tukkatamii
Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หมอครับ...ผมป่วย(ไข้ใจ)

ชื่อตอน : หมอครับ...ผมป่วย(ไข้ใจ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 17 เม.ย. 2563 16:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หมอครับ...ผมป่วย(ไข้ใจ)
แบบอักษร

หมอครับ...ผมป่วย (ไข้ใจ)

 

เพราะไม่ได้เป็นอะไรมาก เตธวัชเลยได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลในวันถัดมา ผมซึ่งเป็นคนอาสาจะดูแลมันเอง เลยต้องพามาอยู่ด้วยที่คอนโดผมเพราะมันใกล้ที่ทำงานผมมากกว่าในระหว่างที่หมวดมันได้รับอนุญาตให้ลาพักต่อได้ในช่วงที่แผลยังปิดไม่สนิท โดยมีหมวดวัตกับทีมเข้ามารับช่วงคดีของศิริลักษณ์ต่ออย่างเป็นทางการ

แม้ว่าอันที่จริงการสืบคดีฆ่าหั่นศพศิริลักษณ์จะได้หลักฐานมาพอสมควรแล้วก็เถอะ แต่ก็ไม่ได้ชัดเจนมากพอจะมัดตัวใครได้ เอาที่ถูกต้องเลยนะ. คือ ยังไม่มีผู้ต้องสงสัยด้วยซ้ำเถอะ!

แต่ไม่รู้เพราะความผิดชอบชั่วดี หรือ ความประสาทหลอนของนายทรงยศ ทันทีที่ถูกจับเข้าห้องสอบสวนคำพูกทุกอย่างก็พรั่งพรูออกมาเหมือนเขื่อนแตก ราวกับว่าเจ้าตัวต้องเก็บงำเรื่องนี้ไว้จนเกิดความกดดัน จากที่จะถูกสอบเรื่องที่ทำร้ายเจ้าพนักงาน กลายเป็นว่าสารภาพเรื่องทุกอย่างออกมาจนหมด มันเป็นเวรกรรมของเขา ผิดชอบชั่วดีใต้สำนึกของเขาก็ยังคงระลึกถึงอยู่ เพราะงั้น ไม่แปลกหรอกที่นายทรงยศจะระเบิดความอัดอั้นทั้งหมดออกมา

 

จากที่จ่าสนกับหมวดเจเล่าให้ฟัง เรื่องมันเริ่มจากที่นพพลดันไปเจอการทุจริตของนายทรงยศ ที่ลักลอบขนสินค้าของโรงงานออกไปขาย โดยการปลอบแปลงเอกสารการผลิต พอนายนพพลรู้เรื่องเข้าก็ขู่จะเอาเรื่องไปแจ้งผู้ใหญ่ทำให้นายทรงยศเริ่มร้อนรน เพราะมูลค่าความเสียหายที่ตัวเองก่อค่อนข้างสูง ดังนั้น เจ้าตัวเลยเอาเรื่องไปพูดคุยกับเพื่อนร่วมขบวนการ ซึ่งก็บังเอิญคือ. นายถวิล ผู้ดูแลหอพักที่นายนพพลอาศัยอยู่ หรือจะเรียกให้ถูกก็คือ เจ้าของนั้นเอง. ทั้งถวิลและทรงยศออกอุบายเรียกนายนพพลมาเพื่อเจรจา คิดว่าอย่างน้อยถ้าหนุ่มรุ่นน้องยอมเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ทั้งสองก็จะยอมแบ่งรายได้บางส่วนให้นายนพพลด้วย แต่ผิดคลาดเพราะนพพลไม่ยอมรับการทุจริต แผนจึงเปลี่ยนเป็นฆ่าปิดปาก แต่เพราะไม่ได้ตั้งใจตั้งแต่แรกที่จะฆ่า. เลยทำให้ทั้งสองคนไม่ได้ปิดบังอำพรางศพของนายนพพลแต่อย่างไร อีกทั้งยังเห็นว่า ที่ดินแปลงนั้นเป็นของนายถวิลแถมอยู่ค่อนข้างลึกจึงคิดว่าไม่หน้าจะมีใครเข้ามาพบศพได้เลยตัดสิ้นใจหนีออกมากันทั้งอย่างนั้น

