จรสจันทร์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แขกรับเชิญจำเป็น - 35% -

ชื่อตอน : แขกรับเชิญจำเป็น - 35% -

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มี.ค. 2563 21:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แขกรับเชิญจำเป็น - 35% -
แบบอักษร

แสงอาทิตย์เจิดจ้าในยามบ่าย ส่งผลให้อากาศโดยรอบร้อนอบอ้าวไม่ต่างจากดินแดนกลางทะเลทราย เวลานี้ไม่มีใครอยากออกมาเดินอยู่นอกบ้านเพราะกลัวแดดที่นับวันมีแต่จะอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ หากออกไปยืนมองที่หน้าบ้านตอนนี้ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นหมู่บ้านร้างเลยก็ว่าได้ บ้านหลายหลังปิดสนิทเพราะเจ้าของออกไปทำงาน บ้านที่มีคนอยู่ก็ปิดเงียบ เปิดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำแล้วหลบอยู่แต่ข้างใน คงมีแต่บ้านหลังในสุดเท่านั้น ที่เจ้าของบ้านออกมานั่งรับลมธรรมชาติอย่างไม่ทุกข์ร้อน 

“บ้านสุดซอย” เป็นชื่อที่คนในหมู่บ้านเรียกจนติดปาก บ้านไม้สองชั้นที่ซ่อนตัวอยู่ในร่มไม้ใหญ่ ใกล้ประตูรั้วมีต้นแก้วขึ้นสูงแผ่กิ่งก้านครอบคลุมพื้นที่จอดรถข้างกำแพงด้านใน ถัดมาเป็นต้นมะม่วงแรด ซึ่งเมื่อถึงฤดูกาลที่มันผลิดอกออกผลจนห้อยระย้าออกไปนอกกำแพงรั้วล่อตาล่อใจเด็กในซอย ช่วงนั้นกำแพงบ้านฝั่งนี้จะมีเสียงกระซิบกระซาบของเด็กๆ ที่คิดจะมาแอบ “สอย” มะม่วงไปแบ่งกันกินอยู่เสมอ 

ร่างโปร่งบางของหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะหินใกล้กำแพง สายตาจดจ่อกับกระดาษวาดรูปบนขาตั้งตรงหน้า มือข้างหนึ่งถือจานสี อีกข้างถือพู่กันที่กำลังแต้มสีลงไปบนกระดาษ ปากอิ่มสีสดโดยไม่ต้องแต่งเติมเม้มเข้าหากันนิดๆ สมาธิทั้งหมดพุ่งลงไปที่รูปสีน้ำเบื้องหน้า ไม่รับรู้ด้วยซ้ำว่ากำลังมีคนเปิดประตูรั้วแล้วเดินเข้ามาหาอย่างเร่งรีบ 

“พิม! ฉันมีเรื่องขอความช่วยเหลือ” เสียงที่ดังมาก่อนตัวจะเดินมาถึงทำให้พิมพิกาชะงักมือที่กำลังลงสีแล้วผินหน้าไปมองด้านข้างพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นสูงเป็นเชิงถาม 

“ทำอะไรอยู่น่ะ” จิราภาหย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้อีกด้านพลางใช้มือของตัวเองพัดโบกไปมาที่หน้าเพื่อคลายร้อน 

“รีดผ้าอยู่มั้ง” เสียงตอบเรียบๆ ของคนที่หันไปลงสีบนภาพวาดอีกครั้ง ทำให้คนฟังเกือบหลุดขำกิ๊กออกมา 

“เออๆ โทษทีย่ะที่ถามอะไรโง่ๆ ออกไป” จิราภาพูดกลั้วหัวเราะ เรียกรอยยิ้มมุมปากของพิมพิกาขึ้นจนได้ 

“แล้วทำไมวันนี้แกกลับเร็วนักล่ะ ไหนบอกว่าจะกลับค่ำไง” พิมพิกาถามโดยไม่มองหน้าเพื่อน ยังคงใช้พู่กันแต้มสีในจานแล้วไประบายลงบนกระดาษอย่างใจเย็น 

พิมพิกากับจิราภาเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย บ้านหลังนี้เป็นบ้านของจิราภา ซึ่งเดิมทีนั้นบิดามารดาของจิราภาก็อยู่ที่นี่ด้วย ครั้นพอบุตรสาวเรียนจบปริญญาตรี ทั้งสองจึงย้ายกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด ทิ้งบ้านหลังนี้ให้จิราภาอยู่ หญิงสาวจึงชวนเพื่อนสนิทอย่างพิมพิกาให้มาอยู่ด้วยกันที่นี่ เพราะอีกฝ่ายอยู่คอนโดฯ เพียงลำพังมาตลอด 

“ถ้ามีงานให้แกทำ แล้วเงินดีมากๆ เนี่ย แกสนใจไหมพิม” คนพูดยกมือขึ้นเท้าคางมองหน้าอีกฝ่ายยิ้มๆ ครั้นพอพิมพิกาหันไปมอง เจ้าตัวก็ยักคิ้วให้ข้างหนึ่ง 

“งานอะไรของแกวะจิ๊บ แล้วที่ว่าเงินดีน่ะ ดีแค่ไหน” คงไม่ใช่ให้ไปเป็นตัวประกอบวิ่งไปวิ่งมาหรอกนะ 

จิราภาทำงานเป็นครีเอทีฟประจำรายการของโทรทัศน์ช่องหนึ่ง อาจเรียกได้ว่าเป็นคนในวงการบันเทิงคนหนึ่งก็ว่าได้เพียงแต่เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง หลายครั้งหลายคราที่เจ้าตัวมักมาขอร้องให้เพื่อนสนิทอย่างพิมพิกาช่วยไปร่วมรายการเป็นหน้าม้าให้ในตอนที่ขาดคนกะทันหัน แต่พิมพิกาก็ไม่เคยรับปากเลยแม้แต่ครั้งเดียว 

“วันละสามพันห้าเป็นเวลาหนึ่งเดือน หรือสามสิบวัน แกสนใจไหม” จิราภากระตือรือร้นขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นเพื่อนชะงักมือค้างไว้ดังคาด และเธอก็ไม่เปิดโอกาสให้เพื่อนได้พูดอะไรทั้งสิ้น รีบบอกยอดเงินเสร็จสรรพราวกับว่าคำนวณมาก่อนอยู่แล้ว 

“หนึ่งแสนกับอีกห้าพันบาทเชียวนะแก แค่เดือนเดียวเท่านั้น ดีกว่าแกมานั่งรับจ้างวาดรูปสีน้ำให้สำนักพิมพ์ตั้งเยอะ เสร็จงานปุ๊บ รับเช็คเป็นเงินก้อนกลับบ้านได้เลย ว่าไงสนใจรึเปล่า” 

พิมพิกาลดมือที่ถือพู่กันลงพร้อมกับหันหน้าไปหาเพื่อนที่กำลังทำตาเป็นประกาย นัยน์ตาสวยเฉี่ยวหรี่ลงเล็กน้อยอย่างไม่ไว้ใจขณะที่เอียงหน้ามองไปยังเพื่อนรัก 

“แล้วแกไม่คิดจะบอกฉันหรือไงว่ามันคืองานอะไร มาบอกแต่รายได้ แล้วฉันจะรู้ไหมเนี่ย” 

“รู้จักรายการเป็นแฟนกับซุปตาร์ไหม” จิราภาขยับเข้ามาใกล้เพื่อนอีกนิด กะไว้ว่าจะต้องตะล่อมให้เพื่อนรับปากให้ได้ 

พิมพิกาทำหน้าครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนพยักหน้าช้าๆ 

“รู้จักนะ ก็เคยเห็นผ่านตามาบ้าง ทำไมหรือ” จำได้ว่าเคยเปิดโทรทัศน์แล้วเจอรายการนี้เข้าพอดี จิราภาคงเปิดทิ้งเอาไว้เพราะเจ้าตัวก็ทำเบื้องหลังรายการนี้ด้วย จำได้ว่าซื้อลิขสิทธิ์รายการมาจากเกาหลีใต้ แต่รายละเอียดของรายการนั้นเธอไม่รู้ แต่เท่าที่ดู เหมือนเรียลลิตี้เกาะติดชีวิตดาราอะไรพวกนั้นมากกว่า 

