4DX

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Solo Leveling: Chapter 2

คำค้น : Solo Leveling

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 22

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มี.ค. 2563 19:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Solo Leveling: Chapter 2
แบบอักษร

การตัดสินใจสุดท้ายขึ้นอยู่กับเขา เขากระวนกระวายอีกครั้งกบัผลึกเวทแรงค ์E ในมือ จากนั้นมองไปข้างๆ จูฮีส่ายหัวให้ เธอมีความรู้สึกแย่กับเรื่องนี้ ก็ดี แม้แต่จินวูก็รู้สึกไปในทางเดียว ภายในเหตุการณ์อื่นใดเขาคงไม่กล้ากระโดดเข้าหาอันตราย นอกจากนั้นเขายังขาดทักษะและความกล้าที่จะทา แบบนั้นด้วย แต่จินวูมีน้องสาวที่ก าลังเตรียมตวัจะเขา้มหาวิทยาลยัอยดู่ว้ย 

 

“ฉันไม่มีทรัพย์สินอะไรเกบ็ไว้เลยสักอย่าง...” 

 

เขาอายยุี่สิบสี่ปีแต่ลม้เลิกการเขา้มหาวิทยาลยัเนื่องจากความยากจน เขาไม่ตอ้งการให้ความยากจนมาขดัขวางชีวิตของนอ้งสาวเช่นเดียวกัน 

 

 

ชีวิตแต่ละคนกา ลงัหมุนดว้ยเงินทุกวอนที่เขาหามาและจ่ายออกไป คุณปาร์คไม่ใช่คนเดียวที่ตอ้งการเงิน 

 

 

จินวูยกมือขึ้น 

 

“ผมจะไปดว้ย” 

 

จูฮีถอนหายใจเลก็ๆอยา่งไม่สบอารมณ์ 

 

 

 

ตอนที่ 2 ดันเจี้ยนทับซ้อน 

 

อุโมงคย์ืดยาวออกไปเรื่อยๆ แนวหนา้มีคุณซองและฮนัเตอร์ผมู้ีประสบการณ์คนอื่นๆ ในมือคุณซองมีดวงไฟส่องสว่างจากบอลเพลิง ทั้งกลุ่มเดินผ่าน อุโมงคไ์ฟสลวัๆ 

 

คุณคิมกล่าวขึ้นมาจากในกลุ่ม “นี่เราเข้ามาลึกเกินไปรึเปล่า? หรือเราควรคิดที่จะกลับไปก่อนดี” 

 

 

“เราเดินมาได้กี่นาทีแลว้?” 

 

คุณคิมตรวจดูนาฬิกา “ราวๆ...สี่สิบนาที” 

 

“เมื่อเราโค่นบอสลงไป เราจะมีเวลาหนึ่งชั่วโมงก่อนที่เกทจะปิดลง ขากลบัเราตอ้งเผื่อเวลาดว้ย เรายงัมีเวลาพกัหายใจยี่สิบนาทีใช่ไหม?” 

 

 “ถา้เราไม่เจอห้องบอสอีกยี่สิบนาที เราควรจะออกไปใช่ไหม?” 

 

 

“ผมก็ว่าอย่างนั้น” 

 

คุณซองพยักหน้าชี้ไปด้านหลังด้วยนิ้วโป้ง 

 

“เฮ้คุณคิม ข้างหน้าผมมันมืดน่ะ รั้งท้ายลงเล็กน้อยละกัน” 

 

คุณคิมมองบอลเพลิงของคุณซอง จากนั้นน าโทรศัพท์ออกมาเปิดใช้งานไฟฉาย แสงจากโทรศัพท์ส่องสว่างไปตามทางเดิน 

 

“...” 

