tukkatamii
Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หมอครับ...อย่าเจ้าเลห์

ชื่อตอน : หมอครับ...อย่าเจ้าเลห์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 17 เม.ย. 2563 16:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หมอครับ...อย่าเจ้าเลห์
แบบอักษร

หมอครับ...อย่าเจ้าเลห์

 

ชินฤทธิ์ ทอร์ค

 

ผมรู้สึกตัวตื่นมาช่วงสายๆ ความเย็นของแอร์ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง แต่ความอบอุ่นจากร่างหนาของคนข้างๆก็ไม่ได้จางไปไหน ใช่ หมวดเตมันยังคงนอนกอดผมไม่ตื่น กอดมาทั้งคืนมันยังไม่พอใจอีกหรือไง

ผมแกะแขนของมันออกจากเอว แต่คนหลับก็ยังคงนิ่งแถมต้านแรงผมเอาไว้ไม่ยอมปล่อย

 

เพี๊ยะ!!!

 

“โอ้ยยยยย” ในเมื่อคนแกล้งหลับไม่นอมปล่อย ผมเลยจัดการตบเข้าที่ข้างแก้มของมัน

“หมอออออ ผมเจ็บ” และตามมาด้วยเสียงโอดครวญ

“ปล่อยได้ยัง สายแล้วเนี่ยจะไปสน.เมื่อไหร่”

“หมวดต้นยังไม่โทรมาเลย” เตธวัชมันตอบแล้วทำท่าจะหลับต่อ

“ตื่น ไม่หิวหรือไง”

“หมอหิวหรอ” เอ้า ถามไม่คิด

“เออครับ ผมหิว. คุณจะตื่นได้ยังครับ” ผมถามตอนนี้ขยับตัวเปลี่ยนมานั่งบนเตียงได้แล้ว

“ขอ 5 นาที นะหมอนะ” ไอ้หมวดมันทำเสียงงอแง. คิดว่าน่ารักมากมั้ง

“ผมจะอาบก่อนถ้าออกมาแล้วคุณยังไม่ตื่นเจอดีแน่ๆ” ผมขู่แล้วลุกจะลงจากเตียง แต่ถูกมือหนาของอีกคนคว้าเอาไว้ก่อน

“เจอดี แบบเมื่อคืนหรือเปล่าครับ ถ้าใช่ ผมจะยอมเจอทั้งวัน” ไอ้หมวดมันลืมตาขึ้นมามองหน้าผมแล้วยิ้มอย่างชอบใจ

“หมวด”

“ครับ”

“ไปตาย!!” ด่าเสร็จผมก็สะบัดมือออกแล้วลงจากเตียง ไม่สนใจเสียงหัวเราะของไอ้คนที่ยังนอนอยู่บนเตียง

“ฮ่าๆๆๆ หมอนี่น่ารักจัง. เขินแล้วชอบด่า”

“เขินบ้านคุณดิ”

“หน้าแดงนะหมอ” เตมันแซวผมยิ้มๆอย่างล้อเลียน จนผมรู้สึกเห่อร้อนแปลกๆที่หน้า

 

กว่าจะออกจากโรงแรมได้ก็ตบตีกันอยู่นาน เพราะไอ้คนขี้เซามันยังวอแวผมไม่เลิก ถ้ารู้ว่ายอมมันแล้วจะทำให้มันติดผมมากกว่าเดิม ผมปล่อยมันแห้งตายแบบเดิมดีกว่า ไม่ได้รำคาญหรืออะไรนะ แต่เผื่อมันลืมว่ายังมีงานรออยู่ ถ้าเป็นวันหยุดจะไม่ว่าสักคำ (เอ๊ะ!?)

