พี่ธัญญ่า
email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บรรณาธิการตัวน้อย : เกิ้ล ณ ธัญวแลนด์

ชื่อตอน : บรรณาธิการตัวน้อย : เกิ้ล ณ ธัญวแลนด์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เรื่องสั้น

คนเข้าชมทั้งหมด : 87

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มี.ค. 2563 14:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บรรณาธิการตัวน้อย : เกิ้ล ณ ธัญวแลนด์
แบบอักษร

หากช่วงชีวิตนี้เป็นดั่งนิยายเรื่องหนึ่ง… 

 

เรื่องราวของแต่ละคนคงดำเนินแตกต่างกันไป บางคนอาจจะเป็นนิยายรักหวานแหวว ตัวเอก ผู้เฝ้าฝันถึงความรักที่ดีในอนาคต บางคนก็เป็นนิยายชีวิตที่สะท้อนความเป็นจริงของสังคม อาจจะหดหู่แต่ก็อยู่อย่างเข้าใจความเป็นจริงของโลก ในขณะที่นิยายชีวิตของฉัน...คือ แฟนตาซี 

 

เรื่องราวของนักเดินทางสายวรรณกรรมที่เริ่มต้นด้วยความไม่ตั้งใจ ต้องมารับภารกิจวุ่นๆ ในการเดินทางท่องไปยังดินแดนต่างๆ เพื่อเรียนรู้ถึงความรัก ความอยู่รอด อาจมีดรามาบ้าง แต่ท้ายสุดการผจญภัยของนักเดินทางสายวรรณกรรมคนนี้ จะไม่มีวันสูญเปล่าอย่างแน่นอน 

ตอนนี้ ทุกคนก็กำลังเดินทางไปยังจุดมุ่งหมายในนิยายชีวิตของตนอยู่ โดยไม่มีใครรู้หรอกว่า พระพรหมลิขิตพล็อตเรื่องของเราไว้ยังไง 

 

 

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ เกิ้ล นางสาวภัทร์ธมาศ ธนันท์โชติชยกุล 

นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา 

ตั้งแต่จำความได้ ฉันเติบโตมาพร้อมกับหนังสือ เริ่มจากการถูกบังคับอ่าน แม้จะไม่เต็มใจแต่พอลองเปิดใจแล้ว กลับกลายเป็นว่า ฉันหลงรักความงดงามของภาษา เห็นภาษาที่เป็นมากกว่าแค่เครื่องมือในการสื่อสารของมนุษย์ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการเลือกเรียนเอกภาษาไทยของฉัน จนกระทั่งเส้นทางด้านภาษาได้ทอดนำให้ฉันมาพบกับดินแดนมหัศจรรย์ของนักเดินทางสายวรรณกรรมแห่งนี้ ฉันขอเรียกที่นี่ว่า ธัญวแลนด์ 

 

 

บันทึกนักเดินทาง : ยิ้มรับวิตามินดีจากแสงสีส้มในยามเช้า กระโดดขึ้นรถเมล์อย่างร่าเริง ออกจะเหม็นกับกลุ่มควันบนท้องถนนสักหน่อยแต่พอทนได้ ถึงหน้าบริษัทตอนใกล้เวลาเข้างาน สวัสดีคุณลุงยามที่หลังจากนั้นก็ยิ้มให้กันเสมอ ก่อนมาจบที่การขึ้นลิฟต์ -- 

งืดดดๆ 

(ไม่มีคำเลียนเสียงใดจะอธิบายอาการของเจ้าลิฟต์ต้วมเตี้ยมได้ดีกว่านี้อีกแล้ว เป็นลิฟต์ที่ค่อนข้างน่ารักและเป็นตัวของตัวเองทีเดียว ^^ ) 

ลิฟต์เปลือยสีขาว เคลื่อนตัวผ่านแต่ละชั้นอย่างเชื่องช้า ประตูลิฟต์ใสสามารถมองเห็นคนภายนอกกำลังเคลื่อนตัวผ่านหน้าไปอย่างรวดเร็ว คนแล้ว...คนเล่า 

บางที ถ้าพรุ่งนี้ ‘เดินขึ้น’ ชั้น 4 อาจจะไวกว่าก็ได้นะ 

 

นี่เป็นวันแรกในการฝึกงานที่ ธัญวแลนด์ แดนอิสระแห่งนวนิยาย เหล่าจอมยุทธที่ใช้ภาษาเป็นศาสตราวุธร้อยเรียงเรื่องราว และเหล่านักเดินทางสายวรรณกรรมผู้รักในการเสพรสนวนิยาย 

