KookiRio
email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4: เรียกให้ถูก

ชื่อตอน : บทที่ 4: เรียกให้ถูก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 9

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2563 00:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4: เรียกให้ถูก
แบบอักษร

"แต่ว่าคุณมาเดินเล่นแถวนี้มันจะดีเหรอคะ ฉันแนะนำให้รีบกลับคฤหาสน์ไปน่าจะดีกว่านะคะ"

เฮเลน่าพูดกล่าวบอกกับอีกฝ่ายอย่างสุภาพหลังจากที่ชุดของอีกฝ่ายนั้นแห้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้เด็กชายหันมาจ้องมองเธอด้วยความสงสัย

"ทำไมอย่างงั้นเหรอ?"

ถึงมันจะเป็นเรื่องจริงที่ว่าถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้ามาในบริเวณนี้ก็ตามที

"เดี๋ยวก็โดนดุเอาหรอกนะคะ ฉันได้ยินผ่านๆหูมานิดหน่อยว่าท่านพ่อของคุณเป็นคนที่ค่อนข้างจะเข้มงวดเอามากๆ"

เนื่องจากว่าเธอสังเกตสีหน้าของอีกฝ่ายอยู่ตลอด ทำให้เห็นว่าคิ้วของอีกฝ่ายกระตุกขึ้นมานิดหน่อยด้วยระหว่างที่เธอพูด นอกจากเรื่องที่ว่าท่านดยุคเจ้าของคฤหาสน์เป็นคนเข้มงวดแล้ว ยังมีเรื่องที่ว่าการที่เธอไม่ได้พบหน้าผู้ให้กำเนิดและพี่น้องของตนเลยนั้นก็มาจากการที่โดนสั่งห้ามเอาไว้ด้วยเช่นกัน

"ก็ใช่... แล้วมันทำไมงั้นเหรอ"

คำพูดที่ออกมาจากปากของเด็กชายนั้นทำให้เธอชะงักไปชั่วครู่ เมื่อเห็นดังนั้นเขาก็เริ่มพูดอธิบายเกี่ยวกับคำพูดที่ตนพูดออกมาเมื่อกี้นี้ในทันที

"ก็ไม่รู้หรอกนะว่าเธอน่ะรู้เรื่องที่พวกผมถูกสั่งห้ามไม่ให้มาที่คฤหาสน์ทางใต้ได้ยังไง แต่ว่านะ คุณพ่อน่ะบอกแค่ว่าห้ามมาที่คฤหาสน์ ไม่ได้บอกซักหน่อยนี่นาว่าห้ามมาเล่น พูด หรือสนิทสนมกับเธอน่ะ"

พอได้ยินสิ่งที่หลุดออกมาจากปากของอีกฝ่ายก็เล่นทำให้เธอค้างไปเลยที่ เด็กชายจึงค่อยๆลุกขึ้นยืน แล้วเดินมาหยุดอยู่ที่ตรงหน้าของเด็กสาว

เพี๊ยะ

เสียงปลายนิ้วของอีกฝ่ายกระทบเข้ากับที่กลางหน้าผากของเธอจนเกิดเสียงเล็กๆขึ้นมา เธอใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้จับร่มอยู่ยกขึ้นมาลูบที่หน้าของตนบริเวณที่โดนพร้อมๆกับที่เงยหน้ามองอีกฝ่ายด้วยความงุนงง

"แล้วก็ ไม่ใช่ท่านพ่อของผม แต่เป็นคุณพ่อของพวกเราต่างหาก อีกเรื่องหนึ่ง..."

เมื่อเห็นอีกฝ่ายยกมือขึ้นมาอีกรอบเหมือนกับจะดีดหน้าผากเธออีกครั้ง เธอจึงก้มหน้าลงเพื่อหลบตามสัญชาตญาณ ก็สำหรับเธอมันเจ็บมากเลยนี่นา

แปะ

ฝ่ามือเล็กๆของเด็กชายได้เคลื่อนขึ้นมาวางบนหัวของเด็กสาว จากนั้นก็ลูบช้าๆอย่างอ่อนโยน สร้างความสงสัยให้เธออีกครั้งจนเงยหน้าขึ้นมามองอีกหน

"ไม่ใช่คำว่าคุณ แต่เป็นคำว่าพี่เข้าใจมั้ย คราวหลังก็เรียกให้ถูกด้วยล่ะ"