“แล้วเรื่องที่ฆ่าศิริลักษณ์ล่ะ” ผมถามหมวดเจขึ้นมาเมื่อไม่เห็นว่าอีกฝ่ายจะเล่าถึงผู้ตายอีกคน

“ไม่มี” เจธนินส่ายหน้า

“นายทรงยศบอกไม่ได้รู้เห็นการตายของศิริลักษณ์เลย จนกระทั่งว่ามีข่าวลือในโรงงานนั้นแหละว่า เจอหัวของแฟนนายนพพลในห้อง”

“เอ๊ะ”

“เดิมที่ผมคิดว่าอาจจะเป็นฝีมือนายถวิลที่ต้องการปิดปากโบว์อีกคน ด้วยความทีานายทรงยศซัดทอดนายถวิลเราเลยต้องไปพานายถวิลมาสอบปากคำเพิ่มเติม แต่เหมือนเดิม นายถวิลปฏิเสธการรู้เห็นการตายของศิริลักษณ์เช่นเดียวกัน แต่รับสารภาพเรื่องที่ร่วมกันฆ่านายนพจริง” เอาล่ะสิ จากที่คิดว่าง่าย ไม่ง่ายแล้ว

“เป็นไปได้มั้ยว่า ที่ศิริลักษณ์ถูกฆาตกรรมไม่ได้เกี่ยวกับไรกับที่นายนพถูกฆ่า”

“เป็นไปได้มาเลยล่ะ จากรูปการณ์ที่เราได้จากการชันสูตร โบว์ถูกทำร้ายร่างกายก่อนเสียชีวิต แม้ไม่รุนแรงจนเป็นสาเหตุการตาย แต่ลักษณะการลงมือก็ต่างกันอยู่แล้ว”

“จริง”

“ถ้าเป็นฝีมือของคนใดคนหนึ่งในสองคนนั้น ตอนที่ลงมือกับนายนพก็ควรมีการอำพรางศพบ้าง แต่กลับปล่อยทิ้งไว้โต้งๆแบบนั้นเลย ทั้งๆที่สถานที่เอื่อขนาดนั้น”

“แต่กับฝ่ายหญิง ดันจัดการศพและกลบเกลื่อนร่องรอยซะเรียบร้อย เอาศพไปทิ้งไปทั่ว ถึงจะทิ้งส่วนหัวไว้ในห้องก็เถอะ ถ้าเราลองคิดเล่นๆว่าเป็นฝีมือนายถวิล เขาจะทิ้งหลักฐานเอาไว้ให้อยู่ใกล้ตัวด้วยเหรอ”

“ก็จริงนะครับ. อย่างวันที่เราไปตรวจค้นที่ห้องพักนายนพ วันนั้นนายถวิลก็ดูไม่มีท่าทีตื่นกลัวอะไร ถึงจะมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ทิ้งหลักฐานที่เกี่ยวกับนายนพไว้ ยังไงก็ต้องคิดได้มั้งว่าในห้องมีหัวของศิริลักษณ์ซุกอยู่แต่นี่หมอนั้นทำอย่างกับไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีหัวของผู้หญิงคนนั้นอยู่ในห้อง”

เป็นอันว่าเราสี่คนต้องมานั่งวิเคราะห์คดีของศิริลักษณ์ต่ออีก

“แล้วตำรวจได้ส่วนสยถวิลเพื่อตรวจดีเอ็นเอเทียบกับอสุจิที่พบในช่องคลอดของศิริลักษณ์ หรือยังครับ”

“ส่งเมื่อเข้าครับ เวรหมอบีอยู่ ผมฝากพี่จิมแกอยู่แลปให้ เมื่อเช้าแกยังแขวะผมอยู่เลยว่า หมอชินหมวดเตไม่อยู่ก็ยังอุตส่าห์ส่งผมไปกดดันแกแทน” หมวดเจเล่ายิ้มๆถุงความขี้บ่นของพี่จิม ที่เป็นที่เลื่องลือด้านการบ่น แต่เรื่องงานแก เนี๊ยบไม่มีที่ติ