แต่ฉันยังไม่ใช่จอมยุทธทางภาษาเหมือนเหล่านักเขียนคนอื่นๆ หรอกค่ะ ฉันยังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ฉันชอบที่จะดูการใช้ภาษาและอยากเรียนรู้การทำงานเบื้องหลังของเหล่า ปรมาจารย์ทีมธัญญ่าแห่งธัญวแลนด์ ว่าเขาทำงานกันยังไง ฉันมีแค่อาวุธภาษาทื่อๆ ที่ไม่เคยได้ลับคมเพื่อใช้งาน กับใจที่อยากจะเรียนรู้กระบวนการต่างๆ เท่านั้น ว่าแท้จริงแล้ว เมืองนี้เป็นยังไงกันแน่ 

 

ภารกิจที่ 1 แคปชันสังหาร 

ฉันผ่านการคัดเลือกจากเหล่า ปรมาจารย์ทีมธัญญ่า และเข้าฝึกในส่วนของบรรณาธิการ (Content Editor) ภารกิจแรกคือ การเขียนแคปชัน เพื่อโปรโมตนวนิยาย 

ฟังดูค่อนข้างง่าย แค่เขียนสั้นๆ 3 บรรทัดเท่านั้น แต่จะไม่ง่ายก็ตรงที่ ผู้คิดแคปชันต้องรู้จุดขายของเรื่อง ต้องนำเสนอปมของเรื่อง ในขณะเดียวกันก็ไม่เปิดเผยประเด็นให้หมดสนุก ที่สำคัญต้องเรียบเรียงภาษาให้อ่านแล้วลื่นไหล ให้คนอ่านรู้สึกอยากติดตามเรื่องต่อ ถึงจะคิดมาและต้องแก้บ่อยๆ ในช่วงแรก แต่ พี่นุ่น หนึ่งใน ปรมาจารย์ทีมธัญญ่า ก็ช่วยแนะนำการแก้ไขมาตลอดจนเริ่มจับทางได้และแก้ไขน้อยลงแล้ว 

เคล็ดลับจาก พี่นุ่น คือ คิดคำที่มีความหมายใกล้เคียงกับคำๆ นั้นไว้หลายๆ คำ ถึงมีความหมายเดียวกันแต่เป็นคนละคำก็อาจทำให้อารมณ์ของประโยคเปลี่ยนไปได้  

ว่าแต่ว่า...ต้องคิดแคปชันให้เป็นได้ทุกอย่างใน 3 บรรทัดเนี่ย~ แค่นี้ สังหาร พอไหม! 

 

บันทึกนักเดินทาง : ที่ใดเล่า...จะเท่าที่ที่มีของกิน ฟรี! ^^ ช่างเป็นเมืองที่สร้างมาเพื่อซัปพอร์ตพนักงานโดยแท้ ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ห้องรับประทานอาหารที่ชั้นดาดฟ้าก็สวยและน่านั่งสุดๆ แถมยังอนุญาตให้ทานของว่างขณะทำงานได้เรื่อยๆ ด้วย พวกพี่ๆ ทีมธัญญ่าก็ชอบเอาขนมมาแชร์กันทานตลอดเลย แล้วอย่างนี้จะถือเป็นคำสาปไหมนะ เพราะถ้าไปทำงานในที่ที่เคร่งครัดกว่านี้ ฉันคงคิดถึงที่นี่แย่  

 

ภารกิจที่ 2 หนึ่งเล่มแสนอักษร 

ภารกิจถัดมาที่เหมือนจะง่ายแต่ก็ยากพอๆ กันคือ การพิสูจน์อักษร บางคนอาจจะรู้แค่ว่า ผู้พิสูจน์อักษรก็แค่ตรวจสอบความถูกต้องของภาษาเท่านั้น ใช่แล้ว! มันคือการตรวจสอบความถูกต้องของภาษา แต่ต้องตรวจแบบ อักษรต่ออักษร เลยนี่สิ ถึงจะละเอียดขนาดนั้นก็ยังพบจุดผิดได้เรื่อยๆ ไม่หมดไม่สิ้นแถมยังต้องจัดหน้า ต้องรู้รายละเอียดและขนาดการวรรคของแต่ละวรรคตอนด้วย แค่ความละเอียดคงไม่พอให้ผ่านภารกิจนี้หรอกนะ แต่ต้องละเอียด! อดทน! และช่างสังเกตสุดๆ! แม้จะตาลายไปกับอักษรแสนๆ ตัวแล้วก็ตามเถอะ  

 

 

บันทึกนักเดินทาง : เสียงโหวกเหวกดังมาจากคนกลุ่มใหญ่ที่รวมตัวกันอยู่อีกฟากหนึ่งของห้อง พวกเขากำลังจับกลุ่มเล่นเกมกันอย่างสนุกสนานหลังเวลาเลิกงาน พลันเสียงกีตาร์ก็ดังขึ้น เคล้าไปกับเสียงร้องไม่ได้ศัพท์แสนครึกครื้นเหล่านั้น 