นั้นแหละครับ สรุปเรามาถึงสน.ของหมวดต้นตอนเกือบสิบโมงเข้าไปแล้ว แถมยังได้รับสายตาแปลกจากหมวดต้นกลับมาด้วย ทำไมน่ะหรอ จะไม่ใช่หมวดเขามองได้ไงในเมื่อมากันสองคน คนนึงหน้าบึ้งอย่างกับกินรังแตน อีกคนยิ้มแป้นเหมือนเมากาว

“เอกสารสำนวนเสริมเรียบร้อยแล้วนะครับ พวกคุณจะกลับกรุงเทพเลยมั้ย” หมวดต้นถามหลังจากยื่นซองเอกสารให้กับเรา

“ยังครับ. ผมยังอยากตามเรื่องการเอาศพมาทิ้งอยู่” เตธวัชตอบเมื่อรับเอาซองที่ว่าจากหมวดต้นมาแล้ว

“ทางเราพยายามหาเบาะแสอยู่ว่าศพถูกเอามาทิ้งเมื่อไหร่ยังไง และใครเป็นคนเอามาทิ้ง”

“ถึงสวนนั้นจะรกร้าง แต่ก็มีเจ้าของ การเอาศพมาทิ้งโดยไม่มีการปิดบังอำพราง คนร้ายมั่นใจมากเลยนะนั่นว่าจะไม่มีใครเจอ”

“ไม่ก็ไม่ทันคิด หรือ อำพรางศพไม่ทัน”

“เราลองกลับไปที่นั้นอีกทีได้มั้ยครับ”

“ได้อยู่แล้ว ว่าแต่จะกลับไปกันทำไมหรือครับ” นั่นดิ ไอ้หมวดมันจะกลับไปอีกทำมั้ย

 

เตธวัชมันขอให้หมวดต้นพาขับรถวนพื้นที่ที่ศพนายนพอยู่หลายรอบ ตอนแรกก็เกือบจะด่าแล้วนะ ดันมันมาเจอเสียก่อนว่า หนึ่งในเส้นทางที่สามารถวิ่งผ่านไปตรงจุดพบศพ เราต้องผ่านโกดังเก็บของขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ด้านหน้าโกดังถูกปิดไว้ แต่ก็มีร่องรอยบ่งบอกว่ามีการผ่านเข้าออกอยู่เป็นประจำ

หมวดต้นพาไอ้เตไปตรวจสอบจนเจอเจ้าของโกดัง ซึ่งก็คือนายทุนที่มีชื่อเสียงของจังหวัดท่านนึง ที่มีธุรกิจทำโรงเลื่อยและโรงงานเฟอร์นิเจอร์ไม้. โกดังที่ว่าเป็นที่เก็บไม้ และเฟอร์นิเจอร์ที่ทำเสร็จแล้ว ประเด็นคือ หน้าโกดังมีกล้องวงจรปิด!! ถึงสามตัวด้วยกัน

เตธวัชจึงชวนหมวดต้นไปขอดู ส่วนตัวผมไม่ได้ชำนาญเรื่องการสืบสวนอะไรมากมาย แต่ที่สังเกตเห็นเหมือนว่าโกดังแห่งนี้ตั้งอยู่โดดๆท่ามกลางพื้นที่ไร่นาของชาวบ้าน ดูจากรอยบนทางลูกรังเหมือนว่าเส้นทางนี้จะไม่ได้มีรถยนต์ผ่านมากนัก แถมเป็นเส้นทางที่ผ่านบ้านผู้คนน้อยที่สุด ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่สวนซะมากกว่า ถ้าให้คิดอีกแง่ ทำไมโกดังเก็บของมาตั้งอยู่ลึกขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่ว่าข้างในมีของที่ไม่อยากให้คนเห็น แต่บางทีอาจจะเป็นผมที่คิดมากไปก็ได้

เพราะพอมีตำรวจไปขอดูกล้องวงจรปิดด้านหน้าของโกดัง เจ้าของก็ยอมให้ความร่วมมือโดนงาน แต่กว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยก็ปาเข้าไปเกือบบ่ายสองแล้ว

 

“เราจะเริ่มดูวันไหนก่อน” พอเขาอนุญาตก็มีปัญหาใหม่ตามมาอีกจนได้ พวกเรามองหน้ากันไปมา นั้นดิ ต้องเริ่มจากไปในเมื่อไม่มีเบาะแสอะไรที่พอจะชี้นำให้เรารู้ว่าควรเริ่มที่จุดไหนเลย

