญิงตรงหน้าเขานี่หน้าสดมาเลย 

หน้าตาโคตรเอ๊กซ์เลยว่ะ... 

ชายหนุ่มเผลอแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากตัวเอง ก่อนจะรีบเบนสายตาไปทางอื่นเมื่อเห็นเธอทำท่าจะเงยหน้าขึ้น จากหางตา เห็นเธอกำลังมองมาทางเขาครู่หนึ่ง เขาจึงหันมายิ้มให้จนตาหยีก่อนทำทีเป็นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่นแบบเธอบ้าง ในใจเตรียมพร้อมเต็มที่หากว่าเธอจะชวนเขาคุยก่อน ก่อนหน้านี้เธออาจจะเขินก็เป็นได้ 

แต่เธอกลับก้มหน้าจดจ่อกับโทรศัพท์ในมือต่อ! 

ไตรภัทรอึ้งเป็นครั้งที่สอง ปกติแล้วหากมีคนเจอเขามักจำหน้าเขาได้ทั้งนั้นว่าเขาคือใคร และโดยส่วนใหญ่มักจะเอ่ยปากทักทายเขาด้วยความดีใจกันทั้งนั้น ตามมาด้วยการขอถ่ายรูปคู่กันลงโทรศัพท์มือถือแล้วโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่ออวดเพื่อนฝูงว่าได้เจอซุป’ตาร์ แต่คนตรงหน้ากลับทำเหมือนเขาเป็นอากาศธาตุ ไม่ได้เป็นนักร้องที่มีคนรู้จักกว่าค่อนประเทศ 

“อะแฮ่ม!” ชายหนุ่มแกล้งกระแอมเพื่อเรียกร้องความสนใจจากหญิงสาวตรงหน้า ครั้นพอเห็นเธอเพียงแค่เหลือบตาขึ้นมองเขาแค่เสี้ยววินาที แล้วก็ละความสนใจในตัวเขา ก็ยิ่งทำให้ไตรภัทรรู้สึกเสียหน้าไม่น้อย 

“เอ่อ ...น้องครับ” ในที่สุดเขาก็ต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปากทักเธอก่อน คิดในใจว่าเธอคงเป็นคนขี้อาย ไม่กล้าพูดกับเขา และอาจกำลังรอให้เขาเริ่มบทสนทนาก่อนกระมังเพื่อปลุกความกล้า 

“คะ” พิมพิกาเงยหน้าขึ้นพลางเลิกคิ้วขึ้นสูงเป็นเชิงถาม นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่สวยที่มองตรงไปยังเขา ทำเอาคนมองใจกระตุกเล็กน้อยจนเผลอตัวมองเธอนิ่งไปครู่หนึ่ง 

“มีอะไรหรือคะ” ถามย้ำไปอีกครั้งเมื่อเห็นเขายังคงจ้องหน้าเธอนิ่ง ความไม่สบอารมณ์พาดผ่านแววตาครู่หนึ่ง ก่อนจางหายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อครู่เธอรู้ว่าเขาแอบมอง แถมสีหน้าแววตาที่เห็นตอนนี้ก็ดูกรุ้มกริ่มจนน่าหมั่นไส้ 

ชายหนุ่มกะพริบตาติดกันหลายทีก่อนส่งยิ้มละลายใจสาวมานักต่อนักเพื่อปิดบังอาการหลุดของตัวเอง ทว่าพอเห็นสีหน้าแววตาของหญิงสาวที่ไม่มีแววเขินอาย หรือตื่นเต้นเลยแม้แต่น้อยกับรูปลักษณ์ดึงดูดใจของเขาก็อดเสียความมั่นใจไม่ได้ 

“น้องทำงานที่นี่หรือครับ เพราะทุกทีพี่มาที่บริษัทนี้ พี่ไม่เคยเห็นน้องเลย” เขามาที่นี่หลายครั้ง พนักงานของที่นี่แทบทุกคนเขาเคยเห็นหน้ามาหมดแล้ว ฉะนั้นหากมีสาวสวยถูกสเป๊คอย่างคนตรงหน้ามาทำงานอยู่ที่นี่ มีหรือที่จะรอดพ้นสายตาของเขาไปได้ 