 

เมื่อมองซา้ยขวาระหว่างบอลไฟของเขาและแสงไฟจากโทรศพัท ์คุณซองคน้กระเป๋าหาโทรศพัทต์วัเองอยา่งเงียบๆ 

 

 

 

 

 

ดา้นหลงักลุ่มที่เดินอยมู่ีจินวูที่ไดร้ับบาดเจ็บและจูฮีที่ไม่มีทกัษะต่อสู้ จินวูเกาศีรษะแกรกๆ 

 

“ผม...ขอโทษ” 

 

“เรื่องอะไร?” 

 

“ที่ลากคุณเขา้มาดว้ย” 

 

“ฉนัโอเค เธอไม่ตอ้งกงัวลหรอก” 

 

จินวูอ่านสีหน้าท่าทางของเธอ มันไม่ใช่ใบหน้าที่ไร้กังวล จินวูเอียงศีรษะถามอีกครั้ง 

 

“แน่ใจหรอ?” 

 

 จูฮีหนัควบัมาเผชิญหนา้กบัเขา 

 

“แน่นอนสิว่าฉนัไม่โอเค! เธอคิดอะไรอยใู่นใจกนั?! ก่อนหน้านี้หากต าแหน่งที่โดนสูงกว่านี้อีกเล็กน้อย มันคงแทงหัวใจเธอไปแล้ว! แล้วอาการ บาดเจ็บบนขอ้มือกบัตน้ขาหล่ะ?! ฉันแทบรักษาไปหมดแล้วและเธอก็กระโดดเข้าไปในเจี้ยนอีกอย่างงั้นหรอ? โดยเฉพาะตอนที่เธอไม่รู้อะไรสัก อยา่งเกี่ยวกบัมนัเลยเนี่ย?” 

 

เมื่อเธอพูดจารุนแรง จินวูรู้สึกว่าตัวเองหัวเบาเล็กน้อย แต่เธอไม่ผิดหรอก จูฮีเป็นฮันเตอร์สายรักษษและยิ่งกว่านั้นเธอเป็นฮันเตอร์แรงค ์B หาตวัจบั ยากในสมาคม หากไม่ใช่เพราะการรักษาของเธอ จินวูอาจจะบาดเจ็บจนถูกเฉดหวัออกจากการว่างา้ง มีค่าน้อยกว่าฮนัเตอร์ 

 

‘ผมกลัวเธอมากจริงๆ…’ 

 

ฮนัเตอร์สายรักษา 

 

ไม่เพียงแค่นั้นยังเป็นฮันเตอร์สายรักษาแรงค์ B 

 

เมื่อไหร่ก็ตามที่เกทปรากฏขึ้น สมาคมจะขอความช่วยเหลือเธอให้เป็นคนรักษาและแน่นอนว่าจินวูมักจะพาตัวเองมานั่งหรือนอนใกล้กับเธอเพื่อให้ การรักษาในแต่ละดันเจี้ยน 

 

“เธอบาดเจ็บใช่ไหม? วางไว้ตรงนั้น” “เธอดูค้นุๆ...ใช่คนจากเมื่อคราวนั้น…?” “เธอบาดเจ็บอีกแล้ว?” “ดูเหมือนฉันจะเห็นเธออีกครั้งและอีกครั้งละนะ” “เธอพูดว่าชื่อจินวูใช่ไหม? มะ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?” “เคยคิดไหมว่าชีวิตฮันเตอร์ไม่เหมาะกับเธอ…?” “...นี่เธออีกแล้ว” “ยื่นแขนออกมา ไม่ ไม่ใช่ข้างน ี้เธอรักษาตัวเองด้วยผ้าพันแผลไปก่อน ” 

 

เหนือกว่าความกตัญญูรู้คุณ ตอนนี้เขารู้สึกเป็นเชิงขอโทษกับเธอ 

 

“...” 

 

เมื่อเห็นใบหนา้เงียบของเขา จูฮีรู้สึกแยท่ี่พูดจารุนแรงออกไปและสงบลง 

 

 “เธอขอโทษจริงๆใช่ไหม?” 