“เอาอย่างนี้นะ ฉันจะบอกรายละเอียดคร่าวๆ ก่อน คือรายการนี้น่ะ เราจะให้ผู้หญิงคนหนึ่งมาเป็นแฟนกับซุปตาร์ที่เราไปติดต่อเอาไว้เป็นระยะเวลาหนึ่งเดือน โดยคนที่ร่วมรายการกับดาราคนนั้นจะต้องอยู่ร่วมบ้านเดียวกันตลอดหนึ่งเดือนเต็ม คือพูดง่ายๆ ก็คือเหมือนเป็นแฟนกันจริงๆ ที่อาศัยอยู่ด้วยกันน่ะ” จิราภาหยุดพูดเพื่อดูปฏิกิริยาของคนฟัง 

“แล้ว?” พิมพิกาวางจานสี และพู่กันลงบนโต๊ะ ยกมือขึ้นมาเท้าคางไว้เพื่อรอฟัง 

“ทีนี้ คนที่เราเคยติดต่อเอาไว้น่ะ จู่ๆ ก็มาบอกว่าร่วมเล่นด้วยไม่ได้แล้วเพราะแฟนไม่อนุญาต และที่สำคัญนะ เพิ่งจะมาบอกทีมงานเมื่อเช้านี้ พวกฉันนี่วิ่งกันพล่านเลยละแก เพราะมันต้องเตรียมตัวถ่ายแล้ว” คนพูดทำท่ากุมศีรษะก่อนจะเอื้อมมาคว้ามือของเพื่อนไปกุมเอาไว้แน่น 

“แล้วจู่ๆ ใบหน้าสวยๆ ของแกก็ลอยเข้ามาในห้วงความคิดของฉัน พิม! แกต้องช่วยฉันนะ ถ้าแกไม่ช่วยฉันครั้งนี้ฉันตกงานแน่นอน นะพิมนะ เพื่อนขอร้อง นี่ฉันอุตส่าห์ขอกับทีมงานเพิ่มให้แกวันละห้าร้อยเชียวนะ ปกติเขาให้แค่สามพัน” 

พิมพิกาเบิกตากว้าง กำลังจะอ้าปากปฏิเสธแต่ก็ไม่ทันอีกฝ่าย 

“ถ้าแกไม่ช่วยฉันครั้งนี้ ฉันคงต้องเตรียมตัวหางานใหม่แน่นอนเลย งานสมัยนี้ก็หายาก ดีไม่ดี ฉันอาจจะต้องเก็บของกลับไปอยู่บ้านนอกกับพ่อแม่ เถอะนะพิม ฉันมองหาใครไม่เจอแล้วจริงๆ แค่เดือนเดียวเท่านั้น หมดเดือนปุ๊บ เงินแสนลอยเข้ากระเป๋าแกทันทีเลย นะพิมนะ เสร็จงานนี้แล้วฉันจะไม่รบกวนแกอีกเลย” ถ้าไม่จำเป็น... จิราภาต่อประโยคในใจ ในขณะที่พิมพิกาถอนหายใจแผ่ว 

“ใครคือดารารับเชิญล่ะจิ๊บ” พอได้ยินคำถามจากเพื่อน จิราภาก็รีบตอบทันที 

“พี่ไตรสุดหล่อของฉันเองแหละ” ตอบเสร็จก็กรี๊ดออกมาเบาๆ พิมพิกาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย 

“ไตร? ใครวะ” ปกติแล้วเธอชอบฟังเพลง ฟังได้ทุกแนวแต่ไม่เคยจำว่าเพลงนี้ใครเป็นคนร้อง หรือเป็นเพลงของวงไหน 

“อะไรกัน แกไปอยู่ที่ไหนมาเนี่ยถึงไม่รู้จักไตร นักร้องนำวง Tint ออกจะดัง คนกรี๊ดกันทั่วบ้านทั่วเมือง” จิราภาจิกตาใส่เพื่อนอย่างไม่จริงจังนัก นี่ถ้าบอกเพื่อนที่ทำงานว่าพิมพิกาคือเพื่อนสนิท รับรองเลยว่าจะต้องมีคนไม่เชื่ออย่างแน่นอน 

มีอย่างที่ไหน เธอทำงานในวงการบันเทิงแท้ๆ แต่พิมพิกากลับไม่เคยสนใจดารานักร้องเลย หากเป็นคนอื่นอาจจะขอร้องให้เธอขอลายเซ็นดาราที่ชื่นชอบให้ หรืออาจจะขอมาดูการถ่ายทำรายการต่างๆ ซึ่งความจริงแล้วก็คืออยากมาเห็นดาราที่ตนชื่นชอบนั่นเอง แต่พิมพิกานั้น นอกจากไม่เคยเอ่ยปากแล้ว ดาราคนไหนชื่ออะไรบ้าง เจ้าตัวยังไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ 