“เปล่าค่ะ มากับเพื่อนน่ะ ที่เป็นครีเอทีฟชื่อจิ๊บน่ะค่ะ พี่ทำงานที่นี่หรือคะ” พิมพิกาคิดว่าเขาอาจจะเป็นพนักงานของที่นี่ และคงจะเข้ามานั่งรอประชุมเหมือนเธอกระมัง ถึงได้มีท่าทางประหลาดใจ และลอบมองเธออยู่บ่อยๆ เพราะเป็นคนนอก 

พี่ทำงานที่นี่หรือคะ... คำถามของเธอทำเอาเขาแทบลืมหายใจ เธอถามมาได้อย่างไรว่าเขาทำงานที่นี่หรือเปล่า นี่ไม่รู้เลยหรือว่าตัวเองกำลังคุยกับนักร้องซุปเปอร์สตาร์อยู่! 

“เอ่อ...” เอาไงต่อดี ...ไตรภัทรลอบถอนหายใจ ไม่อยากเชื่อว่ายังมีคนที่ไม่รู้จักเขาอยู่อีก แต่กระนั้นชายหนุ่มก็ยังคิดเข้าข้างตัวเองว่าผู้หญิงตรงหน้านี้อาจเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศก็เป็นได้ จึงไม่ค่อยรู้จักดารานักร้องของเมืองไทยเท่าไร 

“คือ ...พี่เป็นนักร้องนำวงทินท์น่ะครับ ไม่แน่ใจว่าน้องเคยได้ยินเพลงของวงพวกพี่บ้างรึเปล่า แต่เห็นน้องไม่รู้จักพี่แบบนี้ ก็แสดงว่าเพิ่งกลับจากเมืองนอกใช่ไหมครับ” เมื่อตั้งสติได้ ไตรภัทรจึงเริ่มชวนคุยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพร้อมกับรอยยิ้มหวานหยดเพราะตั้งใจหว่านเสน่ห์เต็มที่ 

“เปล่าค่ะ อยู่เมืองไทยตลอด” เธอตอบไปเพียงแค่นั้นพลางลอบสำรวจคนตรงหน้า อย่าบอกนะว่าผู้ชายท่าทางสำอาง และเจ้าชู้หูตาแพรวพราวคนนี้คือคนที่ต้องมาเล่นรายการเรียลลิตี้คู่กันกับเธอ 

คิดว่าตัวเองเป็นอดัม เลอวีนหรือไง ถึงต้องมีคนรู้จักไปทั่วโลก... 

ไตรภัทรทำหน้าเหวอกับคำตอบที่ได้รับ ก่อนจะต้องอึ้งจนอ้าปากค้างเมื่อหญิงสาวตรงหน้าหยิบหูฟังขึ้นมาเสียบกับโทรศัพท์แล้วเอาใส่หูของตัวเองราวกับต้องการบอกเป็นนัยๆ ว่าไม่ต้องการเสวนากับเขาอีกต่อไป 

เฮ้ย! ถามจริง... ไม่สนใจกันเลยเหรอวะเนี่ย! 

สาบานต่อหน้าไฟ ตั้งแต่เขาเป็นนักร้องจนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศขนาดนี้ ยังไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้เขาเสียหน้า และรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนน่ารังเกียจขนาดนี้มาก่อน 

 

*************************************** 

 

 

เป็นไงกันบ้างกับพ่อซุปตาร์รูปหล่ออย่างไตรภัทร บอกแล้วว่าเขาหลงตัวเองไม่น้อยเลย อิอิ ฝากเรื่องนี้ไว้ในอ้อมใจด้วยก็แล้วกันนะคะ กลางๆ เรื่องจะมี 3 พี่น้องตระกูล ต โผล่มาเป็นระยะๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นพี่ต้น พี่ต่อ หรือน้องต้องตา คอยติดตามกันไป อย่าหนีหายไปไหนน๊าาาา 

ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ รักๆๆ 

 

ความคิดเห็น