“พวกคุณพบศพวันไหน”

“ทำไมอ่ะหมวด” ผมที่ไม่เข้าใจหันไปถาม

“จากรายงานการชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุบ่งบอกว่า ผู้ตายเสียชีวิตมาแล้วราว 7-10 วันก่อนที่จะนำส่งนิติเวช ถ้าศพถูกเอามาทิ้งในช่วงที่ว่า เราก็จะได้ย้อนกลับไปดูในช่วงที่คิดว่าน่าจะเป็นวันที่เขาศพมาทิ้ง”

“อ๋อ” ทำผมเสียงเป็นเชิงว่าเข้าใจ หมวดต้นเองก็เหมือนจะคิดได้ เลยหันไปบอกพิกัดเวลาที่ต้องการให้กับเจ้าหน้าที่ของโกดัง

นั่งเฝ้าเทปวงจรปิดกันจนมืด จนเกือบจะท้อแล้วว่าคนร้ายน่าจะไม่ได้ผ่านมาทางนี้ จนกระทั่ง

“เอ๊ะ รถคันนี้” คนของทางโกดังทักท้วงที่รถคันนึงที่วิ่งผ่านทางมาในยามดึก

“ทำไมหรอ”

“รถคันนี้ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”

“แน่ใจ”

“โธ่ หมวด ผมมีหน้าที่นั่งเฝ้าวงจรปิด แถมแถวนี้ก็มีแต่คนคุ้นหน้าคุ้นตากัน ผมบอกหมวดได้หมดแหละว่าใครเป็นใคร จะผ่านตรงนี้ตอนกี่โมงเดินมาหรือขี่อะไรมา ผมบอกได้หมด เส้นนี้ถ้าไม่ใช่คนพื้นที่ ไม่มีใครผ่านหรอกหมวด”

“ลองย้อนกับไปดูซิ” ไอ้เตที่ได้ยินอย่างนั้นก็เลยบอกในอีกคนย้อนภาพให้

“หยุดตรงนี้”

“มองออกมั้ยว่าทะเบียนอะไร”

“มองหมวดทะเบียนไม่ชัด แต่เลยน่าจะ 376 “

“ขยายได้มั้ย”

“ไปจอโน้นครับ” คนของโกดังลุกไปอีกโต๊ะ ทำอะไรอยู่ครู่นึงก็ได้ภาพที่ชัดขึ้นมาอีกหน่อย

“ลก 878 กรุงเทพ”

“เมื่อกี้ใครบอก 376 นะ”

“ก็มันไม่ชัดไง”

“มีสี่ตายังไม่ช่วยอีกหรอหมอ”

“ไอ้เต!!”

“ผมล้อเล่น” ไอ้เตหัวเราะเบาๆอย่างชอบใจที่แหย่ผมได้ เพราะแบบนี้ไงเลยอยากแกล้งให้มันรอไปนานๆ

“เดี๋ยวผมจะลงเลขทะเบียนไปให้ทางกรุงเทพตรวจดู” เตมันเลิกแกล้งแหย่ผม แล้วเดินเลี่ยงไปอีกทางเพื่อติดต่อหน่วยที่กรุงเทพ

“ลองดูต่อซิว่า รถคันนี้กลับมาทางเดิมมั้ย” หมวดต้นหันไปบอกให้คนดูแลไล่ภาพหลังจากนั้นต่อไปอีก

และราวๆหลังจากนั้นไม่นานรถคันเดิมก็ย้อนกลับออกมาทางเก่า

หลังจากเราของก๊อปปี้ไฟล์วิดีโอจากที่โกดังเรียบร้อยก็ได้เวลาแยกย้าย ซึ่งมันก็เป็นเวลาที่เกือบจะเรียกว่าดึก

“วันนี้คงต้องนอนนี้อีกคืน” ไอ้หมวดมันหันมาบอกผมขณะที่เรากำลังจะกลับสน.

