tukkatamii
Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หมอครับ...เป็นห่วงก็บอก

ชื่อตอน : หมอครับ...เป็นห่วงก็บอก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 17 เม.ย. 2563 16:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หมอครับ...เป็นห่วงก็บอก
แบบอักษร

หมอครับ...เป็นห่วงก็บอก

 

ผมยืมรถหมอปีย์ออกมาจากนิติเวชเพราะไม่ได้เอารถตัวเองมา และออกมาไม่ทันหมวดเจที่รุดหน้าไปก่อนแล้ว ผมพยายามโทรหาหมวดเจเพื่อถามว่าเตธวัชถูกส่งไปที่โรงพยาบาลไหน แต่คนที่ตั้งใจโทรถามก็ดันบอกไม่รู้เหมือนกัน เพราะตัวเองกำลังไปที่เกิดเหตุ โชคดีที่เจธนินฉลาดเลยใช้วิทยุสื่อสารของตัวเองที่พกไว้ในรถสอบถามเส้นทางของรถพยาบาล ผมจึงได้ชื่อโรงพยาบาลที่ไอ้คนเจ็บถูกมาพาส่ง

ตอนที่มาถึงไฟห้องฉุกเฉินยังไม่ดับด้วยซ้ำ ด้านหน้ามีหมวดวัตกับลูกน้องนั่งรออยู่อีกสองสามคน พอเห็นผมเจ้าตัวก็ลุกพรวดเดินตรงเข้ามาหา

“หมวดวัต” แม้ไม่ค่อยสนิทกันนัก แต่ก็คุ้นหน้าคุ้นตากันดี

“หมอชิน”

“เป็นไงบ้างครับ”

“ยังไม่ทราบเลยครับ นี่ก็รอหมออยู่”

“แต่เท่าที่ดูก็น่าจะหนักเอาการนะครับ หมวดเตถูกแทงไปสองแผล ไม่รวมที่โดนบาดอีก” จ่าธงที่ผมเดาว่าน่าจะอยู่ในเหตุการณ์ พูดขึ้นมา

“ตอนที่พามาส่งโรงพยาบาลหมวดมีท่าทางเป็นไงบ้าง”

“ก็มีสติดีครับ แต่คงเสียเลือดไปไม่น้อยเลย” เป็นจ่าธงที่รายงานเพิ่มเติม

“แล้วนี้มันเกิดอะไรขึ้นครับ”

“ผมกับไอ้เต แล้วก็สามคนนี้จะไปหานายทรงยศเพื่อขอตรวจสอบรถคันนั้นที่เราเจอในกล้องวงจรปิด และจะสอบถามเพิ่มเติม ยังไม่ได้จะถือหมายอะไรไปเลย แค่จะขอตรวจสอบเฉย แต่ไอ้บ้านั้น พอรู้ว่าพวกผมเป็นตำรวจก็ตั้งท่าหนีอย่างเดียวเลย”

“ใช่ครับ. ท่าทางอย่างกับกลัวจะโดนจับ เล่นวิ่งหนีเลยไม่พูดไม่คุย”

“นั้นแหละ พวกเราก็เลยตาม พยายามบอกว่าเราไม่มาจับ. แต่นายทรงยศไม่ฟังเลย เหมือนคนสติแตก วิ่งเตลิดแถมยังคุ้มคลั่ง แต่ระหว่างวิ่งตามๆกันอยู่ ไม่รู้ไปได้มีดมาจากไหนไว้ในมือ”

“จากนั้นนายทรงยศก็ทำท่าจะทำร้ายชาวบ้าน ไอ้เตเห็นท่าไม่ดี เลยตัดสิ้นใจเข้าชาร์ต”

“ผลที่ได้เลยเป็นอย่างที่เห็น แต่ถ้าไม่ทำ อาจจะมีชาวบ้านทีาไม่รู้อิโหน่งอิเหน่งได้รับบาดเจ็บเอาก็ได้”