“ถ้าฟังเพลงอาจจะจำได้ แต่นักร้องชื่ออะไร หรือหน้าตาเป็นอย่างไร ฉันไม่รู้ โอเคป่ะ แล้วนี่ฉันต้องทำอะไรบ้างล่ะ” 

“พรุ่งนี้แกก็ออกจากบ้านไปพร้อมฉันเลย เพราะมันต้องมีการถ่ายภาพนิ่งกันก่อนน่ะ แล้วก็ต้องพาแกไปทำความรู้จักกับทีมงานด้วย อีกอย่างนะ แกจะได้ทำความรู้จักคุ้นเคยกับพี่ไตรด้วยเลยไง ไหนๆ ก็จะต้องอยู่ร่วมบ้านกันตั้งหนึ่งเดือน โอ๊ย! แค่คิดก็ฟินแล้ว” จิราภาทำตาชวนฝัน จนคนมองได้แต่ส่ายหน้าไปมา 

“เป็นเอามากนะแกเนี่ย” พิมพิกายิ้มบางๆ เพื่อนสาวคนนี้มักชอบมาพร่ำพรรณนาความหล่อของดารานักร้องให้ฟังเสมอๆ ซึ่งเธอก็ได้แต่รับฟังเท่านั้นเพราะไม่รู้ว่าใครเป็นใครบ้าง สมัยนี้ดารานักร้องหน้าใหม่มีเยอะเสียจนจำกันไม่หวาดไม่ไหว ส่วนใหญ่เธอจึงมักจำได้แต่ดารารุ่นเก่าที่ฝากฝีไม้ลายมือไว้เป็นสิบๆ ปีแล้วมากกว่า 

“เอ๊า! ก็เขาเป็นถึงซุปตาร์เชียวนะแก ฉันน่ะอิจฉาแกจะตายที่จะได้เป็นแฟนเขาตั้งเดือนหนึ่งแน่ะ” 

“เป็นซุปตาร์แล้วไง มีสี่ขาหกตาหรือ ถึงได้แปลกประหลาดกว่าชาวบ้านเขา” เธออดยอกย้อนใส่เพื่อนไม่ได้ 

“จะบ้ารึ! พี่เขาไม่ใช่แมวนะจะได้มีสี่ขา แต่เขาหล่อมากกกก ต่างหากล่ะยะ” คนพูดทำเสียงลากยาวให้รู้ว่าความหล่อเหลาของชายหนุ่มที่กำลังเอ่ยถึงนั้นคือของจริง ไม่ได้พูดจาเกินเลยเพราะความหลงใหลได้ปลื้มแต่ประการใด 

“โอ๊ะ! จริงสินะ สำหรับแก คนหล่อระดับท็อปก็เคยควงมาแล้วนี่นา ภูมิคุ้มกันถึงได้แน่นหนาอย่างนี้” จิราภาไม่วายจิกตาใส่เพื่อนอีกครั้ง พลางสะบัดหน้าไปทางอื่น 

“เรื่องนานเป็นชาติแล้ว แกยังจำได้อีกหรือ” 

พิมพิกาคลี่ยิ้มพลางส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ คร้านจะต่อปากต่อคำกะเพื่อนต่อเพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีเจตนากระแนะกระแหน หรือประชดประชัน อีกทั้งเรื่องส่วนตัวของเธอนั้น จิราภาก็เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่รู้ดีที่สุด 

 

**************************************** 

เรื่องนี้จะอัพสลับกันกับ "พันธนาการร้อยรัก" นะคะ อัปสองหนุ่มพี่น้องพร้อมกันเลย  

นางเอกของเรา เป็นศิลปินวาดภาพสีน้ำประกอบหนังสือค่ะ อารมณ์ติสท์ๆ อึนๆ เล็กน้อย ในขณะที่อิพีไตรก็ปลาไหลเรียกพ่อ มาคอยลุ้นไปด้วยกันนะคะว่าน้องพิม จะรอดเงื้อมมือหมาป่าเจ้าเล่ห์อย่างดิพี่ไตรไปได้หรือเปล่า 

 

ความคิดเห็น