“เย็นๆน่าจะรู้ผลมั้ง” ผมออกความเห็น

“เอ้อ ไอ้เต มึงจำที่เราเก็บโทรศัพท์มือถือได้จากในห้องของนายนพได้มั้ยวะ” หมวดเจหันไปหาเพื่อนที่กำลังทานอาหารอยู่ที่โต๊ะทานข้าวในครัว

“จำได้”

“ฝ่ายไอทีเปิดเข้าไปดูได้แล้วนะ ปรากฎว่า ศิริลักษณ์ยังไม่ได้บอกนายนพว่าตัวเองท้อง และกำลังจะบอก แต่ติดต่อนายนพไม่ได้ ไม่ว่าจะทั้งโทรหรือไลน์”

“เป็นไปได้มั้ยว่า หลังจากที่ติดต่อคนรักไม่ได้ ศิริลักษณ์เลยมาที่ห้องของนายนพ แต่ก็ไม่เจอใคร นอกจากคนร้าย”

“แบบนั้นคนร้ายก็ต้องเป็นคนใกล้ตัวของทั้งคู่น่ะสิ ถึงจะเข้านอกออกในห้องเขาได้”

“เดี๋ยวนะ” ไอ้หมวดที่นั่งกินข้าวอยู่ทำท่าเหมือนจะคิดอะไรออก

“อะไร”

“ลองคิดตามนะ ถ้าสมมุติเราอยู่ในหอพักแบบนั้น แล้วข้างๆห้องเรามีการสับกระดูกหมูเราจะไม่ได้ยินเลยหรอ ในเมื่อการแยกชิ้นส่วนคนมันไม่ได้มีแค่การหั่นเนื้อนะ มันมีส่วนที่เป็นกระดูกด้วย”

“เลื่อย” ผมบอก

“รอยตัดที่กระดูกจากการชันสูตรเป็นรอยเลื่อน ไม่ใช่รอยฟัน”

“อีกอย่างช่วงที่เกิดเหตุ เป็นช่วงที่โรงงานเร่งการผลิตเลยทำให้มีโอทีเยอะ ที่หอเลยไม่ค่อยมีคน”

“นั่นแหละที่จะบอก คนที่จะรู้ว่าช่วงนั้นไม่ค่อยมีคนอยู่ ถ้าไม่ใช่คนในหอ ก็ต้องเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับคนในห้อง หรือก็คือคนใกล้ชิด ที่พอจะรู้ความเคลื่อนไหวว่าช่วงนั้นไม่ค่อยมีคนอยู่หอ และต้องรู้ด้วยว่าข้างห้องทั้งสองทางของนายนพ ไม่อยู่แน่ๆในช่วงที่ลงมือ” ก็จริงของมัน

“แล้วเพื่อนบ้านนายนพทำงานโรงงานเดียวกันมั้ย”

“ทำครับ ทำทีเดียวกันกะเดียวกันด้วยครับ”

“ถ้าจะมีใครที่รู้แน่ๆว่าจะไม่มีคนอยู่ในช่วงเวลานั้น ก็ต้องเป็นคนที่รู้ตารางการเข้ากะของคนเหล่านี้” อืม แค่คิดตามก็งานหินแล้ว

 

เจธนินกับลูกน้องอาศัยการเยี่ยมหมวดเตที่ห้องผมเป็นการอู้งานอย่างมีประสิทธิภาพ ลามไปจนการตั้งเตาหมูกระทะที่ห้องผมเสียอย่างนั้น

“หมอปีย์ก็เอากับเขาด้วยเหรอ” ผมถามปีย์วราที่หอบหิ้วเอาบรรดาเครื่องดื่มมาห้องผมหลายชนิด ไหนจะไอ้ดลเพื่อนรักที่ขนกับแกล้มมาเสริม เพิ่มเติมจากเมนูหมูกระทะที่พวกหมวดเจสรรหามา ซึ่งงานนี้คนเจ็บได้แต่นั่งมองเพราะผมห้ามไม่ให้แตะแอลกอฮอล์เด็ดขาด ซึ่งเจ้าตัวมันก็ยอมเชื่อฟังแต่โดยดี ตามคำที่หมวดเจว่าให้ เชื่องเป็นหมา