ผมยืนฟังที่พวกเขาบอกเงียบๆไม่ได้แทรกอะไรขึ้นมา ด้วยเพราะว่าภายในนั้นกำลังสั่นไปด้วยความกลัว กลัวไอ้คนที่อยู่ในห้องฉุกเฉินจะเป็นอะไรมากไปกว่าที่ทั้งสองคนพูด ผมรู้เตธวัชเป็นพวกกล้าได้ กล้าเสี่ยง ใช่ว่าไม่เคยเจ็บ แต่ครั้งนี้ถือว่าหนักสุด ถึงขนาดถูกหามส่งโรงพยาบาล ทีแรกที่ได้ยินไอ้สันมันว่าหน้าตาตื่นมาส่งข่าว ผมหูแทบดับ รู้สึกหน้ามืดตัวเย็นวาบ ในใจกลัวเหลือเกินว่ามันจะเป็นอะไรมาก ตอนที่วิ่งไปขอยืมรถจากหมอปีย์ น้องมันถึงกับตกใจไปด้วยยิ่งเห็นท่าทางร้อนรนของผม ยิ่งไปกันใหญ่

 

ไฟห้องฉุกเฉินดับลงแล้ว แต่ก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่คนไปออกมา พวกเราจึงทำได้เพียงแต่รอ

“เป็นไงมั้ง” เสียงห้าวคุ้นหูถามขึ้นมา เรียกให้ผมหันไปมอง

“หมอชิน” เป็นผู้กองคามินที่มาถึงโรงพยาบาล

“ผู้กอง”

“นี่ หมอมานานยังครับ”

“ไม่นานมากครับ ผู้มาถึงทีหลังพวกหมวดวัต”. ผู้กองคามินพยักหน้ารับรู้ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมก็สไตล์เขาแหละ

“คุณหมอออกมาแล้วครับ” จ่ายอดที่มาพร้อมผู้กองสะกิดบอกพวกเราที่หันหลังให้ประตูห้องฉุกเฉิน

“ลูกน้องผมเป็นยังไงบ้างครับหมอ”

“ผู้หมวดปลอดภัยแล้วครับ มีดไม่ได้แทงโดนจุดสำคัญ แต่ด้วยความที่โดนหลายแผลเลยทำให้เสียเลือดเยอะ แต่โชคดีที่ผู้หมวดค่อนข้างแข็งแรงจึงไม่มีอะไรน่าห่วง สักพักน่าจะฟื้น ถึงยังไงก็เถอะ ผมขอดูอาการหมวดสักคืนสองคืนนะครับ ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีภาวะอะไร ก็น่าจะกลับบ้านได้”

“ครับหมอ ขอบคุณครับ” ผู้กองคามินคุยกับหมอจบก็หันมาหาพวกผม

“ไอ้วัตแก่กับลูกน้องกลับสน.ไปก่อนนายทรงยศถูกส่งตัวไปรออยู่แล้ว แกกลับไปสอบปากคำมันที จ่ายอดนายอยู่ที่นี่จัดการเรื่องแอดมิทหมวดเต”

“ครับ”

“หมอชินจะอยู่นี้ก่อน หรือกลับเลยครับ” ผู้กองหันมาถามผมที่ยังมองไปที่ประตูห้องฉุกเฉิน

“เดี๋ยวผมกลับก่อนดีกว่าครับ จะไปเอาเสื้อผ้ามานอนเฝ้าหมวดด้วย”

“ผมเฝ้าให้ก็ได้ครับหมอ” จ่ายอดอาสา

“ไม่เป็นไรจ่า เดี๋ยวผมเฝ้าเอง”

“เอาเถอะจ่า. ให้หมอเฝ้าแหละดีแล้ว หมวดมันตื่นมาจะได้มีกำลังใจรีบหาย” ผู้กองบอกลุกน้องยิ้มๆ มองผมด้วยแววตาวิบวับ ไม่บอกก็รู้ว่าคิดอะไรอยู่

“ผู้กองครับ”

“อ่าๆ ผมกลับแล้วๆ” แล้วผู้กองก็เดินหนีไปเฉยๆทั้งอย่างนั้นเลย จนผมเองก็ไม่รู้จะพูดอะไร ไหนจะไอ้สายตาของคนที่เหลือที่มองมาเหมือนจะล้อเลียน. ก็ใช่หรอกนะที่ระหว่างผมกับไอ้เตทุกคนมองว่าเราเหมือนจะเป็นแฟนกันไปเรียบร้อยแล้ว ประเด็นคือ พวกผมยังไม่ได้เป็นแฟนกันไง แต่เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ยังไงซะ. ผมคิดว่าตอนนี้ผมกับไอ้คนเจ็บก็ไม่ได้ต่างจากแฟนสักเท่าไหร่หรอก

 

หลังจากกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ผมก็กลับมาที่โรงพยาบาลอีกครั้งเพื่อมานอนเฝ้าไอ้หมวด. เพราะหมวดมันไม่มีครอบครัวที่ไหนมีแต่ญาติที่อยู่ทางเหนือ ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ได้สนิทอะไรมาก เพียงแต่ทางนั้นเขาช่วยดูแลกิจการสวนผลไม้ให้เพราะตัวมันไม่ค่อยมีเวลาดูแลด้วยเลือกอาชีพตำรวจเป็นหลัก ส่วนพ่อแม่ได้ยินว่าทั้งสองคนหย่าร้างกันตั้งแต่หมวดมันอยู่มอต้น ตัวมันอยู่กับพ่อ ส่วนแม่แต่งงานใหม่กับชาวต่างชาติและไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย หลังจากเรียนจบนายร้อยไม่นาน พ่อของเตธวัชก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับ หลังจากนั้นเจ้าตัวก็เรียกได้ว่าอยู่คนเดียวมาโดยตลอด ส่วนที่ทางเหนือที่มีสวนผลไม้ ก็จ้างญาติๆกันดูแล แบ่งกำไรให้หลังหักค่าใช้จ่าย ตัวมันก็มีเงินเข้ากระเป๋าสบายๆ ใช้เงินเดือนราชการอยู่กิน แต่มีเงินเก็บจากผลกำไรของมรดกพ่อเป็นล้าน เรียกได้ว่าอยู่ได้สบายๆไม่เดือดร้อน ก็คงไม่เดือดร้อนหรอก ไม่งั้นมันคงไม่ซื้อคอนโดกับบีเอ็มด้วยเงินสดหรอก เงินเดือนตำรวจอย่าหวังว่าจะทำได้

 

ตอนมาถึงก็ได้ยินเสียงไอ้เตมันกำลังคุยกับจ่ายอดที่อาสาอยู่เฝ้ามันให้ระหว่างรอผมกลับมา จากที่ได้ยินเดาว่าคงเป็นเรื่องคดีที่ตัวเองไปบู้มาวันนี้

“หมอออออ” ทันทีที่เห็นก้าวเข้าไปในห้อง คนเจ็บที่นั่งอยู่บนเตียงก็ตาโตร้องทัก เหมือนเด็ก

“ฝืนแล้วหรอ จ่าทานอะไรยัง” ผมทักมันกลับ แล้วหันไปถามจ่ายอดที่นั่งอยู่เก้าอี้ข้างเตียงคนป่วย

“เดี๋ยวผมกลับไปทานที่บ้านครับหมอ แฟนทำกับข้าวรอแล้ว ไม่กลับไปกินเดี๋ยวมันตรหัวแตก” จ่าว่ามาแบบนั้นเสร็จก็ลุกจากเก้าอี้ เตรียมตัวจะกลับเลย เพราะเวลานี้มันก็เย็นมากแล้ว เรียกมืดจะดีกว่าอ่ะเนาะ

“ถ้ายังไงผมขอตัวเลยแล้วกันนะครับ. อาหารของหมวดอยู่นี่แล้ว หมอบอกว่าหมวดเตสามารถทานอาหารได้ แต่กินช้าๆก่อนเกรงว่าจะอาเจียน แล้วนี้ก็ยาหลังอาหารนะครับ” จ่ายอดเดินไปที่โต๊ะว่าของแบบมีล้อเลื่อนเพื่อชี้แจงสิ่งต่างๆที่วางอยู่ให้ผมรู้

“ขอบคุณมากจ่า”

“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับหมอชิน”

“อืม แล้วนี้กลับยังไง”

“ผมต้องขับรถของสน.ไปเก็บ แล้วค่อยไปที่แฟลตครับ”

“อ้อ”

“วันนี้ขอบคุณมากนะ”

“เล็กน้อยครับหมอชิน” จ่ายอดเดินออกไปแล้ว ผมเลยหันกลับมาหาคนเจ็บ. ที่สีหน้าดูดีเกินกว่าจะเป็นคนป่วย

“ไง ห้าวมากจนเจ็บตัว ดีที่ไม่ตาย” ผมว่าให้. เจ้าตัวมันทำเพียงยิ้มแห้งๆกลับมาให้

“ถ้าไม่ทำ ชาวบ้านจะเจ็บนี้ครับ มันหน้าที่ผมอยู่แล้ว” เดาว่าจ่ายอดคงเล่าแล้วว่าผมรู้เรื่องได้ยังไง