“อืม”

“หิวกันหรือยังครับ” หมวดต้นถามขึ้นมาบ้าง

“หมวดหิวหรอ” ไอ้เตถามกลับบ้าง

“จะเหลือหรอครับ ตั้งแต่บ่ายนอกจากกั๊พเซเวนแก้วนั้นผมก็ยังไม่ได้กินอะไรอีกเลย”

“ติดน้ำอัดลมหรอหมวด”

“นิดนึงครับหมอ”

“พอๆกับหมอชินติดกาแฟเซเวนนั้นแหละผมว่า” ไอ้หมวดเตมันพูดขึ้นมาพรางหัวเราะไปด้วย

“สรุปจะไปทานอะไรกันก่อนมั้ยครับ หรือจะแยกย้ายกันเลย”

“พวกผมต้องกลับไปเอารถที่จอดอยู่สน.เราไปเจอกันที่ร้านก็ได้ครับ เจ้าถิ่นช่วยแนะนำก็ดี เอาร้านเด็ดๆนะครับ” เตธวัชบอกคนขับ

“จัดไปครับหมวดเต” หมวดต้นว่าจบก็พากันหัวเราะชอบใจ

“ที่เด็ดนี้ หมายถึงอาหารหรือคน” ผมถามขึ้นมาแทรกกลางเสียงหัวเราะ จนไอ้เตมันเกือบสำลัก ในขณะที่หมวดต้นไม่ได้รู้เรื่องไรเลยหันมามองผมที่ยื่นหน้าแทรกคู่สนทนาที่นั่งอยู่เบาะหน้า

“ระดับนี้แล้วหมอชิน ก็ต้องคนสิครับ ถึงสิงห์บุรีจะเป็นจังหวัดเล็กๆ แต่สาวๆก็จัดว่าเด็ดๆเยอะนะครับ” เจ้าถิ่นยังคงเสนอแนะของดีสีหน้ารื่นรมย์ ส่วนเจ้าคนนั่งข้างๆเริ่มกระแอมกระไอแล้ว

“เหรอครับ อยากเห็นจริงๆ”

“งั้นเดี๋ยววันนี้ผมพาทัวร์เองครับหมอชิน ดีมั้ยครับหมวดเต” หมวดต้นยังพาซื่อหันไปหาคนสนับสนุน

“อ่าาา อืม ผมว่า เราทานข้าวแล้วก็กลับดีกว่าครับ”

“พรุ่งนี้ต้องรีบกลับหรือครับ”

“ก็...นิดนึงครับ หมอชินขาดงานมาสองวันแล้ว”

“ไม่เชิงนะ ผมออกมาโดยใช้สิทธิ์ในการช่วยสืบคดีออกมา ไม่ได้ขาดงานเสียหน่อย”

“หมอไม่เหนื่อยหรือครับ ตะลอนๆมาสองวันแล้วน๊า”

“ก็นี่ไง เดี๋ยวให้เจ้าถิ่นเขาไปผ่อนคลาย”

“ผมนอนอยู่ห้องก็ผ่อนคลายครับ”

“หมวดเตไม่ชอบเที่ยวหรือครับ” คนขับถามขึ้นมาบ้าง

“ก็...”

“เฮ้ย หมวดไม่ต้องเกรงใจ ไปเที่ยวได้ ไปสนุกกัน”

“ฮ่ะๆๆๆ ผมว่าเรากินข้าวแล้วรีบกับโรงแรมนอนดีกว่าเนอะ”

“แย่จัง ผมมาด้วยหมวดเลยเที่ยวไม่ได้สินะ” ผมแกล้งทำเสียงรู้สึกผิด

“ไม่ใช่ๆๆๆๆ ไม่ใช่อย่างนั้น” ไอ้หมวดมันรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน

“ผมกลัวหมอเหนื่อย ผมอยากให้หมอได้พัก”

“หมวดเตเหมือนคนที่กลัวว่าแฟนจะรู้ว่าแอบเที่ยวเลยนะครับ”

“เปล่าครับ” ไอ้เตรีบหันไปบอกคนขับ

“ยังไงหรอหมวด” ผมขยับไปเอียงคอถามมั้ง

“คือ ผมหมายถึง แบบว่า ที่ๆจริงผมไม่ได้...แบบ อ่า” ตอนนี้ไอ้หมวดทำหน้าเหมือนคนอยากตาย