 

“แน่นอน” 

 

หลงัจากคิดอะไรบางอยา่ง จูฮีมองจินวูจากด้านข้าง มุมปมกยกขึ้นมาเล็กน้อย 

 

“งั้น….บางทีเธอจะเลี้ยงข้าวฉันสักมื้อ” 

 

นี่มันไม่ใช่การตอบสนองที่เขาคาดคิด จินวูมองใบหน้าจูฮีด้วยความตกใจซึ่งเธอก าลังเผยรอยยิ้มซุกซน ‘ผ้หูญิง...’ เขาจา ไดว้่าจูฮีอายยุี่สิบกา ลงัยา่ง ยี่สิบเอด็ หากเธอตดัผมให้ยาวพอดีและสวมชุดนกัเรียน เธอจะสวมชุดนกัเรียนไดพ้อเหมาะพอดี เมื่อจินตนาการว่าจูฮีสวมชุดยนูิฟอร์ม ใบหน้าเขาก็ แดงระเรื่อ 

 

หลงัเห็นจินวูตอบสนองชา้ไป จูฮีบยุ้ปาก 

 

“เธอ...ไม่อยากกินขา้วกบัฉนัหรอ?” 

 

จากนั้นเกิดความปั่นป่วนจากทัพหน้าของกลุ่ม 

 

 

“ตรงนี้เอง!” 

 

“ห้องบอส!” 

 

จินวูและจูฮีเปลี่ยนสายตามาตรงหน้า 

 

ประตูบานยักษ์ตั้งตรงเป็นเครื่องหมายอยู่ปลายอุโมงค ์เหล่าฮนัเตอร์รวมตวักนัขา้งหนา้ประตู 

 

“ใครจะคิดว่ามีประตูอยปู่ลายอุโมงค”์ 

 

“คุณคิดไหมว่ามนัจะอยทู่ี่เสมอไป?” 

 

“เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นอะไรแบบนี้...” 

 

 “คุณ...คุณคิดว่ามนัอนัตรายไหม?” 

 

ขณะที่พวกเขากระซิบกันอย่างเงียบๆไปมา เหล่าฮันเตอร์เริ่มไม่สบายใจ นอกจากนั้นแล้วชีวิตพวกเขาแขวนอยู่บนเส้นด้าย พวกเขาต้องระมัดระวงั แต่การคิดมากเกินไปจะขัดขวางความก้าวหน้าได้ คุณซองคิดเช่นนั้น 

 

 

“งั้นพวกคุณอยากจะกลับไปหรอ? กลบัไปมือเปล่าเนี่ยนะ?” 

 

คุณซองวางมือลงบนประตู 

 

“พวกคุณกลบัไปไดเ้ลย ผมจะไปคนเดียว” 

 

คุณซองเป็นฮนัเตอร์แรงค ์C ที่มีประสบการณ์มาสิบปี หากไม่ใช่ว่าเขาอายเุลยหกสิบไปแลว้ เขาอาจจะไดอ้ยภู่ายใตก้ิลดใ์หญ่ๆ 

 

 

เมื่อฮันเตอร์แนวหน้าพูดขึ้นอย่างมั่นใจ ความกังวลของฮันเตอร์คนอื่นๆจึงหายไปอยา่งชา้ๆ 

 

 “เมื่อคิดดูตอนนี้แล้ว” หนึ่งในฮันเตอร์พูดเรื่องข่าวลือของดันเจี้ยนทับซ้อน “ผมได้ยินมาว่าดันเจี้ยนทับซ้อนมีสมบัติมากมาย” 

 

“ใช่แล้ว ผมได้ยินมาจากกิลด์ระดับกลางที่พบดันเจี้ยนซ้อนมาเหมือนกันและสถานะก็พุ่งตรงกลางเป็นกิลด์ใหญ่!” 

 

“และอสูรเวทจะเกิดขึ้นตรงไหนในดันเจี้ยน โดยปกติพวกมันทั้งหมดควรจะมีระดับเดียวกัน...” 