“เจ็บป่วยมั้ย” เวลานี้ให้บ่นคงไม่เหมาะ

“นิดหน่อยครับ หมอทานไรมายัง”

“ยัง คุณหิวแล้วหรอ”

“ครับ” คนเจ็บพยักหน้ารับ ผมเลยเดินไปลากโต๊ะมาเพื่อให้คนป่วยทานอาหาร

“หมอทานพร้อมผมนะ”

“อืม”. ไม่รู้ ทำไมพอมันเจ็บผมไม่อยากขัดใจมันเลย

“หมอมากินนี้ๆ” เตธวัชเรียกผมที่กำลังจะนั่งทานอาหารตามสั่งที่ถือติดมือมาด้วยที่โต๊ะอีกตัวในห้อง

“แล้วจะให้ผมนั่งกินยังไง” ผมถามมันอย่างอ่อนใจ

“หมอก็นั่งบนเตียงกับผมไง”

“จะให้ไปเบียดกันทำไม”

“ก็เตอยากทานกับชินง่า” เอาล่ะ มันเริ่มทำหน้างอตามแบบของมันนั้นแหละ แต่สรรพนามแทนตัวของมัน คือไรวะ ได้ทีเอาใหญ่เลยนะเตนะ

สุดท้ายผมก็ยอมทำตามที่มันบอกจนได้

พอกินอิ่มผมก็เอายาให้กินพาไปแปรงฟันล้างหน้าเรียบร้อย แต่เพราะมีแผลทำให้ยังอาบน้ำไม่ได้ เลยต้องเข็ดตัวแทน

แต่ตอนที่พยาบาลเข้ามาเพื่อเช็ดตัวให้ ไอ้หมวดมันดันบอกเขาไปว่า

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมให้แฟนผมเช็ดตัวให้ก็ได้” พูดจบมันก็หันมายิ้มให้ผม ขณะที่คุณพยาบาลถึงกับหน้าแดงล่ามไปถึงคอ ก่อนจะมองหน้าผมกับมันสลับกันไปมา ท่าทางเขินอายแล้วรีบรับคำไอ้หมวดก่อนจะเผ่นออกจากห้องด้วยความไว

ผลก็คือผมต้องเป็นคนเช็ดตัวให้ไอ้คนเจ็บเสียเอง!!

 

อ่า ถึงผมกับมันจะเลยเถิดกันไปไกลแล้ว แต่แบบนี่มัน คิดว่าผมไม่เขินเหรอออออ

 

“หมอเร็วสิครับ เดี๋ยวได้นอนดึกกันพอดี” เตมันเร่ง เมื่อเห็นผมยืนเก้ๆกังๆอยู่กับอุปกรณ์เช็ดตัวคนป่วย

ผมเป็นหมอ รู้ดีว่ามันจำเป็น แต่จะมีใครเข้าใจผมบ้างว่าตอนนี้ไอ้ที่นอน อ่อย เอ้ย นอนเจ็บอยู่บนเตียงน่ะ สำหรับผมไม่ได้เป็นแค่คนป่วยไง ถึงจะเคยเห็นมาหมดแล้ว. แต่แบบนี่ก็ไม่ใช่ป่ะว้า

“รู้แล้วน๊ะ” จริงของมันขืนปล่อยไว้แบบนี้มีหวังดึกไปเปล่าๆ

“หมอไปล็อกประตูก่อนดิ”

“ทำไมต้องล็อก” ผมหันขวับไปถามคอแทบเคล็ด

“เดี๋ยวมีคนเข้ามาเห็นผมโป้” หน้าด้านอย่างนายยังกลัวมีคนมาเห็นอีกหรอวะ

“แค่เช็ดตัวมั้ยคุณ จะอายอะไร”

“ถ้าหมอไม่อาย แล้วหมอหน้าแดงทำไม”

“ก็ผม...” หมดคำจะเถียง

“น่าหมอ ไปล็อกประตูก่อน” มันเอาอีกแล้ว ไอ้เสียงงอแงนี่อีกแล้ว

“เออๆ เรื่องมากจริงวุ้ย” ผมยอมเดินไปล็อกประตูตามคำบัญชาของมัน ก่อนจะกลับมาเริ่มเสร็จตัวให้มัน

 

เสื้อคนไข้ของมันถูกผมถอดออกจากร่างกายไปเลย เพื่อให้สะดวกต่อการทำความสะอาด ผมพยายามเพ่งสมาธิอยู่กับการเช็ดตัว เพราะตอนนี้กลายเป็นผมที่ถูกก่อกวนแทนแล้ว เมื่อมือข้างฝั่งที่ผมยืนเริ่มไต่ไปตามร่างการผมอย่างจงใจก่อกวน