ฮาเวลจ้องมองใบหน้าของเฮเลน่าด้วยรอยยิ้มอันสดใสและเป็นมิตร ทำให้ภายในใจนั้นรู้สึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาเป็นครั้งแรก

"....ค่ะ แต่เอาไว้ถึงเวลาที่เหมาะสมมากกว่าในตอนนี้ก่อน แล้วฉันถึงจะเรียกคุณแบบนั้นนะคะ"

"อ.เอ๊ะ"

เด็กสาวหลับตาแล้วเชิดหน้าพร้อมกับหันหลังหนีอีกฝ่ายไปอีกด้าน ทำให้เด็กชายเผลอเปล่งเสียงออกมาด้วยความตกใจทันทีที่มือของตนหลุดออกมา

.

.

.

.

.

"ถึงคุณจะบอกว่าไม่เป็นอะไรก็เถอะ แต่ถ้าโดนจับได้ ยังไงๆฉันก็มั่นใจนะคะว่าต้องโดนโกรธมากแน่ๆ"

พอผ่านไปได้ซักพัก ทั้งคู่ก็เริ่มเมื่อยเนื่องจากยืนนานเกินไป จึงเดินมานั่งพักที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆที่แสงแดดส่องลงมาไม่ถึง เพราะมีใบไม้มาก ทำให้เงาของมันค่อนข้างหนาทึบเป็นอย่างมาก พอนั่งพักแล้วก็รู้สึกเย็นสบายอย่างบอกไม่ถูก

"อืม................."

เด็กชายลากเสียงยาวเหมือนกับคิดอะไรบางอย่างอยู่ด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียดเต็มที่

"เงียบไว้ก็ไม่มีใครเขารู้หรอกน่า"

"....เป็นคำตอบที่มักง่ายดีนะคะ"

เธอมองอีกฝ่ายด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ราวกับว่าแอบรู้สึกแย่ที่คาดหวังว่าคำตอบของอีกฝ่ายจะออกมาดูดีมากกว่านี้เอาไว้มากเกินไป

"ช...ช่างเรื่องนั้นเถอะ เอาเป็นว่ามาเปลี่ยนเรื่องกันดีกว่า นะ"

คงไม่รู้จะแก้ตัวว่ายังไงดีเลยตั้งใจจะเปลี่ยนเรื่องงั้นสินะ เป็นคนที่มองออกง่ายกว่าที่เธอคิดเสียอีก

"ก็ได้อยู่หรอกนะคะ แต่คุณเป็นคนเริ่ม เพราะงั้นก็คิดเรื่องที่จะพูดเอาเองก็แล้วกันนะคะ"

เมื่อได้โอกาสก็โยนภาระให้อีกฝ่ายไปซะดื้อๆ เพราะถ้าให้เธอเป็นคนเล่าก็ไม่รู้จะเล่าเรื่องอะไร เธอเองนอกจากเดินเล่นรอบคฤหาสน์ทางใต้ก็ไม่มีอะไรทำเลยนี่นา ให้อีกฝ่ายที่ดูท่าจะได้ทำหรือได้เห็นอะไรหลายๆอย่างมากกว่าตนเป็นคนเล่าคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว เธอจะได้รู้อะไรต่อมิอะไรมากกว่าเดิมด้วย

"เอ๋?! อ่า .....เอาแบบนั้นก็ได้"

เด็กชายหันหน้ากลับไปมองเด็กสาวด้วยความเร็ว ไม่คิดว่าเรื่องที่ตัวเองพูดเพราะอยากเปลี่ยนเรื่องจะสร้างปัญหาให้เขาซะนี่ แถมเด็กสาวก็ยังจะมาทำหน้าเมินเฉยเชิดใส่เขาอีก ทำให้เขานั่งเงียบไปพักใหญ่เพราะคิดเรื่องที่ตนอยากพูดไม่ออกนี่สิ

ปิ๊ง

เหมือนหลอดไฟที่มีอยู่ในหัวสว่างวาบขึ้นมา ในที่สุดก็นึกออกแล้วว่าจะพูดเรื่องอะไรดี

"จะว่าไปชื่อของเธอคือเฮเลน่าใช่มั้ยนะ มัน...เอ่อ..... ค่อนข้างยาวแล้วก็เรียกยากนิดหน่อย ถ้ายังไง พอจะมีชื่อเล่นสั้นๆให้เรียกรึเปล่า"