บรรยากาศอบอุ่น เป็นกันเองของที่นี่ ทำให้อดยิ้มตามไม่ได้ทุกครั้งเลย แต่ไม่ใช่แค่นี้หรอกนะ ที่นี่น่ะ มักจะสร้างสีสันให้กับพนักงานตลอด ทั้งในช่วงเทศกาลสำคัญก็ยังมีการตกแต่งบริษัทตามธีม ของเทศกาลนั้นๆ ด้วย 

ช่วงที่ฉันมาฝึกก็ตรงกับเทศกาลฮัลโลวีน (Halloween) มาถึงบริษัทก็เจอการตกแต่งสุดอลังการต้อนรับตั้งแต่หน้าประตู (ก็ไม่คิดว่าจะเล่นใหญ่ขนาดนี้เหมือนกัน 555) แถมมีลูกอมผีน้อยวางไว้บนโต๊ะทำงานของพนักงานทุกคนด้วย น่ารักสุดๆ ไปเลยล่ะ! 

 

ภารกิจสุดท้าย จารึกมังกร ประลองปัญญา 

ภารกิจสุดท้ายที่ถือเป็นโปรเจกต์จบการฝึกของเมืองนี้คือ การเขียนบทความ ถือเป็นงานไฟนอลก็ต้องจัดไปแบบไฟนอลๆ หน่อยสินะ ไม่ใช่น้องจัด แต่เป็นพี่จัดให้น้องต่างหาก! ปกติที่เคยเขียนบทความก็ไม่เคยคิดว่าจะได้นำมาเผยแพร่เลย แต่ครั้งนี้เมื่อบทความของเราต้องเผยแพร่สู่สายตาสาธารณชน งานข้อมูลจึงต้องจัดมาแน่นๆ ยิ่งกว่าทำวิจัยไปเลยครับท่าน! แต่ข้อมูลแน่นก็ไม่พออีกแล้วล่ะ ปัญหาหลักคือ เขียนยังไงให้ไม่น่าเบื่อหรือยัดเยียดข้อมูลเกินไปและต้องใส่ความเป็นธัญญ่าลงไปด้วยนี่สิ ถึงต้องปรับแก้กันหลายทีเลย 

แต่เหล่าปรมาจารย์ทั้งหลายก็เต็มใจช่วยเหลือเจ้าเด็กฝึกคนนี้เต็มที่ทั้ง พี่ดา และ พี่นุ่น แถมยังคอยแนะนำว่าควรเขียนยังไงให้น่าอ่านด้วย ถึงจะเป็นบทความประลองปัญญา แต่เอาจริงๆ แล้ว ก็คงไม่ได้ยากเกินความสามารถของเราไปหรอกน่า~ ก็ถ้ามีพี่ๆ คอยช่วยเหลืออย่างนี้ ไฟนอลแบบนี้ Happy Ending ก็ลอยมาแต่ไกลแล้วล่ะ ^^ 

 

 

บันทึกนักเดินทาง : 

“พี่คะ หนูขออนุญาตถ่ายรูปการประชุมหน่อยนะคะ หนูจะทำบันทึกส่งอาจารย์ค่ะ” 

“อ่ะ น้องจะถ่ายรูป ทุกคนเก็บขนมลงใต้โต๊ะให้หมด” 

จะมีพนักงานที่ไหนที่รักการทานของว่างได้เท่าที่นี่ คือทานกันได้ทุกที่ทุกเวลาจริงๆ นะ 5555 

 

เรื่องราวของนักเดินทางสายวรรณกรรมที่เส้นทางชีวิตได้ทอดยาวมาบรรจบที่ ธัญวแลนด์ 

ในตอนเริ่มต้น ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะได้เรียนรู้อะไรขึ้นมาบ้าง รู้แค่ว่า ฉันชอบอ่านนิยายและอยากเป็นนักเขียน การมาฝึกงานที่ธัญวลัยจะทำให้ฉันได้อ่านและได้เขียนอย่างที่ฉันอยากทำ แต่หลังจากที่ได้ฝึกงานจริงๆ แล้ว ที่นี่ให้อะไรมากกว่าที่ฉันหวังไว้เยอะเลย ฉันได้รู้ว่าควรเขียนอย่างไร ควรอ่านอย่างไร ควรนำเสนออะไรและอย่างไรจากการอ่านสิ่งนั้น ได้เห็นนิยายหลากหลายรูปแบบ ได้เพิ่มทักษะในการใช้ภาษาที่ถ้าไม่ได้มาที่นี่คงไม่มีวันมีทักษะแบบนี้แน่ ความรู้ที่ได้จากการฝึกงาน ทำให้ฉันรู้สึกรักในการเขียนมากขึ้น ได้รู้การทำงานเบื้องหลังของการโปรโมตนิยายต่างๆ ที่มีรายละเอียดเยอะกว่าที่คิด ซึ่งฉันสามารถนำไปปรับใช้ เพื่อเป็น จอมยุทธทางภาษา ในอนาคตได้ 

 

ความคิดเห็น