 

และเมื่อเหล่าฮันเตอร์คิดกันแบบนั้น จะเป็นยังไงหากดันเจี้ยนซ้อนมีสมบัติอันน่าอัศจรรย์? และอสูรเวทด้านหลังประตูบานนี้ก็ควรจะมีระดับเดียวกับ ก่อนหน้าไม่ใช่หรือ? 

 

‘ใครจะปล่อยให้ตาเฒ่านั่นได้สมบัติทั้งหมดไปเองเล่า’ 

 

‘อืมม แน่นอน’ 

 

‘ลืมเรื่องที่พึ่งเกิดขึน้ไปเลย เราอาจจะจ่ายค่าเทอมโรงเรียนเอกชน จ่ายค่าจา นอง...’ 

 

และเป็นเช่นนั้น เมื่อความเข้าใจของฮันเตอร์เป็นสิ่งเดียวกัน แม้แต่จินวูก็กลับคืนความมุ่งมั่น 

 

 

 

‘เราไม่สามารถกลับไปพร้อมกับแกนผลึกแรงค์ E ชิ้นเดียวได้ อย่างน้อยๆกแ็รงค์ D ไม่สิ แค่แกนผลึกแรงค์ E อีกชิ้นกพ็อ’ 

 

มนัไม่ตอ้งเป็นอสูรเวทก็ได้ 

 

‘หากเราเจอสมบัติด้านหลังประตู...’ 

 

มีมาตรฐานข้อตกลงว่าสมบัติหรือของสิ่งประดิษฐ์ใดที่พบเจอในดันเจี้ยนจะถูกแบ่งให้เท่ากันในกลุ่ม ซึ่งแตกต่างจากกรณีแกนผลึกจากอสูรเวทที่จะ เป็นของคนที่ช่วยกันโค่นเป้าหมายลงเท่านั้น 

 

 

‘หากสามารถทา คะแนนให้มากที่นี่ เราจะพักได้สบายๆเลย...’ 

 

เมื่อเห็นใบหน้ามุ่งมั่นของเขา จูฮีเอ่ยถามขึ้นข้างๆ 

 

“นี่ใช่ใบหน้าของคนที่ท างานแบบนี้เป็นงาน ‘อดิเรก’ หรอ?” 

 

 จินวูหัวเราะ 

 

“ใครจะเสี่ยงชีวิตทา งานนี่กนั? แต่สา หรับงานอดิเรกแลว้มนัคนละเรื่อง” 

 

“...อะไรนะ?” 

 

ขณะจูฮีมีสีหน้าไม่เชื่อ คุณซองก็เริ่มผลักประตูเปิดขึ้น 

 

 

แคร่กกกก~ 

 

ดว้ยกลไกบางอยา่ง ประตูบานยกัษเ์ปิดออกไดง้่ายๆจากแค่แรงผลกัของชายชราอายหุกสิบปี 

 

ปังงงง 

 

ประตูเปิดกวา้งเผยภายในขนาดใหญ่ และเหล่าฮนัเตอร์ผลกักนัเขา้ไป 

 

“เราควรจะไปดว้ย” 

 

จินวูจับข้อมือจูฮีและเดินเข้ามา ไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลัง 

 

“อาาา….” 

 

จูฮีใบหน้าขึ้นสีแดงและติดตามเขาไป 

 

 

 

เมื่อเหล่าฮันเตอร์ก้าวเท้าแรกลงไปบนพื้น คบไฟมากมายที่วางเต็มบนผนังก็ส่องสว่างขึ้นมา ให้แสงสว่างภายใน 

 

“หืมมม? แสงไฟติดเอง?” 

