นิยา เบรานี่

มาอัพทุกวันจ้า รอติดตามกันได้เลยนะคะ ฮิฮิ

ชื่อตอน : ตอนที่ 20

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.7k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มี.ค. 2563 23:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20
แบบอักษร

         วิบูลย์โทรแจ้งเมื่อสองวันก่อนว่า ภาคินัยอยากจะเจอเธอ จึงขอให้เธอช่วยเข้าบริษัทหน่อย แต่พิมณารากลับอ้างว่า 

         ‘งานยุ่งมากเลยค่ะหัวหน้า ทิ้งไม่ได้เลย แล้วอีกไม่กี่วันพายุฝนก็จะเข้า พิมอยากจะเทปูนในสนามให้เสร็จเสียก่อน กลัวว่ามันจะแห้งไม่ทันค่ะ พานจะได้ส่งงานล่าช้า คราวนี้เขาอาจจะฟาดงวงฟาดงาใส่อีก’ 

         วิบูลย์เข้าใจจึงช่วยบอกให้ ซึ่งพิมณาราก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะอีกฝ่ายไม่ได้โทรมาหาเธออีก 

         เธอทำงานตามปกติ โดยมีลูกชายติดสอยห้อยตามมาด้วย พฤกษ์ชอบบ้านของเจ้าสัวธนามากทีเดียว  

         “โอ้โห ใหญ่โตมากยังกับพิพิธภัณฑ์แน่ะฮะ” นั่นคือคำวิจารณ์ของเด็กชายในนาทีแรกที่ได้เห็นบ้านหลังนี้ชัดๆ นำพาเสียงหัวเราะมาให้คนงานและผู้ร่วมงานของเธอกันถ้วนหน้า 

         “คนอื่นเขามีแต่จะเปรียบเทียบว่าคฤหาสน์ราชวัง แต่ลูกชายคุณพิมกลับเปรียบเทียบกับพิพิธภัณฑ์ แปลกดี” 

         พิมณาราหัวเราะอายๆ  

         “คือพิมชอบพาไปที่พิพิธภัณฑ์ค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นตึกหรือบ้านหลังใหญ่ๆ แล้วมีสวนกว้างๆ แบบนี้ เห็นที พิมจะต้องพาแกไปที่พระราชวังบ้างแล้ว” 

         ชายคนนั้นหัวเราะตาม 

         “แกอาจจะเปรียบเทียบเหมือนเดิมก็ได้ครับ เด็กเขาไร้เดียงสา แต่ระวังนะครับ ถ้าไปราชวังแล้วเจอวัด ทีหลังแกอาจจะเรียกวัดว่าพระราชวังอีก” 

         พิมณาราหัวเราะอีกครั้ง เห็นท่าว่าจะจริง ช่วงนี้พฤกษ์กำลังอยู่ในช่วงจดจำ และช่างสงสัยอยู่ด้วย 

         “ถ้าแกสร้างความรำคาญหรือทำอะไรให้ไม่พอใจ พิมต้องขอโทษล่วงหน้าด้วยนะคะ” 

         เธอออกปากตั้งไว้ก่อน ด้วยความเกรงใจ เกรงว่าจะรบกวน แต่ก็ไม่มีใครว่าอะไร ติดที่จะเอ็นดูลูกชายของเธอด้วยซ้ำไป 

         “พฤกษ์เล่นตรงนี้นะลูก อย่าไปไหน” พิมณาราสั่งเด็กชาย ซึ่งขณะนี้กำลังสนุกอยู่กับการเล่นตักทรายที่ต้องใช้เพื่อสร้างศาลา ทว่าขั้นตอนการรื้อถอนยังไม่เสร็จสิ้น ทรายกองนี้จึงยังไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ อีกทั้งต้นส้มเสี้ยวป่าก็แผ่กิ่งก้านทำร่มเงาให้เป็นอย่างดี คิดว่าเหมาะสำหรับการนั่งเล่นของเด็กชายเป็นที่สุด 

         “แม่จะไปทำงานทางด้านโน้นนะครับ” เธอชี้ไปอีกฝั่งที่คนงานกำลังทำงานกันอยู่ พฤกษ์มองตามแล้วก็พยักหน้า ไม่ได้งอแงตามติดเธอดังที่ให้สัญญาเอาไว้ทุกประการ 

         “ถ้ามีอะไร ให้เดินไปบอกแม่ที่ตรงนั้นนะครับ แต่ถ้ามันไม่สำคัญ ก็อย่าเข้าไปกวนแม่ จนกว่าจะเรียกหา โอเคไหมครับ” 

         “ฮะแม่” เด็กชายตอบเสียงดังฟังชัด พิมณารายิ้มให้ ยีหัวเด็กชายด้วยความเอ็นดูและปิดท้ายด้วยการจุมพิตลงที่กลางกระหม่อม แล้วผละไปทำงาน  

         ในระหว่างทำงาน เธอมองกลับมายังร่างเล็กๆ อยู่เป็นระยะๆ เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กชายเชื่อฟังคำสั่งของเธอ ซึ่งพฤกษ์ก็ไม่ได้ทำให้เธอผิดหวังเลยแม้แต่น้อย เด็กชายนั่งเล่นคนเดียวได้ ไม่งอแงเลย 

         พิมณาราคลายความกังวล ทำงานของตนเองต่อไป จนกระทั่งเกือบใกล้เวลาพักเที่ยง เธอได้ยินเสียงรถของใครคนหนึ่งเเล่นเข้ามาในบ้าน 

ความคิดเห็น