“หมวดเจ” ผมที่เริ่มอิ่มเรียกแขกที่โดดงานมาเบาๆ

“ครับ”

“หมวดจีบหมอปีย์เหรอ” ตรงๆแบบแหกโคล้งลงเหวไปเลย

“แค๊กๆๆๆ” ซึ่งทำให้คู่กรณีของหมวดเจถึงกับสำลักเบียร์

“โห บทมึงจะเสือก มึงก็ตรงเกินไปนะชิน” เสียงไอ้ดลมันว่าข้ามโต๊ะมา ตอนนี้ทุกสายตาหันขวับไปมองคนที่ตกเป็นประเด็นทั้งคู่

“เปล่าครับ” หมวดเจมันพูดขึ้นหลังจากยกแก้วขึ้นดื่มอักๆจนหมดแก้ว ในขณะที่ปีย์วราหันไปมองหน้าคนพูดด้วยสีหน้าแววตาที่ดูจะผิดหวัง

“ได้กันแล้วไม่จำเป็นต้องจีบ”

พรวด!!!

ไอ้ประโยคต่อมานี่สิทำผมที่กำลังยกดื่มบ้างถึงกับน้ำพุ่งออกปากออกจมูก

“ไม่ได้เป็นแฟนด้วย นี่ เมีย ผม” ยัง มันยังไม่หยุด

“แคกๆๆๆ อึ้มๆๆ” เมีย เอ้ย หมอปีย์ที่นั่งอยู่ข้างๆก็ถึงกับไอหน้าดำหน้าแดง หูเหอ แดงเถือกไปหมด

“หมวด” หมอปีย์หันไปทำหน้าดุๆใส่อีกคน แต่ไอ้สีหน้าแบบนั้นคิดว่าเจธนินมันจะกลัวมั้ยล่ะ

“เอ้าหมอ ก็ผมพูดความจริง” หมวดเจมันยังไม่วายไปแหย่หมอปีย์เพิ่ม

“อะไรวะ ทำไมมึงเร็วกว่ากู” เสียงไอ้แมวยักษ์ข้างผมเริ่มโอดครวญ

“ก็มึงมันช้า!!” ทุกคนใจเย็นนะครับ ไม่ต้องประสานเสียงขนาดนั้นก็ได้

“หมอดลก็เอากับเขาด้วยหรอครับ” เตธวัชหันไปถามเพื่อนผมที่เป็นหนึ่งในผู้ประสานเสียง

“เออดิ นี่รู้ไรมั้ย ตั้งแต่รู้จักกันมาผมก็เห็นหมวดวอแวอยู่กับเพื่อนผม ถ้าเป็นคนอื่นลูกสามไปแล้ว”

“ก็หมอชินไม่ยอมใจอ่อน” ไอ้แมวยักษ์ของผมทำเสียงอ๋อยหูลู่หางตกขึ้นมาทันตา

“หมวดเอ้ย” ไอ้ดลมันทำเสียงเวทนา

“โง่!!” ก่อนจะด่ากระแทกเข้าให้

“หึๆๆๆ” ส่วนผมน่ะหรือ ก็นั่งหัวเราะอย่างพอใจอยู่นี่ไง

ใช่ จริงอย่างภราดลว่า เตธวัชนายมันโง่!!

“แต่กูยังคาใจเรื่องไอ้ปีย์กับหมวดเจอยู่นะ” ผมเปลี่ยนเริ่มทันทีที่หันไปเห็นแววตาละห้อยของคนข้างๆ ปล่อยให้โง่แบบนี่ต่อไปอีกสักพักล่ะกัน

“โธ่ พี่ ปล่อยผมไปเถอะ” ปีย์วราโอดกลับมา เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคน ไม่เว้นแม้แต่แมวหงอยของผม

“ว่าแต่ ทำไมมึงใจง่ายจังวะปีย์ มึงอยู่อย่างไอ้ชิน หมวดเตเทียวไล่เทียวขื่ออยู่ตั้งกี่ปียังไม่ได้แอ้ม ทุกวันนี้คือยังไม่มีโอกาสได้แดกเพื่อนกูเลย แต่นี้สิไวเกิ้น ไปสปาร์คกันตอนไหนวะ ทำไมกูไม่รู้เรื่อง” ภราดลมันทำหน้าที่ซักฟอกลูกรักของมัน