 

“เป็นครั้งแรกที่เห็นแบบนี้” 

 

“บางอยา่ง...ต่างกนั” 

 

เหล่าฮันเตอร์ตรวจดูรอบด้าน ความรู้สึกข้างในเหมือนกับวัดขนาดใหญ่ ลางสังหรณ์ได้บอกว่าวัดนี้ถูกซ่อนในส่วนลึกใต้พื้นดิน ทางเดิน ก าแพงและ กระทั่งผนังถูกปกคลุมด้วยมอส ฮันเตอร์บางคนสังเกตและจดเอาไว้ 

 

“มีบางอยา่งผิดปกติ” 

 

“รู้สึกเหมือนว่าเรากา ลงัถูกเฝ้าดูอยใู่ช่ไหม?” 

 

ฮันเตอร์ที่รู้สึกกลัวจึงโดนรั้งไปด้านหลังขณะที่ฮันเตอร์ที่แข็งแกร่งกว่าน าทางเข้าไปในส่วนลึกของห้อง 

 

“หึ อย่าพูดแบบนั้น” 

 

“มาจบที่นี่แลว้กลบัไปเถอะ” 

 

ข้างในขนาดใหญ่เหลือเชื่อ พื้นที่กว้างเป็นรูปโดมเหมือนสนามโอลิมปิกเอามาวางไวด้้วยกนัหลายแห่ง ไม่สิบางทีมนัใหญ่กว่าอีก ขณะเดียวกนัมนัก็ ให้ความรู้สึกแคบขดัแยง้กนั 

 

“นั่น...นั่น...” 

 

“นั่นไม่ใช่บอส ใช่ไหม?” 

 

ตรงปลายสุดของห้อง มีบางอย่างที่มีขนาดเกินกว่าจะใช้เหตุผลมาวัดได้นั่งอยู่บนที่นั่งมหึมา อธิบายได้เพียงอย่างเดียวว่าเป็นรูปปั้นเทพเจ้าสูงใหญ่[1] 

 

“มายก๊อดดดด...” 

 

“โหหหหห…” 

 

พวกเขาอดไม่ไดท้ี่จะตื่นตาตื่นใจ 

 

จินวูเทียบตัวเองกับรูปปั้นขนาดเท่าเทพีเสรีภาพของอเมริกา ‘ถ้าเทพีเสรีภาพนั่งลง มันอาจจะดูคล้ายกัน’ แม้ว่าเทพีเสรีภาพจะเป็นสตรี แต่รูปปั้น ขา้งหน้านี้เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้ชาย ‘ไม่สิ...รูปปั้นนี่มันใหญ่กว่าอีก’ 

 

 เหล่าฮันเตอร์รวบรวมกันด้านหน้ารูปปั้นต่างอดไม่ได้ที่จะกลืนน ้าลาย พวกเขายืนด้วยความหวาดกลัว สงสัยว่ารูปปั้นนี้คือบอสของดันเจี้ยน 

 

“...” 

 

แต่รูปปั้นไม่ไดข้ยบั 

 

“พู่ววว~” 

 

คุณซองถอนหายใจอยา่งโล่งอกเช่นเดียวกนั 

 

“เอาหละ กระจายตวั” 

 

เหล่าฮันเตอร์กระจายตัวกันออกไปพกความมั่นใจขึ้นมาใหม่ ตรวจค้นห้องใหญ่แห่งนี้ renewed 

 

“ไม่เห็นอสูรเวทสักตวัเลย” 

 

 “จริงหรอ?” 

 

“ลืมอสูรเวทไปไดเ้ลย ผมไม่เห็นแมแ้ต่แมลงสักตวั” 

 

การตกแต่งภายในมีแสงสว่างเพียงพอและขนาดกวา้งใหญ่ ห้องของรูปปั้นเทพค่อนข้างโล่ง ประดับก าแพงด้วยคบไฟนับไม่ถ้วน ให้แสงสว่างไปทั้ง ห้อง ข้างหน้าคบเพลิงมีรูปปั้นยืนอยู่ ขนาดใหญ่กว่าผู้ชายโดยเฉลี่ย ยืนเรียงกันเป็นจุดรูปวงกลม 

 

“สวยงาม” 

 

“เหมือนงานศิลปะ” 

 

รูปปั้นแต่ละตัวถือของในมือต่างกัน บางตัวถืออาวุธ หนังสือ ถือเครื่องเสียงหรือคบเพลิง 

 

“มันเหมือน...” คุณคิมเริ่มอธิบาย 

 

“เครื่องตกแต่งในอาราม” คุณซองพูดจบประโยค 

 

 “หืมมม?” 