“เตหยุด” ผมเงยหน้าขึ้นดุ

“ตอนโดยแทงนึกว่าจะไม่ได้กลับมาเห็นหน้าหมอแล้ว”

“เวอร์”

“จริงๆ”

“ดีแล้วที่ไม่ได้อะไรมาก” ผมบอกเสร็จก็กะจะถอยไปซักผ้าขนหนู แต่กลับถูกคนบนเตียงรั้งมือเอาไว้ กระตุกมือเหมือนจะบอกให้ผมนั่งลงที่เตียง ผมก็เลยนั่งบนเตียงบนเตียงคนไข้โดยที่ยังทิ้งสะโพกด้านหนึ่งเพื่อให้เท้ายันพื้นไว้

“หมอเป็นห่วงผมมั้ย” เตธวัชมันช้อนตาขึ้นถาม การที่ผมมาอยู่ตรงนี้ ผมไม่ห่วงมั้ง ไม่น่าถาม

“ว่าไง” เตมันยังถามต่อเมื่อเห็นผมเงียบ ก็เลยต้องพยักหน้ารับ

“อะไรนะครับ” โอเค แน่ใจได้แล้วว่ามันไม่ได้แกล้งเรียกร้องความสนใจแต่มันกำลังกวนตีน

“เออ”

“อะไรของหมอผมไม่เข้าใจ”

“ห่วง” ผมพึมพำเบาๆ

“ว่าอะไรนะครับ ได้ยินไม่ชัด” ยัง. มันยังไม่พอ

“เป็นห่วง...” เตมันยังคงทำหน้าทะเล้นอยู่ใกล้

“พูดอะไรไม่เห็นรู้เรื่องเลย”

“เป็น!...ห่วง!...ได้ยินมั้ย” ผมเงยหน้ามองมันแล้วแทบจะตะโกนใส่หน้ามันไปด้วย แต่ไอ้คนเจ็บกลับหัวเราะชอบใจ

“ฮ่าๆๆๆ ก็แค่เนี่ย หมอชินชอบปากแข็งอ่ะ”

“คุณมันก็ชอบแกล้ง” ผมว่ามันกลับ

“เวลาหมออาย น่ารักดีออก” ฟอดดดด พูดจบมันก็กดจมูกหอมแก้มผมต่อ

“หยุดเลยนะ!!”

“อยากหยุดนะ แต่ทำไมได้” ไอ้หมวดมันทำหน้าราวกับว่าผิดหวังเสียเต็มประดา

“หมอก็รู้ อยู่ใกล้หมอทีไรผมก็ยั้งใจตัวเองไม่ได้สักที” อยากฟาดมันนะแต่กลัวโดนแผลมันด้วย

“พอได้แล้ว ชักจะเยอะเกินไปแล้วนะ”

“กลับหมอชิน สำหรับผมเท่าไหร่ก็ไม่พอหรอก” มันว่าพรางยิ้มใส่ตาผมด้วยท่าทางราวกับต้องการประจบ

“ชินครับ” เอาล่ะ มาแนวนี่อีกล่ะ

“ว่า” ผมถามเสียงนิ่ง. เดาได้เลยมันจะพูดไรต่อ

“ขอจูบได้มั้ย” นั่นไง ผิดไปจากที่คิดตรงไหน ไม่สำเนียกสักนิดว่าตัวเองเจ็บอยู่ คนร้ายน่าจะแทงให้หนักกว่านี่นะ

“เจ็บอยู่มั้ยล่ะ. ยังจะมากามใส่ผมอีก” ผมว่าให้ แต่ก็เท่านั้นเพราะน้ำเสียงน่ะไม่ได้ไปทิศทางเดียวกันเลย แล้วไอ้เตมันจะกลัวได้ไงล่ะ

“กามที่ไหน ผมแน่อยากได้กำลังใจ ถ้ากามจริงมันต้องแบบนี่” มันเถียงแถมสาทิตให้ดูด้วยการวางเมื่อไว้ที่หน้าขาผมแล้วลูบวนเวียนอยู่แถวนั้นอย่างโจ่งแจ้ง นี่สินะสาเหตุที่มันให้ผมไปล็อกประตู