“โหย...หมอดลครับ เอาอย่างนี้เลยนะครับ” จ่าสนที่นั่งเงียบมานานแซวขึ้น

“แน่นอนจ่า”

“พี่ดลพอเถ๊อะ”

“ไม่เว้ย พอดีกูอยากใส่ใจ”

“หมอจะเห็นได้ไง วันๆอยู่แต่ในห้องผ่าตัด” หมวดเจมันว่า

“แล้วไง ปกติมึงต้องไปนิติเวชไม่ใช่หรอ แล้ว แล้วแวะทำไรที่อายุรกรรม ฮึ ว่ามาสิ”

“แวะหาหมอไง”

“มึงป่วยหรอหมวด”

“ป่วยเป็นไข้ใจ เลยต้องแวะรับยา”

“ถึงว่า มึงแวะรับยาทีไร หมอเวรกูปากเจ่อทุกที” ไอ้ดลมันยังไม่เลิกแซว แถมยังเมินอาการอายจนจะมุดโต๊ะของน้องรักมัน

“มันก็ต้องมีบ้างสิหมอ แรงใจรายวันเคยได้ยินมั้ย”

“โอ้ย มันคุ้นเลยล่ะ รู้จักเป็นอย่างดี” ผมเป็นฝ่ายเล่นมันบ้าง

“ยังไงหรอครับ” แก๊งค์ตำรวจทำหน้างง

“ก็มันไปขอแรงใจรายวันแถวๆห้องยาทุกวันอ่ะดิ” ผมว่า

“หืมมมม ห้องยามีไรดีๆหรือครับหมอดล”

“มีเภสัชที่ชื่อ ธีธัช ไง”

“ไอ้ชิน มึงนะมึง”

“แดกน้องกูมาเป็นปีๆ กูพูดผิดตรงไหน” ผมลอยหน้าลอยตาบอกมัน

“ไอ้เต” ภราดลมันหันไปเรียกคนข้างผมแทน

“ครับหมอ”

“หายเมื่อไหร่ มึงรีบจับมันแดกเลยนะ กูหมั่นไส้” ไอ้ดลมันทำท่าฮึดฮัดใส่ผม

“ไอ้น้องเขย มึงกล้าหือกับกูหรอวะ ฮ่าๆๆๆ”

“พอเถอะครับ ผมอิจฉา” แมวยักษ์หน้ายู่โอดมาบ้าง

“คนอื่นอ่ะ มีแฟนหมดแล้ว ผมเนี่ยยังไม่ถึงไหนเลย” กล้าพูด ไม่ถึงไหน เสร็จไปกี่น้ำแล้วไม่คิดจะนับเลยเนาะ

“แหมมมม หมวดเต แน่ใจเหรอครับว่าไม่ถึงไหน แล้วรอยที่คอเพื่อนผมอ่ะ ยุงกัดหรือครับ”

“ไอ้สัสดล!!!” ผมอดที่จะด่ามันไม่ได้

“มึงไม่ต้องมาด่ากลบเกลื่อน เล่นกูก่อนเองน่ะมึงอ่ะ” ไอ้ดลมันว่าเป็นการเอาคืนผม

“ยุงไม่ได้กัด แต่ผมนี่แหละดูด” แล้วก็เป็นไอ้เตที่ปิดจ๊อบ ไอ้ห่าแล้วจะไปบอกเขาทำหอกอะไรของมึง

“!!!”

 

 

 

 

ไรท์ // ขิงข่าไรกันอ่ะ โธ่เอ้ย เตทาว๊าดดดด แค่นี้ทำคุย แล้วสรุป หมอปีย์กับหมวดเจไปได้กันตอนไหน คลุ้นคลิสสสส

 

อย่าถามหามาม่า ตั้งแต่เขาตุนอาหารเพราะวิกฤตโควิด มาม่าก็เริ่มหดหายไปจากตลาด และไม่นิยมซดมาม่าด้วย จริงๆนะ (มั้ง)

 

แจกันตอนหน้า เยิฟๆจ้า

 

 

ความคิดเห็น