 

คุณซองพบอะไรบางอย่างที่พื้น 

 

“นี่มนั...วงแหวนเวท[4]?” 

 

ใจกลางห้องมีวงแหวนเวทที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต 

 

 

“คุณซอง มีบางอย่างเขียนอยู่ตรงนี้ คุณมาดูมนัไดไ้หม?” 

 

ฮันเตอร์คนหนึ่งเรียกหาผู้น าดันเจี้ยน เจอรูปปั้นหนึ่งตั้งอยู่ด้านนอกส่วนที่เหลือ คุณซองทิ้งการส ารวจวงแหวนเวทมุ่งหน้ามาหาฮันเตอร์คนนั้น ฮัน เตอร์ทั้งหมดในห้องรวมตัวกันเบื้องหน้ารูปปั้นประหลาดนี้ทีละคน 

 

รูปปั้นทั้งหมดในห้อง มีรูปปั้นนี้อันเดียวที่มีปีก มนัถือแผน่หินจารึกเอาไว้ สิ่งที่จับสายตาของฮันเตอร์คือประโยคที่เขียนไว้บนแผ่นหิน 

 

 

 “มนัเป็นภาษารูน[5]” คุณซองกล่าวขึ้นหลังจากวิเคราะห์แผ่นหิน 

 

รูนเป็นขอ้ความที่สามารถพบได้ในดันเจี้ยน เป็นสิ่งที่ไม่พบบนโลก มีเพียงฮันเตอร์ที่ได้รับการกระตุ้น[6]เป็นคลาสเมจเท่านั้นที่จะตีความได้ 

 

คุณซองอ่านบรรทดัแรกของแผน่จารึก 

 

“ ‘ขอ้บญัญตัิแห่งอารามคาร์เทนอน’[7] ” 

 

จินวูฟังค าอ่านของคุณซองด้วยใบหน้าเคร่งเครียด แต่ทันใดนั้นก็มีคนจับแขนเขา 

 

เขาหนักลบัไปเห็นจูฮีกา ลงัมองดว้ยใบหนา้หวาดกลวัปนซีดเผือด 

 

 

 

Translator’s Notes: 

[1]: “รูปปั้นเทพ” (신상 [神像]; Shin-Sang): “เทพ” Shin + “รูปปั้น” Sang [4]: “Magic Circle” (마법진; Ma-Beop-Jin): “เวท” Ma-Beop + “วงกลม” Jin [5]: “ภาษารูน” (룬 문자; Rune Mun-Ja): รูน (in English) + “ขอ้ความ” Mun-Ja [6]: “กระตนุ้” (각성; Gak-Sung): คา ศพัยท์ี่ใช้อธิบายปรากฏการณ์ที่มนุษย์ได้รับการตื่นขึ้นมาพร้อมพลังวิเศษ คนที่กระตุ้นจะได้รับความสามารถ เฉพาะตวัและทกัษะที่เหมาะสมกบัคลาสของตนเอง (นกัสู ้เมจ ฮีลเลอร์ ...) [7]: “ขอ้บญัญตัิแห่งอารามคาร์เทนอน” (카르테논 신전의 규율): ภาษาเกาหลี “บญัญตัิ” ความจริงแลว้กล่าวอีกทางคือ “กฎ” แต่ที่แปล เป็น “ข้อบัญญัติ” เพื่อวัตถุประสงค์ย่อยทีหลัง ส่วนค าตรงตัวว่า “คาร์เทนอน” เป็นเพียงแค่ภาษาพูดเท่านั้น 

ความคิดเห็น