“เที่ยวได้นะ ไม่ได้ว่า” ผมบอกหมวดมันเบาๆ

“ฮ่าๆๆๆ ที่แท้หมอชินก็รู้จักกับแฟนหมวดเตสินะครับ หมวดเตถึงได้มีท่าทางเกรงใจหมอเรื่องเที่ยวขนาดนี้” บางทีนะ ผมก็ไม่รู้ว่าควรเรียกไอ้การผูกเรื่องของหมวดต้นว่าอะไรดี จะว่าเก่งก็คงใช่มั้ง ผูกได้ขนาดนี้ไม่เรียกเก่งควรเรียกว่าไร ผิดไปนิดตรงที่คนๆนั้นไม่ใช่แฟน และผมยิ่งกว่าคำว่ารู้จัก

“ก็...ประมาณนั้นครับ” ผมตอบหมวดต้นแทนไอ้เต

 

สุดท้ายด้วยแรงคะยั้นคะยอของเจ้าถิ่นเราทั้งสามจึงไหลจากร้านอาหารมาที่บาร์เล็กๆบรรยากาศดีแห่งหนึ่งในเมือง มาเที่ยวก็จริงนะแต่เรื่องที่คุยนั้น

“ผมสงสัยอยู่สองอย่างตอนนี้ ถ้านายพลอยู่ฆ่าตายจากที่อื่นแล้วเอาศพมาทิ้งที่นี่ แสดงว่าคนลงมือไม่น่าจะมีคนเดียวได้ ด้วยรูปร่างนายนพก็จัดว่าตัวใหญ่พอสมควร และใครที่ลงมือฆ่าศิริลักษณ์” นั่นแหละครับ ไม่พ้นเรื่องงานอยู่ดี

“เหตุผลที่ลงมือฆ่าด้วย เคยคิดว่าถ้าคนทำเป็นนายนพอาจจะมีสาเหตุมาจากเรื่องที่ศิริลักษณ์ตั้งท้อง แต่นี่อสุจิที่เจอบนตัวผู้ตายไม่ใช่พ่อเด็ก แถมพ่อเด็กก็ถูกฆ่าตายก่อนที่ศิริลักษณ์จะถูกฆ่าด้วย”

“ยังมีอีกนะ” หมวดต้นที่ยกแก้วในมือดื่มจนหมดพูดขึ้น

“ทำไมศพผู้หญิงถือถูกตัดออกแล้วแยกไปทิ้ง แต่ศพผู้ชายกลับถูกทิ้งเอาไว้แบบนั้นเลย”

“เป็นไปได้มั้ยว่า ที่ศพนายนพไม่ได้ถูกทำลายตั้งแต่แรก เพราะนายนพไม่ได้ถูกฆ่าแล้วเอาศพมาทิ้ง แต่อาจจะถูกฆ่าตายในสวนนั้นแหละ”

“ก็เป็นไปได้ แต่ว่า...ถ้านายนพผู้ฆ่าที่สวนนั้น แล้วเขาจะมาที่สวนกับคนร้ายทำไมตอนดึกๆ”

“คำถามนี่จะเกิดได้ ก็ต่อเมื่อเราต้องรู้ก่อนว่า รถที่เราเห็นในกล้องวงจรปิด ใช่ของคนร้ายที่เราตามหาจริงหรือเปล่า” เตธวัชว่าเสร็จก็ยกแก้วเบียร์ที่ถูกหมวดต้นรินให้ใหม่แล้วขึ้นดื่ม

ถ้าไม่คิดว่าจะเป็นการหลงตัวเองมากไปก็ต้องบอกว่า โต๊ะพวกผมคือรวมผู้ชายหน้าตาดีเอาไว้สามคน. แน่นอนมันเป็นจุดสนใจ และผมสัมผัสได้ถึงสายตาที่มองมาที่ตัวเอง พอเงยหน้าไปดูก็สบเข้ากลับดวงตาหวานคู่หนึ่งที่ส่งมาในความสลัวของแสงไฟ