ฮาเวลเอียงคอมองเด็กสาวด้วยความสนใจ เพราะการจะเรียกเธอด้วยชื่อเต็มๆมันก็ออกจะแปลกๆนิดหน่อยสำหรับเขา ก็มันต้องออกเสียงตั้งสามพยางค์เลยนี่นา

"ไม่มีหรอกค่ะ คนในคฤหาสน์ทางใต้ที่ฉันอาศัยอยู่ด้วยก็เรียกฉันกันแค่ว่าคุณหนูๆเท่านั้นเอง ไม่เคยเรียกชื่อเลยด้วยซ้ำ"

เฮเลน่าหันมาสบตากับอีกฝ่ายแล้วหรี่ตาลง เหมือนจะตั้งใจเขม่นเขาด้วยรึเปล่านะ

"แล้ว-ก็ ฉันไม่คิดว่าคนที่ชื่อเองก็ออกเสียงยากเหมือนกันอย่างคำว่าฮาเวลไม่น่ามีสิทธิมาว่าเรื่องชื่อของฉันหรอกนะคะ"

เด็กชายหน้าซีดนิดหน่อยเพราะน้ำเสียงของอีกฝ่ายค่อนข้างต่างจากก่อนหน้านี้ คล้ายๆว่าเสียงมันเพิ่มระดับขึ้นมา นี่หมายความโดนงอนงั้นสิ

"ถ้างั้น! ไหนๆก็ไหนๆมาคิดชื่อเล่นให้กันและกันไปเลยดีมั้ยล่ะ แบบนี้ก็คงหมดปัญหาไปอีกเรื่องแล้ว"

เด็กชายยิ้มให้เด็กสาวอย่างร่าเริง นี่มันหมายความว่าเขาดีใจสินะ ....แต่แยกไม่ออกเลยว่าเขาดีใจที่ตัวเองจะได้ตั้งชื่อเล่นให้คนอื่น หรือดีใจที่เขาเองก็จะได้ชื่อเล่นด้วยเหมือนกัน สุดท้ายความเงียบก็ปกคลุมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ยาวนานมากกว่าเดิมเพราะเป็นเรื่องที่ต้องคิดอย่างจริงจังใช่มั้ยนะ พอรู้สึกตัวอีกที บนท้องฟ้าตอนนี้ก็ถูกย้อมด้วยสีส้มไปบางส่วนแล้ว

"นึกออกแล้ว!"

เสียงของฮาเวลดังขึ้นมาทำลายความเงียบลงในพริบตา ทำเอาเฮเลน่าที่นั่งอยู่ข้างๆก็สะดุ้งตามจนเกือบหงายหลัง

"ชื่อเล่นของเธอเอาเป็นชื่อว่าเฮเลนดีมั้ยล่ะ"

พอพยุงตัวเองให้กลับมานั่งท่าปกติได้แล้วเธอก็มองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่งวยงง

"นั่นมันก็แค่ตัดตัว a ออกจนเหลือแค่ Helen ไม่ใช่รึไงคะ"

นั่นสินะ ลืมไปเลยว่าเขาน่าจะเป็นคนคิดอะไรง่ายๆนี่นา

"แต่ว่ามันก็เพราะดีออกนะ เหมาะกับเธอดีด้วย แล้ว..... ชื่อเล่นของผมล่ะ"

ถ้าหากเขาเป็นสุนัข ตอนนี้ก็คงเห็นกำลังส่ายหางไปมาเหมือนกำลังขอเล่นด้วยอยู่เป็นอันแน่แท้

"นึกออกตั้งนานแล้วล่ะค่ะ แต่ฉันไม่บอกหรอกนะคะ"

เด็กชายถึงกับแข็งทื่อไปชั่วขณะ แต่ก็เปลี่ยนเป็นท่าทีออดอ้อนเด็กสาวให้ยอมบอกกับตน

"ไม่ค่ะ เรื่องนี้ก็ด้วย พอถึงเวลาเดี๋ยวก็รู้เองนั่นแหละค่ะ"

ฮาเวลทำหน้าหงอยเหมือนลูกหมาตัวน้อยๆ ถึงจะอยากถามต่อแต่ก็คงไม่ได้เพราะต้องกลับคฤหาสน์แล้ว เลยต้องกลับไปทั้งๆที่ยังรู้สึกค้างคาใจอยู่ไม่น้อยทีเดียว เด็กสาวอดขำกับท่าทางของอีกฝ่ายไม่ได้ เลยใจดีพาเขาเดินไปส่งถึงปากทางกลับคฤหาสน์หลัก

ความคิดเห็น