“พอแล้ว” ผมห้ามด้วยการจับมืออีกฝ่ายไว้ไม่ให้ขยับไปมากกว่านี่ สีหน้าไอ้เตไม่ได้บ่งบอกมามันไม่พอใจที่โดนห้าม ซ้ำร้ายยังมีแววพึงพอใจด้วยอีกต่างหาก

“อื้ออออออ” พอผมให้ความสนใจทีจะห้ามมือมันข้างที่กำลังลวนลามผม มืออีกข้างก็ถูกยกมาดึงคอผมเพื่อเข้าไปจูบ

จะดิ้นมากก็กลัวจะไปโดนแผลมันเข้า เลยมันได้พยายามดึงตัวเองออกมาให้ห่าง เลยไม่ทันสังเกตว่าปลายลิ้นอุ่นๆของไอ้หมวดมันแทรกเข้ามาในโพลงปากของผมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“อืม จ๊วบๆจุ๊บๆ อืม...อืม” อ่านั้นแหละ นาทีต่อมาเลยกลายเป็นว่าผมเองก็ตอบสนองจูบนั้นให้มันเสียแล้ว

ลิ้นผมถูกมันดูดดึงไปครอบครองไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ ผมเองก็พยายามไล่ตามมันยามที่ไอ้เตหลอกล่อให้ผมเป็นฝ่ายสอดแทรกลิ้นชื้นๆของผมเข้าไปในถิ่นมันเองด้วย

“ฮืออออ แฮกๆๆๆ พะ พอ...พอแล้ว” ผมที่เริ่มหายใจไม่ทัน ผละออกมานิดตอนที่ได้จังหวะเพื่อบอกให้มันหยุด แต่...

“ไม่!!”

“อื้อออ” อีกคนปฏิเสธน้ำเสียงเอาแต่ใจ ทั้งยังบดจูบเข้ามาอีก

เรานั่งจูบกันอยู่แบบนั้นโดยไม่มีการร่วงล้ำใดๆไปมากกว่านั้นอยู่อีกนานเท่าไหร่ไม่รู้ จนคนเจ็บพอใจมันจึงหยุด แต่ก็ยังพิงหน้าผากเอาไว้กับหน้าผากผม ขณะพักหายใจก่อนไล่จุ๊บเบาๆไปทั่วใบหน้าผมราวกับหลงใหลมันจนไม่อาจหยุดสิ่งที่ทำอยู่ได้ ใจผมน่ะอยากทุบไอ้คนเจ็บให้หายหมั่นไส้ นี่ขนาดเจ็บอยู่ยังมีอารมณ์มาปล้นจูบคนดื้อๆ

“ผมดีใจที่หมอเป็นห่วง” มันว่า

“อื้อ” ผมก็ได้แต่รับคำในคอ

“รักหมอนะครับ”

“หมอไหน”

“หมอชินคนนี้” มันยกนิ้วจิ้มที่แก้มผมขณะพูด

“รู้แล้วน่า จิ๊” ผมจิ๊ปากไปที

“หึๆๆๆ” มันเองก็หัวเราะในลำคอ คล้ายๆจะชอบใจ

“น่ารักที่สุดเลยครับ หมอชินของผม” เตธวัชมันบอกเสียงนุ่ม ถามว่าผมเขินมั้ย ไม่...ไม่เขินก็ไม่ใช่คนแล้วคุณ

“พอแล้ว ปล่อยเลยนะ เดี๋ยวจะได้เปลี่ยนชุด”

“ดีเลย ผมก็อยากเปลี่ยน โดยเฉพาะ...มีหมอชินเป็นคนเปลี่ยนให้” คนเจ็บรับคำผมด้วยใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังยิ้มระรื่น แต่มันจำเป็นต้องทำเสียงกระเส่าแบบนั้นเหรอวะ ไอ้เตธวัชชชชช

 

 

 

ไรท์// พ่าม!!! ไอ้เตมันจะตายไม่ได้ ถ้าตราบใดยังไม่ได้แอ้มหมอ 555

ส่วนใครถามหามาม่าถ้วยเมื่อวาน กินหมดแล้วจ้า จะเหลือไว้ทำไมล่ะคู๊ณณณ

 

ติชมได้เช่นเคยนะคะ อยากได้ฟีดแบคมาพัฒนาตัวเอง ขอบคุณทุกกำลังที่ให้มาด้วยจ้า

 

เจอกันตอนหน้าสวัสดี ฮี่ๆๆๆ

ความคิดเห็น