“ดูเหมือนหมอชินจะได้รับความสนใจจากใครสักคนสินะครับ” หมวดต้นว่าขึ้นมา เรียกให้อีกคนมองหน้าผมทีมองไปทีคนพูดที ก่อนจะมองตามสายตาหมวดต้นไปที่ร่างบางของผู้หญิงที่นั่งอยู่อีกมุมของร้าน

เมื่อเห็นว่าเราทั้งสามมองไปที่เธอ ผู้หญิงคนนั้นก็ยกแก้วในมือเป็นการทักทายเรา ผมที่นึกอะไรขึ้นมาได้จึงยกแก้วทักทายตอบ เรียกรอยยิ้มหวานจากเธอคนนั้นทันที เมื่อเห็นอย่างนั้นอีกสองคนที่เหลือก็หันขวับมายังผมทันที

หมวดต้นมองผมยิ้มๆส่ายหน้าเบาๆก่อนจะยกแก้วตัวเองขึ้นดื่มไม่พูดอะไร ส่วนอีกคนนั้น ตอนนี้กำลังหน้าตึงสนิท แถมมองหน้าผมด้วยความไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันที

และก็เป็นไปตามคาด เธอ คนนั้นลุกเดินมาทักทายพวกเราที่โต๊ะ ทั้งยังเลือกนั่งลงข้างๆผมชวนคุยด้วยอยู่นาน ซึ่งตลอดเวลาในร้านนั้นไอ้เตมันนั่งเงียบไม่พูดไม่จากับใคร มีเพียงเธอที่ว่ากับหมวดต้นที่ผูกขาดการสนทนา โดยมีผมเป็นหัวข้อ

จนเกือบเที่ยงคืนผมจึงชวนกลับ ซึ่งก่อนกลับสาวเจ้าก็มีขอคอนแท็กผมเพื่อเอาไว้ติดต่อ แต่คนข้างตัวผมนี้ไม่เปิดโอกาสให้ผมได้ตอบรับ หรือ ปฏิเสธ ใดๆเลยเพราะมันเล่นลากผมไปขึ้นรถทันทีที่ก้าวพ้นประตูร้าน

 

ทันทีที่ประตูห้องพักปิดลงตัวผมก็ถูกผลักติดกำแพงตรงหน้าประตู และถูกเบียดเข้ามาโดยอีกคนที่ตัวโตกว่า พร้อมๆกับปากของผมที่กำลังจะเอ่ยห้ามก็ถูกปิดด้วยปากอีกคน จูบของไอ้เตคืนนี้มันเต็มไปด้วยความโมโหและความโกรธ. ซึ่งผมสัมผัสได้ถึงความหึงหวงที่มันใส่เข้ามาด้วย ปลายลิ้นผมถูกดูดดึงโดยอีกคนด้วยความรุนแรงจนผมรู้สึกเจ็บ ริมฝีปากก็ถูกขบเม้มหนักตามแรงอารมณ์ของคนทำ

ผมไม่ได้ขัดขืน แถมยังตอบสนองมันด้วยซ้ำ มันจูบผมมาผมก็จูบกลับ มันเกี่ยวรัดดูดดึงลิ้นผม ผมก็ดึงดูดล่อลวงมันคืนเช่นกัน มันขบเม้มปากผมแรงด้วยความโมโหหึง ผมก็ขบตอบด้วยแรงที่พอๆกัน ทำไมน่ะหรอ เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมต้องการให้มันทำไงล่ะ อย่าเพิ่งถามหาเหตุผลตอนนี้ เพราะยุ่งอยู่กลับการปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีเข้มที่มันใส่มาทั้งวันอยู่ไม่ว่าง

 

 

 

ไรท์// เอิ่มมมม ใครสั่งใครสอนมาอ่ะหมอ (เลิ่กลั่ก)

ก็อย่างที่บอกตั้งแต่แรกเลยว่า เรื่องนี้ไม่ใช่นิยายซีเรียสแต่อย่างใด 555

 

ก็นะ...

 

ติชมได้ไม่ว่ากัน ไว้มาต่อตอนหน้าเด้อจ้า

 

ความคิดเห็น